สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

💞บางครั้ง....
ความสงบสุขก็อยู่ไม่ไกลเลย
เพียงแต่ปล่อยอดีตให้เป็นอดีต
และหันมาขอบพระคุณพระเจ้า
สำหรับ.....ปัจจุบัน.....ที่มีอยู่

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 7 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/zPBeYHahUQ8

☀ Morning Has Broken
http://youtu.be/wToxfFJAn_s

🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
ฟป 2:12-18
ลก 14:25-33
 
พระเยซูเจ้าทรงย้ำกับ ผู้ที่กำลังติดตามพระองค์...
ให้คิดดี ๆ เพราะหนทางของการติดตามนั้น จำเป็นต้อง
“รัก”..พระองค์ก่อนสิ่งอื่นใด และบางครั้งจำเป็นที่จะต้อง
ยอมสู้ทน เพื่อก้าวผ่านหนทางที่ยากลำบาก
 
นักบุญเปาโล แนะนำ เพื่อจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ติดตามที่คู่ควรของพระเจ้า
เป็นแสงสว่างท่ามกลางโลกที่คดโกง เอารัดเอาเปรียบ
จงยึดพระวาจาแห่งชีวิต...ทำดี...โดยไม่ต้องบ่น..หรือโต้เถียง
ขอเพียงทำอย่างซื่อสัตย์ มั่นคง
 
หมายเหตุ..
การติดตามอะไรสักอย่าง....ใครสักคน
พร้อมกับ เรียนรู้ที่จะ...
“พอใจ” กับสิ่งที่มี  แล้วยินดี ในสิ่งที่เป็น
เพื่อ “เห็นคุณค่า” ในสิ่งที่เลือก
แค่นี้ชีวิตก็คง.. “สุข” แล้ว

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“รักเรามากกว่า...” (ลก 14:25-33) 

คนที่บอกว่ารักพ่อแม่

ใช่ว่าเขาจะเป็นคนดีจริงๆ

แต่คนที่รักพระเจ้าจริงๆ

มีใครไหมที่เกลียดชังบิดามารดาของตน

แต่นั่นหมายความว่า...

ความรักต่อพระเจ้าคือที่มาของความดีทั้งมวล

วันนี้ ฉันรักใครมากกว่า

ฉันรักพระเจ้าจริงๆ หรือเปล่า

หากฉันรักพระเจ้าจริงๆ แล้วนั้น

ความเกลียดชัง ความบาป และความไม่ดีทั้งมวล

ก็ไม่อาจมาจากตัวฉัน...

ว่าแต่ว่า ... วันนี้ฉันรักใครมากกว่า...

________________

อ่านพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ นี่อาจจะเป็นเรื่องของการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุด แม้ว่าจะมีคำเปรียบเทียบ มากกว่า หรือ น้อยกว่า... ระหว่างพระเจ้าและบิดามารดา และฉันต้องรักใครมากกว่า... ความรู้สึกทางกายภาพ ในความสัมพันธ์ของครอบครัว เราอาจจะบอกว่า ทำไมพระเยซูเจ้าสอนแบบนี้ เหมือนว่าจะต้องให้พระองค์มาก่อนใครๆ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องจริง เพราะคนที่เป็นคริสตชน พระเจ้าต้องมาเป็นที่หนึ่งแน่ๆ และสิ่งอื่นๆ จะตามมาในความดีของพระเจ้า

การที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “ผู้ใดติดตามเรา โดยไม่รักเรามากกว่าบิดามารดา ภรรยา บุตร และพี่น้องชายหญิง และแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง ผู้นั้นเป็นศิษย์ของเราไม่ได้ ผู้ใดไม่แบกกางเขนของตน และติดตามเรา ผู้นั้นก็เป็นศิษย์ของเราไม่ได้ด้วยเช่นเดียวกัน...” เปล่าเลยครับ พระวาจาของพระเจ้าตอนนี้ไม่ได้หมายความให้เราทอดทิ้งทุกอย่างและไปติดตามคนๆ เดียว... พี่น้องที่รักครับ ผมย้ำเตือนพี่น้องบ่อยๆ ในวันเหล่านี้ว่า พระเจ้าเป็นความดีบริบูรณ์ พระองค์ไม่ต้องการการเติมเต็มอะไรจากเรา พระเจ้าของเราประทานพระพรให้เรา โดยที่พระองค์ไม่จำเป็นต้องได้รับการขอบพระคุณ หรือได้รับสิ่งใดๆ จากเราเลย และเราเองด้วย เราก็ไม่มีอะไรที่จะถวายแด่พระองค์ได้เลย... ดังนั้น นั่นหมายความว่า เราจะรักพระเจ้าหรือไม่นั้น พระองค์เหมือนเดิมครับ พระองคืไม่ได้ยิ่งใหญ่มากขึ้นหรือน้อยลง เพราะการที่เรารักพระองค์หรือไม่รักพระองค์เท่านั้น แต่พระเจ้ายังคงเดิมเสมอ ให้เราได้รับพระพรที่เอ่อล้นมาจากความรักของพระองค์

