สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

🌺จงขอบพระคุณพระเป็นเจ้า
เพราะพระองค์พระทัยดี

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=P3BS3txWCGI

❤Give Thanks
https://youtu.be/i4HwasWiV8U

🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
ทต 3:1-7
ลก 17:11-19
 
ความรัก ของพระเยซูเจ้า แสดงออกในการต้อนรับ...
คนโรคเรื้อนที่สังคมรังเกียจ ทั้ง ๆ ที่บางคน ก็ต่างความเชื่อ ต่างวัฒนธรรม
เพราะพระเยซูต้องการยืนยันว่า  “ความเชื่อ” มีส่วนสำคัญ
ที่จะทำให้หลุดพ้นจาก ปัญหา และความเจ็บป่วยทุกชนิด
 
นักบุญเปาโลย้ำว่า … เหตุผลเดียว..ที่พระคริสตเจ้า
ทรงช่วยมนุษย์ให้หลุดพ้นจากปัญหา ความยากบำบากต่าง ๆ คือ
“ความรักมั่นคงของพระองค์”.. เมื่อมนุษย์ หลุดรอดพ้นแล้ว
จงพร้อมที่จะรักทุกคน ด้วยการทำความดีทุกอย่าง ไม่กล่าวร้ายใคร
หลีกเลี่ยงการทะเลาะวิวาท มีความอดกลั้น สุภาพอ่อนโยน ต่อทุกคน
 
หมายเหตุ..
“ความรัก”...ดูเหมือนไม่มีราคา...ให้หาซื้อ
แต่มัน “มีค่า” มากกว่าสิ่งใด
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรับ หรือให้

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ทั้งสิบคนหายจากโรคมิใช่หรือ อีกเก้าคนอยู่ที่ไหนเล่า...” (ลก 17:11-19) 

ยามเจ็บป่วย ยามขัดสน ฉันร้องหาพระเจ้า

ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือ

แต่ในยามสุขสบายดี 

ฉันวางพระองค์ไว้ที่ไหนในใจฉัน

หรือพระองค์ไม่เคยมีที่ในใจฉันเลย...

พระเจ้าทรงประทานสิ่งที่ดีแก่ทุกคนที่เข้าหาพระองค์

แต่เพราะฉันเป็นลูกของพระองค์

พระองค์ทรงดูแลฉันแม้ฉันไม่เคยรู้ตัวเลย

ฉันคิดอย่างไรกับสิ่งที่ฉันมีและสิ่งที่ฉันเป็นในวันนี้

หากเรามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิ์ของฉัน

ฉันทำมาหามาได้เอง โดยพระองค์ไม่ได้ช่วยอะไร

เราคงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องขอบพระคุณ

แต่หากฉันมองว่า สิ่งเหล่านี้ แม้ลมหายใจ 

และชีวิตที่มีอยู่ในวันนี้ คือพระเมตตาของพระเจ้าแล้วนั้น

เราคงรู้สึกว่า นี่คือพระคุณ พระพร 

ที่เราขอบพระคุณพระองค์เสมอมิรู้สิ้นสุด

วันนี้ ฉันคิดอย่างไร ในสิ่งที่ฉันมีและสิ่งที่ฉันเป็นวันนี้

นี่เป็นสิทธิ์ของฉันหรือพระเมตตาของพระเจ้า...

________________

มีคนทักว่า เมื่อวานผมส่งบทไตร่ตรองเร็วกว่าปกติ ตั้งแต่ตีสี่... คงจริงครับ เพราะในความไม่ค่อยสบายในวันเหล่านี้ มันคงเป็นการถูกปราบให้ลงไปอยู่กับพื้น เพื่อมองดูสิ่งที่ตนเองมีและสิ่งที่ตนเองเป็น  มองอดีตที่ผ่านไป เพราะในยามสุขภาพดี ผมอาจจะไม่ค่อยมีเวลาในการไตร่ตรองเรื่องเหล่านี้ แต่เมื่อยามเจ็บไข้ได้ป่วยบ้าง เมื่อทำอะไรไม่ค่อยได้ มันกลับเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมมองเห็นความเป็นตัวตนของตนเองได้ดียิ่งขึ้น ว่าแท้จริงแล้ว ผมไม่มีอะไรเลย ผมต่ำต้อยจริงๆ ต้องพึ่งพระเจ้าเสมอมา แต่ก็ไม่ค่อยได้ขอบพระคุณ แม้ในบ้านของพระเจ้า ในอ้อมหัตถ์แห่งพระพรที่ประทานมาทุกวัน อย่างน้อย ก็ยังหายใจ ยังมีชีวิตอยู่เพื่อเรียนรู้ที่จะรักพระองค์จริงๆ ก่อนที่จะได้พบพระองค์หน้าต่อหน้า... สิ่งนี้กระมังครับ วานนี้ ผมจึงเขียนบทไตร่ตรองเร็ว และส่งมาเร็วกว่าปกติ

