สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2018 ระลึกถึงนักบุญเอลีซาเบ็ธ แห่งฮังการี นักบวช

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2018 ระลึกถึงนักบุญเอลีซาเบ็ธ แห่งฮังการี นักบวช

🍎พระเจ้าสามารถ
สงบจิตใจ และ ความคิด
ของเราได้
เมื่อเราอธิษฐาน …

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2018
ระลึกถึงนักบุญเอลีซาเบ็ธ แห่งฮังการี นักบวช
https://www.youtube.com/watch?v=RBxIz5ak57I

🍓พระเจ้าดีต่อฉัน
https://youtu.be/lM6f46h95-4

💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2018
ระลึกถึงนักบุญเอลีซาเบ็ธ แห่งฮังการี นักบวช
อ่าน
3 ยน 5-8
ลก 18:1-8
 
พระเยซูเจ้าสอนศิษย์ให้เห็นว่า …
ด้วยความซื่อสัตย์มั่นคงในการ “ร้องขอ”ของหญิงหม้าย
ทำให้ผู้พิพากษายอมเปลี่ยนใจ ทำตามที่นางร้องขอ
ดังนั้น “จำเป็น”ที่จะต้องอธิษฐานภาวนาเสมอโดยไม่ท้อถอย
 
จดหมายของนักบุญยอห์น ทำให้เข้าใจว่า
เมื่อผู้รับใช้ของพระเจ้า ได้ซื่อสัตย์ในการทำหน้าที่
พระเจ้าทรงฟังคำภาวนาของพวกเขาเสมอ และบางครั้ง
คำตอบ ความช่วยเหลือต่าง ๆ ก็ผ่านมาทาง “คนรอบข้าง”

โดยอาศัย ความรัก เมตตา เป็นแนวทาง
ในการสร้างสันติ นักบุญเอลีซาเบ็ธ แห่งฮังการี
ได้แสวงหา ที่จะดูแล คนยากจนที่ทนทุกข์
เพื่อต่อสู้กับความยุติธรรม พร้อมกับอุทิศเวลา
ให้กับการภาวนา เพื่อเป็นพลังหนุนนำให้เธอทำดี
โดยไม่ย่อท้อ
 
หมายเหตุ..
ยามท้อแท้กับชีวิต อย่าไปคิดหนีปัญหา
จงซื่อสัตย์ต่อการภาวนา ขอสติ และปัญญา
เพื่อแก้ปัญหาด้วยตัวเรา

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ผู้เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมา พระองค์จะทรงพบความเชื่อในโลกนี้หรือ...” (ลก 18:1-8) 

วันนี้ฉันเชื่อในพระเจ้า ฉันประกาศอย่างนั้น...

แต่เมื่อเวลาผ่านไป  

เมื่อฉันต้องเผชิญกับการทดสอบเข้าจริงๆ

บางที ฉันก็คอยไม่เป็น ฉันก็คอยไม่ได้

ฉันคิดว่า พระเจ้าทรงช้าไป 

พระองค์ตายไปแล้วจริงๆ กระนั้นแล...

และดังนี้ 

เมื่อพระองค์เสด็จกลับมา

พระองค์จะยังพบความเชื่อในฉันหรือ...

________________

ผมชอบประโยคหนึ่งของบทเพลงหนึ่ง “ทันเวลาเสมอ” คือพระเจ้าไม่ช้า ไม่สาย แต่ทรงทันเวลาเสมอ แต่ปัญหามักอยู่ที่ว่า เรามักคอยพระเจ้าไม่ได้ เราเรียนรู้ที่จะทำอะไรเร็วๆ รีบๆ เร่งๆ ทันที และบางครั้ง เราก็คอยไม่เป็น ไม่รู้จักคอย กับพระเจ้า หลายๆ ครั้งเราก็เป็นเช่นนั้นด้วย เราคอยไม่เป็น แม้เราจะเชื่อว่าพระเจ้าทรงทันเวลาเสมอ แต่บางคร้งเราก็ไม่มั่นใจ เราอยากเห็นทุกอย่างเร็วๆ ทันทีทันใด และสุดท้าย เราก็ไม่สามารถรักษาความเพียรทนของเรา เราคอยพระองค์ไม่เป็น

จำเป็นต้องอธิษฐานภาวนอยู่เสมอและไม่ท้อถอย... วันนี้พระเยซูเจ้าทรงสอนเราถึงความเพียรทนนี้ ซึ่งบางที คงไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่ฟังเรา และหลายครั้ง พระองค์ทรงรักเราก่อน ทรงทราบแล้วว่าจะช่วยเหลือเราอย่างไร ทรงเตรียมไว้แล้ว ซึ่งพระพรที่เราไม่กล้าวอนขอและอาจจะไม่สมควรจะได้รับ แต่นั้นคือพระเมตตารักของพระองค์... นั่นหมายถึงความเป็นจริงที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสเมื่อทรงสอนบรรดาศิษย์ให้ภาวนา “บทข้าแต่พระบิดา” และสิ่งที่เป็นบทสรุปของการภาวนาวอนขอทุกสิ่งทั้ง 7 ประการคือ “Fiat Voluntas tua” คือ “พระประสงค์จงสำเร็จไป”  นั่นคือเสียงภาวนาจากหัวใจที่อ่อนโยน และสุภาพถ่อมตนที่สุด...

