สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2018  สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา

🌼จงวางใจในความรักของพระองค์
จงวางใจในความยิ่งใหญ่ของพระองค์
จงวางใจในเวลาของพระองค์...
เพราะพระองค์จะไม่ทรงละท่านไว้ในความทุกข์

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=Raav1zYAmHQ&t=11s

🌹 The Prayer
https://youtu.be/iJkq-U7_8ZA

🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
วว 18:1-2,21-23,19:1-3,9ก
ลก 21:20-28

แม้ว่า อำนาจการเบียดเบียนจากมนุษย์
และเครื่องหมายอำนาจทำลายล้างของภัยพิบัติจากธรรมชาติ
จะดูน่าหดหู่ หวั่นไหว หวาดกลัว
พระเยซูเจ้ทรงสอนศิษย์ ให้สังเกตุว่า
หลายครั้ง เพื่อจะพบกับ “การฟื้นฟู” สิ่งใหม่ที่สดใสกว่าเดิม
ก็จำเป็นต้องผ่าน “การชำระล้าง”...

ยอห์น ทำให้ได้ตระหนักว่า....สำหรับผู้มีความเชื่อ แล้ว
อำนาจการพิพากษาตัดสิน ของพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่เหนืออำนาจใด ๆ
เพราะพระองค์ทรงพิพากษา ตัดสิน อย่างสัตย์จริง และยุติธรรม

หมายเหตุ…
แม้วิถีทางของพระเจ้า อาจไม่ใช่วิธีการที่เราคิด
แต่ทุกครั้ง วิถีทางที่พระองค์นำ
ก็เป็นวิถีทางที่ดีที่สุดสำหรับเรา

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“จงยืนตรง เงยหน้าขึ้นเถิด เพราะในไม่ช้าท่านจะได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระแล้ว...” (ลก 21:20-28) 

เป็นศิษย์พระเยซู

เดินตามพระองค์

ขอเราอย่าสูญเสียกำลังใจ

และอย่าให้ใครต้องสูญเสียกำลังใจเลย

ให้เราจงเรียนรู้ที่จะเจริญชีวิตอยู่

เพื่อปลอบใจเตือนความเชื่อของกันและกัน

จนกว่าเราจะบรรลุมาตุภูมิ

บ้านแท้ของเราในครอบครัวแห่งสวรรค์

จงยืนหยัดมั่นคง

จงอธิษฐานภาวนาอยู่เสมอ

เพื่อจะได้มีกำลังเพียงพอ

ฟันฝ่าอุปสรรคทุกอย่าง

ไปยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าได้ในที่สุด

และเราจะไปด้วยกัน โดยไม่มีใครถูกทอดทิ้งเลย.

________________

ช่วงสัปดาห์นี้ ผมมีเพื่อนพระสงฆ์มาเยี่ยมผมหลายๆ องค์ หลังการเทศน์เข้าเงียบที่อารามคาร์แมล กรุงเทพ ที่ผมถือโอกาสเข้าเงียบกับมาเซอร์ด้วย กลับมาด้วยพลังของชีวิตนักบวชแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ผมต้องขอบคุณพระเป็นเจ้า ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสพบกับเพื่อนพระสงฆ์ที่มาเยี่ยม มาคุย แบ่งปันชีวิตสงฆ์แก่กันและกัน... จากที่ผมแบ่งปันกับพี่น้องเมื่อวานนี้ จริงๆ นะครับ พวกเราพระสงฆ์เราก็มีท้อแท้กันบ้างเหมือนกันครับ แต่พวกเราก็ต้องยืนหยัดมั่นคง เพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงชีวิตของการเป็นศิษย์พระเยซู... ผมยังคงชอบคำนี้อยู่เสมอ... “เจริญชีวิตปลอบใจ เตือนความเชื่อของกันและกัน...” ในบทภาวนาอำลาผู้ล่วงลับ ที่เราฝากพี่น้องของเราที่ล่วงลับไว้ในพระเมตตาของพระเจ้า ในขณะเดียวกัน พวกเราที่กำลังเดินทางอยู่ในโลกนี้ เราก็ภาวนาเพื่อการนี้ครับ เพื่อปลอบใจ เตือนความเชื่อของกันและกันครับ... ผมขอบคุณพระเจ้าจริง แม้ในช่วงเวลาที่เหน็ดเหนื่อยนี้ พระองค์ก็จัดเวลาผมได้พักผ่อนจิตวิญญาณ ให้พวกเราพระสงฆ์ได้พบกัน ได้มีโอกาสทานอาหารด้วยกัน คุยกัน บรรเทาใจ ให้กำลังใจกัน เพื่อไม่พลาดจากหนทางที่พวกเราได้อุทิศตน และสิ่งนี้เอง ที่พวกเราให้แบบอย่างแก่สัตบุรุษ ลูกๆ ของเรา ให้ทุกคนยืนหยัดมั่นคงบนหนทางของการเป็นศิษย์พระเยซู เดินไปด้วยกัน เพื่อปลอบใจ เตือนความเชื่อของกันและกัน...

