สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2018 ระลึกถึงนักบุญมาร์การิต แห่งสก็อตแลนด์ นักบุญเบอร์ ตรู๊ด พรหมจารี

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2018  ระลึกถึงนักบุญมาร์การิต แห่งสก็อตแลนด์  นักบุญเบอร์ ตรู๊ด พรหมจารี

🌸 ทุกวัน...
ฉันให้ความรักของพระเจ้าเสริมกำลัง
ทุกวัน...
ฉันให้ความรักของพระองค์นำสติปัญญา

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2018
ระลึกถึงนักบุญมาร์การิต แห่งสก็อตแลนด์
นักบุญเบอร์ ตรู๊ด พรหมจารี
https://www.youtube.com/watch?v=9SPNxvJffKo

💦Amazing Grace
https://youtu.be/A0gLntLIBYw

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2018
ระลึกถึงนักบุญมาร์การิต แห่งสก็อตแลนด์
นักบุญเบอร์ ตรู๊ด พรหมจารี
อ่าน :
2 ยน1: 4-9
ลก 17:26-37
 
พระเยซูเจ้าเตือนเหล่าสาวก ให้เห็นสัจธรรมของชีวิตว่า...
วันสุดท้ายของแต่ละคนมาถึงแน่ แม้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
สิ่งที่ควรเตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อมคือ ..“อย่ายึดติด”...
เพราะสำหรับพระเจ้า ใครที่หวงแหนชีวิตทางโลก ก็จะเสียชีวิตนิรันดร
แต่ใครที่ย่อมสละ ก็จะพบ และรักษาชีวิตนั้นเอาไว้ได้
 
จดหมายนักบุญยอห์น ช่วยให้เข้าใจชัดว่า...
ความรักต่อพระเจ้า และเพื่อนพี่น้อง
มิพอแค่การยึดติดกับ การรู้ธรรมบัญญัติ
แต่จำเป็นต้องนำมาปฎิบัติจริงในชีวิต

การรับใช้พระเจ้า ตามความสามารถ และบทบาทของตน..
ได้พา ท่านนักบุญมาร์การิต ผู้เป็นราชินีแห่งสก็อตแลนด์
ให้ดูแล เอาใจใส่ ประชาชน คนที่ประสบความยากลำบาก
ได้อย่างดี โดยไม่มีการแบ่งแยก
และนักบุญเบอร์ ตรู๊ด ผู้เป็นนักบวช ได้กลายเป็นผู้มีบทบาท
ในการทำให้ความศรัทธาต่อดวงพระหฤทัย ได้รับการเผยแพร่
อย่างกว้างขวาง
 
หมายเหตุ…
อย่าคาดหวังกับสิ่งที่มีชีวิต
อย่ายึดติด กับสิ่งที่มีวันสลาย
เพราะมันมีวันของการก่อสร้าง และ วันที่ถูกทำลาย
จงเรียนรู้ เพื่ออยู่กับมัน ในความเป็นจริง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)
 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ผู้ใดพยายามรักษาชีวิตของตนไว้ ก็จะสูญเสียชีวิตนั้น ผู้ใดที่เสียชีวิตของตน ก็จะรักษาชีวิตนั้นไว้...” (ลก 17:26-37) 

พระคริตเจ้าทรงเป็นชีวิต

และประทานชีวิตนั้นเพื่อทุกคนที่เข้าหาพระองค์

การเลือกพระคริสตเจ้า

คือการเลือกชีวิต

การสูญเสียพระคริสตเจ้า

คือการสูญเสียชีวิต

วันนี้ ฉันเลือกเอาชีวิตของพระคริสตเจ้าไว้ในตัวฉัน

หรือฉันยังห่วงกังวล เฝ้ารักษาชีวิตของฉันไว้

และที่สุด ฉันก็ไม่สามารถรักษาไว้ได้...

________________

เมื่อวานนี้ พระวาจาของพระเจ้าเตือนให้เราคิดถึงสิ่งที่มีค่าและอยู่ท่ามกลางเรา นั่นคือสันติภาพและความดี ความรักและความเมตตา ที่ที่พระเจ้าทรงประทับอยู่ และนั่นคือที่ที่เรียกว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าที่อยู่ท่ามกลางเรา” 

“ฉันกำลังจะซื้อรถเข็นให้คุณแม่ใหม่อยู่แล้วเชียว แม่ก็รีบจากไปเสียก่อน...” “ฉันกำลังจะย้ายมาทำงานใกล้ๆ พ่ออยู่แล้วเชียว จะได้ดูแลพ่อได้ง่ายขึ้น แต่พ่อไม่คอยฉันเลย...” “ไอ้ลูกชายที่รัก พ่อว่า เดี๋ยวสิ้นปีนี้ พ่อจะพาลูกกับแม่ของลูกเที่ยวพักผ่อนกัน เจ้าก็รีบลาจากพ่อไป แล้วสิ่งที่พ่อตั้งใจไว้ เจ้าก็ไม่ให้พ่อได้มีโอกาสได้กระทำเลย...”

