สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญอัมโบรส พระสังฆราช นักปราชญ์

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญอัมโบรส พระสังฆราช นักปราชญ์

🍄เมื่ออธิษฐาน....
จงรอคอยพระเจ้า
นิ่งสงบและไว้วางใจ

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญอัมโบรส พระสังฆราช นักปราชญ์
https://www.youtube.com/watch?v=-RU7sH-T_Ro&t=28s

🌻Lead Me Lord
http://youtu.be/yWm6SWu8f9c

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญอัมโบรส พระสังฆราช นักปราชญ์
อ่าน
อสย 29:17-24
มธ 9:27-31
 
คนตาบอด ..ที่ไม่เคยมองเห็น พระเยซูเจ้า
แต่ด้วยความเชื่อ หมดใจ อย่างไม่ลังเลว่า
อำนาจการปกครองของ พระเยซู คือคำตอบเดียว เพื่อแก้ปัญหา
พวกเขาจึงแสดงออกมาในการกระทำ ด้วยการร้องตะโกนเสียงดัง
“โปรดเมตตาเราเถิด”
 
ประกาศกอิสยาห์ ทำนายถึง เมื่อใดที่ใจยอมให้พระเจ้าเข้าปกครอง
เมื่อนั้น จิตใจที่หลงผิดจะได้รับความเข้าใจ
ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไข  ใครที่เคยบ่น จะยอมรับคำสั่งสอน

แม้เมื่อได้รับการเลือกสรร ให้ทำหน้าที่ผู้นำ
ท่านนักบุญอัมโบรสจะรู้สึกว่าตนไม่พร้อม
ไม่เหมาะสม แต่เมื่อท่านเปิดใจ ให้พระเจ้านำ
พระองค์ทรงนำท่าน ไปในหนทางที่ไม่คาดคิด
และเกิดผลดี มากมายในชีวิต

หมายเหตุ
มีคนเคยบอกว่า
จิต นั้น ฉลาดกว่าใจ
ถ้าคุณเชื่อมั่น ให้ฟังเสียงของ “ใจ”
แต่ถ้าสับสน ให้ลองฟังเสียงของ “จิต”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)
 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2018

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ระลึกถึงนักบุญอัมโบรส พระสังฆราชและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ตามพระองค์ไปร้องตะโกนว่า ‘โอรสของกษัตริย์ดาวิด โปรดเมตตาเราเถิด ...” (มธ 9:21, 27-31) 

อัศจรรย์ 

สำหรับพระเจ้า คือสิ่งที่พระเจ้าทรงประทานตามคำขอของแต่ละคน

ด้วยพระเมตตาของพระองค์

แต่สำหรับฉัน

อัศจรรย์ยิ่งกว่านั้น

อัศจรรย์คือ สิ่งที่ฉันทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า

ด้วยเพราะพระเมตตาของพระองค์

ทรงค้ำจุนฉันไว้...

________________

เราพบเรื่องราวในพระวรสารวันนี้ ที่พระเยซูเจ้าทรงรักษาคนตาบอดสองคนที่ติดตามพระองค์ เพื่อวอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์ และความเชื่อของเขา ทำให้พระองค์ทรงรักษาเขาให้หาย และหลังจากนั้น พระองค์ก็ทรงกำชับ ดังจะขอร้องว่า อย่าบอกเรื่องนี้แก่ใคร แต่ว่า เขากลับประกาศเรื่องของพระองค์ทั่วแคว้นนั้น

พี่น้องที่รักครับ ผมรู้สึกพระวาจาของพระเจ้าวันนี้สะท้อนภาพบางอย่างในชีวิตจริงของเราด้วยหรือเปล่า ที่เรามักวอนขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า เพราะความเชื่อและความหวังที่เรามีในพระองค์ แต่ในทางตรงกันข้าม สิ่งที่พระองค์ทรงขอจากเราบ้าง กลับกลายเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถทำเพื่อพระองค์...

