สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

❤ทรงรักเราเหมือนเดิม....
ความรักของพระเจ้าต่อเรานั้น
เกินกว่าที่จะอธิบายให้ครบถ้วนได้

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=peXQeqkJEYA

🐚ในพระองค์...ขอทรงนำทาง
http://youtu.be/vm5PlYcIBSk

🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
วว 3:1-6,14-22
ลก 19:1-10

ท่าทีในการเปิดใจ ต้อนรับศักเคียส ของพระเยซู
นำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ที่เคยทำผิด
ยืดกับทรัพย์สิน เงินทอง ให้กลับกลายมาเป็น
“ผู้ให้” ด้วยใจยินดี

วิวรณ์ ตอกย้ำ....ทำให้เห็นว่า
ใครก็ตามที่เปิดประตูใจให้กับพระเจ้า
เขาจะได้พบกับความจริงที่ว่า ..ความสุข
คุณค่าที่แท้ของชีวิต ไม่ได้ติดอยู่ที่วัตถุ สิ่งของ
ทรัพย์สิน เงินทอง แต่อยู่ใน
ความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนพี่น้อง และสิ่งที่
ตนปฎิบัติในความเชื่อ

หมายเหตุ..
เปิดหนังสือดู จะได้ความรู้
แต่ถ้าเปิดใจดู ก็จะเจอ “ความรัก”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“วันนี้  ความรอดพ้นมาสู่บ้านนี้แล้ว” (มก 19:1-10) 

หากชีวิต เป็นการเดินทางที่รีบเร่งเพื่อจะถึงเป้าหมายเท่านั้น

ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย...

เพราะเราอาจจะไม่มีโอกาสได้พบความงดงามระหว่างทางเลย

หากเรามัวแต่จะรีบเร่ง เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเท่านั้น

และที่นั่น เราคงไปถึงก่อนแต่เพียงคนเดียว

เพื่อคอยพี่น้องของเราที่กำลังเดินมาด้วยความยากลำบาก

ไม่ดีกว่าหรือ ที่ฉันจะเดินไปพร้อมกับพี่น้องของฉัน

จะถึงเร็วหรือช้า แต่เราจะถึงด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไปเลย...

