สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2018 ระลึกถึงนักบุญเซซีลีอา พรหมจารี และมรณสักขี

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2018 ระลึกถึงนักบุญเซซีลีอา พรหมจารี และมรณสักขี

⭐อย่ามองโลกอนิจจังเกินไป
เพราะอาจทำให้คุณไม่ยอมเก็บเกี่ยว
แต่ก็อย่ามองมันวิเศษเสียจนทำให้คุณลืมไปว่า
วันหนึ่งคุณต้องลาจากมันเป็นการถาวร !

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2018
ระลึกถึงนักบุญเซซีลีอา พรหมจารีและมรณสักขี
https://www.youtube.com/watch?v=WwGfTKPK1gE

🌷One Pairs Of Hands
https://youtu.be/f1A6JT2FnPI

☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2018
ระลึกถึงนักบุญเซซีลีอา พรหมจารี
และมรณสักขี
อ่าน :
วว 5:1-10
ลก 19:41-44

พระเยซูเจ้า รู้สึก เศร้าโศก เสียใจ ที่ได้เห็น
เมืองที่เคยเฟื่องฟู แต่กลับไม่รู้จักหนทางที่นำไปสู่สันติ
ซึ่ง วันหนึ่งความรุ่งเรือง เฟื่องฟูด้วยวัตถุของเมืองนี้
ก็จะต้องสูญสิ้นไป เพราะใจคน

วิวรณ์ สอนความจริง ไม่ใช่ทุกสิ่งที่เราจะสามารถทำได้
เพื่อจะเข้าถึง ซึ่งสิ่งที่อยากรู้ หลายครั้งก็ต้องเปิดใจ
อาศัยผู้ช่วย ที่ให้แนวทาง

แม้จะมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย
ตระกูลชั้นสูงในกรุงโรม แต่การไม่ยึดติด
กับเกียรติยศ ทรัพย์สิน ได้นำนักบุญเชชีลีอา
ให้สามารถเจริญชีวิตถือพรหมจรรย์ ติดตามพระเจ้า
แม้จะถูกบังคับ เบียดเบียน เธอยังคงยืนหยัดมั่นคง
จนได้รับการเลือกสรรจากพระเจ้า
ในฐานะผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์

หมายเหตุ..
แนวทาง..สู่ความสุข สันติ
ด้วยคำว่า “พอ”....
แค่ พอเป็น ก็ สุขใจ
แค่ พอใจ ก็สุขเป็น

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญเซซีรีอา พรหมจารี และมรณสักขี

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“แต่ทางนั้นถูกซ่อนไว้จากดวงตาของเจ้าเสียแล้ว” (ลก 19:11-28) 

ถ้าในวันนี้เจ้าเพียงแต่รู้จักทางนำไปสู่สันติก็จะเป็นการดี 

แต่ทางนั้นถูกซ่อนไว้จากดวงตาของเจ้าเสียแล้ว  

เพราะเจ้าไม่รู้จักเวลาที่พระเจ้าเสด็จมาเยี่ยมเจ้า

ทุกสิ่งทุกอย่างมีเวลาของมัน

ผ่านมาและก็จะผ่านไป

ในวันนี้ ถ้าท่านได้ยินเสียงของพระองค์

ก็อย่าทำใจแข็งเลย...

________________

วันนี้ ในพระวรสาร เราพบเรื่องราวของพระเยซูเจ้า เมื่อพระองค์เสด็จเข้ามาใกล้กรุงเยรูซาแลมมากขึ้น และเหมือนกำลังจะถึงแล้ว เราพบเรื่องราวที่อ่อนโยนที่สุด เมื่อพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ ในสภาพที่ทรงเป็นมนุษย์เหมือนเราทุกอย่าง พระองค์ทรงพระกันแสงถึงเยรูซาแลม นักบุญมัทธิวบันทึกความอ่อนโยนไว้มากกว่านั้น เมื่อพระองค์ได้ตรัสว่า “เยรูซาเล็มเอ๋ย เยรูซาเล็ม เจ้าฆ่าประกาศกเอาหินทุ่มผู้ที่พระเจ้าทรงส่งมาพบเจ้า กี่ครั้งกี่หนแล้วที่เราอยากรวบรวมบุตรของท่านเหมือนดังแม่ไก่รวบรวมลูกไว้ใต้ปีก แต่ท่านไม่ต้องการ  บัดนี้ บ้านของท่านทั้งหลายจะต้องถูกทิ้งร้าง (มธ 23 37) จากพระทัยของพระบุตรของพระบิดา นี่คือพระทัยของพระเจ้าเยี่ยงมารดา ดังแม่ไก่ที่อยากจะรวมบุตรของเธอไว้ใต้ปีกของนาง ที่ที่มีความปลอดภัยที่สุด