พี่น้องที่รักครับ วานนี้ผมไตร่ตรองถึงความสุขของผู้รับใช้ในบ้านของนาย บางที เพราะความสุขที่ได้รับใช้นายที่แสนดีเช่นนี้ มันคือความสุขที่ทำให้เราไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แต่ยินดีที่จะทำงาน ยินดีที่จะรับใช้เจ้านายที่แสนดีคนนี้ตลอดไปไม่ใช่หรือ ความสุขของผู้รับใช้ จึงไม่ได้อยู่ที่ความสะดวกสบาย สนุกสนาน ร่ำรวยเงินทอง แต่กลับอยู่ที่การได้อยู่ในบ้านนายและรับใช้นายตลอดไปมิใช่หรือ... เพราะที่นั่น บางที ก็เพียงพอแล้วที่เราจะไม่ต้องการอะไรอีก เพราะหากไม่ใช่งานนี้ที่ในบ้านของนาย เราอาจจะตกงาน และไร้ค่าลงไปทันทีหรือเปล่า...

วันนี้บทอ่านที่หนึ่ง นักบุญเปาโลเตือนให้เราไตร่ตรองอีกครั้งว่า พระเจ้าทรงแสดงพระทัยดีต่อเรามนุยย์ มิใช่เพราะกิจการชอบธรรมใดๆ ที่เรากระทำ  แต่เพราะความรักมั่นคงของพระองค์... (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง ทต 3:1-7) พระวรสารเรื่องคนโรคเรื้อนสิบคนที่เข้ามาขอให้พระเยซูเจ้าทรงเมตตาสงสารและรักษาพวกเขา และพระองค์ก็ทรงรักษาทั้งสิบคนให้หาย แต่มีเพียงคนเดียว ที่กลับมากราบแทบพระบาทขอบคุณพระเยซูเจ้า นักบุญลูกาบันทึกว่า คนนั้นเป็นชาวสะมาเรีย ประเด็นนี้น่าไตร่ตรองทีเดียวครับ

พี่น้องที่รัก ชาวยิวมองว่า พวกเขามีสิทธิ์ได้รับการรักษาจากพระเยซูเจ้า และดูเหมือนว่า พระองค์ที่เป็นยิว ความสามารถทั้งหมดของพระองค์คือสิ่งที่ต้องเพื่อยิวด้วยกันก่อน เมื่อถือว่าเป็นสิทธิ์ของพวกเขา พวกเขาเหมือนไม่จำเป็นต้องขอบพระคุณ... แต่ชาวสะมาเรีย คนต่างชาติ ความสุภาพของเขาทำให้เขาได้ได้รับการรักษา และเขาสำนึกเสมอว่า เขาไม่มีสิทธิ์ แต่นี่คือพระเมตตาของพระเจ้าต่อเขาที่เป็นคนไม่มีสิทธิ์จริงๆ เขาจึงรู้สำนึกมากมาย และกลับมากราบแทบพระบาท ขอบพระคุณพระองค์ คือการขอบคุณแบบหมดสิ้นจิตใจ เพราะพระเมตตาของพระเจ้า

