สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2018 ระลึกถึงนักบุญอัลเบิร์ต ผู้ยิ่งใหญ่ พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2018 ระลึกถึงนักบุญอัลเบิร์ต ผู้ยิ่งใหญ่ พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

🌷 บางครั้ง....
ความสงบสุขก็อยู่ไม่ไกลเลย
เพียงแต่ปล่อยอดีตให้เป็นอดีต
และหันมาขอบพระคุณพระเจ้า
สำหรับ.....ปัจจุบัน.....ที่มีอยู่

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2018
ระลึกถึงนักบุญอัลเบิร์ต ผู้ยิ่งใหญ่
พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
https://www.youtube.com/watch?v=uGhzVL70P60

☀ Morning Has Broken
https://youtu.be/we-n-Zmglt0

🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2018
ระลึกถึงนักบุญอัลเบิร์ต ผู้ยิ่งใหญ่
พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
อ่าน
ฟม 1:7-20
ลก 17:20-25
 
พระเยซูเจ้า ทำให้ฟาริสีเข้าใจชัดว่า..
“อาณาจักรของพระเจ้า ไม่ใช่ดินแดนที่กว้างไกล
แต่มันอยู่ในส่วนเล็ก ๆ ของหัวใจ และที่ใดก็ตามที่มี “ความรัก”
 
หัวใจของ เปาโลชื่นชมยินดี เปี่ยมด้วยความสงบสุขอีกครั้ง
เมื่อท่านได้รับ “ความรัก” จากฟิเลโมน และด้วยความรักเดียวกันนี้
ที่เปาโล ได้ขอร้องฟิเลโมน เพื่อ “ให้อภัย” ต่อโอเนสิมัส”
ผู้เคยกระทำผิดต่อฟิเลโมน

การเปิดใจ ยอมรับในความจริง
ถึงสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ และยอมรับในวิทยาศาสตร์
พร้อมกับ ความเชื่อ ของท่านนักบุญอัลเบิร์ต
ทำให้ท่านสามารถ เข้าใจ เข้าถึง ซึ่งปัญหาของมนุษย์
พร้อมกับหาวิธีการแก้ไข นำไปสู่ความสงบสุข
 
หมายเหตุ…
การกระทำเดียวกัน  จะแตกต่างในคุณค่า...
ถ้าเมื่อใดที่ทำด้วย “ใจรัก” มิใช่ทำเพราะเป็น “หน้าที่”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“อาณาจักรของพระเจ้าจะมาถึงเมื่อใด...”

“อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในหมู่ท่านทั้งหลายแล้ว...” (เทียบ ลก 17:20-25) 

วันนี้นินทากันจบแล้วหรือยัง

นินทากันพอแล้วหรือยัง

เหยียบย่ำซ้ำเติมกันพอแล้วหรือยัง

พอเถอะ...

เพราะฉันจะมีความสุชได้อย่างไร

หากจะทำดังนี้ไปจนเข้าสู่บ้านของพระเจ้าในสวรรค์

วันนี้อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในหมู่เราแล้ว

หากฉันยุติการว่าร้ายนินทา

หากฉันยุติความเจ็บแค้นเคืองโกรธ

นี่แหละอาณาจักรของพระเจ้า

และในบ้านของพระองค์

เราจะไม่มีสิ่งเหล่านี้แล้ว

มีแต่ความรักและความสุขสันติ

ที่เราเริ่มไว้ตั้งแต่อยู่ในโลกนี้...

________________

“ข้าพเจ้าส่งเขากลับมาหาท่าน นั่นคือข้าพเจ้าส่งดวงใจของข้าพเจ้ามาด้วย เพื่อจะกลับมาอยู่กับท่านตลอดไป มิใช่ในฐานะทาส แต่ในฐานะที่ดีกว่ามาก คือเป็นน้องชายที่รัก... ถ้าท่านยังยอมรับว่าข้าพเจ้าเป็นมิตรกับท่าน ก็จงต้อนรับเขาเช่นเดียวกับต้อนรับข้าพเจ้า...” (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง ฟม 1:7-20)

