สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 5 ธันวาคม 2018 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

วันพุธที่ 5 ธันวาคม 2018  สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

A

🌼จงวางใจในความรักของพระองค์
จงวางใจในความยิ่งใหญ่ของพระองค์
จงวางใจในเวลาของพระองค์...
เพราะพระองค์จะไม่ทรงละท่านไว้ในความทุกข์

📚 บทอ่านประจำวันพุธที่ 5 ธันวาคม 2018
https://www.youtube.com/watch?v=kHs3p82GmwI&t=50s

🍓 I'D RATHER HAVE JESUS
https://youtu.be/u62uYEssk7o

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันพุธที่ 5 ธันวาคม 2018
อ่าน
อสย 25:6-10ก
มธ 15:29-37

ศิษย์ที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ดูเหมือน
วุ่นวาย ยุ่งยาก คับขัน แต่เมื่อพวกเขาหันกลับมา
สำรวจสิ่งที่ตนมี แล้วยินดีนำมามอบให้พระเยซูเจ้า
พระองค์ทรงเพิ่มเติม เสริมให้มีอย่างเหลือเฟือ

เสียงของประกาศกอิสยาห์ ย้ำเตือนถึง
ความชื่นชมยินดี ให้มีความหวังในพระเจ้าเสมอ
เพราะพระองค์ ไม่ทรงลืม ผู้ที่วางใจในพระองค์

หมายเหตุ..
เมื่อใดใจ ได้เรียนรู้ ที่จะเป็น
“ผู้ให้” เขาก่อน เมื่อนั้นจิตจะสอนว่า
ข้าก็อยู่ได้ โดยไม่ขาด ส่ิงใด

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 5 ธันวาคม 2018

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เราสงสารประชาชน เพราะเขาอยู่กับเรามาสามวันแล้ว...” (มธ 15:29-37) 

ผู้เดินตามพระเยซูเจ้า

ไม่มีใครต้องคอตกกลับไปอย่างหิวโหย

ด้วยพระเมตตาอ่อนหวานของพระองค์

ทรงดูแลพวกเขาทุกคน

แค่ใครเล่าที่เป็นศิษย์พระเยซู

เขาควรมีจิตใจเมตตา อ่อนโยนอย่างพระองค์

มิใช่หรือ...

ท่ามกลางหมู่คณะที่พระเจ้าทรงประทับอยู่

ฉันมีหัวใจที่กล้าแบ่งปันสิ่งที่ฉันมีหรือไม่

แม้ฉันจะมีน้อยนิดสำหรับพันธกิจยิ่งใหญ่ของพระองค์

แต่หากฉันกล้ามอบให้พระองค์จนหมดใจ

สิ่งน้อยนิดของฉันที่มี

พระเจ้าทรงเปลี่ยนให้เป็นสิ่งที่เพียงพอจนเหลือเฟือ

สำหรับประชากรของพระองค์

เพราะพระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงที่ดี

ที่ทรงจัดเตรียมทุกอย่าง

ไม่ให้ลูกของพระองค์ต้องอับอาย...

________________

พี่น้องที่รัก พระวาจาของพระเจ้าทั้งหมดในวันนี้ เตือนให้เราตระหนักถึงความอ่อนโยนของพระเจ้าผู้ทรงเรียกเราจริงๆ ครับ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่แสนดี นั่นคือพระองค์ทรงเป็นผู้เลี้ยงดูประชากรของพระองค์... 

