สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

🍓องค์พระผู้เป็นเจ้า
ทรงมีแผนการอันยิ่งใหญ่
สำหรับทุกก้าวสั้นๆของเราเสมอ
จงเดินในสันติสุขเถิด

📚 บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=joRtwuj3zM8

🌷Give them all to Jesus
https://youtu.be/6k5DKcmKAwI

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
1พกษ 17:10-16
ฮบ 9:24-28
มก 12:38-44

เมื่อเห็นฟาริสี ทำดีเพื่อเอาหน้า แสวงหาคำชื่นชม
พระเยซูเจ้า จึงสอนบรรดาศิษย์ ด้วยการชี้ให้ดู
หญิงม่ายยากจน ซึ่งทำทาน ด้วยการให้ทั้งหมดที่มี
เพื่อชี้ให้เห็น คุณค่าของ “การให้”
ว่าไม่ได้อยู่ที่ให้เท่าไหร่ แต่อยู่ที่ใจว่า “ให้อย่างไร”

เมื่อหญิงม่ายยากจนที่เมืองศาเรฟัท
ทำตามคำแนะนำของ ประกาศกเอลียาห์
ด้วยการแบ่งสิ่งที่ตนมี เพื่อเลี้ยงชีพ ให้กับผู้ที่มีความต้องการ
พระเจ้าทรงทำให้นางและครอบครัว มีกินไม่ขาด

นักบุญเปาโล ตอกย้ำ...
การถวายบูชาเพียงครั้งเดียวของพระเยซูเจ้า
ด้วยเลือด ของพระองค์เอง พระเจ้าทรงทำให้
คุณค่าของการถวายนี้เกิดผล ที่ยั่งยืน
ด้วยการประทานความรอดสำหรับ ผู้ที่เฝ้าคอย

หมายเหตุ..
คุณค่าของ “การให้” ไม่ได้อยู่ที่ว่า
ให้แค่ไหน แต่มันอยู่ที่ใจ
ว่า “ให้อย่างไร”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“หญิงม่ายยากจนคนนี้ได้ทำทานมากกว่าทุกคน...” (มก 12:38-44) 

เพราะชีวิตที่เป็นทาน

คือทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ชีวิตที่เป็นพระพรของพระเจ้า

หาใช่เพราะความดีใดๆ ของข้ารับใช้ของพระองค์ไม่

และดังนี้ ข้ารับใช้คนใดเล่า...

จะสามารถกอบโกยไว้เพื่อตนเอง และไม่แบ่งปันกับพี่น้องเลย

บนกางเขน คือการให้จนหมดสิ้น

ไม่ใช่เศษๆ ของพระเจ้า

แต่คือชีวิตของพระองค์ทั้งหมดเพื่อเรา

คิดอะไรบ้างไหม...วิญญาณข้าฯ เอ๋ย...

________________

พระวาจาของพระเจ้าเช้าวันอาทิตย์สัปดาห์ที่สามสิบสองนี้ เหมือนเตือนใจผมก่อนใครอื่นเลย พระองค์ตรัสถึงพวกชอบสวมเสื้อยาวเดินไปเดินมา คนคำนับทักทาย ยกมือไหว้ มีที่นั่งแถวหน้าเสมอๆ ในงานต่างๆ ชอบกินบ้านหญิงม่าย อธิษฐานภาวนาให้คนอื่นมอง... เป็นนัยเหมือนกับพวกสมณะในพระวิหาร หรือพระสงฆ์อย่างผมไม่ผิดกันเลย... พระองค์เตือนว่าพฤติกรรมเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ต้องระวัง เพราะพระเจ้าล่วงรู้จิตใจของมนุษย์ทุกคน

