สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2018 ฉลองนักบุญอันดรูว์ อัครสาวก

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2018 ฉลองนักบุญอันดรูว์ อัครสาวก

🍇 แม้เราทำงานรับใช้ในวันนี้
อาจไม่มีใคร ๆ เขามองเห็น
แต่คงความสัตย์ซื่อทุกเช้าเย็น
พระเจ้าเป็นผู้ประทานบำเหน็จมา

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2018
ฉลองนักบุญอันดรูว์ อัครสาวก
https://www.youtube.com/watch?v=XVRFmEtcw7U&t=35s

💞 ความรักมั่นคง
http://youtu.be/h_6ByVXp3tA

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2018
ฉลองนักบุญอันดรูว์ อัครสาวก
อ่าน
รม 10:9-18
มธ 4:18-22

การเชื่อด้วยใจ 
ทำให้เปโตร อันดรูว์ ยากอบ และยอห์น 
อัครสาวกชุดแรกทิ้งทุกสิ่ง แล้วตามพระเยซูไป
โดยไม่ลังเล

นักบุญเปาโล ย้ำเตือน 
ความเชื่อมาจากการฟัง สิ่งที่ฟัง ก็มาจาก 
พระวาจาของพระเจ้า 
สังคมจะขาดคนฟัง ไม่มีคนเชื่อ
ถ้าขาดผู้ประกาศสอน

ความใจกว้าง และกระตือรือร้น
ในความเชื่อ ของนักบุญอันดรูว์ 
พร้อมที่จะทำทุกสิ่ง เพื่อยืนยันความเชื่อ
ทำให้ท่านเป็นบุคคลสำคัญ ที่มีส่วน
ในการนำนักบุญเปาโล มาพบพระคริสตเจ้า

หมายเหตุ..
ความเชื่อ เพื่อจะไปถึงความสำเร็จ
เร่ิมจาก ความมั่นใจ...

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)A

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา

ฉลองนักบุญอันดรูว์ อัครสาวก

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ทิ้งเรือและบิดา แล้วตามพระองค์ไป... เราจะทำให้ท่านเป็นชาวประมงหามนุษย์” (เทียบ มธ 4:12-22) 

ทิ้งเรือ และ บิดา ไม่ได้หมายถึงเปลี่ยนอาชีพ

แต่คือการใช้พระพรพิเศษนั้น

เพื่อเป็นคนของพระเจ้า เป็นศิษย์ของพระเยซู

ทิ้งความเป็นตัวกู ของ กู

เพื่อเป็นของพระองค์

เป็นชาวประมงพระราชทาน

เป็นครูพระราชทาน

เป็นพ่อ แม่ เป็น สามี เป็นภรรยา พระราชทาน

เป็นคนของพระราชาแห่งพระราชาทั้งหลาย

นี่แหละ คือชาวประมงหามนุษย์

ผู้แสวงหาความรอดของวิญญาณ

________________

เราจบเดือนพฤจิกายนด้วยการฉลองนักบุญอันดรูว์ อัครสาวกของพระเยซูเจ้า นักบุญที่พระวรสารวันนี้บันทึกว่า เมื่อพระเยซูเจ้าได้ทรงเรียกเขา เขาก็ทิ้งเรือและบิดา และตามพระองค์ไป จนสุดท้าย ท่านก็เป็นมรณะสักขีโดยตายบนไม้กางเขน แต่กางเขนของท่านเป็นรูปตัว X 

นี่หรือ คือจุดจบของชีวิตศิษย์พระเยซู แต่นี่เอง คือชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานถึงพระองค์ นี่เอง เป็นชีวิตที่ประกาศข่าวดี ประกาศพระวาจาของพระเจ้า... “จงเชื่อสิ่งที่ลูกอ่าน สอนสิ่งที่ลูกเชื่อ และดำเนินชีวิตตามสิ่งที่ลูกสอน...” นี่คือแบบอย่างชีวิตสงฆ์ ชีวิตของศิษย์พระเยซู คือการเชื่อในข่าวดี เพื่อประกาศข่าวดีด้วยชีวิตที่เป็นประจักษ์พยาน

