สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2018 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2018 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

🌸ลูกขอบพระคุณสำหรับกางเขน
ขอบพระคุณสำหรับการทรงไถ่
ขอบพระคุณสำหรับความรักมากมาย
ขอบพระคุณที่ทรงให้กลับสู่ทางพระองค์

📚 บทอ่านประจำวันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2018
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
https://www.youtube.com/watch?v=cPzX1HakTPw&t=11s

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2018
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
อ่าน
อสย 11:1-10
ลก 10:21-24

มิใช่การไขว่คว้า หาความรู้ เป็นสิ่งไม่ดี
แต่พระเยซูเจ้าชี้ให้เห็นว่า ถ้าใครก็ตามคิดว่าตนแน่
ไม่ต้องการรับความช่วยเหลือ เขาก็ต้องอยู่อย่างเดียวดาย
ในโลกแคบของตน ส่วนคนที่ถ่อมตัว ยอมก้มหัว
แล้วเรียนรู้ส่ิงใหม่ เขาย่อมพบความสุข จากการเรียนรู้

ผู้ที่มีจิตแห่งปรีชาญาณ ความเข้าใจ ความรู้
ความคิดอ่าน ยำเกรงพระเจ้า เขาจะไม่
พิพากษาตามที่ตาเห็น ไม่ตัดสิน ตามที่หูได้ยิน
แต่จะพิพากษา ตัดสินด้วยความชอบธรรม
ด้วยการนำของพระเจ้า

หมายเหตุ..
เพื่อยกใจ ให้สูง...
สิ่งที่ต้องคุมให้ดี คือ ปาก
ใช้ให้มาก คือ สมอง
กรอง ให้ดี คือหู
ดูให้เห็น คือ ตา.....

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2018

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ทรงเปิดเผยแก่บรรดาผู้ต่ำต้อย...” (ลก 10:21-24) 

ที่รางหญ้า ใครจะคิดว่าพระเจ้าเป็นผู้แพ้

เมื่อพระผู้สร้างโลก ไม่มีที่ดีกว่านั้นในการประสูติ

แต่ที่รางหญ้า ที่นั่นมีแต่รอยยิ้ม

พระกุมารกางพระกรต้อนรับทุกคน

ที่นั่นเปี่ยมปรีชาญาณ

เพราะความสุขแท้ หากใช่สิ่งที่โลกคิด

แต่ความสุขแท้ อยู่ที่ชีวิตที่เดินตามเสียงพระจิตเจ้า

ที่นั่นจึงมีแต่ความสุขสันติ

เพราะพระองค์ทรงเปิดเผยเรื่องเหล่านี้

แก่บรรดาผู้ต่ำต้อย... 

นี่คือหนทางที่ฉันจะพบความสุขที่แท้จริง...

________________

มาแล้วครับ พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ ตอนที่ผมชอบมากตอนหนึ่ง... สุนัขป่าจะอยู่กับลูกแกะ เสือดาวจะนอนอยู่กับลูกแพะ ลูกโคและลูกสิงโตจะหากินอยู่ด้วยกัน เด็กคนหนึ่งก็ยังนำมันไปได้ แม่โคกับหมีจะหากินด้วยกัน ลูกของมันจะนอนอยู่ด้วยกัน สิงโตจะกินฟางเหมือนโคเพศผู้ ทารกที่ยังไม่หย่านมจะเล่นอยู่ที่ปากรูงูเห่า เด็กที่หย่านมแล้วจะเอามือวางที่รังของงูพิษ  (บทอ่านที่หนึ่ง อสย 11:1-10 )