________________

อาทิตย์นี้ ผมได้มีโอกาสอยู่ที่อารามคาร์แมลที่กรุงเทพอีกสักหนึ่งสัปดาห์ เพื่อนำการเข้าเงียบประจำปีให้กับบรรดามาเซอร์ นี่ช่างเป็นช่วงเวลาที่ผมต้องขอบคุณพระเจ้าอีกครั้ง หลังจากการทำงานหนักมาสักระยะหนึ่ง และคงจะต้องกลับไปทำงานต่อ แต่ดูเหมือนพระเจ้าทรงจัดให้ผมได้มีโอกาสเติมพลังในจิตใจจริงๆ จากก่อนหน้านี้ เมื่อต้องเผชิญกับความรู้สึกของความสูญเสียสัตบุรุษที่รักไปหลายๆ คน สัตบุรุษที่เคยเยี่ยมอภิบาล ที่ได้จากไปในช่วงเวลาที่ผมเป็นผู้อภิบาล อุทกภัยที่นำให้เกิดความสูญเสีย แม้ว่าวัดของผมจะไม่ได้รับความเสียหายมากมายนัก เพียงแต่น้องน้ำได้เข้ามาเยี่ยมห้องทำงานของผมบ้าง ทิ้งร่องรอยให้ผมต้องทำความสะอาดห้องทำงาน ทำให้ข้าวของเสียหายบ้างนิดหน่อย แต่ก็เท่านั้นเอง มันยังไม่มากมายเท่ากับพี่น้องอีกหลายคน มีพี่น้องอีกหลายคนที่ประสบภัยหนักกว่า บางบ้านก็ถูกน้ำพัดไปทั้งหลังเลย มีบ้านหนึ่งที่เขาเป็นคนดี ขยันทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำ ไม่ได้มีฐานะดีมากมายนัก แต่ก็ได้รับความเสียหายหนักกว่าอีกหลายๆ บ้าน เพราะบ้านของเขาถูกน้ำพัดไปทั้งหลังเลย... ผมเอง เวลานี้ ก็กำลังซ่อมแซมบ้าน ซ่อมแซมวัด เพื่อเตรียมส่งมอบงานให้กับคณะนักบวชอีกคณะหนึ่งที่จะมารับงานที่ประจวบต่อจากผมอีกไม่นาน เพราะบ้านที่ผมอยู่แบบพออยู่ได้นั้น ผมไม่เคยซ่อมแซมอะไรมากมายนัก แต่บัดนี้คงต้องรีบปรับปรุง เพื่อให้ผู้ที่กำลังจะมาอยู่ต่อ ได้มีกำลังใจ ไม่ต้องลำบากมากมายเกินไปในช่วงเวลาของการเริ่มงานอภิบาลเช่นเมื่อผมมาอยู่แรกๆ เพราะเวลานั้น เมื่อมาอยู่ที่ประจวบใหม่ บ้านแทบใช้อะไรไม่ได้เลย ต้องซ่อมหลายๆ อย่าง วัดที่ต้องปรับปรุงหลายๆ เรื่อง มาถึงเวลานี้ ช่วงท้ายๆ ของงาน ทำให้ผมตั้งใจ กำลังเตรียมสรุปงานอภิบาลทั้งหมด และไม่ได้มีโครงการออกไปเยี่ยมอภิบาลมากมายเหมือนที่เคย แต่สภาวะน้ำท่วมที่นำปัญหาให้กับเพื่อนพี่น้อง กับพระวาจาของพระเจ้าที่ผมไตร่ตรองวานนี้ แม้ว่าจะมีอะไรบางอย่างให้ต้องรีบทำให้เสร็จ รีบเสร็จให้ทัน แต่เราคงไม่ได้เร่งรีบมากเกินไปไม่ใช่หรือ จนเราไม่มีเวลามองดูพี่น้องรอบข้าง และให้ความช่วยเหลือเขา ผมต้องไม่เป็นคนที่ดุว่าคนตาบอดที่เยริโค ที่เข้ามาขอความช่วยเหลือจากพระเยซูเจ้า เพราะกำลังรีบอยากจะไปเป็นใหญ่ที่เยรูซาแลมมิใช่หรือ...

มาในเช้าวันนี้ เราพบพระเยซูเจ้าในพระวรสาร พระองค์ที่เป็นดวงอาทิตย์แห่งความชอบธรรมที่ไม่มีวันดับแสงไปเลย พระองค์ที่ทรงเป็นองค์ความรอดพ้นของทุกคน และวันนี้ เราพบว่า คนมากมายอยากพบพระองค์ ศักเคียส ชายร่างเตี้ย ที่เป็นคนเก็บภาษี ก็เป็นคนหนึ่งที่อยากพบพระองค์ จนกระทั่งปีนต้นมะเดือเทศขึ้นไปเพื่อจะได้มีโอกาสเห็นพระเยซูเจ้าด้วย และพระเยซูเจ้า เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นเขา ได้ตรัสเรียกเขา และพระองค์จะเสด็จไปพักที่บ้านของเขา ซึ่งเขาได้มีโอกาสต้อนรับพระองค์ที่บ้านของเขา และที่นั่น เมื่อพระเจ้าเสด็จเข้าไป พระองค์ได้เข้าไปในหัวใจของเขาเลยทีเดียว ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในหัวใจของเขา... แต่หลายคนบ่นว่า พระเยซูเจ้าไปพักที่บ้านคนบาป... แต่แท้จริงแล้ว พระองค์ก็เสด็จมาเพื่อการนี้มิใช่หรือ เพื่อรวบรวมบุตรของพระเจ้าที่หายไปให้กลับเข้ามาสู่บ้านของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง

