สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2018 ระลึกถึงนักบุญเคลเมนต์ที่ 1 พระสันตะปาปา และมรณสักขี นักบุญโคลัมบัน เจ้าอธิการ

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2018 ระลึกถึงนักบุญเคลเมนต์ที่ 1 พระสันตะปาปา  และมรณสักขี นักบุญโคลัมบัน เจ้าอธิการ

💧ขอพระคุณแห่งปรีชาญาณ
โปรดประทานแก่ดวงใจลูกเถิด
ให้แสงแห่งธรรมจงบังเกิด
ส่องสว่างทางประเสริฐของพระองค์

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2018
ระลึกถึงนักบุญเคลเมนต์ที่ 1 พระสันตะปาปา
และมรณสักขี
นักบุญโคลัมบัน เจ้าอธิการ
https://www.youtube.com/watch?v=VTBr_KQkeAI

🌼 ภาวนาเช้า
https://youtu.be/xgY2diCZsQc

✳✳✳✳✳✳✳

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2018
ระลึกถึงนักบุญเคลเมนต์ที่ 1 พระสันตะปาปา
และมรณสักขี
นักบุญโคลัมบัน เจ้าอธิการ
อ่าน :
วว 10:8-11
ลก 19:45-48
 
พระเยซูเจ้า รับไม่ได้ที่มีบางคน ใช้วัด
อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อคิดหาประโยชน์ส่วนตน
การเสียผลประโยชน์  ทำให้หลายคน
พยายามที่จะหาวิธีกำจัดพระเยซู แต่ก็ทำไม่สำเร็จ
เพราะพลังอำนาจ วาจา และคำสอน ของพระเยซูเจ้า
ทำให้ผู้คนที่ได้ฟัง ปฎิบัติตาม ด้วยความตั้งใจ
 
นักบุญยอห์น ตอกย้ำว่า..พลังอำนาจของพระวาจา
เมื่อกลืนกินเข้ามา เป็นอาหารบำรุงเลี้ยงชีวิตจิต
รสชาติมันอาจขม แต่เมื่อได้ออกจากปาก
มันจะให้คุณค่าอันหวานชื่น

ด้วยความซื่อสัตย์ ต่อกระแสเรียก พระพรที่ได้รับ
นำท่านนักบุญเคลเมนต์ และนักบุญโคลัมบัน
ให้สามารถอุทิศชีวิตของตน ในพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย
แม้ต้องเสี่ยงภัย พบกับความยากลำบาก
 
หมายเหตุ..
วาจา อาจมีภัย เพราะในใจมีพิษ
วาจาจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าไม่คิดก่อนพูด...
ดังนั้น ถ้าไม่ระวัง มนุษย์อาจทำร้ายตนเองด้วยความคิด
และทำลาย....คนใกล้ชิดด้วยวาจา.....

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“บ้านของเราจะเป็นบ้านแห่งการอธิษฐานภาวนา แต่ท่านทั้งหลายกลับมาทำให้เป็นซ่องโจร...” (ลก 19:45-48) 

ภาพลักษณ์ของการเป็นคริสตชนช่างดูดีเหลือเกิน

พวกเขาคือศิษย์พระคริสต์

พวกเขาคือลูกของพระเจ้า

ผู้ได้รับเลือกสรร ประชากรศักดิ์สิทธิ์ สมณะราชตระกูล (เทียบ บทนำขอบพระคุณวันอาทิตย์ธรรมดา แบบที่ 1)

พวกเขาคือภาพจำลองของพระคริสตเจ้า

อัตลักษณ์เหล่านี้ดูน่ารักเหลือเกิน

แต่วันนี้ ฉันเป็นเช่นนี้จริงๆ หรือเปล่า เมื่อพระองค์เสด็จมา

หรือฉันเป็นประดุจลูกแกะในคราบสุนัขป่า

ที่ประทับของพระเจ้าในชีวิตฉันไม่ต่างจากซ่องโจร

ที่เต็มไปด้วยการกอบโกย การเอารัดเอาเปรียบ

ที่ที่มีแต่ความเจ็บซ้ำ การบั่นทอนกันและกัน

เอาเป็นเอาตายกันและกัน

โอ้ หากฉันเปลี่ยนไปเช่นนั้น

นี่แหละ บรรยากาศที่หน้าพระวิหารแห่งชีวิตฉันวันนี้

ที่องค์พระผู้ทรงเป็นเจ้าทรงขุ่นเคืองพระทัย...