ผมเป็นพ่อเจ้าวัดที่มาอยู่ที่ประจวบฯ เพื่ออภิบาลผู้ป่วย ผู้อาวุโส และส่งวิญญาณของเขากลับบ้านพระบิดาหรือ... พ่อเจ้าวัดคนก่อนๆ เขามาโปรดศีลล้างบาป แต่ผมมาเพื่อการนี้หรือ นี่คือกระแสเรียกของผมหรือ... แต่ก็นี่แหละ พระเจ้าทรงเตรียมทุกอย่างไว้ และทรงบันดาลให้ทุกสิ่งกลับเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่รักพระองค์ เพราะสิ่งที่ตาไม่เคยเห็น หูไม่เคยได้ยิน ใจมนุษย์คิดไม่ถึง คือสิ่งนั้น สิ่งที่พระองค์ทรงเตรียมไว้สำหรับผู้ที่พระองค์ทรงรัก...

แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่เตือนใจผมอยู่เสมอ ในโลกวันนี้ที่เราแต่ละคนมัวเฝ้าทำสิ่งที่คิดว่า ทำเพื่อชีวิตที่มั่นคง เพื่อสร้างรากฐานที่ดีให้กับครอบครัว ให้กับชีวิต และแล้ว เราก็พลาดพลั้งสิ่งที่คิดไว้สูงกว่านั้น สิ่งนั้นกลับกลายเป็นความตั้งใจที่ไม่มีโอกาสได้กระทำ... ผมคลุกคลีกับบรรยากาศของการจากไปของสัตบุรุษ การเสกและอวยพรสัตบุรุษ อวยพรบ้านสัตบุรุษ รวมถึงพิธีเจิมและอภิบาลผู้ป่วย การส่งวิญญาณผู้ล่วงลับ การบรรจุศพ การรับศพที่หน้าวัด มิสซาและการอำลาผู้ล่วงลับครั้งสุดท้าย กลับเป็นสิ่งที่ผมประกอบพิธีโดยไม่ต้องพึ่งหนังสืออีกต่อไป มันขึ้นใจเสียแล้วครับ...  รถของผมที่เคยขับไปเยี่ยมสัตบุรุษ กลับต้องมารับศพสัตบุรุษของผมจากโรงพยาบาลมาสวดอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ และอีกครั้ง ก็นำศพของผู้ล่วงลับไปประกอบพิธีปลงศพที่วัด ผมเป็นประธานในการปลงศพสัตบุรุษของผม... แต่ก่อน ผมเองที่เป็นผู้นำพระเยซูเจ้าไปมอบให้เขาเสมอๆ มากกว่าเพียงเดือนละครั้งในวันศุกร์ต้นเดือน แต่เสมอๆ ... และบัดนี้ ผมเอง กลับเป็นผู้ที่เดินหน้าศพของเขา นำเขากลับไปบรรจุไว้ที่สุสาน จากการที่ผมนำพระคริสตเจ้าไปมอบให้เขาในศีลมหาสนิท กลายเป็นการนำเขากลับไปมอบให้พระเยซูเจ้า... เทวดาทั้งหลายของพระเจ้า เชิญรีบออกมาพบเขา นักบุญทั้งหลายของพระเจ้า เชิญรีบออกมาต้อนรับเขา นำเขาไปถวายเฉพาะพระพักตร์พระผู้สูงสุด... 

บรรยากาศชีวิตของพ่อเจ้าวัดของผมเป็นบรรยากาศที่แม้จะเป็นบรรยากาศแบบนี้ ที่หลายครั้งผมก็เป็นพ่อเจ้าวัดที่น้อยใจบ้างเหมือนกัน สัตบุรุษลาจากผมไปหมดแล้ว หลายครั้งที่อยากจะบอกว่า แม้ลูกๆ ไม่อาจจะช่วยผมทำความสะอาดวัด ไม่อาจช่วยอะไรผมได้มากนัก ขอเพียงลูกๆ มาวัด และอยู่กับผมนานๆ เท่านั้น ผมก็มีแรงทำสิ่งที่เป็นหน้าที่ของพ่อแล้วล่ะครับ แต่... ลูกๆ ก็มารีบลาจากผมไปแล้ว... 

มันเป็นบรรยากาศที่มีคุณค่า น่าไตร่ตรองไม่น้อย ในเวลาที่เรายังมีเวลาเจริญชีวิตเพื่อกันและกัน... ใช่ มันอาจจะเป็นการสร้างชีวิต สร้างอนาคต สร้างรากฐานความมั่นคงให้ครอบครัว แต่บางที เราลืมสิ่งที่สำคัญไป คือการให้เวลาแก่พระคริสตเจ้า พระคริสตเจ้าที่ประทับอยู่ในชีวิตของกันและกัน ทุกวันของเรา มีความตั้งใจดีมากมาย พร้อมด้วยความอุตสาหะ มานะบากบั่น แต่แล้ว เราสูญเสียครับ เราพลาดครับ พลาดสิ่งที่มีคุณค่าที่สุด... เพราะเรามัวพยายามรักษาชีวิตของเราไว้ ซึ่งที่สุด เราก็ยื้อชีวิตนั้นไว้ไม่ได้ และเรากลับต้องสูญเสียชีวิตในพระคริสตเจ้าไป... โอ้ จะเป็นประโยชน์อะไร ที่เราได้โลกทั้งโลกมาเป็นกรรมสิทธิ์ แล้วต้องมาสูญเสียความรอดพ้นของวิญญาณไป

