สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2018 ฉลองนักบุญฟรังซิส เซเวียร์ องค์อุปถัมภ์ของมิสซัง

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2018 ฉลองนักบุญฟรังซิส เซเวียร์  องค์อุปถัมภ์ของมิสซัง

🍉 จงมีความตั้งใจ...
จงมีความพยายาม
จงมีความอดทน...
จงเป็นคนที่อยู่เพื่อพระคริสต์

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2018
ฉลองนักบุญฟรังซิส เซเวียร์ องค์อุปถัมภ์ของมิสซัง
https://www.youtube.com/watch?v=v2zqs9BM_J

🕯Go Light Your World
https://youtu.be/fmquDS65YZs

💡💡💡💡💡💡💡💡

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2018
ฉลองนักบุญฟรังซิส เซเวียร์
องค์อุปถัมภ์ของมิสซัง
อ่าน :
1 คร 9:16-19,22-23
มก 16:15-20

เมื่อพระเยซูเจ้าส่งศิษย์ ให้ออกไปประกาศข่าวดี
พระองค์ทรงย้ำ “ความเชื่อ” เพื่อข่วยพวกเขา
ให้สามารถทำได้ทุกสิ่ง เพราะเมื่อพวกเขาเชื่อ
เมื่อนั้น พระองค์ทรงทำงานร่วมกับพวกเขา

สิ่งที่ทำให้เปาโล ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
จากภารกิจที่ได้รับมอบหมาย นั่นก็เพราะ
ความภาคภูมิใจ ที่ได้ทำไป เพราะ
เห็นแก่พระคริสตเจ้า

แม้จะมาจากครอบครัวที่มั่งคั่ง
แต่ด้วยความเชื่อ เพื่อพระคริสตเจ้า
ท่านนักบุญฟรังซิส เซเวียร์ ได้มอบตนเอง
ในการเป็นธรรมฑูต สามารถเรียนรู้
ที่จะปรับตัวได้เป็นอย่างดี ในทุกวัฒนธรรม
นี่จึงเป็นเหตุให้ท่าน สามารถดัดแปลงพระวาจา
พาเข้าสู่วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น

หมายเหตุ...
ความท้าทายของมนุษย์
คือ ทำในสิ่งที่คนอื่นบอกว่า
“คุณทำไม่ได้”...ให้เป็นผลสำเร็จ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2018

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ระลึกถึง นักบุญฟรันซิส เซเวียร์ พระสงฆ์ 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ขอพระองค์ตรัสเพียงคำเดียวเท่านั้น...” (มธ 8:5-11) 

ในอดีต เมื่อพระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่ง

เพียงพระองค์ตรัสเท่านั้น ทุกสิ่งก็อุบัติขึ้น

วันนี้ เพียงพระองค์ตรัสเท่านั้น

พลังมากมายก็มาสู่หัวใจฉัน

พลังแห่งการรักและรับใช้พระองค์

พลังแห่งการรักและรับใช้เพื่อนพี่น้อง

แม้เขาจะเป็นเพียง “คนใช้” 

แต่พลังแห่งพระวาจา ทำให้ฉันรักเขาได้...

พลังแห่งพระวาจายังให้มากกว่านั้น คือ “ความเชื่อ”

เป็นความเชื่อทิ่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน

ก้าวเข้ามา และฟังพระองค์ทุกวันเสมอนะ วิญญาณข้าฯ เอ๋ย

แล้วเจ้าจะมีพลังมากมายที่จะรักพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง

________________

เมื่อวานนี้ ผมมาถึงบ้าน “หาดหฤทัย” ที่ชะอำ เพื่อเข้าเงียบร่วมกับสมาชิกฟรันซิสกันไทยและพม่า โดยมีคณะที่ปรึกษาของเจ้าคณะแขวงเกาหลี ที่เราสังกัด อยู่ท่ามกลางพวกเราด้วย... เมื่อเก็บของเข้าที่ นำพี่น้องเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ผมเข้าไปในวัดน้อยและคุกเข่าลงหน้าตู้ศีล ข้างใต้มีรูปปั้นพระหฤทัยตั้งอยู่ ผมภาวนาว่า “พระเจ้าข้า ขอพระองค์ทรงอยู่กับลูกนะ ในระหว่างการเข้าเงียบนี้” แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ ผมก็บอกกับพระเยซูเจ้าใหม่ว่า... “โอ้ พระเจ้าข้า ลูกพูดผิด... แท้จริงแล้ว ลูกต้องบอกว่า ลูกต้องอยู่กับพระองค์มากกว่านะ...” เพราะพระเจ้าทรงอยู่ที่นี่ อยู่ทุกที่ครับ แต่ปัญหาคือ ... ผมอยู่กับพระองค์ไหมเท่านั้น ผมฟังพระองค์ไหมเท่านั้น... และ ผมมาที่นี่ มาเพื่อให้เวลาฟังพระองค์มากกว่าเดิม ผมต้องฟังพระองค์มากขึ้น คุยกับพระองค์มากขึ้นซิ การเข้าเงียบของผมจึงจะได้รับพลังจากพระองค์...

นี่แหละ ที่มาของงานแบ่งปันบทไตร่ตรองพระวาจาของผม... “Power of the Word” “พลังแห่งพระวาจา” ที่ผมเขียนมานานกว่าสิบปีแล้ว จากเล็กน้อย กลายเป็นงานนี้ จากสำเนาเพียงไม่กี่แผ่น ก็กลายเป็นการแบ่งปันทางอีเมล ทางไลน์ ทางเฟสบุ๊ค ตามลำดับ... จากงานเขียนเพียงไม่กี่บรรทัด ที่กลายมาเป็นงานเขียนสองรูปแบบในงานเดียวกัน... ในอดีต เมื่อเพื่อนๆ น้อง สังฆานุกร ขอให้เขียนยาวหน่อย ผมก็จัดไป แต่พอยาวไป สัตบุรุษก็บอกว่า “มันยาวไปนะคะ” สุดท้าย ก็กลายมาเป็นดังเช่นทุกวันนี้ มีทั้งสั้นและยาวครับ... แต่นี่แหละ สิ่งที่ผมทำมาสิบกว่าปี นี่คือพลังแห่งพระวาจาครับ สิ่งที่อาศัยแรงผลักดันจากสัตบุรุษ จากเพื่อนพระสงฆ์ ทำให้ผมแบ่งปันทางสื่อในที่สุด ดุจดังเป็นการแบ่งปันที่วางไว้ หากใครพอจะได้ประโยชน์บ้าง ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์อะไร หยิบไปเลยครับ ไม่ได้แจกให้ แต่วางไว้ให้หยิบเองครับ... และเอกลักษณ์ของบทไตร่ตรองของผมที่มันไม่ใช่บทเทศน์ แม้ว่าจะเป็นแนวในการเทศน์ในแต่ละวันบ้างก็ตาม แต่ทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่า “บทไตร่ตรอง” ครับ คือการไตร่ตรองสิ่งที่พระเจ้าตรัสกับผมในแต่ละวัน ไตร่ตรองถึงตนเองก่อน พระตรัสอะไรกับฉัน แล้วค่อยแบ่งปันกับผู้อื่น... ซึ่งนี่ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการแบ่งปันของผมต่อพี่น้อง ที่ผมใช้ชื่อบทไตร่ตรองว่า “พลังแห่งพระวาจา” ที่มีคนถามว่า เก็บไฟล์ไว้บ้างหรือเปล่า รวบรวมไว้บ้างไหม... ผมตอบเลยครับ เขียนแล้วก็ส่งแบ่งปันมา ไม่ได้เก็บไว้เลยครับ เพราะพระเจ้าได้ตรัส และมอบสิ่งนี้มาทุกวัน แต่ละวัน ใหม่ สด กว่าฟาร์มเฮ้าส์อีกครับ พระวาจาของพระเจ้าเป็นอาหารจิตวิญญาณที่สดใหม่ทุกวันจากพระองค์พระโอษฐ์ของพระองค์ครับ

