สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

🔆ผู้ใดดำเนินในความสว่าง
ความมืดก็ไม่อยู่ในผู้นั้น

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=aFOJByDor6U

🍓My Peace
http://youtu.be/ls01XGV7oA0

🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
ดนล12:1-3
ฮบ 10:11-14,18
มก 13:24-32

พระเยซูเจ้า ยืนยัน กับบรรดาศิษย์
ไม่มีใครรู้วันและเวลา แม้ฟ้าดิน สิ่งสารพัด
ก็ไม่มีใครรู้ว่า วันใดสิ่งเหล่านี้จะสูญสิ้นไป
สิ่งเดียวที่คงอยู่คือ “วาจาของเรา”..
ส่ิงสำคัญ จึงไม่ใช่การจับจ้อง ที่วันเวลา
แต่เป็นการเตรียม “ความพร้อม”..น้อมรับ

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกดาเนียล
เมื่อผ่านเวลาแห่งความทุกข์ยาก ณ วาระสุดท้าย
บางคนจะพบความสุข บางคนยังอาจต้องทนทุกข์
ขึ้นอยู่กับ การดำเนินชีวิตของแต่ละคน
ว่าได้ให้ความใส่ใจกับสิ่งใด

นักบุญเปาโลตอกย้ำ..แม้สมณะที่ทำหน้าที่
ถวายเครื่องบูชา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า..เขาก็ยังมีข้อจำกัด
แต่สำหรับพระเยซูเจ้า การถวายบูชา เพียงครั้งเดียว
สามารถ ทำให้ผู้มีความเชื่อทุกคน ..
บรรลุสู่หนทางแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ครบครัน

หมายเหตุ..
กว่าจะเห็น...“คุณค่า”..ของสิ่งที่กำลังน้อยลง
เวลา..จะมีค่า เมื่อรู้สึกว่า มันสั้นลง
ชีวิต จะมีค่า เมื่อรู้สึกว่า ใกล้จะจบลง
ความรัก จะมีค่า เมื่อรู้สึกว่า ใกล้จะหมดลง
ดังนั้น อย่าปล่อยให้คนใกล้ตัว “มีค่า”....
เมื่อรู้สึกว่าเขากำลังจะจากไป

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ดวงอาทิตย์จะมืดไป...” (มก 13:24-32) 

ชีวิตคริสตชน

ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปสู่จุดจบที่ไร้ความหมาย

แต่ทุกสิ่งจะผ่านพ้นไป

เพื่อแสดงให้เห็นนิรันดรภาพของพระเจ้า

ที่ลูกของพระองค์จะเข้าไปมีส่วนร่วมในพระองค์

เมื่อนั้น ความทุกข์ยากที่ผ่านไปจะไม่เป็นที่จดจำอีก

ดังหญิงที่คลอดบุตร จะมีความสุขกับบุตรที่เกิดมา

และลืมความทุกข์ยากของการให้กำเนิดสิ้น...

วันนี้ ใคร หรืออะไรที่ฉันมอบความไว้วางใจ

หากเป็นพระเจ้าที่ฉันมอบตนไว้ในพระองค์แล้วนั้น

ทุกสิ่งจะผ่านพ้นไป

แต่ความรักของพระองค์ต่อเรา

จะไม่ผ่านพ้นไปเลย...

พระเจ้าเท่านั้น ผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน

พระองค์เท่านั้น คือดวงอาทิตย์แห่งความชอบธรรม

พระองค์ทรงเป็นชีวิตนิรันดร์ของเรา

________________

วันอาทิตย์นี้ เป็นวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 33 แล้ว เป็นสัปดาห์เกือบสุดท้ายแล้วนั่นหมายความว่า เรากำลังจะจบปีพิธีกรรมในสัปดาห์หน้า สัปดาห์ที่ 34 ที่เราจะสมโภชพระเยซูเจ้าทรงเป็นกษัตริย์แห่งสากลจักรวาล พระองค์ผู้ทรงเป็นดวงอาทิตย์แห่งความชอบธรรมแต่เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ที่เป็นนิรันดรภาพ และจะไม่สูญสิ้นไปเลย

มีคาแอล เจ้านายยิ่งใหญ่แห่งสวรรค์ นามมีคาแอล แปลว่า “ใครจะเสมอเท่าพระเจ้า” นั่นหมายความว่า เมื่อเวลานั้นมาถึง เวลาที่ไม่ใช่ความสิ้นสุดของเรา แต่เป็นเวลาแห่งความสำเร็จ เวลาแห่งความคาดหวัง คือหลักชัย คือเป้าหมายแท้จริงของเรา เวลานั้น คือการประกาศที่ชัดเจนว่า ไม่มีใครยิ่งใหญ่หรือเสมอเหมือนพระเจ้า