________________

พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าใกล้กรุงเยรูซาแลมทุกที และวันนี้ พระองค์ทรงเสด็จเข้ามาถึงที่พระวิหาร และสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ คือ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรู้สึกขุ่นเคืองพระทัยที่ ณ พระวิหารของพระองค์ ณ ที่ที่เป็นบ้านของพระบิดาของพระองค์ ที่ที่เป็นบ้านแห่งการอธิษฐานภาวนา ที่ที่ลูกของพระเจ้ามาและพบความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า แต่ ณ ที่แห่งนี้ กลับทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าขุ่นเคืองพระทัย

บรรดาพ่อค้า ที่นั่นมีโต๊ะแลกเงิน ที่นั่นมีบริการทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับศาสนพิธีในพระวิหาร ที่นั่นมีเทียน มีดอกไม้จำหน่าย มีแผ่นปัง มีเหล้าองุ่นเอาให้สัตบุรุษซื้อเข้าไปถวายในพิธีกรรม บางสิ่งบางอย่างหาซื้อ หรือตระเตรียมยากจากที่อื่น ทางวัดก็มีบริการไว้หมด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องคริสตชน

แต่วันนี้ ทำไมองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงขุ่นเคืองพระทัยกับสิ่งนี้ ที่ “วัดทำเพื่อสัตบุรุษ” พระองค์ทรงคว่ำโต๊ะของคนแลกเงิน ขับไล่บรรดาพ่อค้า แล้วนี่คือสิ่งที่พระองค์ได้ตรัส “บ้านของเราจะเป็นบ้านแห่งการอธิษฐานภาวนา แต่ท่านทั้งหลายกลับมาทำให้เป็นซ่องโจร”

ใครจะยั้งความรู้สึกขององค์พระผู้เป็นเจ้าไว้ได้ เมื่อบ้านของพระบิดา บ้านของพระองค์ ที่ควรจะเป็นบ้านแห่งความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้า บัดนี้กลายเป็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าตรัส “ซ่องโจร” มันมีแต่การกอบโกย การโจรกรรม การเอารัดเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว ทั้งๆ ที่หัวใจสัตบุรุษเขารู้ทั้งรู้ ไม่ใช่ไม่รู้ แต่หลายคนน่ารักมาก เขาบอกว่า “ไม่เป็นไร ทำบุญให้วัด” โอ้ วันนี้ พระเยซูเจ้าตรัสชัดๆ อย่าเลย อย่าทำให้บ้านของพระเจ้าที่ควรจะเปี่ยมสุข เปี่ยมรัก เปี่ยมเมตตา กลายเป็นดังซ่องโจรเลย พอเถอะ วัดวาอารามไม่ใช่ที่ค้ากำไร แต่เป็นบ้านของพระบิดา บ้านของพระเจ้า และบ้านของลูกของพระองค์ ที่ต้องเป็นบ้านที่เปี่ยมสุข พอแล้ว อย่าให้เป็นอย่างนี้เลย อย่าให้กลายเป็นซ่องโจรเลย เสกสุสานในวันเหล่านี้ ผมได้ยินเสียงคร่ำครวญจากสัตบุรุษหลายคน พอแล้ว อย่าให้เสียงนี้ไปถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าเลย...