“พลังแห่งพระวาจา” นี่คือพลังจริงๆ ครับ สิ่งที่ผมพบว่าเป็นกำลังใจ เป็นคำตอบ เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งที่พระเจ้าตรัสกับผมและพี่น้องในแต่ละวัน ผมจึงย้ำนักหนาว่า อ่านพระวาจาประจำวันทุกวันเถอะครับ ไม่ต้องสุ่มเปิดพระคัมภีร์หรอก เพราะหากพบตอนที่ไม่ชอบ เราก็จะเปิดใหม่ จนกว่าจะพบสิ่งที่ชอบ และบางที การกระทำเช่นนี้ก็กลายเป็นว่า “ฉันตรัสเอง” ไม่ใช่ “พระเจ้าตรัส” แต่ฉันแอบเอาพระวาจาพระเจ้ามาอ้างในสิ่งที่ฉันอยากให้พระองค์ตรัส... แต่หากเราอ่านพระวาจาประจำวัน สิ่งที่พระจิตเจ้าทรงดลใจไว้ในชีวิตของพระศาสนจักรแล้ว และไตร่ตรองดีๆ แล้วนั้น พี่น้องครับ สุดยอดเลยครับ นี่คือสิ่งที่พระตรัสกับเราทุกวันจริงๆ ครับ... เป็นไปได้ บางวันก็เข้าใจ บางวันก็ไม่เข้าใจ บางวันก็คิดนอกกรอบบ้าง บางวันก็ได้ความรู้สึก ความคิดอย่างอื่นเข้ามาบ้าง อีกบางวัน ภาพของสถานการณ์ต่างที่ผ่านไป หรือที่กำลังประสบก็ผ่านเข้ามาในการไตร่ตรองพระวาจาของผมด้วย การไตร่ตรองของผมแต่ละวันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ แต่ที่สำคัญ ทุกวันเลย ผมพบว่า พระวาจาของพระเจ้ามาทันในสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตของผมเสมอเลยครับ เป็นโอวาทของพระ เป็นแนวทาง เป็นทางออก เป็นคำตอบ เป็นกำลังใจ โอ้ ต้องบอกว่า ผมอยู่ได้ ยิ้มได้ทุกวันนี้ เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ เป็นทุกวันนี้ทุกอย่าง ช่างประปา ช่างไฟฟ้า พ่อบ้าน พ่อครัว พ่อเจ้าวัด คนงาน นักการ เป็นทุกอย่างได้ เพราะพระวาจาของพระเจ้านี่แหละครับ ที่ให้กำลังใจ เอาล่ะ แบ่งปันมายาว แต่อยากเชื้อเชิญให้พี่น้องลองทำบ้างครับ บางที พี่น้องอาจพบความรู้สึกที่เป็นกำลังใจมากมายอย่างที่ผมพบนะครับ และพี่น้องจะพบว่า พระเจ้าอยู่ใกล้ และไม่เคยทิ้งเราไปไหนเลย แต่พูดอะไรกับเราทุกวันจริงๆ แต่เราฟังพระองค์มากน้อยเพียงใด เราให้ความสำคัญ และคิดไตร่ตรองสิ่งที่พระทรงบอกเราแต่ละวันมากน้อยเพียงใด ลองฟังพระองค์ทุกวัน ไตร่ตรองทุกวันซิครับ แล้วพี่น้องจะพบสิ่งนี้ครับ “พลังแห่งพระวาจา” เพียงพระวาจาของพระองค์ ทุกสิ่งดีๆ มากมายก็เกิดขึ้นในชีวิตของฉัน 

เพียงวาจาเดียว ขอพระองค์ทรงโปรด เพียงคำๆ เดียว ขอพระทรงเมตตา เพียงวาจาเดียว ขอพระเพียงตรัสเถิดหนา ดวงจิตวิญญาณของลูกจะพ้นราคี...