พระวาจาของพระเจ้าที่สะท้อนภาพของประชากรของพระองค์ในพันธสัญญาเดิม เมื่อพวกเขาเดินตามพระองค์ในถิ่นทุรกันดาร และพระเจ้าทรงประทานอาหารจากสวรรค์เลี้ยงดูพวกเขาที่นั่น เมื่อพวกเขาไม่มีอะไรกิน และร้องขอต่อพระเจ้า  พระองค์ก็ทรงประทานมาอย่างเพียงพอ และเหลือเฟือ... ในพระวรสารก็เช่นเดียวกัน แต่เราพบสิ่งสะท้อนภาพที่น่ารักมากกว่านั้น เมื่อนักบุญมัทธิวบันทึกว่า พระองค์ได้ตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “เราสงสารประชาชน เพราเขาอยู่กับเรามาสามวันแล้ว และเวลานี้ไม่มีอะไรกิน เราไม่อยากให้เขากลับบ้านโดยไม่ได้กินอะไร เขาจะหมดแรงขณะเดินทาง”... และเราก็พบว่า พระเยซูเจ้าทรงทวีขนมปังที่พวกเขามี ให้เพียงพอสำหรับทุกคน... พี่น้องที่รักครับ นี่คือกำลังใจที่สุดของลูกของพระเจ้าที่ติดตามพระองค์เพื่ออยู่กับพระองค์ และฟังพระวาจาของพระองค์ และจะไม่มีใครต้องเดินคอตกกลับบ้าน หรือต้องหมดแรงกลับบ้านไปโดยไม่ได้กินอะไรเลย... และนี้แหละ สะท้อนภาพความเป็นผู้เลี้ยงที่แสนดีของพระเจ้า ด้วยเป็นพระองค์ผู้ทรงริเริ่ม ด้วยพระทัยสงสารลูกของพระองค์ พระองค์ทรงเลี้ยงดูประชากรของพระองค์ และไม่ใครต้องอับอายในการติดตามพระองค์เลย (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง อสย 25:6-10ก)

พี่น้องที่รักครับ นี่คือภาพสะท้อนให้เราไว้วางใจในพระเจ้าผู้ทรงเรียกเราให้เดินตามพระองค์ ให้เราเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ แม้โลกนี้จะเป็นดังถิ่นกันดารที่เราคงไปต่อไม่ไหวแน่ แต่พระทัยของพระเจ้าทรงเมตตาสงสาร และทรงเลี้ยงดูลูกของพระองค์ ไม่ให้ใครต้องเดินคอตกกลับไปเด็ดขาด เราจะไปถึงแน่ ถึงบ้านของเราแน่ๆ หากวันนี้ เรายังอยู่กับพระองค์ และฟังพระองค์

อีกภาพหนึ่งที่สะท้อนภาพให้ผมไตร่ตรองในความเป็นศาสนบริกรของพระเจ้าและของพี่น้อง นั่นก็คือ ประสบการณ์ของบรรดาศิษย์ที่ไม่สู้จะทำให้เขาเปลี่ยนแปลงตนเองเท่าไรเลย การทวีขนมปังครั้งแรกไม่ได้ทำให้หัวใจของเขาอ่อนโยนมากขึ้นในความรักต่อประชากรของพระเจ้าเลยหรือ... ครั้งแรก เมื่อถึงเวลาเย็น พวกเขาอยากจะส่งประชาชนกลับบ้าน แต่พระทัยของพระเจ้าตรัสกับพวกเขาว่า “ท่านทั้งหลายจงหาอาหารให้เขากินเถิด” นี่คือสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับบรรดาศิษย์ของพระองค์ ดังมอบหมายให้ผมในฐานะศาสบริกรของพระเจ้า หันมาสนใจและเอาใจใส่ประชาชน ลูกๆ ของพระองค์นี้ให้ได้มีอาหารทาน แต่บรรดาศิษย์ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในหัวใจเท่าที่ควรจะเป็นเลย ประสบการณ์ครั้งแรกนั้นไม่ได้สอนหัวใจพวกเขาเลยหรือ จนพระองค์ต้องตรัสถามอีกครั้งว่า พวกท่านมีขนมปังอยู่เท่าไร และพวกเขาทูลว่า “เจ็ดก้อนกับปลาเล็กๆ อีกสองตัว”

“ขนมปังเจ็ดก้อน และปลาเล็กๆ อีกสองตัว” ซึ่งจะไปพออะไรกับคนมากมายขนาดนี้... คำถามนี้สะท้อนภาพให้เกิดคำถามในหัวใจผมจริงๆ ว่า “ท่านมีอะไรบ้าง” มีอะไรบ้างในความหมายที่ทรงเชื้อเชิญให้ผมต้องแบ่งปันเพื่อลูกๆ ของพระเจ้า ประชากรศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์...

