สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

✳ โปรดเติมพลังในวันที่ลูกอ่อนแรง
โปรดทอแสงในวันลูกมืดมน ..

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/5r9wPkbxuEs

🍎 เราขอบพระคุณ
http://youtu.be/-0Nzu7URMj0

🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎

วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
ฟป 2:5-11
ลก 14:15-24
 
มนุษย์ มักมีข้ออ้างสารพัด ในสิ่งที่ตนไม่ชอบ ไม่สนใจอยากจะทำ
 
พระเยซูเจ้าเล่าอุปมา เพื่อต้องการให้เห็นว่า
การเรียกของพระเจ้า เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และผู้ที่จะเหมาะสม
คือ ผู้ที่พร้อมเสมอ ที่จะตอบรับการเรียกด้วยใจที่อิสระ
 
นักบุญเปาโล เน้นย้ำว่า...
การท่ีพระเจ้าทรงยกย่อง เทิดทูน พระเยซู นั่นก็เพราะว่า
พระองค์ทรงถ่อมตน แม้จะมีธรรมชาติที่สูงส่ง ก็มิได้ถือว่า
จะต้องหวงแหนศักดิ์ศรีเหล่านั้น ทรงยอมสละจนหมดสิ้น
เพื่อตอบสนองการเรียก และเลือกสรรของพระเจ้า
 
หมายเหตุ…
“ความสุขของการรับใช้”...จะก่อตัวในหัวใจ
อย่างย่ิงใหญ่ เมื่อได้เรียนรู้จักการ...
“ไม่ยึดติด ในสิ่งที่มี สภาพที่เป็นอยู่”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เชิญมาเถิด ทุกอย่างพร้อมแล้ว...” (ลก 14:15-24) 

เวลาผ่านไปยาวนานเท่าใด

แม้หลายอย่างจะเปลี่ยนแปลงไป

และตัวฉันจะเปลี่ยนแปลงไปด้วย

แต่พระเจ้ายังคงเหมือนเดิม

ฉัรคือผู้ได้รับเชิญ

แต่วันนี้ ฉันกลับไม่พร้อม และไม่อยากไป

ฉันกังวลอะไรหรือ เพื่อร่วมงานเลี้ยงของพระเจ้า

พระผู้ทรงจัดเตรียมทุกอย่างไว้เพื่อฉัน...

________________

ในวันเหล่านี้ สัปดาห์นี้ ผมกำลังรีบติดตั้งระบบน้ำประปาในบ้าน ในวัด เพื่อให้เรียบร้อย อย่างน้อย สักร้อยละเจ็ดสิบของงาน ในช่วงเวลาที่มีหลายอย่างต้องรีบทำจริงๆ มีสัตบรุษป่วยที่โรงพยาบาล มีเอกสารที่ต้องทำ มีงานที่ต้องไปไปรษณีย์ ฯลฯ และแม้ในเวลาที่ยุ่งวุ่นวายเช่นนี้ ผมบอกกับตนเองเสมอว่า ผมยังคงต้องจัดเวลาไว้เพื่อสวดภาวนา รำพึงประจำวัน ถวายมิสซา และเผื่อเวลาไว้เยี่ยมอภิบาลผู้ป่วยบ้าง เตรียมเทศน์บ้าง คือต้องรักษาสมดุลของชีวิตสงฆ์ ชีวิตนักบวชไว้ดีๆ ครับ และมากกว่านั้น สิ่งที่ต้องพร้อมที่สุด คือ ต้องพร้อมเสมอที่จะต้อนรับทุกคน ใครที่เข้ามาหา ใครที่เขามาพบ ทุกคนจะต้องได้รับการต้อนรับจากผมอย่างดีที่สุด... และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่คิดไม่ฝันก็เปิดขึ้น เมื่อมีสัตบุรุษท่านหนึ่งล่วงลับบ่ายสามโมงวานนี้ เมื่อภาวนาตอนบ่ายเสร็จเพียงไม่กี่นาที มันเป็นเวลาที่ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อไปอยู่เคียงข้างบรรดาญาติพี่น้องของเขา เพราะนี่คือหน้าที่ของคริสตชน ที่พระเจ้าทรงเรียกฉันมาตามสิ่งที่ผมได้ไตร่ตรองเมื่อวานนี้ คือเพื่อพันธกิจแห่งรัก สิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ แต่เป็นชีวิตและลมหายใจของคริสตชน... และที่สุด ผมก็ต้องวางทุกอย่างลงไว้ก่อน มีน้ำใช้แค่เพียงจุดเดียว เรียกว่าขยับขยายกันไปก่อน มันคงไม่ใช่อุปสรรคมากมายอะไรนัก