บทอ่านที่หนึ่งนำให้เราเห็นภาพของชีวิตคริสตชนที่หลังจากรับศีลล้างบาปแล้ว เรากลับกลายเป็นพี่น้องกัน ทาสของฟิเลโมนที่หนีมาพบเปาโล เขาได้กลายเป็นคริสตชน เขาได้เปลี่ยนไปทั้งหมดเมื่อพบกับคำสอนของพระคริสตเจ้าในชีวิตของนักบุญเปาโล และเวลานี้ เมื่อรับศีลล้างบาป เขาก็กลับกลายเป็นผู้ที่อยู่ฐานะที่สูงกว่าการเป็นทาสนั่นคือการเป็นน้องชายของเปาโล ที่เขาส่งกลับไปหาฟิเลโมน ด้วยถ้อยคำน่ารักจริง... คือ “ข้าพเจ้าส่งเขากลับมาหาท่าน นั่นคือข้าพเจ้าส่งดวงใจของข้าพเจ้ามาด้วย” คือดุจส่งดวงใจของเปาโลมา โอเนซิมัสที่แต่ก่อนเป็นทาส แต่บัดนี้กลับกลายเป็นน้องชายที่รักของเปาโล ที่ถูกส่งตัวกลับไปหาฟิเลโมน เพื่อเป็นดังน้องชายของฟิเลโมนด้วย ช่างเป็นภาพจิตตารมณ์คริสตชนที่น่ารักจริงๆ

กับคำถามของบรรดาฟาริสีในพระวรสาร “อาณาจักรของพระเจ้าจะมาถึงเมื่อใด” ภาพของอาณาจักรของพระเจ้า อาณาจักรที่พวกเขามองในความสุขแท้จริง สิ่งที่พวกเขาปรารถนา พวกเขาแสวงหาสิ่งนั้น แต่พระเยซูเจ้าตรัสว่า “อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในหมู่ท่านทั้งหลายแล้ว...

พี่น้องที่รัก หากอาณาจักรของพระเจ้า เป็นอาณาจักรแห่งความสุข คือภาพของครอบครัวแห่งสวรรค์ที่อยู่ท่ามกลางเราบนแผ่นดินนี้แล้ว นั่นคือ “สวรรค์ ณ แผ่นดิน” ครับ โอ้ พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ นำให้ผมไตร่ตรองหนักจริงๆ ถึงความเป็นนักบวชของผม นักบวชที่ถูกเรียกให้เป็นประจักษ์พยานถึงครอบครัวแห่งสวรรค์ ยิ่งเป็นพระสงฆ์ ยิ่งต้องเป็นภาพลักษณ์ที่มองเห็นได้ของครอบครัวของพระเจ้ามิใช่หรือ... “พี่น้องที่รัก” คำที่ผมชอบใช้ เพราะผมเรียกจากใจครับ บางคนบอกว่าเลี่ยน นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่มีประสบการณ์ของความรู้สึกถึงการเป็นพี่น้องกันอย่างแท้จริง เขาคงพบแต่ความเสแสร้ง เขาจึงรู้สึกว่าการเรียกนี้ขาดความจริงใน และดูจะเลี่ยนไป... แต่เปล่าเลย เมื่อพระศาสนจักร ให้พระสงฆ์ใช้ในพิธีกรรม ในการเรียกขานสัตบุรุษ สิ่งนี้มีความหมายสำหรับผมจริงๆ มันท้าทายและทายทักผมจริงๆ ว่า ผมรักสัตบุรุษของผมจริงๆ หรือเปล่า “พี่น้องที่รัก” คำนี้ที่ใช้ในพิธีกรรมบ่อย ผมต้องถามตนเองจริงๆ ว่า สัตบุรุษของผมเป็นพี่น้องที่ผมรักจริงๆ หรือเปล่า และแท้จริงแล้ว ความเป็น “ภราดาน้อย” ของผม ยิ่งเป็นกระแสเรียกของการเป็นประจักษ์พยานของครอบครัวแห่งสวรรค์มิใช่หรือ คำว่า “พี่น้องที่รัก” คำนี้จึงต้องเป็นจริงในชีวิตของผมอย่างไร... มันคือการบ้านชิ้นใหญ่ครับ เพราะคำนี้น่ารักจริงๆ หากเป็นความจริง ก็ไม่เลี่ยนหรอกครับพี่น้อง ใครที่มีประสบการณ์ของการเป็นพี่น้องกันจริงๆ แล้ว นั่นคือภาพความสุขจริงๆ แบบความรู้สึกของเปาโลที่ส่ง ทาสของฟิเลโมนกลับมาให้เขาอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ในฐานะทาส แต่ในฐานะน้องชายที่รัก...