“จงยืนตรง เงยหน้าขึ้นเถิด เพราะในไม่ช้าท่านจะได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระแล้ว...” (ลก 21:20-28) นั่นหมายถึงการยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อ ด้วยชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานถึงพระเยซู คือการรักษาความเชื่อนั้นไว้จนถึงวันที่พระองค์จะเสด็จกลับมา นั่นคือวันที่เราจะกลับไปหาพระองค์ เมื่อต้องทูลถวายรายงานแด่พระองค์

สิ่งนี้เองที่เป็นสิ่งที่เตือนใจผมและพี่น้องเป็นที่สุด คือชีวิตที่ต้องดำเนินไปเพื่อเป็นกำลังใจแก่กันและกัน ชีวิตของคนที่มีพระเจ้าในตน ชีวิตของคนที่มีความเชื่อในพระเจ้า อาจจะต้องอดทนจนถึงที่สุด และสิ่งนี้เอง เราแต่ละคนมีหน้าที่เจริญชีวิตอย่างดี ไม่เสียโอกาสดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพื่อเป็นพยานยืนยันถึงผู้ที่เราได้เชื่อ ด้วยชีวิตที่รักและเป็นหนึ่งเดียวกัน หมั่นประคับประคอง ดูแลเอาใจใส่กันและกัน ปลอบประโลมความเชื่อของกันและกันเสมอ 

นะ นะ นะ พี่น้องที่รัก ขอให้เราคริสตชน ลูกของพระเจ้าที่พระองค์ทรงประทานมาให้เราอยู่ด้วยกันเป็นหมู่คณะ เป็นสังคม ให้เราได้เจริญชีวิตเคียงข้างกัน เป็นกำลังใจให้กันและกัน ไม่บั่นทอนกำลังใจของกันและกัน แต่เรียนรู้ที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขซึ่งกันและกัน ทุกคนจะมีความสุข ที่ได้มีชีวิตอยู่เคียงข้างกัน ไม่มีใครที่ถูกทอดทิ้งให้เดียวดาย... นะครับ วันนี้ ขอแบบอย่างชีวิตสงฆ์ที่ผมได้รับในวันเหล่านี้ ที่เราได้มีโอกาสเยี่ยมเยียนแบ่งปัน ให้กำลังใจแก่กันและกัน ได้เป็นแบบอย่างของพี่น้องคริสตชนทุกคนด้วย ให้เราอยู่เคียงข้างกัน พอแล้ว นินทากันอ่ะ หากมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่คริสตชน ลูกของพระเจ้า ได้ยินใครนินทากัน เราอาจจะทำอะไรไม่ได้ แต่สิ่งที่ท้าทายกัน ทำสิ่งที่เราได้เห็น สิ่งที่เราได้ยินให้มีคุณค่าซิครับ เข้าไปช่วยพี่น้องที่ประสบปัญหา ที่กำลังเป็นที่ติฉันนินทา ใครเป็นที่สะดุด ไม่เป็นเรา แต่ฉันต้องเดินดีๆ ยกเท้าสูงๆ ยกใจสูงๆ แล้วเราจะสามารถรักษาแผลใจของพี่น้อง บาดแผลของหมู่คณะได้ เราจะไม่ต้องเสียใครไปจากหัวใจอ่อนโยนของเรา... เห็นใครพลาดพลั้ง พอเถอะ อย่าไปซ้ำเติมกัน เพราะมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก คิด คิด คิดซิครับ ฉันจะมีส่วนช่วยเขาอย่างไร เพื่อทำอะไรบางอย่างให้ดีขึ้นบ้าง อย่าคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเรา แต่เพราะเขาเป็นพี่น้องของเรา นั่นคือเรื่องของเราแน่ๆ ครับ เราคงสามารถทำอะไรได้บ้าง ไม่มากก็น้อยครับ อย่างน้อย ไม่นินทาว่าร้ายป้ายสี ไม่ละเลงกันต่อ แต่เห็นอกเห็นใจกัน แค่นี้ก็ไม่น้อยแล้วครับ ที่เราจะจับมือกัน เดินไปพร้อมกับพระเยซู และเมื่อถึงบ้านของพระองค์ ระหว่างเรา จะไม่มีใครหายไปเลย...