พี่น้องที่รัก พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ เป็นดังสิ่งที่เตือนใจ และบรรเทาใจผมจริงๆ ในยามที่อยากจะเสร็จทุกอย่าง แต่ก็ต้องเลือกสิ่งที่สำคัญกว่า... ผู้ได้รับเชิญมากมายในงานเลี้ยงได้เปลี่ยนไป แต่ผู้เชิญยังคงเหมือนเดิม... ผมประทับใจจริงๆ ครับ ในการออกไปเชิญครั้งที่สอง ที่จริงๆ แล้ว งานแบบนี้ ต้องบันทึกไว้อย่างดีมิใช่หรือ แต่นั่นแสดงว่า พระเจ้ายังคงเหมือนเดิม พระองค์ผู้ทรงเป็นผู้เชิญเรานั้นยังไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไร แต่ฉันต่างหาก ที่วันนี้ ฉันอาจจะต้องถามตนเอง ฉันวุ่นวายขนาดไหน ที่คงลืมวันนี้ไปถนัดเลย มากกว่านั้น เมื่อพระเจ้าทรงส่งคนมาเตือนฉันอีก ฉันก็กลับมีข้ออ้างสารพัดที่จะไปร่วมงานของพระองค์ คำแกตัวต่างๆ มากมาย แต่สิ่งที่สำคัญ คือฉันไม่อยากมา ฉันกำลังวุ่นวายกับสารพัดเรื่องของฉัน

พี่น้องที่รักครับ ที่สุด ไม่มีใครในบรรดาผู้ได้รับเชิญได้ลิ้มชิมรสอาหารของพระเจ้าเลย เพราะการเลือก การตัดสินใจที่ผิด แต่สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ อะไรที่มันทำให้ฉันเปลี่ยนไปมากขนาดนั้น และมันทำให้ฉันลดคุณค่าแห่งการเชื้อเชิญจากพระเจ้าไป... วันนี้ฉันวุ่นวายสารพัด ฉันไม่มีเวลามาวัด ฉันไม่มีเวลาสวดภาวนา ฉันไม่มีเวลาคิดถึงพระเจ้าบ้าง ฉันไม่มีเวลา ไม่มีเวลาเลยจริงๆ แม้แต่คิดถึงกันและกัน กระนั้นหรือ...

