สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2018 ระลึกถึงนักบุญเลโอ พระสันตะปาปา และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2018 ระลึกถึงนักบุญเลโอ พระสันตะปาปา และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

🍎ขอบพระคุณพระเจ้า...
สำหรับ "วันนี้"
เพราะทุกวันก็คือ วันพิเศษ
การมีชีวิตอยู่ก็คือ "พระพร"

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2018
ระลึกถึงนักบุญเลโอ พระสันตะปาปา
และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
https://www.youtube.com/watch?v=3zhg0taxZb0

🌷 In His Hands
http://youtu.be/wlxURaitWlI

🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2018
ระลึกถึงนักบุญเลโอ พระสันตะปาปา
และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
อ่าน
ฟป 4:10-19
ลก 16:9-15
 
พระเยซูเจ้าสอนศิษย์ ให้เข้าใจว่า สำหรับพระเจ้าแล้ว
เงินทอง ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด เพราะคุณค่าของมนุษย์ อยู่ที่ความซื่อสัตย์
ในการจัดการทรัพย์สินที่มี.... “ว่ามีเพื่ออะไร ใช้มันอย่างไร”...
 
นักบุญเปาโล ใช้ทรัพย์สมบัติ ส่ิงของท่ีมี อย่างซื่อสัตย์
ในการแบ่งปัน  เพื่อสร้างมิตร แล้วเรียนรู้ที่จะพอใจในสภาพของตน
ไม่ว่ายามที่มั่งมี หรือขัดสน จนสามารถพร้อมที่จะเผชิญกับทุกสิ่งในทุกกรณี
และที่สุด ท่านกลับกลายเป็นผู้ที่มีอย่างเหลือเฟือ..ผ่านทาง..
มิตรสหาย ที่ห่วงใยท่าน

ด้วยบุคลิกของการเป็นนักจัดการ
ผสานสัมพันธ์ที่ดีของท่านนักบุญเลโอ 
ทำให้ท่านเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ 
ในการประชุมสภาสังคายนาที่เมืองคัลเชโดเนีย ปี 451
และในปี 452 ได้มีส่วนสำคัญในการช่วยกรุงโรม
ให้รอดพ้นจากการรุกรานของผู้ที่มาเบียดเบียน
 
หมายเหตุ..
เมื่อใด...ใจเริ่มที่จะไม่ซื่อสัตย์ในสิ่งเล็กน้อย
เรื่องใหญ่ ๆ ก็จะคล้อยตามมา
พาให้ไม่ซื่อสัตย์เช่นเดียวกัน

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“รับใช้พระเจ้าและเงินทองพร้อมกันไม่ได้...” (ลก 16:9-15) 

เพียงรับใช้พระเจ้า

วางใจในพระองค์

ฉันจึงพบว่า...

พระเจ้านั้นดีกว่าทุกสิ่งที่ฉันมี

และนี่คือความสุขที่ไม่มีใครแย่งชิงไปจากฉันได้

แต่ อะไรกันแน่ที่เป็นความสุขของฉัน

เงินทองที่สักวันก็สูญสิ้นไป

กับพระเจ้าผู้ทรงเป็นนิรันดร์

ฉันคงต้องตอบอย่างชัดเจน

ว่าฉันเลือกอะไร

เมื่อฉันไม่สามารถรับใช้พระเจ้าและเงินทองพร้อมกันได้.

________________

“ข้าพเจ้าชื่นชมในองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นอย่างยิ่ง” (บทอ่านที่หนึ่ง ฟป 4:10-19) นี่คงเป็นสิ่งเดียวกันที่ผมต้องรู้สึกของคุณและชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย วันนี้อาจจะเป็นวันที่อบอุ่นที่สุด วันเหล่านี้ คือวันที่ผมต้องขอบคุณพระเจ้าที่สุดจริงๆ เพราะเพียงเท่านี้ ก็มากพอแล้วสำหรับเหตุผลที่จะขอบคุณพระองค์ และชื่นชมยินดีในพระองค์... ท่ามกลางบรรยากาศของการซ่อมแซมบ้าน ระบบประปาที่ต้องรีบทำให้เสร็จ เพราะไม่มีน้ำใช้มานานแล้ว จนได้น้ำใช้ในบางจุดของบ้านก่อน ได้น้ำให้สัตบุรุษใช้ในห้องน้ำเมื่อมาวัดวันอาทิตย์ก่อน และจากนั้น ก็ต้องทิ้งงานทุกสิ่ง เพื่ออภิบาลสัตบุรุษในบรรยากาศของงานศพอีกสองงาน ท่ามกลางฝนตกกระหน่ำในช่วงนี้ น้ำก็ท่วม ขับรถไม่ง่ายเลย อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์หลายๆตัวที่สกปรกเพราะสภาพดินฟ้าอากาศ และต้องซักล้างครั้งต่อครั้ง ไฟฟ้าดับ การต้องอยู่ท่ามกลางสายฝนบ้าง เปียกบ้าง นำความเจ็บไข้ได้ป่วยมาบ้าง เพราะอากาศที่เปลี่ยนแปลง ท่ามกลางอุปสรรคมากมายในวันเหล่านี้ และงานที่ต้องทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องจัดลำดับความสำคัญดีๆ เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ในบรรยากาศที่ไม่ง่ายนี้ กลับเป็นช่วงเวลาที่ผมต้องขอบคุณพระเจ้าจริงๆ เพราะเมื่อจบวันในแต่ละวัน “เพียงพอ” แล้วครับ ทุกอย่างพอเพียงและพอดีๆ  แต่ผมยังมีโอกาสทำสิ่งดีๆ เพื่อคนอื่นๆ ทำสิ่งดีๆ มากมายเพื่อใครหลายๆ คน ... 