“วันนี้  ความรอดพ้นมาสู่บ้านนี้แล้ว” พี่น้องที่รัก นี่เป็นประโยคที่น่าประทับใจจริงๆ เมื่อศักเคียสได้บอกกับพระเยซูเจ้าว่า เขาจะคืนสิ่งที่ได้โกงมาสี่เท่า และจะคืนมากกว่านั้นอีก ซึ่งสิ่งที่เขาได้ทำความอยุติธรรมกับเพื่อนพี่น้อง นั่นคือเขาเปลี่ยนไปทั้งหมดจริงๆ เมื่อได้พบและต้อนรับองค์ความรักในบ้านและในหัวใจของเขา จนพระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “วันนี้  ความรอดพ้นมาสู่บ้านนี้แล้ว” 

นี่เป็นบรรยากาศของความอบอุ่นจริงๆ ที่ยืนยันให้เราพบว่า พระเจ้าทรงประทับอยู่กับลูกของพระองค์จริง ไม่ว่าเขาจะเป็นคนดี คนไม่ดี พระเจ้าก็ยังทรงประทับอยู่ แม้ในท่ามกลางหลายๆ สถานการณ์ที่ลูกของพระเจ้าอาจจะถามพระองค์ว่า พระองค์อยู่ที่ไหน พระองค์กำลังทำอะไรอยู่ในยามที่ฉันประสบความยากลำบาก ในยามที่ฉันทุกข์ยาก ฉันพยายามที่จะปีกขึ้นไปเพื่อแสวงหา และมองเห็นพระองค์ แต่สุดท้าย กลับเป็นพระองค์เอง ที่เสด็จเข้ามาอยู่ใกล้ อยู่ในบ้านของฉัน

นี่คือแนวคิดในการเยี่ยมอภิบาลตามบ้านสัตบุรุษ ที่หลายครั้ง ผมไม่ไปทานอาหารกลางวันที่ไหน และก็ไม่ทานคนเดียว แต่มีบางครั้ง ผมก็ซื้ออาหารสักนิดหน่อย สำหรับคนสองคน เพื่อไปชวนชาวบ้าน ผู้อาวุโส คนยากจน หิ้วอาหารเข้าไปทานด้วยกัน เพราะมันอาจจะเป็นการเข้าไปเยี่ยมในเวลาอาหาร ที่ผมจะไม่ได้นำความยุ่งยากให้กับสัตบุรุษที่อาวุโส ที่ไม่สบาย ที่อยู่บ้านตามลำพัง มันเป็นโอกาสที่ผมจะทำได้มากกว่าการไปเยี่ยมอภิบาล แต่นั่นเป็นการร่วมโต๊ะอาหารกับเขา คนหนึ่งบอกผมว่า เกิดมา ก็เพิ่งจะได้มีโอกาสนั่งทานอาหารกับพระสงฆ์นี่แหละ เป็นมื้ออาหารที่มีความสุข เป็นกำลังใจที่ได้รับ เป็นพระพรที่ได้ร่วมทานอาหารกับคุณพ่อ...

นะ... ก็เพราะว่าชีวิตสงฆ์ของผม เป็นชีวิตที่เป็นพระพรของพระเจ้าเพื่อทุกคนมิใช่หรือ ทุกวันนี้ บ้านของผมที่ประจวบ เปิดต้อนรับพี่น้องเสมอ ไม่ใช่ในวันอาทิตย์เท่านั้น แต่ในทุกวัน ทุกเวลา ผมมีห้องพักที่เตรียมไว้ห้องหนึ่งเสมอ เพื่อต้อนรับลูกๆ ของผม มีกาแฟ มีอาหารว่างติดบ้านไว้เสมอๆ เพื่อต้อนรับลูกที่เข้ามาพักระหว่างการเดินทาง ในตู้เย็น มีผ้าเย็นเอาไว้ให้ลูกๆ ได้พบความสดชื่น และมีกำลังใจในการเดินทางต่อไป และมากกว่านั้น ชีวิตสงฆ์ของผม ก็ได้รับการฟูมฟักจากสัตบุรุษมากมายด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นสิ่งดีๆ เพื่อทุกคน มิใช่หรือ แล้วทำไม ผมจะไม่เป็นความสุขความยินดีให้กับพี่น้องที่อยู่ห่างไกล ไม่มีโอกาส และไม่สามารถมาร่วมมิสซา ร่วมพิธีกรรมกับหมู่คณะส่วนรวมได้ คงต้องบอกว่า เขาก็เป็นลูกของอับราฮัม เขาก็เป็นลูกของพระเจ้าด้วยไม่ใช่หรือ ที่ผมต้องไปแบบพระเยซู ไปเยี่ยมบ้านของเขา ทานอาหารกับเขา เป็นพระพรให้เขามีกำลังใจเดินตามพระเยซูเจ้าต่อไป