ภัยร้ายแรงกำลังเข้ามาในสังคมของเราครับ แท้จริงแล้วไตร่ตรองดีๆ พี่น้องที่รักครับ เรามาวัด หรือไม่มาวัด เราภาวนาหรือไม่ภาวนา พระเจ้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยมิใช่หรือ... แต่สิ่งที่กำลังระบาดหนักในชีวิตชาวโลก รวมถึงเราคริสตชนด้วย นั่นคือ ภาระงาน หน้าที่ต่างๆ ของเราวันนี้ ... ไม่มีเวลา ไม่มีเวลา ไม่มีเวลา... เรากำลังไม่มีเวลาให้กันครับพี่น้อง กระแสเรียกของเรากำลังถูกลืมครับ เราเป็นใคร ฉันเป็นใคร... ฉันเป็นพระสงฆ์ ฉันเป็นพ่อเจ้าวัด ฉันยังตระหนักอยู่หรือเปล่าว่า ฉันไม่ใช่เพียงช่างประปา ฉันไม่ใช่คนงาน ครับใช้ ฉันอาจจะไม่ใช่อีกหลายอย่าง แต่ฉันเป็นพ่อเจ้าวัด... พี่น้องล่ะครับ อะไรเป็นกระแสเรียกของพี่น้อง ฉันเป็นใครกันจริงๆ ฉันเป็นสามี ฉันเป็นภรรยา ฉันเป็นลูกๆ เอาแค่นี้ก่อน... เพียงแค่นี้ ฉันเป็นใครกันจริงๆ และฉันเป็นจริงดังบทบาทที่ฉันควรเป็นหรือไม่... แม่ที่ไม่ใช่เพียงมีอาหารให้ลูกทาน... พ่อที่ไม่ใช่เพียงมีทุกอย่างสำหรับครอบครัวได้... ลูกที่ไม่ใช่ปริญญาเกียรตินิยมนำความชื่นชมให้กับพ่อแม่... แต่ทว่า อะไรคือความชื่นชมยินดีที่แท้จริง หากพ่อ แม่ ลูก แทบไม่มีเวลาคุยกัน มองหน้ากัน สัมผัสหัวใจของกันและกันเลย... พี่น้องครับ วันนี้เราแต่ละคนเปลี่ยนไปบ้างไหม กับภาวะความเปลี่ยนแปลงของโลกเราวันนี้ เราดูทำอะไรเร็วขึ้น แต่เรารอคอยไม่เป็น เราเดินทางไปได้ทุกที่ ให้เวลากับลูกค้า กับทุกคน แต่เรากลับไม่มีเวลาให้กันและกัน ให้กับสมาชิกในครอบครัว ในหมู่คณะนักบวชของเรา พี่น้องที่รัก เราพลาดอะไรไปหรือเปล่าครับ วันนี้ ความรักมั่นคงของพระเจ้ายังเหมือนเดิม พระองค์ยังทรงเชื้อเชิญเราให้หันมามองดูพระองค์บ้าง พระองค์ที่ยังอยากนั่งทานอาหารกับเรา พระองค์ที่ยังคงอยากนั่งคุยกับเรา... โถ โถ โถ พี่น้องที่รัก สำหรับพ่อแม่ จะมีอะไรสำคัญไปกว่าลูกอีกหรือ คงไม่น่ามีใช่ไหม แต่อะไรที่ลูกของเราอยากได้จริงๆ จากเรา เราเองต่างหากที่เปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า พ่อของลูกเปลี่ยนไป ภรรยาของฉันเปลี่ยนไป และที่สุด เราก็ไม่เหลืออะไรให้กันและกัน จบกัน สำหรับกระแสเรียกของเรา ที่พระเรียกฉันให้เป็นคริสตชน เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ เป็นพ่อเจ้าวัด บัดนี้ ฉันลืมบทบาทที่สำคัญของฉันเสียสิ้น... สุดท้าย ฉันอาจจะเป็นได้ทุกสิ่ง เป็นช่าง เป็นหมอ เป็นพ่อครัว แม่ครับ เป็นข้าราชการ เป็นสภาอภิบาล เป็นพลมารี เป็นคูร์ซิลโล เป็นมาสมาชิกหลากหลายองค์กร เป็นทุกอย่างเพื่อทุกคนจริงๆ ก็เถอะ ฉันอาจจะสามารถเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ฉันอาจจะขาดสิ่งที่สำคัญไปจริงๆ นั่นคือการเป็นคริสตชน การเป็นลูกของพระเจ้า การเป็นสามี การเป็นภรรยา การเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ การเป็นพี่น้อง เป็นสมาชิกที่ดีในหมู่คณะนักบวช ครอบครัวคริสตชนของเรา เพราะเรากลับเห็นสิ่งต่างๆ มากมายสำคัญมาก และมากกว่าสิ่งที่ควรเป็นบทบาทที่แท้จริงของเราหรือเปล่า... ทันนะครับ ยังทันครับพี่น้อง ฟังพระวาจาของพระเจ้าวันนี้... วันนี้เรายังหายใจอยู่ครับ ยังปรับเวลาของเราทันครับ เลือกสิ่งที่ควรเป็นบทบาทของเราก่อนดีไหม เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เราอาจจะไม่สามารถย้อนเวลากลับมาได้อีก และเวลานั้นจะมีประโยชน์อะไร หากเราจะมีทุกสิ่ง แต่เราต้องเสียวิญญาณไป

