สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

💧ชีวิตมาจากพระเจ้า
ดำรงอยู่เพื่อพระองค์
และกลับคืนสู่พระองค์
 
📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=2krM62xUORE

🍓 อยู่เพื่อรับใช้
https://youtu.be/9ULuRjmKtwk

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
ทต 2:1-8,11-14
ลก 17:7-10
 
พระเยซูเจ้าสอนศิษย์ ถึง จิตตารมณ์ของการรับใช้....
ผู้รับใช้ที่มีใจสุภาพ ในการรับใช้ เขาย่อมไม่เรียกร้อง
สิทธิพิเศษ แต่เขาจะพยายามทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
ด้วยใจอิสระ พร้อมกับท่าทีของความเคารพเชื่อฟัง ผู้เป็นนาย
 
นักบุญเปาโล แนะนำทิตัส …
เพื่อจะประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ของการรับใช้
“จงทำด้วยความจริงใจ และจริงจัง  เป็นแบบอย่างชีวิต
ด้วยกิจการแห่ง “ความดี”
 
หมายเหตุ…
ใครก็ตาม ที่สวมใส่ … “จิตตารมณ์ของการรับใช้”..
ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ สถานะใดก็ตาม
เขายังคงพร้อมที่จะก้าวออกไป เพื่อรับใช้ ด้วยหัวใจที่ไม่แบ่งแยก

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ฉันเป็นผู้รับใช้ที่ไร้ประโยชน์ เพราะฉันทำตามหน้าที่ที่ต้องทำเท่านั้น...” (ลก 17:7-10) 

ความสุขของคนทำงาน

คือการได้อยู่ในบ้านของนายและทำงานให้นายมิใช่หรือ

ความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆ นั้น

เทียบไม่ได้เลยกับการได้อยู่ในบ้านและรับใช้นายที่แสนดี

เพราะถึงอย่างไร ฉันก็ไม่ใช่คนพเนจร ไร้ที่อยู่

แต่ฉันอยู่ในบ้านของพระเจ้า

และสิ่งนี้เอง ที่เป็นกำลังใจ

เพราะฉันเป็นผู้รับใช้ของนายที่แสนดีที่สุด

ฉันจึงไม่สมควรได้รับคำขอบคุณ

แต่กลับเป็นฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ

ที่วันนี้ ฉันไม่ตกงาน

ฉันมีเจ้านายที่แสนดี

และฉันได้อยู่ในบ้านของนาย

________________

ชีวิตคริสตชนที่ต้องแสนดี เป็นแบบอย่างแก่ทุกคน นักบุญเปาโลได้เริ่มสอนเราในจดหมายถึงทิตัส ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ผู้อาวุโสที่หมายถึงพระสังฆราชในวันนี้ ผู้ปกครองก็หมายถึงพ่อเจ้าวัด ที่ต้องเจริญชีวิตเป็นแบบอย่างตามคำสอนที่ถูกต้อง เพื่อเป็นคำตอบให้กับทุกคนได้ (เทียบ ทต 1:1-9) และวันนี้ ท่านก็ได้เตือนย้ำถึงบทบาทของสมาชิกในครอบครัวคริสตชน ที่ต้องเจริญชีวิตตามคำสอนที่ถูกต้อง เป็นเสาหลักของความเชื่อ เป็นหลักยึดเหนี่ยวของกันและกัน ด้วยการสอนที่จริงใจและจริงจัง ที่ไม่มีใครจำหนิได้ในการสอนที่ถูกต้องและเป็นแบบอย่างที่ดี (เทียบบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ ทต 2:1-8, 11-14)