เรากำลังเข้าใกล้ด้วยเช่นเดียวกัน วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เราจะสมโภชพระเยซูเจ้าทรงเป็นกษัตริย์แห่งสากลจักรวาล และเราก็จะเริ่มเตรียมจิตใจต้อนรับการเสด็จมาของพระองค์ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าอีกครั้ง ที่เป็นช่วงเวลาให้เราคิดถึงการเสด็จมาของพระองค์ ที่ไม่ใช่การเสด็จมาบังเกิดแบบเมื่อสองพันกว่าปีที่แล้วเท่านั้น แต่เป็นการมาครั้งที่สองในฐานะตุลาการที่เราต้องถวายรายงาน ถึงตาลันต์ ถึงพระพรที่เราได้รับจากพระเจ้า

แต่ในการเสด็จมาของพระองค์นี้ วันนี้ พระวรสารให้ภาพของการที่พระองค์เข้าใกล้กรุงเยรูซาแลม และภาพที่อ่อนโยนเหลือเกิน เมื่อพระองค์กันแสงถึงเยรูซาแลม ที่ไม่รู้จักวันและเวลา เมื่อพระเจ้าเสด็จมาประทับอยู่ที่หน้าประตูแล้ว พระองค์เป็นพระเจ้าที่รักษามรรยาท ทรงเคารพสิทธิของเรา ประตูนั้น ต้องเปิดจากข้างใน พระองค์ทรงยืนอยู่หน้าประตู ทรงเคาะประตู และใครที่เปิดรับพระองค์ พระองค์ตรัสว่า เราจะเข้าไปทานอาหารกับเขา... พี่น้องที่รักครับ กรุงเยรูซาแลมที่แท้จริง ที่พระองค์กันแสงถึงวันนี้ คงไม่ได้หมายถึงวิหารที่นั่นหรอกครับ พระเจ้าไม่ได้ต้องการพระวิหาร และไม่มีสิ่งใดบรรจุพระองค์ไว้ได้... แต่ดูเหมือนว่า พระวิหารที่แท้จริงที่พระองค์กำลังกันแสงถึง คงหมายถึงชีวิตของเรามากกว่าหรือเปล่า ชีวิตของเราที่พระองค์ปรารถนาจะเสด็จเข้ามาประทับอยู่ แต่เราอาจจะยังไม่เปิดประตูต้อนรับพระองค์... และที่สุด เวลานั้นจะผ่านไป...

ในช่วงเวลาท้ายๆ ปีพิธีกรรมนี้ ในช่วงเวลาปลายๆ ปีนี้ คงน่าจะเป็นช่วงเวลาของการประเมินผลชีวิตคริสตชนของเราจริงๆ บ้างแล้วหรือยัง... เมื่อพระเจ้าทรงกันแสง เมื่อพระเจ้าร้องไห้... โอ้ พระองค์ผู้เป็นความครบครัน เป็นความบริบูรณ์ แต่ทรงพระกันแสงถึงบรรดาบุตรของพระองค์เช่นนี้ ... พี่น้องที่รักครับ ทุกสิ่งมีเวลาของมัน ผ่านมาแล้วก็จะผ่านไป พระเจ้าเท่านั้นที่เป็นนิรันดร วันนี้ พระองค์ทรงอยู่ที่หน้าประตูของเราแล้ว เรากำลังทำอะไรอยู่...

ลูกของเรา สามีของเรา ภรรยาของเรา สมาชิกในหมู่คณะนักบวชของเรา ที่หน้าประตูใจของเรา พวกเขากำลังคอยให้เราเปิดประตูแห่งความรัก ประตูแห่งความเมตตา ประตูแห่งการให้อภัย เพื่อต้อนรับพวกเขาเข้าอยู่ในใจของเราอีกครั้ง... พี่น้องครับ อย่าปล่อยให้เวลาเหล่านั้นผ่านไป โดยที่เราไม่รู้ตัวว่าใครอยู่ที่หน้าประตูใจของเรา อย่าปล่อยให้สูญเสียโอกาสนั้นไป เพราะเราจะไม่ได้มันกลับมาอีกเลย วันนี้ เป็นวันที่พระเจ้าทรงประทับอยู่ท่ามกลางเรา เรามองเห็นพระองค์บ้างหรือเปล่า พระองค์ที่เป็นความหวังและการรอคอยของเรา เรามัวทำสิ่งใดอื่น จนลืมสนใจพระองค์บ้างไหม นะ นะ นะ อย่าปล่อยให้โอกาสดีๆ ที่ยังอยู่ด้วยกัน เป็นเวลาที่ผ่านไป โดยที่เราไม่ได้ทำอะไรดีๆ เพื่อกันและกันเลยนะ คุณพ่อคุณแม่ครับ จะมีอีกกี่ครั้งที่เราจะได้ยินเสียงเรียกของลูกๆ ที่ต้องการเรา... ลูกๆ ครับ จะมีอีกกี่ครั้ง ที่เราจะได้ฟังเสียงของพ่อแม่ที่อยากคุยอะไรกับเรา แม้จะเป็นเรื่องเดิมๆ เรื่องที่เราเคยรู้สึกน่าเบื่อ... แต่พี่น้องครับ วันหนึ่งเสียงเหล่านั้นจะเงียบไป เสียงเหล่านั้นจะผ่านไป แล้วเราจะว่าอย่างไร เมื่อเวลาผ่านไป แล้วเราก็ไม่ได้ฟังเสียงของกันและกันเลย และสิ่งเหล่านั้น จะไม่มีอีกแล้ว 