“ครอบครัวแห่งสวรรค์” นี่แหละครับ คืออาณาจักรของพระเจ้าที่เริ่มเป็นจริง ณ แผ่นดิน ในครอบครัวของพระเจ้านั้นเราทุกคนเป็นพี่น้องกัน เรามีพระเจ้าทรงเป็นพระบิดาของเรา หากชัยชนะของเราคือความชิดสนิทกับพระเจ้า และร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ตลอดไปแล้ว การร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ในโลกนี้ ก็เท่ากับ “สวรรค์ ณ แผ่นดิน” แล้วล่ะครับ นี่แหละ อาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินนี้

แต่... งานเข้าแล้วครับ... บนแผ่นดินนี้ เราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้ามากน้อยเพียงใด บรรทัดฐานในการวัดสิ่งนี้คือ เราเป็นเป็นหนึ่งเดียวกันกับเพื่อนพี่น้องของเรามากน้อยเพียงใดครับ... อาณาจักรแห่งสวรรค์ อาณาจักรของพระเจ้า บรรยากาศของครอบครัวแห่งสวรรค์อยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้แหละครับ... หากในโลกนี้ เราไม่สามารถยิ้มให้คนหนึ่งแล้ว และหากเราจะพบเขาในพระอาณาจักรของพระเจ้า ที่นั่นจะหดหู่เพียงใดหนอ หากเรายังไม่สามารถยิ้มให้กันอีก หากที่นั่น ที่ควรเป็นที่ที่มีความสุข ความหมั่นไส้กัน ความเคืองแค้นกันยังอยู่ในใจเราแล้ว นั่นจะเป็นอาณาจักรของพระเจ้า อาณาจักรแห่งความสุขในครอบครัวของพระองค์ได้อย่างไร...

พี่น้องที่รักครับ พระเยซูเจ้าตรัส “อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในหมู่ท่านทั้งหลายแล้ว” นั่นหมายความว่า เราแต่ละคนมีการบ้านครับ สวรรค์เริ่มแล้วในโลกนี้ครับ ให้เราเริ่มกันสร้างอาณาจักรของพระเจ้า อาณาจักรแห่งความสุขและสันติ โดยเริ่มจากในด้วยใจของเราก่อน ไปสู่บุคคลรอบข้าง ทีละเล็กทีละน้อย นี่แหละ คือความสุขสันติในครอบครัวแห่งสวรรค์ที่เริ่มแล้วในโลกนี้ และในโลกหน้า เราจะมองหน้ากันและกันด้วยความสุขกว่านั้นสักเพียงใด... แต่หากในโลกนี้ เราเห็นหน้ากันและกันแล้วเราไม่มีความสุข มีแต่ความหดหู่แล้ว ในสวรรค์เราจะเป็นเช่นใดเล่า คงไม่ต้องไปพบกันในบ้านของพระเจ้าก็ดีกว่าหรือเปล่า หากเรายังจะทะเลาะกันไม่จบสิ้น หากเราจะยังเคืองโกรธกันตลอดกาล สวรรค์จะเป็นของเราอย่างไรครับ

พี่น้องครับ พระศาสนจักรครับ ภาพลางๆ ของครอบครัวแห่งสวรรค์ครับ ชุมชน เขตวัดของเราครับ ทำไมยังมีพี่น้องของเราบางคนไม่กล้ามาวัด เขาบอกว่า มองหน้าใครไม่ได้ อายเขา เขานินทาฉัน เขาด่าฉัน เขามองต่ำ คือมองด้วยสายตาหยามเยียดต่อฉัน ทำไมครับ ทำไมวัดไม่เป็นที่ที่มาแล้วมีความสุข เป็นที่ที่ได้รับพระพรจากพระเจ้า เป็นพรในชีวิตของคริสตชนซึ่งกันและกันครับ... ผมรู้สึกเจ็บจริงๆ ครับพี่น้อง เมื่อทราบว่า บางคนไม่กล้าไปวัด วัดที่เขารับศีลล้างบาป แต่เพราะความรักต่อพระเจ้าที่ยังอยู่ในหัวใจ พ่อยังเป็นพ่อเหมือนเดิม เขาก็พยายามไปหาพ่อที่วัดอื่น ไม่กล้ากลับไปที่เดิม ที่วัดของตนเอง... สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในชีวิตผู้อภิบาลของผม... และวันนี้ ผมหยิบยกขึ้นมาเพื่อแบ่งปันการไตร่ตรองกันวันนี้ หากอาณาจักรของพระเจ้าในโลกนี้เป็นเช่นนี้แล้ว ในสวรรค์ เราจะมองหน้ากันติดอย่างไรครับ... พี่น้องครับ ทั้งผมและพี่น้องด้วย ทีละเล็กทีละน้อย เราช่วยกันนะครับ เสริมสร้างอาณาจักรของพระเจ้าให้เป็นจริงวันนี้เลย ไม่ต้องคอยโลกหน้าหรอกครับ เพราะหากวันนี้ เรายังแยกเขี้ยวใส่กัน ในโลกหน้า จะเป็นไปได้อย่างไร ที่เราจะยื่นดอกไม้ให้กัน หรือสวมกอดกัน ทพดีกันตั้งแต่ที่นี่ วันนี้เถอะครับ อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ท่ามกลางเราแล้ว...