ความรู้สึกอัดอั้นในใจนี้ ไม่ใช่ว่ามันจะราบเรียบในใจผมนะครับ ผมยอมรับแบบไม่อายพี่น้องเลยครับ เพราะผมเองก็มีความอ่อนแอตามประสามนุษย์เช่นกัน ผมยังไม่ใช่นักบุญครับ ... มีเหมือนกันครับ บางครั้งก็ถามจนเองเหมือนกัน ทำไมเรื่องราวแบบนี้มันต้องมาเกิดขึ้นเวลานี้ด้วย เกิดขึ้นพร้อมๆ กันในจังหวะของชีวิตของผมแบบนี้ด้วย เหมือนจะไม่ให้ผมได้พักผ่อนเลยหรือ เหมือนจะไม่ให้ผมว่างเลยจริงๆ แต่มันมีเรื่องยุ่งๆ ให้ต้องทำตลอดเวลาเลย... จนมาได้พบบรรยากาศในชีวิตของธรรมทูตแบบนักบุญเปาโลที่ท่านเขียนใจจดหมายถึงชาวฟิลิปปีวันนี้ ผมคงต้องชื่นชมและขอบคุณท่านด้วย ในชีวิตธรรมทูตที่ท่านได้เทศน์สอนและให้แบบอย่าง การเรียนรู้ที่จะพอใจในสภาพของตน รู้จักมีชีวิตอย่างอดออม ชีวิตอย่างอุดมสมบูรณ์ เผชิญกับทุกสิ่งและทุกกรณี เผชิญกับความอิ่มท้องและความหิวโหย เผชิญกับความมั่งคั่งและความขัดสน... และจริงๆ ครับ “ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้ ในพระองค์ผู้ทรงประทานพละกำลังแก่ข้าพเจ้า” เพราะแม้ไม่ค่อยสบายแต่ก็ไปไหว... แม้อากาศฝนฟ้าจะเป็นอย่างไร ก็ไม่มีอะไรยากเกินไปที่จะรัก เพราะองค์ความรักทรงเสริมกำลังรักในหัวใจ ฉันจึงทำทุกสิ่งได้ในพระองค์

“รับใช้พระเจ้าและเงินทองพร้อมกันไม่ได้...” (ลก 16:9-15) เพราะเมื่อมีเงินทอง เราอาจจะไม่เคยพอเพียง แต่มีพระเจ้า เราก็เพียงพอและพอเพียงเสมอ รับใช้พระเจ้าจึงดีกว่ารับใช้เงินทอง ที่ไม่ได้ให้อะไรที่จีรังยั่งยืนกับชีวิตเลย วางอะไรไม่ได้เลย... แต่ในพระเจ้าเท่านั้นที่ฉันสุขใจ และไม่ขาดสิ่งใด ฉันไม่จำเป็นต้องมีอะไรเหลือมากมายนัก แต่ฉันกลับไม่เคยขาดสิ่งจำเป็นใดๆ เพื่อเจริญชีวิตรับใช้พระเจ้าและเพื่อนพี่น้องอย่างเพียงพอและพอเพียง