พี่น้องที่รักครับ ศักเคียสพยายามเฝ้ามองให้เห็นพระเยซู พระองค์ทรงเป็นพระพรของชีวิตของเขา... ในชีวิตของเรา มีบ้างไหม ใครที่กำลังแสวงหาเรา ต้องการแม้เพียงได้เห็นเราบ้าง เพื่อได้รับกำลังใจจากเรา ในบรรดาคนเหล่านั้น อาจจะเป็นลูกๆ ของเราหรือเปล่า เป็นสามี ภรรยาของเราด้วยหรือเปล่า... เราพบว่า พระเยซูเจ้าแม้ว่ากำลังจะมุ่งหน้าไปกรุงเยรูซาแลม เพื่อทำพันธกิจของพระองค์ให้สมบูรณ์ แต่พระองค์ทรงมีเวลาหยุดมองดู ทักทาย และรักษาคนตาบอด และวันนี้ก็มีเวลาที่จะรักษาแผลในใจของศักเคียส จนเขาเปลี่ยนไปทั้งหมดเมื่อได้พบพระองค์... 

พี่น้องที่รักครับ ในโลกของความเร่งรีบ ยิ่งในกรุงเทพที่ผมอยู่เวลานี้ ผมทราบว่า พี่น้องหลายท่านมามิสซาด้วยความเร่งรีบ แม้ไม่มีเวลามากนัก แต่ก็ยังจัดเวลามาพบพระเจ้าบ้าง... ลองอีกสักนิดนะครับ ในยามเร่งรีบของชีวิต ขอเราอย่าลืมที่จะให้เวลากันและกัน โดยเฉพาะคนที่อาจจะอยากเห็นเราที่สุด อยากอยู่ใกล้ชิดเราที่สุด นั่นคือสมาชิกในครอบครัวของเรา สมาชิกในหมู่คณะนักบวชของเรา เรามีโอกาสพบกัน เห็นหน้ากันบ้างหรือเปล่า...

เพราะชีวิต ไม่ได้หมายถึงการรีบเร่งเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเท่านั้น ชีวิตไม่ใช่การรีบๆ เดิน รีบๆไป เพื่อบรรลุเป้าหมายเท่านั้น หากเป็นเพียงเท่านั้น ก็น่าเสียดาย ที่เราอาจจะไม่มีโอกาสเห็นความงดงามข้างๆ  ทางเลย เพราะเราเร่งรีบเพื่อไปถึงเป้าหมายเพียงอย่างเดียว และหลายครั้ง เราก็ไปถึงเป้าหมายเร็วเกินไป เพื่อคอยเวลาเท่านั้นเอง

ขอให้การเดินทางของพระเยซูเจ้า เป็นการเดินทางที่เป็นแบบอย่างของเราทุกคน สอนให้เรารู้ว่า ไม่มีอะไรที่เราต้องรีบเร่งกินไป จนเราลืมไปว่า พระเจ้าทรงเดินมาพร้อมกับเรา และบางที พระองค์ก็สอนให้เราให้ความสนใจพี่น้องที่ได้พบระหว่าเส้นทางด้วย เพื่อให้เวลากับเขา เพื่อเป็นกำลังใจให้กันและกัน