สิ่งนี้ทำให้ผมมองกลับมาที่งานอภิบาลของผม และถามตนเองว่า ผมทำสิ่งเหล่านั้นเพื่ออะไร เพื่อพระเจ้าหรือเพื่อตนเอง ... ผมต้องการให้คนเขาชื่นชม พ่อเจ้าวัดคนนี้ทำงานดี ออกเยี่ยมอภิบาลเสมอ ดูแลเอาใจใส่คนยากจน ผู้ป่วย ผู้ล่วงลับ... ผมทำสิ่งเหล่านี้เพื่ออะไร เพื่อให้คนชื่นชม หรือเพราะรักพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง... คำหนึ่งที่พระเยซูเจ้าได้ตรัส และสะท้านใจผมจริงๆ ... “กินบ้านของหญิงม่าย” การไปกินข้าวที่บ้านของสัตบุรุษ บางครั้งบางบ้านเขายากจน และจริงๆ แล้ว เขาไม่มีอะไรจะกินกันนักหรอก... แต่หากพระสงฆ์ไป บางที สิ่งที่น่าไตร่ตรองคือ เขาเอาสิ่งดีๆ เหล่านั้นมาจากไหน เพื่อถวายพระสงฆ์ ทั้งที่หลายครั้ง เขาก็แทบไม่มีอะไรจะกินในวันนั้น... พระเยซูเจ้าตรัส “กินบ้านหญิงม่าย” โอ้ เจ็บจริงๆ เพราะเขายากจนอยู่แล้ว แต่เราก็ไปทำให้เขาลำบากอีก... สิ่งนี้สะท้านใจผมจริงๆ สอนผมเสมอว่า ไปเยี่ยมอภิบาล ไม่ใช่ไปกินข้าว ไม่ใช่ไปบอกบุญ เรารับมากมายแล้วจากสัตบุรุษของเรา พอแล้วครับ การมีชีวิตอยู่ร่วมกัน แบบครอบครัวแห่งสวรรค์ คงไม่ใช่ภาพเช่นนั้น... 

และนี่เอง คือเหตุผลที่ผมชอบไปเยี่ยมอภิบาลลูกๆ ของผมแบบไม่บอกล่วงหน้าครับ ไม่ไประหว่างมื้ออาหารด้วย... เพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกๆ ของผมเตรียมด้วยความยากลำบาก วุ่นวายไปหมด ผมไม่กลัวครับว่าเขาพร้อมหรือเปล่า หากไม่พร้อม ผมเพียงได้ไปเยี่ยม พบไม่พบก็ไม่เป็นไร ขอเพียงได้ไปเยี่ยมอย่างที่พระเยซูเจ้าไปเยี่ยมบ้านของศักเคียสเท่านั้นก็พอ ขอเพียงได้ไป และอวยพรเขาก็พอแล้ว... บางคนบอกว่า หากเป็นเช่นนั้น เดี๋ยวคุณพ่อไม่เจอนะ... ผมก็บอกว่า ไม่เป็นไร เพราะพ่อจะไม่มาครั้งเดียว แต่จะมาเสมอๆ หากพ่อมาสิบครั้งไม่พบเลย นั่นคืองานของพ่อแล้วล่ะ ลูกๆ ของพ่อไปไหน เป็นอย่างไร พ่อของลูกคงไม่เฉยเมยไม่คิดอะไรแน่ๆ แต่คงต้องมีอะไรให้ต้องไตร่ตรองต่อไปแน่นอน... แต่ไม่ครับ “ไม่กินบ้านสัตบุรุษ” เพราะบางทีเขาก็ยากจนแทบไม่มีอะไรกินอยู่แล้ว อีกอย่างหนึ่งคือ ทุกคนต้องทำงานครับ นักบวช พระสงฆ์อย่างผมต้องทำงานด้วยเช่นกัน แต่การไปเยี่ยมอภิบาล คือชีวิตที่พระเจ้าประทานมาเพื่อการแบ่งปันครับ... พี่น้องไม่ต้องเกรงใจนะครับ หากมีพระสงฆ์ไปเยี่ยมอภิบาล ไม่ต้องเตรียมอะไรมากมายให้ผิดปกติ ไม่ต้องจัดงานเลี้ยงหรอก ไม่ต้องเตรียมอาหารมากมาย แต่ในความเป็นจริงนั่นแหละดีที่สุดแล้วครับ... ผมเอง วันนี้ ได้รับการตักเตือนจากพระเยซูเจ้าในเรื่องนี้อีกครั้ง และในความเป็นภราดาน้อย ที่นักบุญฟรันซิสสอนนั้น สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่ต้องระวังจริงๆ...

สัตบุรุษของผม กำลังมองภาพคริสตมาสที่จะมาถึงแล้ว และที่สุด ผมคงต้องอยู่ฉลองคริสตมาสกับพวกเขาอีกครั้งในปีนี้ คงเป็นความคิดนี้เลยครับ ที่เราจะมีงานคริสตมาสในวัดของเรา เราได้รับพระพรจากพระมากมายจริงๆ คริสตมาสปีนี้ น่าจะเป็นช่วงเวลาของความรักและการแบ่งปัน ชีวิตของเราแต่ละคนต้องเป็นทานเพื่อกันและกัน คือแบ่งปันกันและกัน