เมื่อครั้งผมเป็นเด็ก ผมพูดสวนกลับเลยครับ... ก็ลองดูซิ... สนุกแน่... เพราะมันจะเป็นไปได้อย่างไร แต่มาวันนี้ ผมชอบภาพนี้จังครับ... ภาพในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้... ภาพของความรักและสันติสุข เมื่อลูกแกะจะอยู่กับสุนัขป่า เสือดาวจะอยู่กับลูกแพะ ลูกโคกับลูกสิงโต แม่โคกับหมี งูพิษ ทารก และ เด็กเล็กๆ ทุกอย่างอยู่ร่วมกันได้ แบบไม่ต้องระแวดระวังอะไรกันอีกต่อไป... ความสัตย์จริง ความยุติธรรม ... โอ้ นี่มันไม่ใช่ความฝัน แต่นี่คือความหวังของเรา มิใช่หรือ... นี่คือภาพของการประทับอยู่ของพระเจ้า นี่คือภาพของแผ่นดิน และหัวใจของผู้ที่ต้อนรับพระเจ้า และนี่คือความเป็นไปได้เมื่อพระองค์ทรงประทับอยู่ นี่คือความหวัง นี่คือเป้าหมายของเราไม่ใช่หรือ...

แต่เอาซิ พี่น้องกันยังอยู่กันไม่ได้เลย สามี ภรรยา หลายคนก็แยกทางกันเดิน ลูกที่เกิดมาจากครรภ์มารดาเดียวกัน ก็แกร่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ฆ่าล้างเอาชีวิตกัน ชิงเอาความเป็นใหญ่เป็นโต ความรุ่งโรจน์รุ่งเรืองกัน ความเป็นพี่เป็นน้องหมดเจือจางลงไป ความเป็นสามีภรรยาก็เปลี่ยนไปได้เหมือนเปลี่ยนโปรฯ โทรศัพท์กระนั้นแล และอะไรล่ะ อะไร คือปรีชาญาณที่พระเจ้าทรงปิดบังไว้

แท้จริงแล้ว พระวาจาของพระเจ้าทั้งหมดในวันนี้ เรื่องเหล่านี้ที่พระเยซูเจ้าพูดถึง ไม่ได้หมายถึงสิ่งใดเลย นอกจาก “พระธรรมล้ำลึกแห่งพระอาณาจักรสวรรค์” เท่านั้นเอง ซึ่งเป็นภาพที่โลกเราวันนี้อาจมองภาพของบทอ่านที่หนึ่งว่า มันไม่มีทางเป็นไปได้... แท้จริงมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ  คือมันไม่มีทางเป็นไปได้สำหรับมนุษย์ แต่สำหรับพระเจ้า ทุกสิ่งสามารถเป็นไปได้ และนั่นคือภาพของที่ที่มีพระเจ้าประทับอยู่ คือที่ที่ดวงใจทุกดวงเปิดออกและต้อนรับพระองค์ ที่นั่นคือบรรยากาศนั้นครับ บรรยากาศของความรักและสันติสุข

ที่มาของปรีชาญาณที่แท้จริงที่มีในพระคริสตเจ้า และทำให้พระองค์ตรัสเช่นนั้นคือ ความปลาบปลื้มพระทัยในองค์พระจิตเจ้า นั่นคือการน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า ที่พระจิตเจ้าทรงนำพระคริสตเจ้ามาสู่ทางนี้ ทางที่นำประชากรของพระองค์ไปสู่ความรอดพ้น และผู้ที่จะมาถึงจุดนี้ได้ ก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคนที่ฟังเสียงของพระจิตเจ้า คนที่น้อมรับพระประสงค์ของพระเจ้าเท่านั้นเอง บรรยากาศแห่งความสุข ความรักและสันติสุขก็เกิดขึ้นได้เสมอ ณ ทุกที่ที่พระเจ้าประทับอยู่ และที่นั่นที่ดวงใจของเราเปิดออกรับเสด็จพระองคภายในชีวิตของเรา