พี่น้องที่รัก สิ่งที่ผมอยากแบ่งปันการไตร่ตรองกับพี่น้องเช้านี้อย่างยิ่ง อาจจะไม่ใช่เพียงเรื่องที่พระวิหารของพระเจ้า แต่มากกว่านั้นคือ ชีวิตเราครับ ชีวิตของเราคริสตชน ที่เป็นพระวิหารของพระเจ้า เป็นที่ประทับอยู่ที่แท้จริงของพระเจ้า เรารับพระองค์ในศีลมหาสนิท พระองค์ประทับเป็นหนึ่งเดียวในชีวิตเราครับ ชีวิตของเราเป็นที่ที่มีแต่ความสุขสันต์ ความอารีย์มีเมตตา ความอ่อนหวาน และความอ่อนโยนของพระคริสตเจ้าผู้ประทับในชีวิตเราหรือเปล่า หรือมีแต่ความเอาเป็นเอาตายกัน ความเอารัดเอาเปรียบ บั่นทอนซึ่งกันและกัน คนที่เขามาพบเรา มาเห็นเรา เขาพบความรักความเมตตาของพระเยซูเจ้าผู้ประทับในชีวิตเราหรือเปล่า... หรือเขาต่าง ก้มหน้ากลับไป และคร่ำครวญในใจว่า “นี่หรือ ที่ที่พระเจ้าประทับอยู่... นี่หรือ ชีวิตของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกของพระเจ้า ทำไมฉันไม่พบความรักและความเมตตาของพระเจ้าผู้ประทับที่พระวิหารนั้นล่ะ...”

พี่น้องที่รักครับ หากพระเยซูเจ้ากลับมาที่พระวิหารของพระองค์ พระองค์จะพบอะไรในชีวิตเรา ที่ซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้า เป็นพระวิหารของพระองค์อย่างแท้จริงมากกว่าอาคารที่สร้างขึ้นด้วยมือมนุษย์ ชีวิตคริสตชนของเราเป็นอย่างไร ลูกๆ ที่เข้ามาหาเราที่เป็นพ่อแม่ เขายังพบความเป็นพ่อเป็นแม่ที่แสนดีหรือเปล่า เรายังเป็นสามีภรรยาที่แสนดีต่อกันและกันอยู่หรือเปล่า ชีวิตในหมู่คณะนักบวชที่เราบอกว่าเราเป็นพี่น้องกัน น่ารักครับ แต่เรายังเป็นอยู่หรือเปล่า หรือนั่นเป็นเพียงหน้ากากบังหน้าเท่านั้นเอง...

นักบวช พระสงฆ์อย่างผมเอง เช้านี้ ต้องไตร่ตรองไม่น้อยด้วยเช่นกัน ภาพลักษณ์ของตนเอง ที่ดูดี ดูศักดิ์สิทธิ์เมื่อประกอบพิธีกรรม คือผู้ที่สัตบุรุษฟูมฟักเอาใส่ สัตบุรุษพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อผม พวกเขารักและศรัทธาในชีวิตนักบวช ชีวิตพระสงฆ์ พวกเขารักและเอาใจใส่พวกเราเป็นอย่างดี แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีอะไรมากนักก็ตาม แต่สำหรับเรา นักบวช พระสงฆ์ พวกเขาดูแล และเอาใจใส่ดีจริงๆ ... วันนี้ ผมต้องไตร่ตรองหนักๆ เลยว่า ... วันนี้ชีวิตสงฆ์ ชีวิตนักบวชที่สัตบุรุษรักและศรัทธานั้น วันนี้ แท้จริงแล้วเป็นเช่นใด...