ภาพของหญิงม่ายในพระวรสารวันนี้ คือแบบอย่างของชีวิตที่เป็นทาน และเป็นทานที่พระเจ้าทรงพอพระทัย เพราะเธอให้โดยความเสียสละจากสิ่งที่ตนมี ไม่ใช่สิ่งที่เหลือใช้แล้ว... ภาพของหญิงม่ายอีกคนหนึ่งในบทอ่านที่หนึ่งสะท้อนภาพของหัวใจที่รักและพร้อมที่จะแบ่งปัน แม้ว่ากำลังยากลำบาก และกำลังจะตายอยู่แล้ว สิ่งที่นางมี คือสิ่งที่นางกำลังเตรียมไว้เพื่อเป็นอาหารมื้อสุดท้ายของนางและลูก นางพูดสะท้านใจจริงๆ... “เราจะกินแล้วเราจะตาย” นั่นหมายความว่า หลังจากนั้น นางจะไม่มีอะไรแล้ว นางและลูกจะตายเพราะไม่มีอาหาร... แต่ว่า การให้ของนาง หัวใจของนางที่เสียสละและแบ่งปัน นางพบว่า ไม่มีอะไรที่จำเป็นหมดไปจากชีวิตของนางเลย

พี่น้องที่รักครับ ผมไม่อาจจะบอกอะไรพี่น้องได้ นอกจากแบ่งปันชีวิตที่มีประสบการณ์กับพระเจ้าในระหว่างสามปีที่ประจวบฯ มันเป็นประสบการณ์เช่นเดียวกับนักบุญเปาโลในบทอ่านที่หนึ่งวานนี้ (เทียบบทไตร่ตรองเมื่อวานนี้) ที่ท่านผ่านหลากหลายสถานการณ์ สุข ทุกข์ ยากลำบาก ยินดี ทุกความรู้สึกในชีวิตมนุษย์ และท่านก็ไม่ขาดอะไร... แรก มันอาจเป็นความเชื่อของผมเพียงน้อยนิด ใช่ว่าจะไม่กังวล มีเหมือนกันครับ แต่วันนี้ ไม่กังวลแล้วครับ มีเท่าไร พอเท่านั้น หากจะตายเพราะไม่มีเงิน ไม่มีอาหาร หรือ เราก็อยู่เท่านั้นพอแล้ว นั่นคือเวลาที่พระเจ้าจะเรียกผมกลับไปครับ ผมจึงมีบรรยากาศในชีวิตสงฆ์ที่สุขบ้าง ลำบากบ้าง แต่ชีวิตที่พอเพียง ทำให้มีความสุขเสมอ และยังมีเหลือมากมายที่จะแบ่งปัน...

ข้าวในหม้อผมไม่เคยหมด อาหารในบ้านผมไม่เคยขาด ชีวิตผู้อภิบาลของผมมีพอเพียงและเพียงพอเสมอ และมักมีเหลือเพื่อแบ่งปันกับคนอื่นๆ ได้ด้วย... หากวันไหนต้องขับรถ หากเป็นงานของพระเจ้า ผมก็ไม่กังวลเรื่องค่าน้ำมัน หากจะต้องไปเยี่ยมอภิบาลสัตบุรุษ พระเจ้าทรงเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้เพื่องานของพระองค์เองครับ วันนี้ผมมีประสบการณ์แบบนี้จริงๆ “เงินมา คืองานเข้าครับ” เพราะช่วงไหน ไม่มีเงิน ผมก็มีโอกาสอยู่วัด ปลูกต้นไม้ ทำความสะอาดบ้าน และแปลกนะ ที่ช่วงนั้น ไม่มีสัตบุรุษป่วย ไม่มีเหตุให้ต้องออกไปแบบฉุกเฉินเลย แต่ในทางตรงข้าม หากช่วงไหน มีคนทำบุญ ผมมองเห็นงานของพระล่วงหน้าได้เลย พระองค์มีอะไรให้ผมทำแน่ๆ สามปีที่ผ่านไป ประสบการณ์กับพระเจ้าของผมเป็นเช่นนั้นจริง...