เมื่อวานนี้ ได้เห็นโพสต์ของเพื่อนพระสงฆ์ท่านหนึ่ง ในภาพของคนงาน ที่โพสต์ด้วยความภูมิใจว่า “ผมเป็นลูกคนงานครับ เลยทำงานตามประสาลูกคนงาน ถึงบวชเป็นพระสงฆ์แล้ว ผมก็ยังเป็นลูกคนงานหมือนเดิม ภูมิใจที่เป็นแบบนี้...” ทำให้นึกถึงคำทักทายขำๆ ของอธิการเจ้าคณะเมื่อครั้งมาเยี่ยมผมที่ประจวบฯ “เธอนี่ เมื่อเป็นเณรก็กวาดใบไม้ เวลานี้ก็ยังกวาดใบไม้นะ ไม่มีอะไรพัฒนาเลย...” ผมก็ตอบเล่นๆ ขำๆ ไปว่า “ไม่ใช่ไม่พัฒนาครับ แต่มั่นคงในอุดมการณ์ครับคุณพ่อ” แล้วเราก็หัวเราะกันใหญ่... ถึงคุณพ่อที่โพสต์ข้อความนี้นะครับ ผมประทับใจครับ ประทับใจจริงๆ นี่คือชีวิตพ่อที่แสนดี ที่เป็นแบบอย่าง... ผมเองลูกฟรันซิส ขอทานแห่งอัสซีซี ทุกวันนี้ ผมตระหนักเสมอว่า ผมเป็นขอทานครับ ผมเป็นคนยากจน และผมก็ต้องทำงานทุกอย่างเช่นเดียวกับสัตบุรุษด้วย  ไม่ใช่หวังพึ่งการทำบุญของสัตบุรุษเท่านั้น เพราะทุกคนก็ทำงาน ทำมาหากินกันทั้งนั้นครับ ทุกวัน ผมตื่นเช้ามา ก็ต้องเตรียมอาหารเอง จัดวัด เตรียมมิสซา ทำความสะอาดวัด ล้างห้องน้ำ กวาดใบไม้ เป็นช่างจำเป็นในทุกเรื่อง ช่างประปา ช่างไฟฟ้า ช่างเย็บผ้า เอาหมดครับ แต่สุดท้ายก็ต้องไม่ลืมสิ่งที่ได้รับการเรียกมาด้วยครับ นั่นคือการเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ เป็นพ่อเจ้าวัด เป็นผู้ปกครองเช่นนักบุญเปาโลได้เตือนในวันเหล่านี้ รวมทั้งเป็นพ่อของลูกๆ ในบทอ่านวันนี้ด้วย และสิ่งนั้นคือ ต้องไม่ลืมการสวดภาวนา การอภิบาลสัตบุรุษด้วย ชีวิตจิตของตนเองที่ต้องเป็นแบอย่าง เป็นกำลังใจให้ลูกๆ ต่อไป... และนี่คือชีวิตของนักบุญเปาโลที่ได้ให้แบบอย่างในการเป็นธรรมทูต ที่ท่านเองก็ทำงาน เลี้ยงดูตัวเอง ไม่ได้ประพฤติตนเป็นภาระของผู้ใด ท่านได้รับประสบการณ์ในหลายๆ เรื่อง ความสุข ความยินดี ความหิว ความอิ่มเอม ทุกอารมณ์และความรู้สึกที่สัตบุรุษมี พระสงฆ์ก็ควรมีประสบการณ์เหล่านั้นในความยากลำบากด้วย

ก่อนนอน ได้มีโอกาสเห็นโพสต์อีกอันหนึ่ง จากน้องชายที่กำลังเหนื่อยล้ากับชีวิตครอบครัว หน้าที่การงาน พร้อมทั้งสำนึกของการเป็นคริสตชน ที่นำให้เขาเป็นผู้นำครอบครัว เป็นผู้นำสังคม ซึ่งก็ประสบกับความท้อแท้ในชีวิตท่ามกลางสังคมเช่นวันนี้ แต่เขาก็ถอยไม่ได้ เพราะความเป็นพ่อของลูก ความเป็นหัวหน้าครอบครัว... คือสิ่งเตือนใจผมไม่น้อยเช่นกัน เมื่อมันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับผมจริงๆ ที่ผมก็เหนื่อย และเคยท้อแท้หลายครั้งในการเป็นผู้อภิบาล หลายครั้ง รู้สึกเหมือนอยากหยุด อยากถอยแล้วล่ะครับ ไม่ไหวแล้ว... แต่ผมก็ถอยไม่ได้ครับ เพราะหากผมถอยแล้ว ลูกๆ ของผมจะเป็นอย่างไร ด้วยความคิดนี้ ผมจึงต้องสู้ ต้องอดทนเพื่อลูกๆ ของผมต่อไปอย่างมีกำลังใจจากแบบอย่างของพระคริสตเจ้า นักบุญเปาโล และชีวิตที่เป็นแบบอย่างของพี่น้องคริสตชน ลูกๆ ของผมนี่แหละ ที่เราทุกคนก็ต้องมานะบากบั่น ทำงาน ทำหน้าที่ของตน ก้าวหน้าเดินไปอย่างมีความหวังและความวางใจในพระเจ้าครับ นี่แหละคริสตชน...

นี่แหละ คริสตชน ที่ต่อหน้าพระเจ้า เราเป็นดังคนใช้ที่ไม่ต้องได้รับการขอบคุณ ไม่ต้องได้รับการตอบแทนอะไรมากมาย แต่ดูเหมือนว่า เรากลับเป็นฝ่ายต้องขอบคุณมากกว่าด้วยหรือเปล่า ที่ได้อยู่ในบ้านของพระเจ้า หากเป็นคนใช้ เป็นคนงาน ความสุขคงอยู่ที่การได้อยู่ในบ้านของพระเจ้าที่เราสมัครใจรับใช้พระองค์มากกว่า ความยากลำบากในการเป็นผู้รับใช้ กลับเทียบอะไรไม่ได้เลยกับโอกาสที่เราได้อยู่ในบ้านของพระเจ้ามิใช่หรือ... 