นักบวช พระสงฆ์  วันนี้... ผมมองชีวิตของตนก่อนเลย... สิ่งที่ได้รับมากมายจากพระเจ้า น้ำใจดีจากสัตบุรุษ ที่หลายคนก็ใช่ว่าร่ำรวยอะไร แต่ก็มอบสิ่งที่ดีที่สุดที่เขามีเพื่อพวกเรา ให้พวกเราได้มีกินมีใช้ ให้พวกเราอยู่อย่างดี สัตบุรุษดูแลเราดีจริงๆ ในวันเหล่านี้ วันที่ผมปรับปรุงวัด ปรับปรุงบ้าน เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีกว่าให้คนที่จะมารับหน้าที่แทน จากวันที่ทนอยู่แบบไม่ซ่อมแซมอะไร เพื่อสอนสัตบุรุษเรื่องความพอเพียง พออยู่พอกินพอใช้... แต่วันนี้ เมื่อต้องซ่อม ทุกอย่างก็เดินไปได้เรื่อยๆ มีสัตบุรุษบางคน ทำให้ผมได้เริ่มงาน และเดินงานไปได้เรื่อยๆ แม้ว่าจะไม่เสร็จเสียทีเดียว แต่ทำไปเรื่อยๆ ครับ โดยมีบางคนยื่นมือช่วยเหลือบ้าง... เพียงแค่สิ่งเหล่านี้ นี่คืออะไร นี่คือน้ำใจดีของสัตบุรุษมิใช่หรือ ที่เพราะเราเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ พวกเขาจึงห่วงใยพวกเรา... วันนี้ผมต้องไตร่ตรองครับ ผมมองดูสิ่งเหล่านี้อย่างไร มันเป็นสิทธิ์ของผมที่พระเจ้าต้องประทานให้ผม หรือนี่คือพระทัยดีของพระเจ้า นี่คือความใจดีของสัตบุรุษ... หากเรามองสิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิ์ของเรา เราคงเรียกร้องอยู่ร่ำไป และไม่รู้จักขอบพระคุณเลย แต่หากเรามองสิ่งเหล่านี้คือพระเมตตาของพระเจ้า คือความใจดีของสัตบุรุษ โอ้ เราจะตอบแทนคุณอย่างไร... กราบแทบพระบาท ขอบคุณพระองค์ ขอบคุณสัตบุรุษของเรามิใช่หรือ...

พี่น้องที่รัก กี่ครั้งกี่หน เมื่อเราเจ็บป่วย เมื่อเราประสบความยากลำบาก และเราก็ถามพระเจ้าเสมอ “ทำไม ทำไม ทำไม...” เราวอนขอพระองค์ช่วยเหลือ... แต่ทว่าในสิ่งที่เราได้รับเมื่อผ่านมานั้น เรากลับไม่รู้สึกขอบพระคุณเลย... เราหายใจมานานเท่าใดแล้ว หัวใจของเราเต้นมานานเท่าไรแล้ว กระแสโลหิตในร่างกาย ระบบการทำงานในร่างกายของเราทำงานอย่างดีมานานเท่าใดแล้ว เราทานอาหารจากผลงานสร้างสรรค์ของพระเจ้ามามากเท่าไรแล้ว นานเท่าไรแล้วที่เราพึ่งพาดวงอาทิตย์ของพระเจ้า สิ่งสร้างของพระองค์... พี่น้องที่รักครับ เรารู้สึกว่า เราต้องกลับมากราบแทบพระบาทพระองค์ และขอบคุณพระองค์บ้างไหม... พี่น้องครับ เรามองสิ่งที่เราได้รับมากมายนั้นอย่างไร... หากเรามองว่ามันเป็นสิทธิ์ของเราที่พระเจ้าต้องประทานให้เรา ต้องดูแลเรา... เราก็อาจจะไม่รู้สึกขอบพระคุณพระองค์เลย

อีกมุมหนึ่งใกล้ตัวเราที่สุด... เราทานอาหารของคุณแม่บ้านมานานเท่าไรแล้ว เต็บโตกับความเอาใจใส่ของสตรีในบ้านคนนี้มานานเท่าไรแล้ว เคยรู้สึกขอบคุณกันและกันบ้างไหม... เด็กๆ ที่มีกินมีใช้ สิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ รถ สถานศึกษาที่ศึกษาอยู่ เราเคยคิดขอบคุณผู้ที่อยุ่เบื้องหลังสิ่งเหล่านี้ที่เรามีบ้างหรือเปล่า หรือเรายังบ่นอยู่ร่ำไปด้วยความไม่รู้จักพอเพียง...