เอาล่ะครับ... หลายคนค้านว่า คำสอนนี้มันยังไงๆ นะ ให้รักพระเจ้ามากกว่าบิดามารดา... นี่คือการไตร่ตรอง ไม่ใช่การถกเถียงว่าควรรักใครมากกว่า แต่นี่คือการไตร่ตรองที่นำมาซึ่งทางเลือกที่เป็นท่อธารแห่งความดี และเรามั่นใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีงามต้องมาจากท่อธารแห่งความดี... พี่น้องที่รักครับ ลองไตร่ตรองดูนะครับ หากท่อธารแห่งความดีทั้งมวลอยู่ในพระเจ้า การเลือกให้พระองค์ต้องมาเป็นที่หนึ่งในชีวิตของเรานั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องมิใช่หรือ...

หากจะมองเชิงเปรียบเทียบ เราอาจจะไตร่ตรองอีกก็ได้ว่า... การที่เราอ้างว่าเรารักบิดามารดา ถามกันจริงๆ ว่า เรารักท่านจริงๆ หรือเปล่า เรารักท่านมากพอในชีวิตจริงๆ หรือเปล่า หรือเรารักในความรู้สึกที่ท่านเป็นผู้ให้กำเนิดเราเท่านั้น เป็นรักในธรรมเนียม รักแบบที่ใครๆ เขาพูดกัน ไม่ใช่รักแบบที่ใครๆ เขาก็รัก แต่แบบที่เขาพูด คืออาจจะเป็นเพียงวาจาเท่านั้น... แต่อีกมุมหนึ่ง หากเราเลือกที่จะรักพระเจ้าเหนือสิ่งอื่นใดแล้ว พี่น้องที่รักครับ นั่นคือการเลือกรักองค์ความรัก องค์ความดีสูงสุด เพราะคนที่รักพระเจ้าที่สุด ย่อมไม่มีใครเกลียดชังบิดามารดา แต่เขาก็จะรักบิดามารดา สามีภรรยา บุตร พี้น้องชายหญิงของตนด้วยมิใช่หรือ...

คนที่รักบิดามารดา โดยที่ไม่รักพระเจ้า ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ไม่มีความดี ความจริงเที่ยงแท้ในชีวิต ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงข้ออ้าง และที่สุด ก็เป็นการกระทำเพื่อตนเองทั้งสิ้น ไม่ใช่ แม้สิ่งที่เรียกว่าความรักต่อบิดามารดา เพราะความรักไม่เคยนำความเสียหายและความบาปมาให้ แต่ความรักคือท่อธารแห่งความดี หากเราเลือกรักบิดามารดาก่อน เราอาจจะทำหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เป็นข้ออ้างจากความรักต่อท่าน แต่ทว่า “เป้าหมายที่ชอบธรรม ไม่ได้ทำให้กระบวนการชอบธรรม” คนที่รักพ่อแม่ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นคนดี เพราะแม้โจรก็รักพ่อแม่ไม่ใช่หรือ... 

แต่ในทางกลับกัน คนที่เลือกให้พระเจ้ามาก่อน เขาย่อมรักบิดามารดาไม่น้อยเลย... พระบัญญัติของพระเจ้าเอง ในข้อแรกของส่วนที่เกี่ยวกับมนุษย์นั้น เริ่มที่ “จงนับถือบิดามารดา” มิใช่หรือ และนอกจากนั้น เรายังมีคำสอนมากมายที่พระเจ้าทรงสอนให้เรารักบิดามารดา... พี่น้องที่รัก ดังนั้น จึงไม่ผิดหรอก นั่นเป็นคำสอนที่ถูกต้องที่สุดแล้วล่ะครับ หากเรารักพระเจ้าจริงๆ แล้ว เราต้องตอบแทนรักพระองค์ “ผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา” นั่นคือคนที่มีพระเจ้าจริงๆ นั้น เขาก็เดินบนหนทางแห่งความชอบธรรมเสมอ เขารักทุกๆ คน เขาเป็นคนดีจริงๆ จากท่อธารแห่งความรักและความดีที่เขามีต่อพระเจ้า