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ลูกเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างสันติของพระองค์เถิด เพื่ออาณาจักรสวรรค์จะอยู่ท่ามกลางพวกลูก และจะสมบูรณ์ขึ้นในครอบครัวของพระองค์ เมื่อลูกจะพบกันอีกครั้งในบ้านของพระองค์ ด้วยบรรกาศเปี่ยมด้วยรักและสันติตลอดนิรันดร

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 15 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฟม 1:7-20 / ลก 17:20-25
เป็นเวลาหลายศตวรรษที่ประชากรอิสราเอล ตกอยู่ภายใต้การปกครองของคนต่างชาติ และพวกเขารู้ว่า มีแต่พระเป็นเจ้าผู้เดียวสามารถจะช่วยพวกเขา ให้พ้นจากการถูกกดขี่นี้ได้ ประชากรอิสราเอลจึงรอคอย “วันอันยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้า”(ยอล 2:11) และมุ่งไปยังพระเมสสิยาห์ ที่จะประกาศการมาถึงของพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าได้ทรงอธิบายว่า พระราชัยไม่ได้หมายถึงอาณาบริเวณทางภูมิศาสตร์ หรือระบบทางการเมือง หรือหมายถึงเวลาใดเวลาหนึ่ง พระราชัยได้อยู่ท่ามกลางพวกเขาแล้ว ในเวลาเดียวกัน กำลังจะมาถึง เป็นรหัสธรรมที่บรรดาคริสตชนสวดเป็นประจำทุกวันในบทข้าแต่พระบิดา “ขอให้พระราชัยของพระองค์จงมาถึง” พระเยซูเจ้าได้สร้างพระราชัยของพระองค์อาศัยพระวาจา กิจการ การสิ้นพระชนม์และการกลับคืนชีพของพระองค์ และพระราชัยนี้จะเผยแสดงอย่างครบสมบูรณ์ ในการเสด็จมาครั้งสุดท้ายของพระเยซูเจ้า ในวันที่คนส่วนน้อยกำลังรอคอย...ข้าพเจ้าต้องทำอะไร เพื่อให้พระราชัยของพระเป็นเจ้าสู่ความสมบูรณ์?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้ลูกเจริญชีวิตแต่ละวัน เพื่อพระราชัยสวรรค์ด้วยเทอญ
วันนี้ พระศาสนจักรระลึกถึงนักบุญอัลเบิร์ต องค์ใหญ่ พระสังฆราชและนักปราชญ์ของพระศาสนจักร ท่านเกิดที่เมืองสไวเบีย ในปี 1200 เป็นบุตรคนโตของผู้ที่มีฐานะดี ได้รับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยปาดัว ที่เป็นศูณย์กลางทางวิทยาศาสตร์ และได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของคณะดอมีนีกัน ขณะยังเป็นหนุ่มอยู่ เมื่อเรียนจบได้เดินทางไปกรุงปารีนในปี 1240 เพื่อเรียนเทววิทยา จนกระทั่งจบปริญญาโท ท่านได้สอนเรียนและเป็นผู้บริหาร ตลอดระยะเวลา 30 ปี ต่อมาได้รับเลือกเป็นพระสังฆราชแห่งราตีสบอน งานเขียนของท่านได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือถึง 38 เล่ม ที่ครอบคลุมทุกแขนงวิชา นักบุญโทมัส อไควนัสได้เป็นลูกศิษย์ของท่าน ท่านได้เสียชีวิตในปี 1280 ได้รับการประกาศเป็นนักบุญ และเป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักรในปี1931.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view