แต่การภาวนาที่พระองค์ทรงสอนเราในพระวรสารวันนี้ คือชีวิตที่ต้องติดสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าเสมอ เหมือนกับลูกที่ไม่เคยห่างไกลพ่อเลย มีอะไรก็ปรึกษาพ่อก่อนเสมอ... แม้บางครั้งพ่ออาจจะดูนิ่งๆ เงียบ แต่ก็มีหลายครั้งไม่ใช่หรือ ที่ในความเงียบๆ ของพ่อนั้น พ่อมักเตรียมสิ่งที่ลูกคิดไม่ถึง และมักดีกว่าสิ่งที่ลูกขอเสียอีก... นี่คือภาพเดียวกันครับ เมื่อพระเจ้าทรงเป็นบิดาที่แสนดี พระองค์ไม่เคยปกพร่องในความเป็นพ่อที่แสนดีเลย พระองค์ทรงดูแลเราเสมอ ว่าแต่เราเถอะ เราปรึกษากับพระองค์บ้างไหมเวลาจะทำอะไรก็ตาม เราคุยกับพระเจ้ามากน้อยเพียงใด

ประโยคสุดท้ายของพระวรสารวันนี้เจ็บและสะท้านใจจริง “เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมา จะพบความเชื่อในโลกนี้หรือ” ... เวลานั้น เราจะยังคอบพระองค์อีกไหม คือพูดตรงๆ ก็คือ ความเชื่อของเราจะเป็นเช่นใด พระองค์จะยังพบความเชื่ออยู่ไหมในผู้ที่ประกาศความเชื่อในพระองค์

สิ่งหนึ่งที่ผมได้บทเรียนจากการเป็นพ่อเจ้าวัดสามปี อาจจะไม่เคยคิดเรื่องนี้ แต่นี่กลับเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน และต้องระวังในยุคสมัยของเราเวลานี้ ความเชื่อของบรรดาผู้อาวุโส ที่ผมรู้สึกว่าเขาเป็นเสาหลักของวัด นานๆ ไป เมื่อพวกท่านเหล่านั้นตกอยู่ในวิกฤตของชีวิต ท่านก็อยู่นอันตรายเหมือนกัน หากสิ่งเหล่านั้นต้องทดสอบท่าน... เมื่อท่านไม่สามารถอบรมความเชื่อของลูกหลานได้ในปัจจุบัน ท่านอาจจะเป็นสมาชิกคนเดียวในครอบครัว ในบ้านที่ศรัทธาในพระเจ้า แต่เราก็ต้องไม่ลืมด้วยว่า เมื่อท่านอาวุโส เมื่อท่านไม่สามารถช่วยตนเอง ความศรัทธาที่ท่านมี แต่ไม่ได้ปลุกฝังความเชื่อนี้อย่างดีในบรรดาลูกหลาน เวลานั้น ท่านอาจจะไม่สามารถไปวัดได้อีก เพราะความไม่เป็นความสำคัญของลูกหลาน เวลานั้นแหละ ที่ความเชื่อของท่านเหล่านั้น อาจจะทำให้ท่านต้องเจ็บปวด และหลายๆ คน ก็มาทิ้งพระเจ้าไปในบั้นปลายชีวิตเช่นนั้นเอง น่าเสียดาย... และหากเป็นเช่นนั้น เมื่อพระคริสตเจ้าเสด็จกลับมา พระองค์จะพบความเชื่อในโลกนี้ หรือในเราหรือ...

พี่น้องที่รักครับ นี่คือสถานการณ์ของโลกปัจจุบัน ที่มีหลายสิ่งหลายอย่างทดสอบความเชื่อของเรา และหลายครั้ง เราก็อาจจะไม่สามารถรักษาความเชื่อไว้ได้จนวันที่เราจะกลับไปพบพระเจ้า เราก็ทอดทิ้งและสิ้นหวังในพระองค์เสียก่อน... พี่น้องครับ  “ความเชื่อ” ครับ คือสิ่งที่เราต้องรักษาไว้ให้ได้ไม่ว่าสถานการณ์ของชีวิตของเราจะเป็นเช่นใด มันไม่ง่ายเลยจริงๆ ในยามที่ความเชื่อของเราต้องเพียรทน รอคอย และน้อมรับสถานการณ์ต่างได้ เพราะหลายๆ ครั้ง คนที่ศรัทธาในพระเจ้ามากๆ นั่นแหละ ที่อาจจะรู้สึกผิดหวังในพระองค์ เมื่อพบความเลวร้ายต่างๆ ในชีวิต และก็รู้สึกว่า พระเจ้าไม่ทรงช่วยเหลือ พระองค์ทอดทิ้ง ทั้งที่ฉันศรัทธาในพระองค์มาโดยตลอด แต่ทำมีชีวิตฉันจึงเป็นเช่นนี้... นี่แหละครับ มุมหนึ่งของความเชื่อที่ต้องได้รับการทดสอบ เรายังมีหลายเรื่องราวในชีวิตของเรา ที่ความเชื่อของเราต้องได้รับการทดสอบด้วย แต่ว่า เราจะรักษาความสัมพันธ์กับพระเจ้าไว้จนว่าจะถึงวันที่พระองค์เสด็จกลับมาหรือเปล่า