ในความทุกข์ยากลำบาก พระเจ้าอยู่ที่ไหน... เมื่อฉันไม่มีกินบ้างในบางครั้ง เมื่อเงินขาดกระเป๋าบ้างในบางครา เมื่อต้องนั่งอยู่บ้านบ้าง ทำสิ่งที่พอทำได้ เพื่อแสวงหาหนทาง เพื่อดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีพลัง และมีความหวัง... จะท้อแท้มากขนาดไหน ผมคิดถึงชีวิตที่เป็นแบบอย่างของผู้อาวุโส ที่ได้อบรมสั่งสอนความเชื่อของผมมา... “ในยามที่ใจของฉันปั่นปรวน ถูกรบกวนด้วยความผิดหวัง ดังเหมือนมีมีดบาดเฉือนใน ให้ระทมฤทัยแสนเศร้า...  พระองค์คือชีวิต แสงอาทิตย์ แสงจันทร์ คอยส่องนำหนทาง ทางชีวันของฉัน...” บทเพลงเก่าครั้งยังเป็นเด็ก สะท้อนภาพของลูกที่ทุกข์ยาก เวลานั้นไม่ไปไหนครับ นอกจากมาภาวนาที่หน้าแท่นพระในบ้าน และช่วงเวลาที่ยังคิดอะไรไม่ออก ก็เดินเท้าไปที่วัด ไปคุกเข่าสวดที่หน้าพระแท่น และ ไปจุดเทียนที่หน้ารูปแม่พระ วอนขอความช่วยเหลือจากแม่พระ... พระให้อะไรหรือ... อย่างน้อย ความเชื่อคริสตชน ก็ทำให้พวกเราชาวขลุงเวลานั้นมีกำลังใจ วัดที่แต่ก่อนเปิดทั้งวัน อยู่ท่ามกลางชุมชน และเหมือนมีคนมาสวด มาเฝ้าศีลทั้งวันด้วย แม้เวลานี้ หลายอย่างจะเปลี่ยนไปบ้างก็ตาม นั่นเป็นวิถีชีวิตของผม เด็กบ้านๆ ชาวขลุงครับ

เวลาผ่านไป วัดเริ่มต้องปิดบ้าง เพราะอันตรายของยุคสมัย แต่วัดก็ยังพร้อมเปิดให้ลูกๆ เข้าไปสวด ไปพบพระ ไปแสวงหากำลังใจจากพระองค์เสมอ... แต่ฉันล่ะ วันนี้ ฉันยังเหมือนเดิมหรือเปล่า... ฉันยังเป็นศิษย์พระเยซูเหมือนเดิมหรือเปล่า วันนี้ ยามที่ฉันทุกข์ร้อน พระเจ้าอยู่ที่ไหนในชีวิตของฉัน วันนี้ เทียนถ้วยที่หน้ารูปแม่พระห่างหายไปบ้างหรือเปล่า แท่นพระที่บ้านของฉันเป็นเพียงมุมประดับบ้าน หรือเป็นเครื่องเตือนใจให้ฉันระลึกเสมอว่า ฉันเป็นคริสตัง ฉันเป็นลูกของพระหรือเปล่า ฉันยังกลับไป ณ ที่ที่ฉันภาวนาด้วยความวางใจบ้างไหม และวันนี้ ชีวิตที่ฉันเคยทิ้งทุกอย่าง และให้พระองค์สำคัญที่สุด ให้พระองค์เป็นที่หนึ่งในใจฉัน บัดนี้ หากพระเยซู พระอาจารย์ของเราหันกลับมา พระองค์จะยังพบเราอยู่ข้างหลังพระองค์หรือเปล่า