หากไตร่ตรองดูดีๆ ถ้าผมเป็นคนตาบอดนั้น คงยากเช่นกันที่จะปิดบังเรื่องเหล่านี้ไว้ แม้จะไม่พูดไม่ประกาศ แต่ผมก็ต้องมีคำตอบให้กับสังคมใช่ไหมว่า ไปรักษาอาการตาบอดได้ที่ไหนมา แล้วผมจะบอกอย่างไรเล่า ที่สุดผมก็คงต้องเปิดเผยเรื่องนี้อยู่ดี มันคงปิดบังไว้ไม่ได้แน่ๆ... แต่หากเราไตร่ตรองดูดีๆ จากพระวาจาของพระเจ้าทั้งสองบทในวันนี้ เราจะพบว่า พระเจ้าสอนความสุภาพถ่อมตน ด้วยชีวิตของพระคริสตเจ้าผู้เสด็จมา... เราพบทางออกในพระวาจาตอนอื่นๆ เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสในทำนองนี้ “อย่าบอกเรื่องนี้แก่ใคร แต่จงไปสรรเสริญขอบคุณพระเจ้าเถิด” นี่คือท่าทีที่ควรจะเป็นของผู้ที่พระเยซูเจ้าได้ประทานความช่วยเหลือแก่พวกเขา เพราะพระองค์เสด็จมาในความสุภาพถ่อมตน เพื่อกระทำตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า...  และนี่คือท่าทีของคนเลี้ยงแกะที่เบธเลเฮม เมื่อพบพระกุมาร พวกเขาก็กลับไปถวายพระพร และสรรเสริญพระเจ้า (ลก 2:20)

พี่น้องที่รักครับ หลายครั้งเราวอนขอต่อพระเจ้า พระองค์ก็ประทานให้ แต่เมื่อพระองค์ขอร้องเราบ้าง ให้เราทำสิ่งที่ดีกว่าเพื่อพระองค์ เรากลับไม่สามารถทำได้... ในการนี้ แม้ว่าภายหลังเขาทั้งสองอาจจะต้องบอกความจริงก็เถอะ แต่สิ่งแรก คือสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงขอร้อง คือ อย่าบอกเรื่องนี้แก่ใคร แต่จงกลับไปสรรเสริญพระเจ้าเถิด... เมื่อพระองค์ได้ตรัสกับคนโรคเรื้อนในพระวาจาก่อนหน้านี้ว่า... “ระวัง อย่าบอกให้ใครรู้เลย จงไปแสดงตนแก่สมณะและถวายเครื่องบูชาตามที่โมเสสกำหนด เพื่อเป็นพยานหลักฐานแก่คนทั้งหลาย” (มธ 8:4) นั่นคือการไปปฎิบัติตามธรรมบัญญัติของพระเจ้า การถวายเครื่องบูชาที่แท้จริง คือการกลับไปแสดงความเมตตาต่อเพื่อนพี่น้อง ตามที่เขาได้รับพระเมตตาจากพระเจ้า...นี่ต่างหาก ที่ควรเป็นท่าทีของศิษย์แท้ของพระเยซู

พี่น้องที่รักครับ พระเจ้าทรงประทานพระพรแก่เราทุกวัน แม้พระพรบางประการที่เราไม่ได้ทูลวอน แต่คือความจำเป็นสำหรับเรา แต่มีสิ่งใดบ้างไหมที่พระเจ้าทรงขอร้องเรา แต่หลายครั้ง เราอาจจะไม่ได้สนใจและปฏิบัติตาม กลับชื่นชมในสิ่งที่ได้รับ จนลืมที่จะขอบคุณพระองค์ด้วยหัวใจที่ซาบซึ้งในพระกรุณา ด้วยการเจริญชีวิตในความรักและเมตตาต่อเพื่อนพี่น้อง ดังที่พระเจ้าทรงรักและเมตตาเรา...

บทไตร่ตรองของผมวันนี้ จึงเป็นเช่นนี้เอง... เมื่อฉันวอนขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า พระองค์ทรงประทานให้ตามคำวอนขอของฉัน นี่คือความสุภาพถ่อมตนของพระองค์ ที่ทรงเมตตาสงสารฉัน แต่ แต่ แต่ มีสักกี่ครั้ง ที่ฉันอาจจะไม่ได้ทำตามที่พระองค์บอก นั่นไม่ใช่สิ่งอื่นใด นอกจากความสุภาพถ่อมตน ที่ต้องเข้าไปขอบคุณพระเจ้า สำหรับพระเมตตารักที่พระเจ้าทรงมอบให้ และตอบแทนพระองค์ ไม่ใช่ด้วยการประกาศอย่างมีเกียรติ แต่ด้วยชีวิตที่ดำเนินไปบนหนทางของความนอบน้อมเชื่อฟัง เป็นตอบแทนความรักและพระเมตตาของพระเจ้า ด้วยความรักและเมตตาต่อเพื่อนพี่น้อง สมกับที่พระเจ้าทรงรักและเมตตาฉัน...