ข้าแต่พระเจ้า แม้ว่าลูกจะวุ่นวายเพียงใดในบ้านหัวใจของลูก ขอให้ลูกพอจะมีโอกาสบ้างเถอะ เพื่อจะเปิดประตู และต้อนรับพระองค์ในชีวิตของลูก เพราะพระองค์ผู้เสด็จมาทันเวลาเสมอ พระองค์คือการแบ่งเบา คือความช่วยเหลือ คือความผ่อนคลายจากความทุกข์ยาก พระองค์เท่านั้น ทรงทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องที่ง่าย พระองค์เท่านั้น คือ ผู้ทรงช่วยเหลือลูกอย่างแท้จริง... พระเจ้าข้า ขออย่าให้ลูกมองข้ามพระองค์ไปเลย...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 22 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน วว 5:1-10 / ลก 19:41-44
มีอะไรบ้าง ที่ช่วยให้เราเจริญชีวิตในสันติสุขและความเป็นหนึ่งเดียวกัน ภายในครอบครัว กับเพื่อนบ้าน ในกลุ่มคริสตชน และในประเทศชาติ? พระบิดาเจ้าสวรรค์ได้ส่งพระบุตรของพระองค์ เพื่อทำให้เราคืนดีกับพระเป็นเจ้า และเชื่อมเราให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยสายสัมพันธ์แห่งสันติสุข และด้วยความรักซึ่งกันและกัน
พันธกิจบนโลกนี้ของพระเยซูเจ้า ได้มีขึ้นและสำเร็จลงที่กรุงเยรูซาเล็ม ที่พระคัมภีร์ได้เรียกว่า เป็นนครศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประทับของพระเป็นเจ้า (ยรม 3:17)และเป็นสถานที่พระเป็นเจ้าได้เลือก เป็นที่ประทับ (1พกษ 11:13;2พกษ 21:4; 2พกษ 23:27) และเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่พระเป็นเจ้าได้สถาปนากษัตริย์ของพระองค์ (สดด 2:6) คำว่า “ซาเล็ม”แปลว่า สันติภาพ มหาวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มยังได้เตือนใจบรรดาประชากรว่า พระเป็นเจ้าทรงสถิตอยู่กับพวกเขา
ชีวิตของนักบุญเซลีลีอาเตือนให้เราระลึกว่า การเป็นคริสตชนนั้น จะต้องน้อมรับความยากลำบาก การถูกเบียดเบียน และการยอมพลีชีวิตเพื่อพระเป็นเจ้าแต่ผู้เดียว นักบุญเซซีลีอาเป็นมรณสักขี ในจำนวนนักบุญมรณสักขีหญิงจำนวน 7 องค์ ที่ปรากฏชื่อในบัญชีนักบุญของพระศาสนจักร มีการสร้างวัดอุทิศให้ท่านหลังหนึ่ง ในสถานที่มีนามว่าทาสเตเวเรในกรุงโรม ในศตวรรษที่ 4 การแสดงความศรัทธาต่อท่านได้แผ่ขยายไปทั่วพระศาสนจักร โดยให้การยกย่องว่า ท่านเป็นตัวอย่างของบรรดาคริสตชนที่เป็นพรหมจารี และต่อมาได้มีการอธิบายถึงบทบาทของท่าน ในฐานะเป็นผู้ให้แรงบันดาลใจและเป็นองค์อุปถัมภ์ของดนตรี และบทเพลงศักดิ์สิทธิ์ วันฉลองของท่านตรงกับวันที่ 22 พฤศจิกายนตั้งแต่ปี 546
“ข้าแต่พระเยซูเจ้า พระองค์ได้เสด็จมาเยี่ยมเยียน และได้ไถ่กู้ประชากรของพระองค์ ขอให้ลูกอย่าละเลยพระหรรษทาน ที่พระองค์ได้เสด็จมาเยี่ยมลูกในวันนี้ เพื่อนำประชากรของพระองค์ให้ไปสู่ความยุติธรรม และความศักดิ์สิทธิ์ โปรดชำระล้างหัวใจและสติปัญญาของลูก เพื่อเข้าใจวิธีการขอพระองค์”.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view