ณ ปลายปีพิธีกรรมนี้ อีกไม่กี่วัน เราก็จะเข้าสู่เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าแล้ว วันนี้ หากพระองค์เสด็จกลับมา จะยังพบฉันอยู่ที่เดิมหรือเปล่า หากพระองค์หันกลับมา จะยังพบฉันเดินตามพระองค์อยู่หรือเปล่า หรือฉันปล่อยให้พระองค์เดินไปคนเดียว พูดไปคนเดียวนานแล้ว ฉันไม่ได้อยู่ ไม่ได้เดินตามพระองค์อีกแล้ว บนหนทางที่อาจจะไม่ใช่ความหวังของฉันแล้ว ฉันกำลังกลับไปในที่เดิมที่ฉันอยู่ก่อนที่พระองค์จะทรงเรียก... โอ้ วันนี้ หากพระองค์หันหลังกลับมา คงไม่พบฉันแล้วใช่ไหม...

เราจะทำให้ท่านเป็นชาวประมงหามนุษย์... พระเยซูเจ้าทรงใช้อาชีพชาวประมงบ้านๆ ของพวกเขา เพื่อให้กลายเป็นชาวประมงผู้เชื่อในพระองค์ เพื่อเดินตามพระองค์ เป็นชาวประมงเพื่อความรอดของวิญญาณตนเองและผู้อื่น... พระเยซูเจ้าไม่ได้เรียกให้เขามีอาชีพใหม่ แต่ให้เป็นอาชีพเดิมที่เป็นอยู่ แต่เป็นอาชีพที่มีอุดมการณ์ที่พระองค์ ซึ่งวันหนึ่งมาถึง เปโตรเองก็ยังไม่ลืมการหาปลา เมื่อพระเยซูเจ้าให้เขาไปจับปลาตัวแรก และเอาเงินหนึ่งเหรียญในปากปลาที่จับได้ ไปทำหน้าที่ของพลเมืองที่ดี...

และอะไรคือพระพรพิเศษของพระเจ้าในชีวิตของฉัน... ฉันพบแล้วหรือยัง... สิ่งที่เป็นความว่างเปล่าในจิตวิญญาณที่ฉันจะให้พระองค์ใส่จิตตารมณ์ของพระองค์ลงในใจฉัน วันนี้ ฉันเป็นอะไรไม่ว่า ขอเพียงฉันเป็นคริสตชน เท่านั้นก็พอแล้ว เป็นคนที่มีอุดมการณ์ในจิตตารมณ์ของพระเยซู แล้วฉันก็เป็นคนดีคนหนึ่งของพระองค์ และของสังคมแล้วล่ะ... ชาวประมงของพระเยซู ครูของพระเยซู บิดา มารดา ของพระเยซู ผู้ที่พระเจ้าพระราชทานให้กับครอบครัว สังคม และโลกของเรา

พี่น้องที่รัก มากมายจริงของชีวิตศิษย์พระเยซู คือเป็นคนของพระเยซู เป็นบุคคลพระราชทานจากพระมหากษัตริย์แห่งพระมหากษัตริย์ทั้งหลายครับ เป็นพ่อแม่พระราชทาน เป็นสามีพระราชทาน เป็นภรรยาพระราชทาน เป็นครู เป็นชาวประมงพระราชทานจากพระเยซู นี่คือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระเจ้าสำหรับโลกแล้วมิใช่หรือ ชีวิตของฉันเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า... เป็นชีวิต เป็นความรอดพ้นที่พระเจ้าทรงประทานให้กับโลก... แต่สิ่งที่สำคัญคือ วันนี้ หากพระเยซูเจ้าทรงหันกลับมา พระองค์จะยังพบฉันเดินตามพระองค์อยู่หรือเปล่าล่ะ...