แล้วสิ่งที่เรามานะบากบั่น ตั้งใจสั่งสมกันมา จะเอาไว้เพื่อใครกัน หากวันนี้ วันที่เรามีโอกาสทำสิ่งดีๆ เพื่อกันและกัน และเหตุผลสารพัดก็เข้ามา จนทำให้เราไม่มีเวลาให้กันและกัน เพื่อรักและเป็นกำลังใจ และมีความสุข เห็นภาพลางของอาณาจักรของพระเจ้า และลิ้มชิมรสอาณาจักรของพระองค์ที่เป็น สวรรค์ ณ แผ่นดิน...

ข้าแต่พระเจ้า แม้ลูกจะมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ต้องทำ ให้ต้องกังวลถึง ก็ขออย่าให้ลูกพลาดที่จะมีเวลาให้กับพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงประทับอยู่ท่ามกลางลูก ด้วยเหตุผลสารพัดอย่าง ที่เทียบอะไรกับพระองค์ไม่ได้เลย... และดังนั้น งานของลูกจะสูญเปล่า และลูกจะไม่ได้รับอะไรเลยจากสิ่งนั้น... (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง 2ยน 1:4-9)

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 2ยน 1: 4-9 / ลก 17:26-37
ตลอดประวัติศาสตร์แห่งความรอด บรรดาประกาศกได้เตือนประชาชนในเรื่องการพิพากษาทันที่ทันใดของพระเป็นเจ้า แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่สนใจบรรดาผู้นำข่าวสารของพระเป็นเจ้า ในสมัยของโนอาห์ ประชาชนได้เจริญชีวิต และทำกิจวัตรประจำวัน จนกระทั่งถึงเวลาที่น้ำมาท่วมพวกเขา (ปฐก 6-7) ส่วนโลทหลานชายของอาบราฮัม ได้ถูกลากออกไปนอกเมืองโซโดม เพราะเขาไม่สนใจคำเตือน เรื่องความพินาศที่กำลังมาถึง พระเยซูเจ้าเองได้เตือนบรรดาผู้ติดตามพระองค์ ให้ออกไปจากกรุงเยรูซาเล็ม ที่มีเครื่องหมายว่า กรุงกำลังจะถูกทำลาย และเมื่องกรุงแตกที่ปี 70 มีคนจำนวนหลายพันได้เสียชีวิตในการปิดล้อมครั้งนั้น ขณะที่คนที่เชื่อฟังคำเตือนของพระเยซูเจ้าได้หนีไปยังเมืองแปลลา และได้รอดชีวิต การพิพากษาของพระเป็นเจ้า จะแยกคนชอบธรรมและคนอธรรม คนที่วางใจในพระเป็นเจ้าจะพบชีวิตนิรันดร...ทุกวันนี้ ท่านฟังคำเตือนของบรรดาประกาศกหรือไม่...ข้าแต่พระเยซูเจ้าโปรดให้ลูกมอบชีวิตไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์
นักบุญมาร์กาเร็ต แห่งสก๊อตแลนด์ เป็นราชินีของสก็อตแลนด์ และเป็นหลานของกษัตริย์เอ็ดมุนด์แห่งอังกฤษ ท่านได้เกิดที่ประเทศฮังการี และครอบครัวต้องอยู่ในดินแดนเนรเทศ เพราะชาวเดนมาร์กได้โจมตีประเทศอังกฤษ และขณะที่กำลังหนี เรือได้จมลงใกล้ฝั่งสก๊อตแลนด์ ท่านได้รับความช่วยเหลือจากกษัตริย์มัลคอล์มที่ 3 และได้อภิเษกสมรสกันในปี 1070 โดยมีพระราชโอรสและพระราชธิดาจำนวน 8 องค์ ท่านยังได้ตั้งอารามนักบวชหญิง และได้ใช้สถานภาพของตัวเอง ทำงานเพื่อความยุติธรรม และปรับปรุงสถานภาพที่น่าสงสารของคนยากจน...คนฉลาดจะไม่พูดถึงสิ่งที่เขาทำ แต่เขาจะไม่ทำอะไรที่พูดถึงไม่ได้... จงคิดเหมือนปราชญ์ แต่จงแสดงออกให้เหมือนสามัญชน... กิจกรรมที่ดีทุกอย่าง จะต้องเริ่มต้นด้วยความยากลำบากที่สุด...จงหันหน้าเข้าสู้ และจงสู้เสมอเพราะนั้นคือวิธีที่จะเอาชนะ...มักวิจารณ์คือคนที่ไม่มีขา แต่มักจะสอนให้ผู้อื่นวิ่งอยู่เสมอ

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view