เอาล่ะครับ ทีนี้ก็การบ้านของผมล่ะ เมื่อพระเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางชีวิตของผมล่ะก็ หากผมต้อนรับพระองค์ในชีวิตของผมจริงๆแล้วล่ะก็ หากผมให้พระองค์เป็นที่หนึ่งในชีวิต ให้พระองค์มาก่อนเสมอในชีวิตของผม หากเราแต่ละคนต้อนรับพระเจ้าในชีวิตของเราแต่ละคนจริงๆ แล้วนั้น พี่น้องครับ เราจะไม่ทำร้ายกันใช่ไหม ชีวิตของเราจะเปี่ยมด้วยรักและเมตตากันใช่ไหม และความสุภาพถ่อมตน การเป็นผู้ต่ำต้อยในสายตาของโลกมิใช่หรือ ที่ทำให้เรามีความสุขจริงๆ และมีความสุขที่สุด... ... ...ในระหว่างที่ผมซ่อมแซมบ้าน ซ่อมแซมวัดอยู่นี้ หลายครั้งต้องเข้าไปซื้อของที่ Home Pro ผมก็ไปในธรรมชาติง่ายๆ ในชุดที่ทำงานนั่นแหละ ถ้าเขาจะไม่ให้เข้า เราก็จะไปที่อื่น แต่มันไม่จำเป็นต้องอลังการอะไรในการไปที่นั่นไม่ใช่หรือ มันเป็นบรรยากาศที่ผมมีความสุขที่สุดนะครับ เมื่อแต่งตัวมอซอไปที่นั่น เพราะที่นั่น ผมเดินสบายครับ มีความสุข และไม่มีใครยุ่งกับผมเลย เว้นแต่ผมจะเข้าไปถามอะไรเท่านั้น ไม่มีใครมาเดินตาม... ไม่รู้ซิ บางครั้ง ผมมีความสุขนะครับ ที่ต้องล้างห้องน้ำ กวาดใบไม้ เย็นๆ ก็เดินไปทิ้งขยะ ทำงานธรรมดาๆ ในวัดด้วยตนเอง... ไม่มีใครมองผมเลย ไม่มีใครสนใจผม ไม่มีใครอิจฉาผม เงินทองก็ไม่มีให้ใครหมายตา ไม่มีทรัพย์สินมีค่าอะไรให้ครอบครอง... บางที สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นบรรยากาศที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุดในชีวิตนะครับ มันเป็นความสุขในความเรียบง่ายและพอเพียง ไม่ต้องอิจฉาใคร และไม่ต้องมีใครอิจฉา

พี่น้องที่รักครับ ความสุขที่แท้จริง อยู่ที่หัวใจที่ต้อนรับพระเจ้าไว้ในชีวิต และฟังเสียงของพระองค์ วางใจในหนทางที่พระเจ้าทรงนำ อยู่กับทุกสถานการณ์ด้วยความวางใจในพระองค์ ชีวิตที่มีวันนี้ก็เป็นของพระองค์ และเราจะทำสิ่งใดเพื่อตนเองหรือ จะร่ำรวยกันไปเพื่ออะไร จะแข่งกันกันไปทำไม และสุดท้าย เราก็อยู่กันไม่ได้... ที่รางหญ้า พระเจ้าไม่ใช่ผู้แพ้สักหน่อย แต่ที่รางหญ้านั้น พระองค์ทรงกางแขนออกต้อนรับทุกคน จากพระทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระจิตเจ้า พระองค์ทรงยิ้มให้ทุกคน พระองค์ทรงมีความสุขกับบิดามารดาที่แสนน่ารักและแสนดี และใครเล่า จะบอกว่าน่าอดสู ใครเล่าจะบอกว่า พระองค์คือผู้แพ้... เพราะความสุขที่สุดของพระองค์ คือการน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดา ภายใต้การนำของพระจิตเจ้า พระองค์จึงเปี่ยมด้วยความรักและสันติสุข คนที่เข้าไปพบพระองค์ ไม่มีใครวิวาทกับใคร ไม่มีใครเอาเป็นเอาตายใคร แต่ที่นั่น ที่ที่เราได้พบพระองค์ ที่นั้นคือบรรยากาศของความรักและสันติสุข

