สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญนิโคลัส พระสังฆราช

วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญนิโคลัส พระสังฆราช

🍐พระวาจาของพระเจ้า
เริ่มมีชีวิตและเจริญเติบโต
ก็ต่อเมื่อเราฟังแล้ว
นำเอาไปปฏิบัติ
นำเอาไปเป็นชีวิตของเรา

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญนิโคลัส พระสังฆราช
https://www.youtube.com/watch?v=i1s2c9ubFkQ&t=24s

📖Thy Word
https://youtu.be/WElFeuP8Lho

🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎🍎

วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญนิโคลัส พระสังฆราช
อ่าน
อสย 26:1-6
มธ 7:21,24-27
 
พระเยซูเจ้าสอนบรรดาศิษย์ให้เห็นว่า...
“การกระทำ ดังกว่า คำพูด” เพราะว่า
มิใช่คนที่รู้ หรือพูดมาก ที่จะได้เข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า
แต่เป็นคนที่ฟัง แล้วมอบความไว้วางใจ ด้วยการนำไปปฎิบัติ
 
ประกาศกอิสยาห์ ย้ำถึง
ผู้ที่ดำเนินชีวิตมั่นคง ในการมอบจิตใจของตนให้กับพระเจ้า
เขาจะอยู่ในสันติ เพราะพระเจ้าจะทรงปกปักรักษาเขา

ด้วยหัวใจที่งดงาม พร้อมกับความใจดีของนักบุญนิโคลัส
ในการพยายามนำความสุข สู่คนที่ด้อยโอกาส
ด้วยของขวัญพิเศษ ที่สุดการกระทำของท่าน
กลายเป็นประเพณี ที่สร้างอาณาจักรแห่งความสุขภายในจิตใจ
ให้กับคนทั้งโลก
 
หมายเหตุ..
สำหรับผู้ที่วางใจในพระเจ้าแล้ว..
แม้ภาระหน้าที่จะหนักแต่เขาภูมิใจที่จะ...
“ทำ”..อย่างสงบเงียบ
แล้วปล่อยให้ “ความสำเร็จ” เป็นผู้เปล่งเสียง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2018

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ผู้ที่ฟังถ้อยคำเหล่านี้ของเรา และปฏิบัติตาม ก็เปรียบเสมือนคนมีปัญญาที่สร้างบ้านของไว้บนหิน...” (มธ 7:21, 24-27) 

ศิษย์แท้พระเยซู

ไม่ได้วัดที่ว่า ฉันมาวัดวันอาทิตย์ทุกอาทิตย์หรือเปล่า

ไม่ได้วัดที่ว่าฉันเป็นสมาชิกองค์กรใดบ้าง กี่คณะ

ต่อยู่ที่ว่า...

ฉันได้รับพระวาจาของพระเจ้าไว้ในชีวิตหรือไม่

ฟังพระวาจาของพระองค์

หยั่งรากลึกลงในพระคริสตเจ้า

นี่ต่างหาก คือศิษย์แท้พระเยซู

เพราะคงไม่มีประโยชน์ หากฉันเป็นทุกสิ่ง

เป็นสมาชิกทุกองค์กร มากมายหลายองค์กร

แต่ฉันไม่ได้เป็น ศิษย์แท้พระคริสตเจ้า

นั่นคือฉันไม่ได้เป็นอะไรเลย

ที่จะทำให้ฉันสามารถก้าวสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า.