“ฉันเป็นผู้รับใช้ที่ไร้ประโยชน์ เพราะฉันทำตามหน้าที่ที่ต้องทำเท่านั้น...” แต่ฉันคงไร้ประโยชน์จริงๆ หากฉันละทิ้งหน้าที่ที่ต้องทำนี้ ... เอาเถอะ แม้ฉันจะยากลำบากบ้าง แม้จะเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างไร แต่ในบ้านของนาย ฉันก็ภูมิใจที่ได้อยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ ที่ฉันต่างหากกลับเป็นผู้ที่ต้องขอบคุณ ขอบคุณที่ให้ฉันได้อยู่ตรงนี้ ขอบคุณที่ให้ฉันได้มีงานทำ ขอบคุณสำหรับสิ่งต่างๆ มากมายที่ฉันด้รับ แม้ไม่สมควรจะได้รับในบ้านของพระองค์

ข้าแต่พระเจ้า ลูกไม่ต้องได้รับการขอบคุณในการรับใช้พระองค์ แต่ในการนี้ ลูกต่างหากที่ต้องเป็นผู้ขอบคุณพระองค์ ที่ให้ลูกได้อยู่ในบ้านของพระองค์ ได้มีประสบการณ์กับพ่อที่แสนดี เพื่อเป็นพ่อที่แสนดีของลูกๆ ด้วย ข้าแต่พระเจ้า ลูกต่างหาก ที่ต้องขอบคุณพระองค์ ลูกขอบพระคุณ...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ทต 2:1-8,11-14 / ลก 17:7-10
การเรียกร้องของเป็นสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า ได้นำความหนักใจมาสู่บรรดาผู้ติตตามพระเยซูเจ้า และพวกเขาได้ขอร้องให้พระองค์เพิ่มความเชื่อให้พวกเขา พระองค์ได้ตอบว่าถ้าพวกเขามีความเชื่อแต่เพียงเล็กน้อย เท่าเมล็ดมัสตาร์ด ก็สามารถทำสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นงานที่เป็นไปได้ พระเยซูเจ้าได้บอกพวกเขาว่า เส้นทางข้างหน้าคงจะยากลำบาก แต่พวกเขาจะต้องทำตัวเป็นคนใช้ที่ซื่อสัตย์ และติดตามพระองค์ไปด้วยความบนนอบ คนใช้จะไม่แสวงหาประโยชน์จากความใจดีของนาย โดยหวังสิทธิพิเศษหรือรางวัล ในการทำหน้าหน้าของตนเองนั้น คนใช้จะต้องทำตามที่มีคาดหวัง คนใช้ที่ซื่อสัตย์จะต้องมั่นคงทั้งในเวลาดีและเวลาที่เลวร้าย ในงานเลี้ยงอาหารค่ำครั้งสุดท้าย พระองค์ได้มอบตัวอย่างให้พวกเขาทำตาม แม้พระองค์จะเป็นอาจารย์และนาย แต่พระองค์ก็ทำตัวเป็นคนหนึ่งในพวกเขา “คือทำตัวเป็นผู้รับใช้” (ลก 22:27)...ท่านทำตัวเป็นคนใช้ของพระวรสาร หรือท่านหวังให้คนอื่นรับใช้ท่าน?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยลูกให้ทำงานโดยไม่หวังรางวัล ขอแต่เพียงทำตามพระประสงค์ของพระองค์เท่านั้น (น.อิกญาซีโอ แห่งโลโยลา)
วันนี้ เราระลึกถึงนักบุญฟรังซิส เซเวียร์ กาบรินี พรหมจารี ท่านเป็นหนึ่งในจำนวนลูก 13 คนของเจ้าของฟาร์มแห่งหนึ่ง ได้รับการศึกษาจากคอนแวนต์ และจบวิชาฝึกหัดครู พระสงฆ์ท่านหนึ่งได้ขอร้องให้ท่านสอนเรียนในโรงเรียนสตรี ที่เป็นบ้านของเด็กกำพร้าแห่งพระญาณสอดส่อง ที่เมืองกาดาโกโน ประเทศอิตาลี ที่ท่านได้ทำงานนาน 6 ปี ต่อจากนั้นท่านได้ปฏิญาณตัวเป็นนักบวชในปี 1877 และเมื่อบ้านเด็กกำพร้าปิดลง พระสังฆราชได้ขอร้องให้ท่านตั้งคณะมิสชันนารีของซิสเตอร์แห่งพระหฤทัย อันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ที่ทำงานเพื่อเด็กยากจนในโรงเรียน ท่านได้สร้างทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล สถานรับเด็กกำพร้า จำนวน 67 แห่ง ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และอเมริกาใต้ ท่านได้รับสัญชาติชาวอเมริกา และเป็นนักบุญชาวอเมริกาคนแรก

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view