คำนี้คำเดียวจริงๆ ทำให้ผมเขียนอะไรไปเยอะแล้วล่ะครับ โอ้ พลังแห่งพระวาจา... จากบทอ่านที่หนึ่งในเช้าวันที่สองของเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้านี้ เราพบภาพของโอกาส ที่เป็นผลของการสู้รบที่ผ่านไป (เทียบบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ อสย 4:2-6) เมื่อสิ่งที่เคยเป็นอาวุธกลับกลายเป็นเครื่องมือทำมาหากิน เพื่อจะมีชีวิต... ช่วงเวลาของการเตรียมจิตใจสมโภชพระคริสตสมภพนี้ พระวาจาของพระเจ้าที่หนักแน่น ตีสอนเราทุกวัน นำให้หัวใจเราเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตของเราทั้งหมดที่เดินมากับพระองค์นั้น ให้กลับกลายเป็นบทสอนแห่งความเชื่อของเราได้บ้างหรือไม่ เพื่อให้เราเข้าพึ่งพระองค์เสมอ และเชื่อมั่นใจในพระวาจา ในพลังแห่งพระวาจาของพระองค์ เพียงพระองค์ตรัส ทุกสิ่งก็อุบัติขึ้นได้...

นายร้ายผู้นี้ เป็นชาวโรมัน ที่คงไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรมากมายกับพระเยซูเจ้ามาก่อน แต่ในสถานการณ์ของชีวิต ที่เขาต้องรู้จักคนคนนี้ที่ชื่อเยซู เขาคงรู้จักพระองค์บ้าง ว่าพระองค์เป็นอย่างไร พระวาจาที่พระองค์ตรัสสอนทุกวัน สิ่งที่พระองค์ทรงกระทำทุกวัน คงไปถึงข้าราชการคนนี้บ้างแน่ๆ และนี่คือพลังแรกที่ทำให้เขาเรียนรู้คำสอนของพระองค์บ้างไม่มากก็น้อย นี่คือพลังที่น่าทึ่งของคนที่มีประสบการณ์กับพระองค์แม้เป็นคนต่างชาติ ที่ทำให้เขาเรียนรู้จักรัก แม้คนที่เป็นเพียง “คนใช้” เป็นคนใช้ที่เป็นอัมพาต ซึ่งก็ควรออกจากงาน และกลับบ้านไปเสีย... แต่ภาพนี้น่ารักจริงๆ นี่คือคนใช้ที่อยู่ที่บ้านของนายร้อยนั้นเอง และเขาก็ห่วงกังวลถึงคนใช้คนนี้ ที่เขารักมาก สิ่งที่เขาได้ยินเกี่ยวกับพระเยซูนำให้เขากลับเข้าพึ่งพระองค์ จนกลายเป็นความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ที่พระองค์ชื่นชม เขาเชื่อในพระวาจาของพระองค์ และพระองค์ก็ทรงรักษาคนใช้ของเขาด้วยพระวาจาของพระองค์เพียงคำเดียวจริงๆ โอ้ พลังแห่งพระวาจา...

ในช่วงเวลาของการเตรียมห้องใจของฉันในการสมโภชการบังเกิดมาของพระเยซูเจ้านั้น ฉันผ่านสถานการณ์ในชีวิต และมีประสบการณ์กับพระเยซูเจ้าอย่างไร คนที่มีประสบการณ์กับพระเยซูเจ้าเขาควรมองเพื่อนพี่น้องอย่างไร เขาควรรักแม้คนใช้ของเขาอย่างไร แม้มันอาจจะมีสิ่งเกินกำลังบ้าง สุดท้ายก็จบลงที่ “เพียงพระเจ้าได้ตรัส ทุกสิ่งก็อุบัติขึ้น” (เทียบ ปฐก เมื่อพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างทุกสิ่ง)