ข้าแต่พระเจ้า ลูกจะก้าวเดินไปพร้อมกับพระองค์ เดินไปด้วยหัวใจเยี่ยงพระองค์ แม้จะรีบเร่ง แม้จะมีหลายอย่างต้องรีบทำ แต่ลูกขอพระองค์ช่วยลูก ให้ลูกเรียนรู้ที่จะหยุดสนทนากับพี่น้องระหว่างทาง มีเวลาเพื่อช่วยเหลือ และเป็นกำลังใจแก่กันและกันเสมอเถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)




วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน วว 3:1-6,14-22 / ลก 19:1-10
ท่านจะทำอะไร ถ้าพระเยซูเจ้าทรงเคาะที่ประตูหัวใจของท่าน และตรัสว่า”เราจะไปพักที่บ้านของท่านในวันนี้” ท่านจะรู้สึกตื่นเต้นหรือตกใจ? พระเยซูเจ้าทรงหยุดในเวลาที่ท่านไม่ได้คาดคิด เพื่อเยี่ยมเยียนท่าน ในร่างของคนยากจน คนขาพิการ แม้แต่เป็นคนบาปที่ทุกคนรู้จัก เช่นเดียวกับศักเคียส คนเก็บภาษี ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกสบประมาท และได้รับการปฏิบัติในฐานะเป็นคนนอกสังคม เพราะเขาเป็นคนที่ทุจริต และแสวงหาประโยชน์ ด้วยการเรียกร้องสินบนจากคนอื่น
“ให้เราพิจารณาถึงวิธีการที่ทำให้ศักเคียสกลับใจ เขาต้องการพบพระเยซูเจ้า จึงปีนขึ้นไปบนต้นมะเดื่อเทศ จึงได้พบเมล็ดพันธ์แห่งความรอดเกิดขึ้นในตัวเอง พระเยซูคริสตเจ้าได้มองดูเขา จากมุมมองของการเป็นพระเจ้าของพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงแหงนพระพักตร์ขึ้นไป ด้วยมุมมองในฐานะเป็นมนุษย์ และเมื่อพระองค์ทรงมีพระประสงค์ เพื่อนำความรอดพ้นมาให้เขา พระองค์ได้แสดงพระเมตตาต่อเขา และได้ให้กำลังใจเขาว่า “ศักเศียส ลงมาเถิด เพราะเราจะไปพักที่บ้านของท่าน” ขณะที่ศักเศียสกำลังเสาะแสวงหาพระเยซูเจ้า แต่มีฝูงชนมากมายบดบังเขา เพราะเขาเป็นคนร่างเตี้ย จึงมองพระองค์ไม่เห็น ความจริงแล้ว สิ่งที่บดบังตาเขาไม่ใช่ฝูงเชน แต่เป็นบาปของเขา เขาจึงเป็นคนที่เตี้ยทางด้านวิญญาณมากกว่า เขาไม่สามารถมองเห็นพระองค์ จนกว่าเขาจะปีนขึ้นจากโลก และไปนั่งอยู่บนต้นมะเดื่อเทศ บนเส้นทางที่พระเยซูเจ้าจะเสด็จผ่านมา เรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนสำหรับเราทุกคนว่า เราจะมองเห็นและมีความเชื่อในพระองค์ เราจะต้องปีนขึ้นไปบนต้นไม้สูง ด้วยการละทิ้งสิ่งที่ทำให้เราเป็นมลทิน” (จากบทเทศน์ของนักบุญซีรีล แห่งอเล็กซานเดรีย)…พระศาสนจักรเปรียบเหมือนโรงพยาบาลสำหรับคนบาป ไม่ใช่พิพิธภัณท์สำหรับนักบุญ...มีคนสองชนิดในโลกนี้ คือ คนที่เดินเข้าไปในห้อง และพูดว่า “คุณอยู่ข้างนอก” และคนที่พูดว่า “ฉันอยู่ข้างใน” แต่พระเยซูเจ้า คือ คนที่เคาะประตูและตรัสว่า”เราอยู่ข้างนอก และต้องการเยี่ยมท่านข้างในบ้าน”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)



view