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ไม่ทรงมีความจำเป็นต้องรับการสรรเสริญใดๆ กระนั้นก็ดี ยังทรงพระกรุณาให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ขอบพระคุณ คำสดุดีไม่ได้เพิ่มพูนพระเกียรติ แต่นำพระหรรษทานมาช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้รอด... ข้าแต่พระเจ้า พระประสงค์ของพระองค์ คือการกลับไปเจริญชีวิต เป็นการขอบพระคุณ หากใช่คำขอบพระคุณ ที่เป็นเพียงวาจาไม่ ซึ่งเป็นเกียรติและความยินดีของตนเอง แต่ต้อง... เป็นทั้งชีวิต คือการขอบพระคุณ... พระเจ้าข้า โปรดประทานพระหรรษทานให้ลูกสุภาพถ่อมตน ไม่แสวงหาเกียรติให้กับตนเอง แต่เจริญชีวิตเพื่อสรรเสริญพระองค์ตลอดไป.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 18 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
บทอ่าน อสย 29:17-24 / มธ 9:27-31
อะไรคือจุดบอดให้ชีวิตของท่าน ที่ทำให้ท่านมองไม่เห็นพละกำลังและพระเมตตาของพระเป็นเจ้า? เมื่อชายตาบอดสองคนได้ยินว่าพระเยซูเจ้ากำลังเสด็จผ่านมา พวกเขาได้ติดตามพระองค์ และวิงวอนขอพระเมตตาจากพระองค์ ความเมตตามีอะไรที่มากกว่าความใจดี หรือความเห็นใจ ในความโชคร้ายของคนอื่น ความเห็นใจเน้นผู้ที่ประสบกับความโชคร้าย แต่ความเมตตามีลักษณะที่มากกว่านั้น คือ ต้องการช่วยให้ผู้ประสบกับความโชคร้าย พ้นจากความทุกข์ดังกล่าว คนที่มีใจเมตตามีส่วนร่วมในความทุกข์และความโชคร้ายของคนอื่น ที่เหมือนกับเป็นของตนเอง
เมื่อคนตาบอดสองคนเข้าใกล้พระเยซูเจ้า พระองค์ได้ถามถึงความกระตือรือร้นของพวกเขาว่า “ท่านเชื่อว่า เราจะช่วยท่านได้หรือไม่?”พระองค์ต้องการทดลองใจของพวกเขา ไม่ต้องการปฏิเสธ แต่ต้องการเพิ่มพลังความเชื่อของพวกเขา และมีความไว้วางใจในพระเมตตาของพระเป็นเจ้า พระองค์ได้สัมผัสดวงตาของพวกเขา เพื่อชี้ให้เห็นถึงความทุกข์ที่พวกเขามี และต้องการเพิ่มความเชื่อของพวกเขา ขณะที่พวกเขาตอบสนองพระวาจาของพระองค์ ด้วยความหวัง พระองค์ได้ทำให้พวกเขามองเห็นทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ต่อพระราชัยของพระเป็นเจ้า และได้รับประสบการณ์ในการรักษาของพระองค์ในชีวิตจริง
ในพระเยซูเจ้า เราได้พบพระเมตตาของพระเป็นเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม และพละกำลังของพระราชัยของพระองค์ เป็นพละกำลังที่จะช่วยเราให้พ้นจากความตายและการทำลายล้าง ให้ได้รับการอภัยบาป ยกภาระของความผิดออกไป และเยียวยาการเจ็บป่วย และช่วยสลัดการถูกบังคับและเบียนเบียน พระเยซูเจ้าไม่ปฏิเสธ ที่จะนำพระเมตตาของพระเป็นเจ้ามามอบให้แก่คนที่แสวงหา ด้วยความกระตือรือร้น เราจะแสวงหาและได้รับพระเมตตาของพระเป็นเจ้าอย่างไร? พระเป็นเจ้าประทานพระเมตตา แก่ผู้ที่มีใจสุภาพ แก่ผู้ที่ยอมรับความช่วยเหลือ การอภัยบาป และพลังแห่งการบำบัดของพระองค์.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view