________________

เมื่อวานนี้ พระวาจาของพระเจ้าให้กำลังใจเราให้มั่นใจในพระเจ้าผู้ที่เราติดตามว่า ผู้ที่เดินตามพระเยซูเจ้า ไม่มีใครต้องกลับบ้านบนความหิวโหย เพราะพระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงที่แสนดีของเรา และวันนี้ เป็นอีกกำลังใจหนึ่งที่ทำให้เราอุ่นใจยิ่งขึ้น เมื่อพระองค์ทรงสอนเราให้สร้างชีวิตของเราบนรากฐากของการฟังและดำเนินชีวิตตามพระวาจาของพระเจ้า 

งานนี้มีพี่น้องคนหนึ่งแบ่งปันกับผมว่า หลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเหล่านี้มันบั่นทอนความเชื่อของเราเหลือเกิน... จริงครับ โลกเราวันนี้กำลังบั่นทอนความเชื่อของเราจริงๆ และเป็นไปได้ หากว่าความเชื่อ ชีวิตจิตของเรามีรากฐานที่ไม่มั่นคง เมื่อต้องเผชิญเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิต ในโลกของเราวันนี้ เราก็พังทลายลงได้เหมือนกัน และนั่นคือชีวิตคริสตชน ศิษย์พระเยซูเจ้าที่พระองค์อาจจะเปรียบเราว่า เรายังไม่ใช่ศิษย์แท้ของพระองค์ นั่นคือ ฉันอาจจะคิดว่า ฉันเป็นคริสตชน ฉันรับศีลล้างบาป ฉันไปวัดวันอาทิตย์ทุกอาทิตย์ไม่เคยขาด เท่านี้คงเพียงพอในการเข้าสู่พระอาณาจักรสวรรค์ คงไม่ใช่เช่นนั้น พระวาจาตอนที่เราไม่ได้อ่านในวันนี้ ข้อที่ 22-25 บอกกับเราชัดเจนว่า แค่นี้ไม่พอจริง ที่เราจะมาวัดทุกอาทิตย์ อ่านพระวาจา แบ่งปันพระวาจา ไตร่ตรองพระวาจาของพระองค์ หรือทำพันธกิจยิ่งใหญ่มากมายในพระนามของพระองค์ คงไม่ใช่แค่นั้นเสียแล้วครับ เพราะวันนี้ พระเยซูเจ้าตอกย้ำในใจเราที่เราอาจจะบอกว่าเราเป็นคริสตัง เราเป็นศิษย์ของพระองค์... อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่เป็นคริสตชนแล้วจะรอดพ้นได้ แต่ทว่า ผู้ที่จะรอดพ้น คือศิษย์แท้ของพระคริสตเจ้าเท่านั้น และศิษย์แท้ของพระองค์ก็ไม่ใช่ใครอื่น มาตรฐานของการวัดว่าเราเป็นศิษย์แท้ของพระเยซูเจ้าคือ ผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาผู้สถิตในสวรรค์ และนั่นคือด้วยถ้อยคำ ด้วยพระวาจาที่พระเยซูเจ้าตรัสสอนเรานั่นเอง และนั่นคือชีวิตคริสตชน ชีวิตศิษย์พระเยซูที่แท้จริง คือชีวิตที่มีรากฐานที่พระองค์ หยั่งรากลึกลงในพระองค์ ในพระวาจาของพระองค์ ด้วยการเจริญชีวิตมานะบากบั่นตามคำสอนของพระองค์ นั่นคือชีวิตคริสตชน ศิษย์พระเยซู เป็นชีวิตที่มีรากฐานที่มั่นคง เราจะไม่หวั่นไหว ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งใดๆ ก็ตาม แต่เราคือบ้านที่ปลูกสร้างไว้อย่างมั่นคงบนรากฐานที่หยั่งลึกบนพระวาจาของพระเจ้า เราก็ไม่ต้องกลัวอันตรายใดๆ

พี่น้องที่รัก ไตร่ตรองพร้อมกับผมอีกครั้งในวันนี้เถอะ ผมเองก็ถูกบั่นทอนทางจิตวิญญาณไม่น้อยกว่าพี่น้อง สัตบุรุษบางคนเริ่มโบกมือลาวัดไปบ้างแล้ว เพราะภาระหน้าที่การงาน ที่ทำให้เขาต้องกระเสือกกระสนที่จะอยู่รอดในโลกวันนี้ ในสังคมที่แข่งขัน คือเหตุผลที่บั่นทอนชีวิตจิตของพ่อเจ้าวัดอย่างผมไม่น้อยเช่นกัน พี่น้องก็เช่นเดียวกัน ความเชื่อของเราคริสตชนต้องถูกทดลอง เราต้องเผชิญกับคลื่นลม พายุ มรสุมของชีวิต ชีวิตคริสตชนของเราทุกคนต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ดังการทดสอบจริงๆ เราจะไปรอดกันไหม

การเป็นคริสตชนของเราวันนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง เพื่ออะไรที่ฉันเป็นคริสตชน ฉันต้องการอะไร ฉันหวังอะไรจากชีวิตคริสตชนหรือ อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันพยายามมาวัดวันอาทิตย์ และเพียงเท่านั้น นอกนั้นเราก็ไม่ต่างกับคนอื่นๆ เลย สิ่งนี้จะทำให้เราเอาตัวรอดไปสวรรค์ได้หรือ... วันนี้ฉันเป็นพลศีล ฉันเป็นพลมารี ฉันเป็นวินเซนต์ฯ ฉันเป็นเซอร์ร่า ฉันทำงานพระเมตตา ฉันเป็นสภาอภิบาล ฉันเป็นนักบวช ฉันเป็นพระสงฆ์ ฉันเป็นฟรันซิสกัน... ดีครับ แต่พี่น้องครับ ฉันเป็นแค่นั้น ยังไม่นับว่าเป็นศิษย์แท้ของพระคริสตเจ้า ผู้ที่จะผ่านเข้าสู่อาณาจักรของพระองค์เลย หากฉันลืมพื้นฐานที่สำคัญไป นั่นคือ ฉันต้องเป็นศิษย์พระเยซูด้วย... ดังนั้น ท่ามกลางตำแหน่งมากมายของการเป็นคริสตชนนั้น วันนี้ ถามตนเอง ถามใจเราแต่ละคนเถอะครับ ฉันเป็นศิษย์แท้ของพระเยซูจริงๆ หรือเปล่า... 

ชีวิตแห่งการเป็นศิษ์แท้ของพระเยซู อยู่ที่พระวรสารวันนี้เองครับ นั่นคือผู้ที่ฟังพระวาจาของพระเจ้า และดำเนินชีวิตตามพระวาจานั้น นั่นก็คือพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าสวรรค์นั่นเอง... ดังนั้น เพื่อจะสร้างรากฐานของชีวิตคริสตชน ศิษย์พระเยซูเจ้า เพื่อจะมีรากฐานที่มั่นคงนั้น ชีวิตของเราต้องหยั่งรากลึกลงในพระวาจาของพระเจ้า นั่นคือการฟังพระวาจา ที่ไม่ใช่แต่เพียงได้ยินเท่านั้น แต่ให้พระวาจานั้นเข้าไปถึงใจ และทำให้ชีวิตทั้งหมดดำเนินไปตามพระวาจานั้น นั่นแหละคือความเป็นศิษย์แท้ของพระคริสตเจ้า และนั่นคือผู้ที่สร้างชีวิตของตนโดยมีรากฐานในพระองค์ เราจะมั่นคง และจะไม่สั่นคลอน ไม่ว่าโลกเราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ไม่ว่าสิ่งใดๆ จะบั่นทอนความเชื่อคริสตชนของเรา เราก็จะไม่หวั่นไหว...

ข้าแต่พระเจ้า ลูกจะหยั่งรากลึกในพระวาจาของพระองค์ วันนี้ลูกต้องหยั่งรากไว้ในพระองค์ มิฉะนั้น ลูกไม่ไหวแน่ๆ ในการเผชิญกับโลกวันนี้ ที่อาจจะบั่นทอนลูกทุกวัน ความเชื่อของลูกคงไปไม่รอดแน่ๆ พระเจ้าข้า ขอทรงเป็นรากฐานที่มั่นคง ขอพระวาจาของพระองค์เป็นดังศิลามั่นคงให้ลูกหลักฐานที่มั่นคง เพื่อบ้านที่พระองค์ทรงประทับในชีวิตของลูกจะไม่พังทลายลงท่ามกลางมรสุมต่างๆ ในชีวิตของลูก เพื่อลูกจะสามารถเป็นที่พักพิงที่มั่นคง เป็นกำลังใจแสนอบอุ่นของบรรดาลูกๆ ของพระองค์ที่พระองค์ทรงประทานให้ลูกเอาใจใส่ดูแลด้วย