ขอให้เรายืนหยัดมั่นคงนะครับ มั่นคงจนถึงที่สุด เพราะในไม่ช้าเราจะเป็นอิสระแล้ว จงตื่นเฝ้าอธิษฐานภาวนาอยู่ตลอดเวลาเถิด เพื่อเราจะมีกำลงหนีพ้นเหตุการณ์ทั้งปวงที่เกิดขึ้นในวันเหล่านี้ ไปยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าได้ในที่สุด (เทียบ ลก 21:28,36)

ข้าแต่พระเจ้า บนหนทางที่ลูกทุกคนเดินตามพระองค์อยู่นี้ ขอทรงประทานพระพรของพระองค์ เพื่อให้พวกลูกมีกำลังใจที่เข้มแข็งท่ามกลางความทุกข์ยากลำบากในโลกนี้ อาศัยพระหรรษทานที่ลูกได้รับจากพระองค์ในพิธีกรรมและการภาวนา พวกลูกจะได้มีกำลังใจเพียงพอที่จะแบ่งปันซึ่งกันและกัน ประคับประคองและเตือนความเชื่อของกันและกัน จนกว่าจะบรรลุถึงบ้านแท้ มาตุภูมิของพวกลูกซึ่งพระองค์ทรงเตรียมไว้ให้พวกลูกตั้งแต่นิรันดร

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 29 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน วว 18:1-2,21-23,19:1-3,9ก / ลก 21:20-28
ท่านเชื่อหรือไม่ว่า สิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสทำนายไว้เกี่ยวกับวันสิ้นโลก สอดคล้องกับที่ท่านคิดหรือไม่? การทำนายของพระเยซูเจ้าไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เกี่ยวกับการถูกทำลายของพระวิหารกรุงเยรูซาเล็ม การถูกทำลายของโลก และการพิพากษาครั้งสุดท้าย บรรดาประกาศกได้กล่าวทำนายเหตุการณ์เหล่านี้ ก่อนหน้านี้เป็นเวลาหลายศตวรรษ (อสย 13:1-9.อมส 5:18-20,ศฟย 1:14-18)
พระเยซูเจ้าทรงเตือนเรื่องการถูกทำลายของพระวิหารกรุงเยรูซาเล็ม ที่ใกล้เข้ามาแล้ว ที่เป็นผลมาจากการปฏิเสธที่จะรับพระวรสาร ตามประวัติศาสตร์ของโยเซฟุส จะมีประชาชนมากกว่าหนึ่งล้านคนที่จะเสียชีวิต เมื่อชาวโรมันจะทำลายกรุงเยรูซาเล็มพร้อมกับพระวิหารในปี ค.ศ.70 สุเหตุก็เพราะว่าประชาชนไม่นำพาต่อความรอด ที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้พวกเขาในองค์พระเยซูเจ้า (ลก19:44)
พระเยซูเจ้ายังได้ตรัสถึงวันสิ้นโลก ความบอดมืดทางด้านจิตใจเท่านั้น ที่ทำให้เรามองไม่เห็นเครื่องหมายที่ชัดเจน ถึงความพินาศที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า ในวันพิพากษา จะมีบรรดาผู้ปฏิเสธพระวาจาแห่งพระหรรษทาน และความรอดของพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้จริงใจอย่างยิ่ง พระองค์ได้ตรัสให้บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ทราบว่า พวกเขาจะต้องเสียสละเพียงใด ในการติดตามพระองค์ และพระองค์ยังได้ตรัสอีกว่า พระองค์จะไม่ปล่อยให้พวกเขาอยู่อย่างโดดเดี่ยว แม้ในวันที่พวกเขาจะถูกพิพากษา บรรดานักบุญและบรรดามรณสักขี ซึ่งผ่านการทรมานและความตาย ได้สร้างที่คุมขัง เป็นวิหารในการสรรเสริญพระเป็นเจ้า และที่ประหาร เป็นเหมือนบัลลังก์แห่งเกียรติมงคลของพระเป็นเจ้า
“คนชั่วร้ายมองดูพระเป็นเจ้า และคิดว่าพระองค์ไม่สามารถกระทำอะไรได้”...”พระเป็นเจ้าจะเป็นที่รับรู้ เมื่อพระองค์ทรงตัดสินครั้งสุดท้าย”...”วันนี้ จะเริ่มต้นด้วยไฟจากฟากฟ้า ที่จะเผาผลาญโลกนี้ ทุกคนที่มีชีวิต และทุกสิ่งที่อยู่บนโลกนี้ จะกลายเป็นเถ้าถ่าน”…”บรรดาคนบาปจะร้องไห้เมื่อทำเครื่องหมายกางเขน ตะปูจะบ่น รอยบาดแผลและไม้กางเขนของพระเยซูเจ้า จะพูดต่อต้านพวกเขา.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view