ข้าแต่พระเจ้า ในวันเหล่านี้ลูกมีหลายสิ่งหลายอย่างต้องทำ ต้องเตรียม ต้องลุยให้เสร็จให้ได้ แต่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ ขอทรงอย่าให้ลูกลืมที่จะให้เวลากับพระองค์เลย พระองค์ผู้ทรงประทับในพระวิหาร ในชีวิตของกันและกัน ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าให้ลูกตัดสินใจผิดในการเลือกนี้เลย แม้ลูกจะเป็นทุกอย่างเพื่อทุกคนก็เถอะ ขออย่าให้ลูกลืมไปว่า สิ่งที่สำคัญคือ ลูกเป็นลูกของพระองค์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฟป 2:5-11 / ลก 14:15-24
พระเยซูเจ้าได้ทรงรับเชิญไปร่วมรับประทานอาหารในวันสับบาโต ที่บ้านของฟาริสีคนหนึ่ง พระองค์ได้ตรัสเรื่องการสอนเรื่องความสุภาพถ่อมตน ที่โต๊ะอาหาร (ลก 14:7-14) เกี่ยวกับนิทานเปรียบเทียบเรื่องการจัดงานเลี้ยง เหมือนกับเรื่องพระราชัยของพระเป็นเจ้า ในเรื่องนี้ บรรดาแขกที่ได้รับเชิญได้ปฏิเสธที่จะมาในงานเลี้ยง ดังนั้น เจ้าภาพได้สั่งให้บรรดาคนรับใช้ให้นำ “คนยากจน คนพิการ คนตาบอด และคนง่อยเข้ามาที่นี่เถิด” บรรดาคนที่โชคร้ายเหล่านี้ ได้ตอบสนองด้วยความกระตือรือร้น แต่ยังมีที่ว่างบนโต๊ะ ดังนั้น เจ้าภาพได้ส่งบรรดาคนใช้ไปยังเมืองไกล เพื่อเชื้อเชิญแขกให้เข้ามาในห้องจัดงานเลี้ยง นิทานเปรียบเทียบสอดคล้องกับพันธกิจของพระเยซูเจ้า บรรดาผู้ที่ได้รับเชิญกลุ่มแรกได้ปฏิเสธการเรียกของพระองค์ ดังนั้น พระองค์ได้หันความสนใจไปยังบรรดาคนต่างชาติ ซึ่งอาจจะตอบรับการเชื้อเชิญของพระองค์...มีอะไรบ้าง ที่ขัดขวางเราไม่ให้เข้าไปร่วมในกลุ่มคริสตชนของพระเป็นเจ้า...ข้าแต่พระเยซูจ้า โปรดช่วยเหลือลูกให้ตอบสนองการเรียกของพระองค์ทุกวัน
“การรับประทานขนมปังในพระราชัยของเมืองสวรรค์”มีความหมายว่าอะไร? ในสมัยโบราณ การเชื้อเชิญให้มารับขนมปังที่โต๊ะอาหารเย็น เป็นการแสดงถึงมิตรภาพที่สนิทสนมกันมาก เพื่อนคนใดที่ได้รับเชิญจากท่าน ได้แสดงความไว้วางใจในตัวท่านบ้าง? การจัดงานเลี้ยงที่ใหญ่โต ประกอบด้วยอาหารนานาชนิด และมีแขกและผู้รับเชิญจำนวนมาก ภาพของพระราชัยสวรรค์ตามพระคัมภีร์ที่งดงามที่สุด คือ การจัดงานมงคลสมรส ที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงจัดขึ้น สำหรับพระโอรสและมิตรสหาย เราแต่ละคนได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมรับประทานในงานเลี้ยงที่สำคัญที่สุด ในหนังสือวิวรณ์ ที่เป็นหนังสือฉบับสุดท้ายของพระคัมภีร์ ได้จบลงด้วยการเชื้อเชิญให้มารับประทานอาหารของลูกแกะ พร้อมกับเจ้าสาว คือ พระศาสนจักรว่า “พระจิตเจ้าตรัสพร้อมกับเจ้าสาวของลูกแกะว่า ‘เชิญเสด็จมาเถิด’ผู้ฟังจงทูลว่า ‘เชิญเสด็จมาเถิด ผู้กระหายจงเข้ามา ผู้ที่ต้องการน้ำแห่งชีวิต จงดื่มน้ำนั้น โดยไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายใดๆ ”(วว 22:17).

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view