ดังนั้น พี่น้องที่รัก พระวาจาของพระเจ้าที่ผมไตร่ตรองในเช้าวันนี้และแบ่งปันมาสู่พี่น้องนี้ ผมมั่นใจครับว่า การเลือกให้พระเจ้ามาก่อน คือการเลือกรับแสงสว่างแห่งความจริงและความดี นำเราไปสู่ความชอบธรรมทั้งปวง และนี่คือการเลือกที่ไม่ผิดพลาดแน่ๆ ขอเพียงเราอย่าได้รักพระองค์แต่ปากเท่านั้น แต่ให้เรารักพระองค์จากใจจริง ดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระองค์ หลังจากนี้ เราก็ไม่อาจเกลียดใครๆ เลยมิใช่หรือ เราก็ไม่อาจจะทำร้ายใครได้เลยมิใช่หรือ คือเราไม่อาจจะตกในบาปเลยมิใช่หรือ... แต่วันนี้ ฉันรักพระเจ้าเพียงใด

ข้าแต่พระเจ้า ความรักต่อพระองค์คือธรรมบัญญัติสูงสุด คนที่รักพระองค์ จะไม่มีความเกลียดชังอยู่ในเขาเลย... พระเจ้าข้า แม้สิ่งเหล่านี้จะยังไม่สำเร็จในชีวิตที่พยายามทุกวันของลูก แต่ลูกจะไม่เลิกที่จะรักพระองค์นะ เพราะความรักต่อพระองค์ คือคำตอบของทุกคำถาม ว่าลูกควรรักอย่างไร เพื่อสมจะเป็นลูกของพระองค์จริงๆ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฟป 2:12-18 / ลก 14:25-33
ขณะที่พระเยซูเจ้ากำลังดำเนินไปยังกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ได้ถามบรรดาผู้ที่ติดตามพระองค์ให้พิจารณาว่า พวกเขาเตรียมพร้อม ที่จะเดินทางไปพร้อมกับพระองค์หรือไม่? พวกเขายินดีที่จะสละละทุกสิ่งแม้แต่ความสัมพันธ์ส่วนตัว ที่อาจจะขัดขวางการติดตามพระองค์ไปหรือไม่? พระองค์ได้ขอร้องให้พวกเขาพิจารณาอย่างระมัดระวัง เกี่ยวกับข้อเรียกร้องเหล่านี้ ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจอุทิศตัวเพื่อติดตามพระองค์ พระองค์ได้ยกตัวอย่างสองตัวอย่าง เพื่อจะอธิบายว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้าง ตัวอย่างที่หนึ่ง คนก่อสร้างจะต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆก่อนจะลงมือก่อสร้าง มิฉะนั้น ก็อาจจะทำงานไม่สำเร็จ ตัวอย่างที่สอง เป็นความจำเป็นที่ผู้นำ จะต้องชั่งน้ำหนักว่า กองทัพมีกำลังเพียงพอหรือไม่ ก่อนที่จะเข้าสู่สงคราม มิฉะนั้นก็อาจจะพ่ายแพ้ มีแต่ผู้ที่ได้เตรียมตัวอย่างดีเท่านั้น จึงจะสามารถติดตามพระเยซูเจ้าไปได้ เพี่อแบกกางเขนที่คอยอยู่ข้างหน้า
ทำไมพระเยซูเจ้าจึงบอกเราให้ “เกลียด”ครอบครัวและแม้แต่ตัวเราเอง (ลก 14:22) ? “เกลียด”ในภาษาพระคัมภีร์หมายถึง “ชอบน้อยกว่า” พระองค์ทรงใช้คำที่ค่อนข้างรุนแรง เพื่อทำให้ชัดเจนว่า ไม่มีสิ่งใดอยู่เหนือพระเป็นเจ้า พระบิดาเจ้าสวรรค์ได้ทรงสร้างเราขึ้นมา ตามพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ เพื่อเราจะได้เป็นบุตรชายหญิงอันเป็นที่รักของพระองค์ พระองค์รักเราเป็นอันดับแรก และดูแลสวัสดิภาพและความสุขของเรา ความรักที่เรามีต่อพระองค์นั้น จะต้องเป็นการตอบสนองความรักและความใจดี ที่พระองค์มีต่อเรา ความรักที่แท้จริงมีค่า เพราะไม่ต้องการผลตอบแทนจากคนที่ตนรัก พระบิดาเจ้าทรงประทานพระบุตรแต่องค์เดียวให้แก่เรา คือ พระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งยินดีสละชีวิตของพระองค์ โดยยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อเป็นสินไถ่บาปของเรา การยอมพลีชีพรับความตายนำการอภัยและการบำบัดรักษา ทำให้เรามีชีวิตในพระจิตเจ้า และสันติสุขกับพระเป็นเจ้า...เราเตรียมพร้อมที่จะเสียสละ เพื่อการประกาศพระวรสารหรือไม่? ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้ลูกมีพละกำลัง เพื่อติดตามพระองค์ด้วยความซื่อสัตย์

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view