ข้าแต่พระเจ้า... ขอความรักและสันติสุขจงอยู่ในจิตใจของลูกก่อนเถิด ขอให้หัวใจของลูกเป็นหัวใจที่อ่อนโยนดังดวงพระทัยของพระบุตรของพระองค์ ดังนั้น ปรีชาญาณที่ทรงปิดบังไว้ จะเปิดเผยแก่ผู้ต่ำต้อย คือผู้ที่มีหัวใจที่สุภาพถ่อมตน

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 18 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
บทอ่าน อสย 11:1-10 / ลก 10:21-24
พระเยซูเจ้าได้ส่งสานุศิษย์จำนวนเจ็ดสิบสองคนของพระองค์ออกไป เพื่อประกาศพระวรสารและรักษาคนเจ็บป่วย เมื่อพวกเขากลับมาจากการทำพันธกิจของพวกเขา พระองค์ทรงยินดี ที่ได้ยินอำนาจของพระเป็นเจ้าทำงานในพวกเขา โดยอาศัยการประกาศเรื่องพระราชัยของพระเป็นเจ้า พวกเขาได้เป็นประจักษ์พยาน ถึงการล่มสลายของอาณาจักรของซาตาน เราจะเห็นความสัมพันธ์ของพระตรีเอกภาพในข้อความนี้ พระเยซูเจ้าทรงยินดีในพระจิต และพระองค์ได้สรรเสริญพระบิดาเจ้า พระองค์ได้โมทนาคุณพระบิดา ที่ได้เปิดเผยรหัสธรรของพระอาณาจักร ให้แก่บรรดาสานุศิษย์ ซึ่งได้ติดตามพระองค์เหมือนกับเด็กเล็กๆ คนฉลาดและคนมีความรู้ ไม่เข้าใจเรื่องเกี่ยวกับพระราชัยสวรรค์เหล่านี้ พระบิดาเจ้าได้มอบความรู้แก่พระบุตร และในทำนองเดียวกัน พระองค์ได้เผยแสดงต่อผู้ที่พระองค์ได้เลือกสรร พระเยซูเจ้าได้ทรงเตือนบรรดาสานุศิษย์ ถึงเอกสิทธิ์พิเศษ ในการเป็นประจักษ์พยานในเรื่องเหล่านี้ ที่บรรดาประกาศกและกษัตริย์ได้พยายามที่จะเห็นและได้ยิน...ท่านได้แบ่งปันพระวรสารกับคนอื่นๆในระหว่างเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าอย่างไร? ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยลูกให้ประกาศพระอาณาจักรของพระองค์ ด้วยความยินดี
วันนี้ เราระลึกถึงนักบุญยอห์น ดามัสกัส พระสงฆ์และนักปราชญ์ของพระศาสนจักร ท่านได้รับการศึกษาในระดับสูงในสาขาต่างๆ ท่านยังได้เขียนเรื่อง “น้ำพุแห่งปรีชาญาณ” ที่เป็นข้อสรุปของเทววิทยาคาทอลิก พร้อมกับงานเขียนอื่น ที่ป้องกันความเชื่อที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ท่านได้เขียนคำอธิบายเรื่องของนักบุญเปาโล บทประพันธ์ บทเพลง และประยุกต์ดนตรี ที่ใช้ในพิธีกรรม ท่านได้เขียนจดหมายหลายฉบับ ที่ต่อต้านคำสอนของแยร์มานุส ปาตรีอาร์คแห่งคอนสแตนตินโนเปิล ท่านได้ป้องกันการใช้รูปไอคอน และรูปเคารพต่างๆในพระศาสนจักร จนทำให้ท่านได้รับสมญานามว่า “นักปราชญ์แห่งศิลปะคริสตชน” ท่านเป็นปิตาจารย์กรีกองค์สุดท้าย ของพระศาสนจักร และได้รับประกาศเป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักรในปี 1890 โดยพระสันตะปาปาเลโอที่ 13.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view