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 6 ธันวาคม 18 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
บทอ่าน อสย 26:1-6 / มธ 7:21,24-27
อะไรคือความปลอดภัยที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันภัยพิบัติและการทำลายล้าง? ในสมัยโบราณ เมืองที่แข็งแรง ป้อมที่ป้องกันการโจมตี และบ้านที่ให้ความปลอดภัยสูง ได้รับการก่อสร้างบนหินที่มั่นคง เพราะว่า มันสามารถต้านทาน ภัยธรรมชาติและการโจมตีของศัตรู ประกาศกอิสยาห์ได้กล่าวถึงพระเป็นเจ้า ที่เปรียบเหมือน”ศิลานิรันดร” (อสย 26:4) พระองค์ทรงเป็นศิลาสำหรับหลบภัยและพระผู้ทรงช่วยกู้ “พระเจ้าทรงเป็นศิลา ป้อมปราการ และผู้ช่วยกู้ของข้าพระองค์ เป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ” (สดด 18:2) และเป็นศิลาที่เที่ยงธรรม “พระองค์ทรงเป็นศิลาของข้าพระองค์ ในพระองค์ไม่มีความอธรรม” (สดด 92:15) พระคัมภีร์ได้เตือนว่าการทำลายล้างจะเกิดขึ้น อย่างแน่นอน สำหรับผู้ที่วางความมั่นคงไว้กับสิ่งอื่น ที่ไม่ใช่พระเป็นเจ้า และพระราชัยของพระองค์ ในนิทานเปรียบเทียบ พระเยซูเจ้าได้เชิญชวนเราให้มอบชีวิตของเรา ในขณะที่พระราชัยของพระองค์กำลังมาถึง หรือให้เราเผชิญหน้ากับผลที่ตามมา จากการที่เราไม่ได้เตรียมตัวให้พร้อม เมื่อเวลาแห่งการทดลองและการทำลายล้างจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
อะไรจะช่วยเราให้พ้นจากความพินาศที่หลอกลวงฝ่ายจิต? ถ้าเราปฏิบัติตามพระวาจาของพระเยซูเจ้า เป็นเหมือนศิลาและรากฐานของชีวิตของเรา จะไม่มีอะไรที่ทำให้เราหวั่นไหว หรือทำให้เราห่างจากการประทับอยู่และการป้องกันของพระองค์...ท่านคิดว่า พระเยซูเจ้าและพระวาจาของพระองค์ คือ รากฐานที่มั่นคงที่สุดในชีวิตของท่านหรือไม่?...ข้าแต่พระเยซูเจ้าพระองค์ คือ รากฐานเดียว ที่สามารถยึดเหนี่ยวเราว้า เมื่อมีความทุกข์ยากและความพินาศคุกคามเรา โปรดประทานให้ลูกมีปรีชีญาณ มีการมองการณ์ไกล และมีพละกำลัง เพื่อให้ลูกสามารถทำในสิ่งที่ถูกต้องและดี และปฏิเสธสิ่งที่หลอกลวง และตรงข้ามกับพระประสงค์ของพระองค์ โปรดให้ลูกเป็นผู้กระทำตามพระวาจาของพระองค์ ไม่ใช่แต่เพียงเป็นผู้ฟังเท่านั้น...ข้าพเจ้าพึ่งค้นพบว่าข้าพเจ้ามีความสุขกับสิ่งธรรมดาๆ คือ การให้คุณค่าต่อพระพรที่พระเป็นเจ้าได้มอบให้แก่ข้าพเจ้า”.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view