เอาเถอะ แม้ว่าชีวิตสงฆ์ของผมจะเล็กน้อยเหลือเกิน ผมไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมาย สิ่งที่ผมมีอาจจะเป็นเพียงเศษขนมปัง หัวปลาทูนิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งมันจะพออะไรกับคนมากมายเช่นนี้ แต่ แต่ แต่ ผมกล้ามอบสิ่งที่ผมมีทั้งหมดให้กับพระเจ้าหรือเปล่า ทำไมต้องปล่อยให้พระองค์ถาม “ท่านมีอะไรเท่าไร” แต่กล้าพอไหม ที่จะมอบสิ่งที่มีแม้เล็กน้อย เพื่อเลี้ยงดูประชากรของพระเจ้า... นั่นคือ หัวใจของผมครับ... วันนี้ เป็นคริสตชน เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ ได้รับอะไรจากพระเจ้ามามากมายเท่าไรแล้ว พระเจ้าทรงเลี้ยงดูฟูมฟักผมมาเท่าไรแล้ว บัดนี้ เมื่อพระองค์ตรัสว่า “เราสงสารประชาชน” มันเป็นสิ่งที่ผมต้องไตร่ตรองจริงๆ ว่า ผมควรทำอย่างไร หากว่า หัวใจของผมควรจะละม้ายคล้ายคลึงกับพระเยซูเจ้าบ้างไหม เมื่อทรงเรียกให้ผมติดตามพระองค์อย่างใกล้ชิด และวันนี้ พระองค์ตรัสว่า “พวกท่าน จงหาอาหารให้พวกเขาทานเถอะ...”

เอาเถะครับ นี่อาจจะเป็นบทไตร่ตรองที่ลึกซึ้งมากสำหรับผม แต่สำหรับพี่น้อง ผมอยากบอกพี่น้องว่า ไว้ใจในพระเจ้าผู้ทรงเรียกเราเถอะครับ ขอให้สามวัน ขอให้ทุกวัน ขอให้แต่ละวัน เราเพียงอยู่กับพระองค์เท่านั้น พระองค์เอง ที่ทรงเป็นผู้เลี้ยงที่ดี พระองค์จะทรงเลี้ยงดูประชากรของพระองค์เอง อย่ากังวลว่าบรรดาศิษย์หรือศาสนบริกรของพี่น้องจะเป็นอย่างไร แต่แท้จริงแล้ว เป็นพระเจ้า เป็นพระองค์เองที่ทรงเลี้ยงดูบรรดาลูกของพระองค์ ซึ่งจะไม่มีใครต้องกลับบ้านอย่างหิวโซแน่ๆ แต่งานเลี้ยงใหญ่ได้ถูกตระเตรียมไว้สำหรับลูกของพระองค์เสมอ และนั่นคือพระเจ้าของเราครับ 

ข้าแต่พระเจ้า “จงเลี้ยงดูลูกแกะของเราเถิด” เสียงนี้ดังก้องกังวานในใจลูกเสมอ ขอพระองค์ทรงประทานความอ่อนโยนแห่งดวงพระทัยของพระองค์ เพื่อให้ลูกเรียนรู้ที่จะรักและสงสารประชากรของพระองค์ และมอบทุกสิ่งที่มีเพื่อความรอดพ้นของพวกเขา อาศัยพระหรรษทานของพระองค์ ผู้ทรงเลี้ยงดูพวกเขาเสมอ ขอให้ลูกมีหัวใจที่อ่อนโยนและสงสารสัตบุรุษของลูกก่อน จากนั้น ลูกก็จะเรียนรู้ที่จะมอบสิ่งที่มีทั้งหมดแม้มีไม่มาก แต่เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้เลี้ยงที่ดี พระองค์จะทรงเปลี่ยนแปลงให้พอเพียง และเหลือเฟือ เพื่อลูกๆ ของพระองค์... “พระเจ้าข้า โปรดเลี้ยงดูประชากรของพระองค์เถิด ลูกสงสารพวกเขา พวกเขาอยู่กับพระองค์มานานแล้วนะ ลูกมีเพียงเท่านี้ ขอพระองค์ทรงช่วยด้วยเถิด”