พี่น้องที่รัก หากยังพอมีที่จะแบ่งปันบ้าง แบ่งปันด้วยหัวใจที่ยินดีเถอะครับ พระเจ้าประทานมาในเวลาที่จำเป็นสำหรับเรา... ผมมั่นใจว่า ในพวกเรา ไม่มีใครยากจนมากจนไม่สามารถแบ่งปัน... วางใจในพระเจ้าเถอะ... พระองค์จะประทานสิ่งที่จำเป็นแก่เราทุกวันเองครับ เท่านี้เอง พี่น้องจะมีความสุขที่สุดแล้วที่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อรักและวางใจในพระองค์

ข้าแต่พระเจ้า พระบิดาของลูก... ที่ลูกมีชีวิตอยู่วันนี้ คือพระเมตตาของพระองค์เท่านั้น ขอพระองค์ทรงโปรดให้ลูกตระหนักรับรู้เสมอว่า ลูกต้องรักและแบ่งปันกับทุกคนด้วยดวงใจยินดี เพราะสิ่งยิ่งใหญ่จากชีวิตพระหรรษทานที่พระองค์ทรงแบ่งปันเพื่อลูกในพระบุตรของพระองค์นั้นมากมายเหลือเกิน

สุขสันต์วันพระเจ้า สุขสันต์วันแห่งครอบครัวของพระองค์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1พกษ17:10-16 / ฮบ 9:24- 28 / มก 12:38-44
ในวันนี้ พระเยซูเจ้าได้กล่าวถึงการปฏิบัติพระศาสนจักร 2 แบบด้วยกัน แบบแรก คือ แบบพวกฟาริสี ที่เสแสร้งสวดภาวนาและใช้ศาสนาเพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง พระเยซูเจ้า พระเยซูเจ้าทรงใช้การปฏิบัติศาสนาดังกล่าว เพื่อประณามเขา แบบที่สอง คือ การปฏิบัติของแม่ม่ายที่ยากจน ที่ตามสายตาของมนุษย์ เธอได้ทำสิ่งที่น่าหัวเราะ แต่สำหรับตัวเธอเองแล้ว เธอยินดีที่จะรับผลของการกระทำ เธอยินดีที่จะเสียสละสิ่งที่จำเป็นสำหรับตัวเธอ พระเยซูเจ้าได้ชมสรรเสริญการกระทำดังกล่าว และชี้ให้บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ทำตาม สิ่งที่เป็นของแท้ หาใช่สิ่งที่มนุษย์จะสังเกตเห็นไม่ ที่จะมีคุณค่าต่อพระเป็นเจ้า เพราะพระองค์ไม่ทรงตัดสินจากสิ่งภายนอก แต่มองดูสิ่งที่อยู่ในใจ (1ซมอ 16:7) พระเยซูเจ้าทรงต้องการให้เราดูตัวเราเองเช่นเดียวกัน ความรอดพ้นไม่ใช่เรื่องของความสำเร็จ และเรื่องที่ปรากฏภายนอกยังเป็นเรื่องที่สำคัญน้อยกว่า ความรอดคือสิ่งที่สอดคล้องระหว่างการกระทำ และสิ่งที่เขามั่นใจ ในทุกสิ่งที่เขากระทำ เป็นต้นในเรื่องของชีวิตฝ่ายจิต มนุษย์ต้องไม่เล่นตลกกับพระเป็นเจ้า นักบุญเปาโลเคยเขียนว่า “อย่าหลอกลวงตัวเอง จะล้อพระเป็นเจ้าเล่นไม่ได้ ใครหว่านสิ่งใดก็ย่อมเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น ” (กท 6:7)
พระเป็นเจ้าทรงขอร้องให้เรามีใจที่บริสุทธิ์ มีความเชื่อที่แท้จริง มีความไว้วางใจที่สมบูรณ์แบบ หญิงคนนี้ไม่มีอะไร เธอเป็นเพียงแม่ม่าย ไม่มีคนช่วยเหลือ และไม่มีเงิน นางเป็นคนยากจน ไม่มีรายได้ ไม่มีหลักประกันในชีวิต อย่างไรก็ตาม นางได้ให้สิ่งที่จำเป็นในการดำเนินชีวิต วางใจในพระเป็นเจ้า เพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อไป เมื่อความเชื่อของเธอมาถึงจุดๆหนึ่ง พระเยซูเจ้าทรงสะเทือนพระทัย เพราะพระองค์ทรงทราบว่าพระเป็นเจ้า คือ ความรัก และทรงถูกรักเพื่อตัวของพระองค์เอง
ให้เราสรรเสริญพระเป็นเจ้า ที่ไม่ตัดสินตามสิ่งปรากฏภายนอก แต่พระองค์ทรงเห็นภายในใจ จงโมทนาคุณพระองค์ ที่ประทานเงิน เวลา พละกำลัง และความดีต่างๆ...ขอให้ยอมรับว่า บางครั้งเรามีความโน้มเอียง ที่จะวางใจตัวเอง มากกว่าวางใจในพระเป็นเจ้า...จงมอบสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิต ให้แก่พระองค์.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view