พี่น้องที่รักครับ เพียงแค่สิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็นในวันนี้ มันก็อาจจะไม่ใช่สิทธิ์ของเราที่จะวอนขอ เรียกร้อง หรือต้องได้รับเพราะความดีใดๆ ของเราเลย แต่ทว่า หากเราสำนึกเสมอว่า นี่คือพระทัยดีของพระเจ้า นี่คือความใจดีของคุณพ่อคุณแม่ นี่คือความใจดีของสัตบุรุษ... เราคงต้องกราบแทบพระบาทขอบพระคุณพระองค์มิใช่หรือ เราคงต้องรักกันและกันมากขึ้นมิใช่หรือ เพราะสิ่งดีๆ ที่เราได้รับจากพระเจ้า ได้รับจากกันและกัน

ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงประทับอยู่ที่นี่ พระองค์ทรงอยู่ตรงนี้ นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องขอบพระคุณแล้ว ข้าพเจ้าไม่มีสิทธิ์อะไรในการเรียกร้องสิ่งใดจากพระองค์เลย แต่พระองค์ทรงประทานสิ่งที่จำเป็นแก่ข้าพเจ้า เพราะพระเมตตาของพระองค์ ดังนี้เอง แม้ข้าพเจ้าจะรู้สึกยากลำบากบ้าง ต้องทนทุกข์บ้าง และ...แม้ข้าพเจ้าอยู่กลางเงาความตาย ข้าพเจ้าก็ไม่กลัวสิ่งร้ายทั้งสิ้น... (บทเพลงสร้อยวันนี้)

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ทต 3:1-7 / ลก 17:11-19
ขณะที่พระเยซูเจ้าได้เสด็จไปที่กรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ได้เสด็จผ่านแคว้นซามาเรีย ที่พระองค์ได้พบคนโรคเรื้อน 10 คน หนึ่งในพวกนี้เป็นชาวซามารีตัน ซึ่งถูกถือว่าเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ เพราะชาวซามารีตันแต่งงานกับคนต่างชาติ ที่เข้ามาในแคว้นหลังจากพวกยิวถูกเนรเทศ ตามกฎหมาย ใครที่เป็นโรคเรื้อนก็ถูกถือว่าเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ แต่จะต้องถูกขับออกจากสังคมของชาวอิสราเอล (ลนต 13:45-46) และเพื่อที่จะสามารถกลับเข้ามาในสังคมได้อีกครั้งหนึ่ง คนๆนั้นจะต้องผ่านการพิจารณาจากพระสงฆ์ ที่จะบอกว่าเขาได้หายจากโรคแล้ว
เมื่อพวกคนโรคเรื้อนได้ตะโกนเรียกความสงสารจากพระเยซูเจ้า พระองค์ได้ให้คำสั่งง่ายๆ ให้พวกเขาไปหาพระสงฆ์ ที่แสดงว่าพวกเขาได้หายจากโรคแล้ว (ลก 17:1-4) แม้ว่าทั้งสิบคนได้หายจากโรคแล้ว มีแต่ชาวซามาริตันคนเดียวที่กลับมา นมัสการที่พระบาทของพระเยซูเจ้า แม้พวกนี้จะมีความเชื่อในศาสนาที่แตกต่างกัน มีแต่คนต่างชาติคนนี้คนเดียว ที่ได้รับสุขภาพที่ดี และได้รับความรอด เพราะความเชื่อในพระเยซูเจ้า ...ท่านได้รับใช้ทุกคนหรือไม่? โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ความเชื่อ หรือสีผิว...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยลูกให้แสดงความกตัญญู สำหรับอำนาจในการบำบัดรักษาของพระองค์
ความกตัญญูไม่ใช่ส่วนเติมเต็ม ให้เป็นคนดีโดยสมบูรณ์ แต่มันเป็นพื้นฐานของคนดี ถ้าหากไม่มีสิ่งนี้ตั้งแต่ต้น คุณก็ไม่มีทางเป็นคนดีที่สมบูรณ์ได้… “บางครั้งเส้นทางที่ถูกต้อง ก็ไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายที่สุด” นับว่าเป็นเรื่องจริง เพราะบางครั้งการที่จะทำความดี หรือสิ่งที่ถูกต้อง มักมีอุปสรรค หรือความยากลำบากอยู่เสมอ ตรงกับคำพูดที่ว่า ทำชั่วทำง่าย ทำดีทำยาก นั่นเอง… “สิ่งที่สอนเราจากปัญหาที่ยากที่สุด ทำให้เรารู้ว่าถ้าผ่านมันไปได้แล้ว เราจะก้าวต่อไปอีกขั้นของชีวิต และเป็นขั้นที่ดีกว่า” ปัญหาหรืออุปสรรคที่เกิดขึ้น ย่อมหมายถึงบทเรียนที่เราจะได้รับ ฉะนั้นหากพบกับปัญหาอีก การแก้ปัญหาของเรา ยังดีขึ้น และจะดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ฉะนั้นจึงไม่ควรที่จะกลัวปัญหาที่จะเกิดขึ้น.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view