ดวงอาทิตย์ที่ดับสิ้นสูญไป เป็นเครื่องหมายของความยิ่งใหญ่ มนุษย์อยู่ไม่ได้ หากขาดแสงสว่างของดวงอาทิตย์ และบรรดาจักรพรรดิ ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ถูกเปรียบเทียบเป็นดังดวงอาทิตย์ เรากำลังจะมุ่งสู่การฉลองคริสตมาส ที่มีประวัติความเป็นมามาจากการฉลองดวงอาทิตย์ ที่กลายเป็นการฉลองจักรพรรดิ์ ที่เป็นดังสุริยเทพยิ่งใหญ่นั้น สุดท้ายแล้วพระเจ้าเท่านั้น ที่เป็นดวงอาทิตย์แห่งความชอบธรรมแต่เพียงผู้เดียว

ในช่วงเวลาปลายปีพิธีกรรมนี้ หรือแม้แต่ปลายปีที่กำลังจะจบลงนี้ ที่อาจจะเป็นเวลาของการไตร่ตรองตนเอง บนหนทางที่ก้าวผ่านมา... อะไรคือดวงอาทิตย์นั้น ที่เราใช้ชีวิตภายใต้แสงนั้น ดวงอาทิตย์นั้น ความยิ่งใหญ่นั้นที่กลายเป็นชีวิตของเรานั้นคืออะไร เป็นดวงอาทิตย์แห่งความชอบธรรมหรือไม่ ชีวิตคริสตชนที่มีชีวิตอยู่ได้ ก็ต้องอาศัยแสงสว่างแห่งดวงอาทิตย์ดวงนั้น คือพระเจ้า ผู้ทรงเป็นดวงอาทิตย์แห่งความชอบธรรมของเรา

เดินทางกันมาเกือบจะจบปีแล้ว พี่น้องที่รักครับ ชีวิตคริสตชนของเราที่เดินตามชีวิตของพระเยซู วันนี้เรายังเดินตามพระองค์หรือเปล่า หากพระองค์ทรงหันกลับมาจะพบเรากำลังเดินตามพระองค์ไหม...  วันนี้เราอยู่ภายใต้แสงของดวงอาทิตย์ดวงใด... ความเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูกของเราในครอบครัว ความเป็นพี่เป็นน้องกันในครอบครัว ในหมู่คณะนักบวชของเราเป็นอย่างไร...  เราดำเนินชีวิตอยุ่ภายใต้ดวงอาทิตย์ดวงใด ดวงอาทิตย์ที่เป็นความสว่าง และความรุ่งเรืองของโลกนี้ที่สุดท้ายมันก็ต้องดับอับแสงลง สุดท้าย เราก็ต้องจบชีวิตลง... แต่หากเราเจริญชีวิตอยู่ภายดวงอาทิตย์แห่งความชอบธรรมของพระเจ้า มีพระองค์เป็นชีวิต มีพระองค์เป็นเป้าหมายและชัยชนะของเราแล้วนั้น นั่นคือนิรันดรภาพครับ นั่นคืออาณาจักรของพระเจ้าที่เราไตร่ตรองกันในอาทิตย์นี้ คืออาณาจักรของพระองค์ คือครอบครัวแห่งสวรรค์ที่จะรุ่งเรืองและมีความสุขกว่าครอบครัวในโลกนี้ และแม้วันนี้ สวรรค์ ณ แผ่นดิน นั่นคือสิ่งที่เรากำลังฟื้นฟู ณ ปลายปีที่กำลังจะจบลงนี้ ครอบครัวคริสตชน ชุมชนคริสตชนของเราเป็นอย่างไร ที่นั่นคือภาพลางๆ ที่เราสามารถลิ้มชิมรสของความสุขแห่งครอบครัวสวรรค์ได้แล้วหรือยัง... นินทากันพอแล้วหรือยัง ให้ร้ายกันจบแล้วหรือยัง พอแล้วหรือยังกับการเหยียบย่ำกันและกัน เอาเป็นเอาตายกันและกัน ณ บ้านของพระเจ้า บ้านที่เราเคยอบอุ่น วันนี้ใครหายไปจากวัดของเราบ้างไหม เขาจะสามารถกลับมาในความอบอุ่น ความหวังและกำลังใจได้แล้วหรือยัง... ให้ครอบครัวคริสตชนของเราเป็นที่ที่มีความสุขที่สุดในการกลับบ้านหลังเลิกงานได้ไหม ให้อาหารเย็นในหมู่คณะนักบวช เป็นเวลาของกำลังใจที่ทำให้หายเหนื่อย นอนหลับ และพร้อมที่จะยืนหยัดในอุดมการณ์ของเราในเช้าวันใหม่ได้ไหม... หรือฉันยังไม่รู้เลยว่า เช้าวันใหม่ของฉันจะสดใสได้อย่างไร... 