ข้าแต่พระเจ้า ผ่านร้อนผ่านหนาว ชีวิตจะร่วงโรยเหมือนใบไม้ที่จะมีโอกาสแตกใบงอกขึ้นใหม่ เพราะพระองค์คือพลังชีวิตที่จะกลับมา แต่ระหว่างความแห้งแล้งนั้น พระเจ้า โปรดอย่าให้ลูกท้อแทและสิ้นหวังในพระองค์เลย ขอให้ลูกมั่นคงจนว่าวันนั้น วันที่พระองค์จะเสด็จกลับมาเถิด พระเจ้าข้า

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 3ยน 1:15-8 / ลก 18:1-8
อะไรที่ทำให้ผู้พิพากษา ไม่มีความละอายใจและอยุติธรรม และไม่ยอมตัดสินความให้หญิงม่าย? เรื่องนี้สอนเราในเรื่องความยุติธรรม และการแก้ตัวในพระราชัยของพระเป็นเจ้า? พระเยซูเจ้าได้เล่านิทานที่เป็นเรื่องจริง ที่แม่ม่ายคนหนึ่ง ที่ไม่สามารถป้องกันตัว แต่สามารถป้องกันสิทธิของตัวเองได้ อาศัยความมั่นคง นางสามารถทำให้ผู้พิพากษายอมตัดสินความ จนกระทั่งนางได้รับความยุติธรรม ความมั่นคงมีผล เป็นต้นสำหรับผู้ที่มีความไว้วางใจในพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าได้ให้ความกระจ่าง ว่าพระองค์ในฐานะเป็นผู้พิพากษา และผู้ช่วยเหลือเรา จะเร่งมาป้องกันและมอบความยุติธรรมให้เรา ให้คำอวยพร และให้ความช่วยเหลือเรา เมื่อเราต้องการ แต่เราอาจจะหมดกำลังใจ และลืมไปว่า เราต้องวิงวอนขอพระหรรษทานและความช่วยเหลือ จากพระบิดาเจ้าสวรรค์
พระเยซูเจ้าได้เล่าเรื่องแม่ม่ายที่วิงวอน และผู้พิพากษาที่อยุติธรรม (ลก 18:1-8) เพื่อให้บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์มีความหวัง ความไว้วางใจ ความเอาใจใส่ที่บกพร่อง และความดี เพื่อมอบพระหรรษทานให้แก่เรา ในชีวิตปัจจุบันนี้ เราสามารถคอยความทุกข์ยากลำบาก และการเป็นอริ แต่เราก็ยังมีความหวังในพระเป็นเจ้า วันแห่งการพิพากษาครั้งสุดท้าย จะเผยแสดงให้เห็นว่า ความยุติธรรมของพระเป็นเจ้า จะชนะความอยุติธรรมทั้งสิ้น ที่มีอยู่ในโลกของคนบาป และความรักของพระเป็นเจ้าแข็งแรงกว่าความตาย (พซม 8:6) คนที่มีความเชื่อในพระเป็นเจ้า และมอบชีวิตให้พระองค์ สามารถที่จะเห็นความหวังและหลักประกันของความมั่นใจ พวกเขาจะได้รับรางวัล แม้ยังไม่ครบบริบูรณ์ในชีวิตนี้ แต่จะได้รับอย่างแน่นอนและสมบูรณ์ในเวลาที่จะมาถึง ในพระราชัยแห่งความชอบ สันติภาพ และความยินดีของพระเป็นเจ้า (รม 14:17)...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดเพิ่มพูนความเชื่อ และทำให้ลูกเข้มแข็งขึ้น เพื่อลูกจะใม่สงสัยพระวาจาและคำสัญญาของพระองค์ ที่จะอยู่กับลูกเสมอไป ในทุกสถานภาพที่ลูกอยู่ ไม่ว่าความทุกข์ การสูญเสีย ให้ลูกพบพละกำลังในความรักที่ไม่เปลี่ยนของพระองค์ ในขุมทรัพย์ในใจของลูก.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

 
 

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/gJEo87i4ZMo

view