พี่น้องที่รักครับ พระวรสารวันนี้ สิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ตรัส กับแบบอย่างชีวิตของนักบุญเปาโลคงสอนเราได้เป็นอย่างดีใช่ไหมครับ ชีวิตที่เลือกพระเจ้า เป็นชีวิตที่สามารถเผชิญทุกสถานการด้วยความสุขและความยินดี เราไม่ได้พบความยากลำบากที่เกินกำลัง เราไม่ได้พบแต่ความยากไร้ แต่ในทุกสถานการณ์ หากเราเรียนรู้และสัมผัสได้ว่า พระเจ้าทรงประทับอยู่เคียงข้างเสมอ และหากเราเลือกพระองค์มาก่อนในชีวิตของเรา เราก็มีทุกสิ่ง มีเวลามากมาย มีความเพียงพอและพอเพียง ที่จะมีชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ว่าสถานการณ์ของชีวิตเราจะเป็นอย่างไร... และความสุขเช่นที่นักบุญเปาโลมีประสบการณ์นี้ ผมกำลังมีประสบการณ์เดียวกัน ... พี่น้องล่ะครับ เราแต่ละคนมีพระเจ้าเป็นผู้เสริมกำลัง เราเลือกพระองค์ไว้เป็นที่หนึ่งในชีวิตของเราหรือเปล่า และดังนั้น ความสุขในทุกสถานการแห่งชีวิต จะเป็นสิ่งที่อยู่ไม่ไกลเกินจริง เมื่อพระเจ้าทรงประทับอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ และอยู่กับฉันเสมอ

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ประทานความเชื่อเช่นนี้ให้ลูกเสมอไปเถิด เพราะเพียงมีพระองค์เท่านั้น ลูกจะพอเพียงและเพียงพอ... และเท่านี้ ลูกก็สุขใจที่สุดแล้วในทุกนาทีของชีวิต ไม่ว่าสถานการจะเป็นเช่นใด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฟป 4:10-19 / ลก 16:9-15
พระเยซูเจ้าได้สอนบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ว่า สิ่งดีดีจะต้องนำไปไช้ เพื่อสร้างพระราชัยของพระเป็นเจ้าบนโลกนี้ ประโยคที่ว่า การเป็นเพื่อนกับทรัพย์สมบัติที่ไม่ซื่อสัตย์ มีความหมายว่า การทำงานกับทรัพย์สมบัติที่เป็นวัตถุ พระเยซูเจ้าได้บอกบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ให้ซื่อสัตย์และมีความจริงใจในการทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก ถ้าพวกเขาไม่ได้รับความไว้วางใจในเรื่องวัตถุ พวกเขาจะได้รับความไว้วางใจในเรื่องฝ่ายจิตใจที่ใหญ่โตขึ้นได้อย่างไร? พระเยซูเจ้าจึงได้เตือนคนที่ให้คุณค่าตรงกันข้ามกับที่ได้กล่าวมา พระองค์ได้เตือนพวกเขาว่าสิ่งต่างๆฝ่ายโลกนี้ สามารถนำไปสู่ความไม่ซื่อสัตย์และความโลภได้ ดังนั้นคนๆนั้นจะจบลงด้วยการถูกครอบงำด้วยทรัพย์สมบัติที่มี ไม่มีใครสามารถเป็นทาสของพระเป็นเจ้า และเป็นทาศของวัตถุในเวลาเดียวกัน...ท่านรับใช้พระเป็นเจ้าหรือวัตถุ?...”ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยลูกให้มีความคิดที่สมดุล ในการใช้วัตถุฝ่ายโลกนี้”
พระศาสนจักรระลึกถึงนักบุญพระสันตะปาปาเลโอองค์ใหญ่ และนักปราชญ์ของพระศาสนจักร ท่านดำรงตำแหน่งระหว่างปี 440-461 ในช่วงที่อัตติลาชาวฮั่นได้บุกรุกเข้ามา เมื่ออัตติลาเดินทางเข้ามาในกรุงโรม พระสันตะปาปาเลโอได้ออกไปพบ และขอร้องให้เขาถอยทัพกลับไป ขณะทีพระองค์กำลังตรัส อัตติลาได้มองเห็นภาพคนที่แต่งตัวชุดพระสงฆ์ กำลังถือดาบ และกำลังจะทำร้ายผู้รุกราน ถ้าไม่นบนอบพระสันตะปาปา เนื่องจากพระสันตะปาปามีความศรัทธาต่อนักบุญเปโตร จึงเชื่อกันว่าคนที่แต่งตัวชุดพระสงฆ์นั้นคือฝ่ายตรงข้ากับพวกฮั่น และเมื่อเยนเซริคได้จู่โจมเข้าตีกรุงโรม ความศักดิ์สิทธิ์และวาทะศิลป์ของพระสันตะปาปาเลโอได้ช่วยให้กรุงโรมพ้นภัยอีกครั้งหนึ่ง พระสันตะปาปาเลโอได้เรียกประชุมสังคายนาแห่งคัลเชดอน ที่ได้ประณามเฮเรติ๊คต่างๆในสมัยนั้น พระองค์ได้เขียนจดหมายและบทเทศน์ ที่ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ และจากข้อเขียนเหล่านี้ พระสันตะปาปาเลโอ จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักรในปี 1574.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/yR_m-Ga2MbE

view