ข้าแต่พระเจ้า ลูกเป็นลูกของพระองค์ ลูกเป็นศิษย์พระเยซู ลูกเป็นนักบวช ลูกเป็นพระสงฆ์ ลูกเป็นพ่อเจ้าวัด พระเจ้าข้า ขอในความเป็นพระคริสตเจ้าเป็นสิ่งเดียวที่อยู่ในชีวิตของลูกเถอะ ลูกต้องไม่ทำให้ชีวิตของลูกเป็น “ซ่องโจร” ใช่ไหมพระองค์... พระเจ้าข้า ประทับอยู่กับลูกเถิด เพื่อให้ลูกเป็นเสมอ ซึ่งวิหารที่พระองค์ทรงประทับอยู่อย่างแท้จริง

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน วว 10:8-11/ ลก 19:45-48
ทำไมพระเยซูเจ้าจึงได้ทรงขับไล่บรรดาผู้แลกเงิน ออกไปจากพระวิหารกรุงเยรูซาเล็ม? เพราะพระองค์ผิดหวังที่พวกเขามีความโลภใช่หรือไม่? และนี่เป็นเหตุการณ์ครั้งเดียวในพระวรสาร ที่เราเห็นพระองค์ทรงใช้กำลัง พระองค์ได้เสด็จไปที่กรุงเยรูซาเล็ม และทราบว่าพระองค์จะต้องเผชิญกับความตายและไม้กางเขน แต่พระองค์จะประสบกับชัยชนะเพื่อความรอดของเรา การกระทำของพระองค์ที่พระวิหารกรุงเยรูซาเล็มครั้งนี้ มีความหมายในเชิงทำนาย และเป็นเครื่องหมายล่วงหน้าว่า พระเป็นเจ้าจะมองดูการนมัสการของเราอย่างจริงจัง ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ พระองค์ได้ชำระพระวิหาร ด้วยการขับไล่ผู้ที่ใช่พระวิหาร เป็นที่ค้าขาย ไม่ใช่ที่นมัสการพระเป็นเจ้า บรรดาผู้แลกเงินได้ฉวยโอกาส หาประโยชน์จากคนยากจน และบังคับให้จ่ายเงินมากกว่าที่พวกเขาควรจะจ่ายหลายเท่า การฉ้อโกงเงินจากคนจน ไม่ใช่เป็นเพียงการละเมิดเกียรติของพระเป็นเจ้าเท่านั้น และมันเป็นความอยุติธรรมต่อเพื่อนพี่น้องด้วย
เพื่อความชอบธรรมในการกระทำครั้งนี้ พระเยซูเจ้าได้อ้างถึงประกาศกอิสยาห์ (อสย 56:7) และเยเรมีย์ (ยรม 7:11) การกระทำของพระองค์มีจุดประสงค์ เพื่อทำให้การนมัสการพระเป็นเจ้าบริสุทธิ์ และต้องการจะสอนพวกเขาให้ปรับปรุงวิธีการที่ผิด แม้ว่าบรรดาผู้นำศาสนาจะต่อต้าน แต่พวกประชาชนได้ฟังคำสั่งสอนของพระองค์ทุกวัน ในพระวิหาร นักบุญลูกาได้กล่าวว่า “ทุกคนได้ตั้งใจฟังพระองค์ ” (ลก 19:48)
คุณแม่เทเรซาเคยกล่าวว่า”โรคร้ายที่สุดในโลกตะวันตกทุกวันนี้ ไม่ใช่วัณโรค หรือ โรคเรื้อน แต่เป็นโรคที่ไม่เป็นต้องการของใคร เป็นโรคที่ไม่มีคนรัก และเป็นโรคที่ไม่มีคนสนใจ เราสามารถรักษาโรคฝ่ายร่างกายด้วยยา แต่ยาชนิดเดียวที่จะรักษาความอ้างว้างโดดเดี่ยว ความสิ้นหวัง และความท้อแท้ คือ ความรัก มีคนจำนวนมากที่กำลังจะเสียชีวิต ที่ต้องการเพียงขนมปังชิ้นเดียว แต่มีคนจำนวนมากที่กำลังตายพระขาดความรัก ความยากจนในโลกตะวันตกมีหลายชนิด ไม่ใช่ยากจนเพราะความอ้างว้างโดดเดี่ยว แต่เป็นความยากจนด้านจิตใจ มีความกระหายหาความรัก เช่นเดียวกับความกระหายหาประเป็นเจ้า.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view