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ประทานพระหรรษทานให้ลูก เพียงอย่างน้อยได้เปิดหัวใจฟังพระวาจาของพระองค์เท่านั้น ขอเพียงให้ลูกฟังพระองค์ตรัสจริงๆ เท่านั้น จิตวิญญาณของลูกก็จะได้รับการรักษา

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)




วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 18 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
บทอ่าน อสย 2:1-5 / มธ 8:5-11
ท่านพร้อมที่จะฉลองงานเลี้ยงที่โต๊ะอาหารของพระเป็นเจ้าหรือไม่? พระองค์ได้เชื้อเชิญทุกคนด้วยความยินดี ทั้งชาวยิวและคนต่างชาติ ซึ่งจะมาหาพระองค์ด้วยความเชื่อและด้วยความนบนอบ พระเยซูเจ้าทรงใช้ภาพของงานเลี้ยงใหญ่ที่จัดขึ้นที่โต๊ะของพระมหากษัตริย์ (มธ 8:11 และ ลก 13:29) พระเยซูเจ้าได้ทรงสัญญาว่า ทุกคนที่เชื่อพระองค์จะมา และร่วมฉลองอาหารของพระบิดาเจ้าสวรรค์ พระองค์ได้ชมเชยความเชื่อของนายร้อยทหารโรมัน ซึ่งเป็นที่ดูถูกจากคนมากมาย เขาไม่ใช่เป็นคนหนึ่งในจำนวนผู้ที่ได้รับเลือกสรรของประชากรอิสราเอล ในสมัยพระเยซูเจ้า พวกยิวรังเกียจชาวโรมัน เพราะพวกเขาเป็นอริกับชาวยิว ทั้งด้านอำนาจปกครองจากต่างชาติ และเป็นคนต่างศาสนา ที่ต่างความเชื่อและกาปฏิบัติศาสนกิจ
ทำไมพระเยซูเจ้าไม่เพียงแต่ต้อนรับนายร้อยทหารโรมันเท่านั้น แต่พระองค์ยังได้ชมเชยเขา ในฐานะเป็นตัวอย่างของความเชื่อ และความไว้วางใจในพระเป็นเจ้าด้วย? ในโลกของชาวโรมัน ตำแหน่งนายร้อยเป็นตำแหน่งที่สำคัญ เขาเป็นข้าราชการที่ดูแลทหารจำนวนเป็นร้อยคน เขาจึงเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของกองทัพโรมัน ที่รวมกองทัพเข้าด้วยกัน มีนักเขียนคนหนึ่งได้บรรยายว่า “พวกเขาไม่ใช่เป็นคนที่แสวงหาการประจญภัย แต่เป็นคนที่คอยออกคำสั่ง พร้อมที่จะลงมือปฏิบัติหน้าที่ พวกเขาเป็นคนที่น่าไว้วางใจ ไม่ใช่คนที่เข้าต่อสู้อย่างไร้เหตุผล แต่เมื่อสถานการณ์คับขัน พวกเขาก็พร้อมที่จะยืนหยัดต่อสู้ แม้จะต้องเสียชีวิตก็ตาม
ด้วยพระวาจาของพระเยซูเจ้าที่เคยตรัสว่า “จะมีประโยชน์อะไรแก่มนุษย์ที่จะได้โลกทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ แต่ต้องเสียวิญญาญของตน”(มธ16:26ก) ที่ทำให้อาจารย์หนุ่มผู้สอนปรัชญา ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และมีชีวิตที่หรูหราพร้อมด้วยเกียรติยศ ได้รีบติดตามพระเยซูเจ้าด้วยความกระตือรือร้น ท่านคือ นักบุญฟรังซิส เซเวียร์ พร้อมกับเพื่อนของท่าน คือ นักบุญอิกญาซีโอ ได้ก่อตั้งคณะเยซูอิตในปี 1534 ท่านได้ประกาศข่าวดีแก่ทุกคน เช่น ชาวอินเดีย ชาวมาลายัน และชาวญี่ปุ่น.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)


view