นะ นะ นะ เมื่อความทุกขเวทนาผ่านไปแล้ว นั่นคือเวลาที่เรามานะบากบั่น ฟันฝ่าความยากลำบากของชีวิตนี้ผ่านพ้นไปแล้ว ดวงอาทิตย์แห่งความรุ่งเรืองมั่งคั่ง ความร่ำรวย ความมีเกียรติ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวเหล่านี้จะดับไป จะคงเหลือแต่ดวงอาทิตย์แห่งความชอบธรรมเท่านั้น ที่เราต้องการมีชีวิตภายใต้แสงสว่างนั้น เพราะเราจะไม่ต้องการแสงสว่างใด นอกจากพระเจ้าทรงเป็นแสงสว่างของเรา และนั่นคือนิรันดรภาพ...

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์เท่านั้น... คือ... องค์พระเจ้า เป็นความสว่าง และเป็นความรอดของข้าพเจ้า (บทเพลงตอบรับพระวาจาวันนี้)  ขอพระองค์ทรงเป็นดวงอาทิตย์แห่งความชอบธรรมที่ส่องสว่างชีวิตของลูกตลอดไปเถิดพระเจ้าข้า

สุขสันต์วันพระเจ้า สุขสันต์วันแห่งครอบครัวของพระองค์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ดนล 12:1-3 / ฮบ 10:11- 14,18 / มก 13:24-32
เมื่อถามเด็กๆในปลายศตวรรษที่ยี่สิบว่า สำหรับพวกเขาแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นในวันสิ้นโลก พวกเขาจะให้คำตอบในเรื่องการทำลายล้าง ที่จะเกิดจากระเบิดนิวเคลียร์หรือเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ แต่เมื่อมีคนถามพระเยซูเจ้า พระองค์กลับตอบด้วยเรื่องของเวลาครั้งสุดท้ายและการเสด็จกลับมาของพระองค์ นักบุญมาระโกได้ใช้ภาษาวิวรณ์ (จากหนังสือประกาศกเอเสเคีล ดาเนียล เศคาริยาห์) เพื่อพูดถึงวันสิ้นโลก และการเสด็จมาครั้งสุดท้ายของพระเยซูคริสตเจ้า บรรดาผู้ติดตามพระองค์ได้รับกำลังใจให้ยืนหยัดอย่างมั่นคงในความเชื่อของพวกเขา ว่าพระเป็นเจ้าจะเข้ามามีส่วนร่วมและช่วยเหลือพวกเขา ภายหลังเวลาแห่งความทุกยาก จักรวาลจะหวั่นไหว พระคริสตเจ้าจะเสด็จมา พร้อมดัวยพลังอันยิ่งใหญ่ และเกียรติมงคล(มก13:26) เพื่อนำความรอดพ้น มาสู่สิ่งสร้างของพระเป็นเจ้า “วันและเวลา”ที่แน่นอนของการเสด็จมาของพระคริสตเจ้านั้น จะเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแสดงของพระองค์ บรรดาผู้ติดตามพระองค์จะต้องเตรียมตัวต้อนรับการเสด็จมาของพระองค์ เมื่อเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น ต้นมะเดื่อที่งดงาม คือ เครื่องหมายของวันของพระเมสสิยาห์ ของประชากรอิสราเอล ที่จะมีผลการเก็บเกี่ยวของความยุติธรรม
ผู้ที่อ่านพระวรสารของนักบุญมาระโก ต้องเข้าใจว่า วรรณกรรมพิเศษในบทที่ 13 นี้ พระเยซูเจ้าจะตรัสเรื่องวันสุดท้าย และเครื่องหมายที่จะตามมา เป็นข้อเขียนในศตวรรษที่หนึ่ง ที่เป็นที่รู้จักกันในนาม ของ”วิวรณ์” ในสมัยแรก ข้อเขียนวิวรณ์ได้ถูกนำไปใช้ เพื่อสื่อสารความหวัง สำหรับคนที่มีความกลัว โดยเผยแสดงให้เห็นว่าพระเป็นเจ้าจะทรงช่วยเหลือ คนที่จงรักภักดีต่อพระองค์อย่าไร ให้พ้นจากพลังของความชั่วร้าย ในวาระสุดท้าย....ในหัวใจของคนบางคน เขากำลังรอวันสุดท้ายของโลก..มีคนจำนวนมากรู้ว่าวันสุดท้ายของโลกอยู่ใกล้แล้ว แต่มีกี่คนที่พร้อมจะกลับใจ…”การมีความสัมพันธ์อันดีกับสิ่งสร้าง คือ มิติหนึ่งของการกลับใจส่วนตัว ที่หมายถึงการยอมรับความผิดพลาดของตน บาป ความผิด และความล้มเหลว และนำไปสู่การกลับใจและต้องการที่จะเปลี่ยแปลง” (พระสันตะปาปาฟรังซิส).

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view