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ลูกได้เจริญชีวิตเป็นของขวัญของพระองค์สำหรับโลกเถิด... สัตบุรุษของพระองค์ขับร้อง “โอ้พระเป็นเจ้า โปรดประทานพระสงฆ์เทอญ...” และพระองค์ก็ประทานให้ลูกเป็นของขวัญสำหรับพวกเขา ขอให้ลูกสามารถเป็นดังนั้นเถิด พระเจ้าข้า

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 18 ฉลองนักบุญอันดรูว์ อัครสาวก
บทอ่าน รม 10:9-18 / มธ 4:18-22
“จงตามเรามา และเราจะแต่งตั้งท่านให้เป็นชาวประมงจับมนุษย์” (ข้อ 19) ขณะที่พระเยซูเจ้ากำลังดำเนินอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลสาบกาลิลี พระองค์ได้พบพี่น้องสองคนกำลังออกไปทำงานทุกวัน ในฐานะเป็นชาวประมง พระองค์ได้เชื้อเชิญพวกเขาให้ติดตามพระองค์ไป ในฐานะเป็นสานุศิษย์ของพระองค์ โดยสัญญาว่า พวกเขาจะเป็นชาวประมงจับวิญญาณของมนุษย์ การเป็นสานุศิษย์มีอะไรที่มากกว่าการได้รับการอบรมจากอาจารย์ พระเยซูเจ้าได้ทรงเรียกบรรดาสานุศิษย์ ให้มีส่วนร่วมในความสัมพันธ์กับพระองค์ พวกเขาจะเรียนรู้จากคำสั่งสอน และตัวอย่างของพระองค์ มีส่วนในพันธกิจ และยินดีมอบตัวให้แก่พระองค์ แม้จะต้องเผชิญกับความตายก็ตาม เปโตร อันดรูว์น้องชาย ยากอบ ยอห์นน้องชาย ได้ตอบสนองกระแสเรียก “ทันที” (มธ4:20) การอุทิศตนเกิดขึ้นทันที และพวกเขาได้ละทิ้งบ้าน ครอบครัวและการงาน เพื่อจะเป็นสานุศิษย์ของพระองค์ และนี่คือก้าวแรกของเส้นทางที่ยาวและลำบาก ในการติดตามพระเยซูเจ้า เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ไม้กางเขน...ใครเป็นผู้ที่ได้นำความเชื่อคาทอลิกจากบรรดาอัครสาวก มาให้แก่ท่าน และเราจะต้องทำต่อเนื่อง เพื่อมอบความเชื่อที่เราได้รับมา เช่นเดียวกับที่บรรดาอัครสาวกได้เคยทำในอดีต ข้าแต่ท่านนักบุญอันดรูว์ โปรดช่วยให้ข้าพเจ้าตอบสนองการเชื้อเชิญของพระเยซูเจ้า ในการติดตามพระองค์ เช่นเดียวกับที่ท่านได้เคยทำในอดีต
เมื่อพระเยซูเจ้าได้เริ่มทำพันธกิจของพระองค์ พระองค์ได้เสด็จไปในทุกแห่งเท่าที่สามารถ ตามถนน ตามเมือง ตามเนินเขา และตามชายฝั่งทะเลสาบกาลิลี เพื่อพูดกับประชาขนเกี่ยวกับพระราชัยสวรรค์ เช่นเดียวกับนักบุญอันดรูว์ ที่เคยเป็นศิษย์ของยอห์น บัปติสต์มาก่อน พระเยซูเจ้าได้เรียกท่านให้ติดตามพระองค์พร้อมกับเปโตรพี่ชาย ท่านได้นำเด็กคนหนึ่งที่มีขนมปังห้าก้อนและปลาสองตัวมาให้พระเยซูเจ้า และพระองค์ได้ทวีขนมปังเลี้ยงผู้ที่ได้ติดตามพระองค์ ท่านได้ตายเป็นมรณสักขีที่เมืองปาตราส โดยถูกตรึงกางเขน ที่เอาศีรษะลง ท่านเป็นองค์อุปถัมภ์ของประเทศกรีก รัสเซีย สก๊อตแลนด์ และชาวประมง.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view