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 5 ธันวาคม 18 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
บทอ่าน อสย 25:6-10ก / มธ 15:29-37
พระเป็นเจ้าได้ประทานเครื่องหมายอะไร ให้แก่ประชากรของพระองค์ เพื่อการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ พระบุตรของพระเป็นเจ้าผู้ได้รับการเจิม ซึ่งจะนำสันติภาพแห่งเมืองสวรรค์และพระพร ตลอดจนอำนาจแห่งพระอาณาจักร เพื่อจะชนะอำนาจของบาปและการกดขี่? ในสมัยพระเยซูเจ้า ประชาชนมีความกระหายรอคอยว่าพระเมสสิยาห์จะเสด็จมาในไม่ช้า บรรดาประกาศกได้ทำนายว่า พระองค์จะเสด็จมาพร้อมกับอำนาจของเอลียาห์ และจะกระทำเครื่องหมายที่ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับโมเสส เมื่อพระองค์จะนำประชากรของพระองค์ ให้พ้นจากการเป็นทาสของประเทศอียิปต์ ประมาณ 700 ปีก่อนพระเยซูเจ้าจะเสด็จมา ประกาศกอิสยาห์ได้เคยทำนายว่า พระเป็นเจ้าจะจัดเตรียมอาหารจากสวรรค์ สำหรับประชาชนทั้งหลาย และจะทำลายความตายอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทุกคน (อสย 25:6-8) และพระเยซูเจ้า พระบุตรของพระเป็นเจ้าผู้ได้รับการเจิม ก็ได้ทำให้คำทำนายนี้เป็นจริง
อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า เป็นทั้งเครื่องหมายของการมาถึง ของพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า และเป็นการแสดงถึงอำนาจของพระเป็นเจ้า ที่จะช่วยปลดปล่อยประชากรของพระองค์ ให้พ้นจากการเป็นทาสของบาป และการกดขี่ของซาตาน อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้ายังแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของพระเมตตาของพระเป็นเจ้า เมื่อบรรดาสานุศิษย์ได้พบกับพระเยซูเจ้า เพื่อทำการเลี้ยงประชาชนจำนวนสี่พันคน ที่อยู่ห่างจากแหล่งอาหารหลายไมล์ พวกเขาได้ประกาศว่า “ในที่เปลี่ยวเช่นนี้ เราจะหาอาหารจากที่ไหน ให้จำนวนประชาชนมากเช่นนี้กินจนอิ่มได้?” (มธ 15:33) ในอดีตประชากรอิสราเอลก็ได้เผชิญปัญหาเดียวกัน เมื่อพวกเขาได้ออกมาจากประเทศอียิปต์ และพบว่าพวกเขากำลังเดินทางอยู่ในทะเลทราย พวกเขาได้รับประทานมานนาในทะเลทรายฉันใด (อพย 16:4,15; สดด 78:24-25) พระเยซูเจ้าเอง ได้จัดขนมปังอย่างอุดมสมบูรณ์ สำหรับฝูงชนที่กำลังหิว ที่เดินทางออกมายังทะเลทราย เพื่อตามหาพระองค์ พระวรสารได้กล่าวว่า พวกเขาทุกคนได้รับประทานอย่างอิ่มหนำ และยังได้เก็บเศษอาหารที่เหลือด้วย.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view