สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2018 วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2018 วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

💞ทรงคล้ายแสงอรุโณทัยช่วยให้รอด
ส่องตลอดเงามืดมนทั่วคนอยู่
แสงสวรรค์เปิดทางสว่างพรู
นำเราสู่สันติสุขไร้ทุกข์ครอง

📚 บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2018
วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
https://www.youtube.com/watch?v=JoT98yQI7rk&t=5s

🔆Light A Candle
https://youtu.be/6K2ocj4BvUQ

✨✨✨✨✨✨✨

วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2018
วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
อ่าน :
บรค 5:1-9
ฟป 1:4-6,8-11
ลก 3:1-6

ท่ามกลางเกียรติยศ อำนาจ ความสามารถของบรรดากษัตริย์
แต่พระวาจาของพระเจ้า มาปรากฎชัดกับยอห์น
ผู้สอน ถึงเรื่องการรับพิธีล้าง ในถิ่นทุรกันดาร
ด้วยวิธีการแนะนำให้เป็นทุกข์กลับใจ

ประกาศกบารุค ย้ำเตือน สำหรับผู้ที่ฟังเสียงของพระเจ้า
แล้วเดินในหนทางแห่งความชอบธรรม
พระองค์จะทรงนำหน้าเขา ด้วยความรักที่มั่นคง

ความชื่นชมยินดี ที่นักบุญเปาโลมีต่อชาวฟิลิปปี
เพราะความซื่อสัตย์ มั่นคง ที่พวกเขามีต่อ
กิจการดี ที่ได้รับฟังจากพระวาจาของพระเจ้า
และสิ่งที่เปาโลเองยังคงทำสม่ำเสมอ คือ
ภาวนา เพื่อให้พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวในความรัก
สามารถแยกแยะสิ่งดี หลีกหนีสิ่งชั่ว ได้ตลอดไป

หมายเหตุ..
“กิจการดี ที่พระเจ้าทรงเป็นผู้เริ่ม”..
พระองค์จะทรงเพิ่มเติม ให้สำเร็จสมบูรณ์

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2018

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ทางคดเคี้ยวจะกลายเป็นทางตรง ทรงขรุขระจะถูกทำให้ราบเรียบ แล้วมนุษย์ทุกคนจะเห็นความรอดพ้นของพระเจ้า...” (ลก 3:1-6) 

ที่รักของฉัน... ฉันทำทุกอย่างเพื่อเธอและลูกๆ นะ

ลูก แม่ทำทุกอย่างเพื่อลูกนะ

สมาชิกในครอบครัว ต่างมุ่งมั่นอุตสาหะ

เหตุผลจอมปลอมหรือเปล่า

ที่บอกว่า “ฉันทำเพื่อเธอ”

เพราะหากมองย้อนกลับมาที่ครอบครัวจริงๆ

เราอาจจะขาดแคลน และยากจนมาก

ซึ่งสิ่งที่เรียกว่า “ชีวิตเพื่อกันและกัน” จริงๆ

เมื่อสุดท้าย แท้จริงแล้ว มันก็เพื่อตนเองล้วนๆ หรือเปล่า

เมื่อเราแทบไม่มีเวลาเห็นหน้ากัน

พูดกันดีๆ ไม่ได้

มองหากำลังใจจากกันและกันไม่พบเลย

ภรรยา สามี ลูกๆ ไม่ได้เป็นผู้ที่เห็นหน้าแล้วมีกำลังใจอีกต่อไป

แล้วคืนศักดิ์สิทธิ์นั้นจะให้ความหมายอะไรเล่า ในหัวใจฉัน

หากสภาพยังเป็นเช่นนี้...

________________

เราเดินทางมาบนหนทางที่พระเยซูเจ้าทรพระดำเนินนำหน้าเรา และสัปดาห์นี้ เราเข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว ของการเตรียมจิตใจของเราเพื่อสมโภชวันพระคริสตสมภพ วันที่พระคริสตเจ้าเสด็จมา ซึ่งวันนั้น อาจจะเป็นวันฉลองที่ขาดคุณค่าฝ่ายจิตไป หากเราไม่ได้ผ่านช่วงเวลาของการเตรียมจิตใจอย่างดี ดำเนินชีวิต รำพึงถึงหนทางของคริสตชนนี้ ที่เรากำลังเดินตามพระคริสตเจ้า...

วันที่ 25 ธันวาคม แม้ว่าไม่ใช่วันหยุดราชการ แต่บรรยากาศของวันคริสตมาสตามประสาโลก ก็ทำให้เด็กๆ นักเรียนในโรงเรียนที่ไม่ใช่โรงเรียนคาทอลิก แม้ไม่ได้หยุดเรียน แต่พวกเขาก็แทบไม่ได้เรียนเท่าไรนัก เพราะกิจกรรมวันฉลองนี้ ที่ทำงานก็ตาม คำทักทาย บรรยากาศ เป็นบรรยากาศที่แตกต่างจากวันอื่นๆ เป็นความแห่งความสุข และความชื่นชมยินดี

หลายปีก่อน ผมไม่ได้ไปไหนในคืนวันคริสตมาส บนดาดฟ้าที่อารามฟรันซิสกัน ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศแห่งคริสตชนเกือบร้อยเปอร์เซ็น ที่บนดาดฟ้าค่ำคืนนี้ หลังมิสซาเที่ยงคืน ผมไม่ได้นอนแล้ว แต่ขึ้นไปนั่นดูบรรยากาศของเมืองที่ก็คงไม่หลับกันด้วยเช่นกัน เสียงพรุ แสงสวยงามบนท้องฟ้า ตลอดเวลาหลายชั่วโมง ตั้งแต่เวลาที่วัดต่างๆ เพิ่งจะเสร็จพิธีบูชาขอบพระคุณ ช่วงเป็นบรรยากาศของความสุขทั่วทั้งเมือง มองภาพออกมาคงเป็นเช่นนั้น... แต่คำถามหนึ่งแว๊บเข้ามาในความคิดของผม ในบรรยากาศแบบนั้น ที่ระหว่างวัน ผมใช้ชีวิตอยู่กับคนยากจน เด็กๆ ในสลัม ที่พวกเขาแทบไม่มีอะไรจะทานกัน ฐานะความยากจนของพวกเขาหนักกว่าสถาวะความยากจนในประเทศไทยมาก ประเทศไทยเรายังนับว่าโชคดี ที่ประเทศของเรา ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว นั่นคือประเทศที่อุดมสมบูรณ์ประเทศหนึ่ง ซึ่งฟิลิปปินส์อาจจะไม่ใช่อย่างประเทศเรา คนยากจนที่นั่น พวกเขายากจนกว่าเรามาก ซึ่งอาจจะไม่ใช่ความผิดของพวกเขาที่พวกเขาต้องอยู่ในความยากจนเช่นนั้น เพราะหลายคนก็ขยันทำงาน ทำมาหากิน แต่อาจจะเป็นเพราะผลจากการเจริญชีวิตของบรรพบุรุษ ที่พวกเขายังไม่อาจจะสร้างฐานะที่ดีได้มากเท่าไรนัก ซึ่งทำให้สภาพชีวิตปัจจุบันของพวกเขา ก็เรียกว่า ยังลำบากอยู่มาก ยากจนไม่น้อย... ในบทรำพึงจากคำถามที่เข้ามานั้น จนวันนี้ผมไม่ลืมเลย นั่นคือ... “แล้วเด็กในสลัมเขามีความสุขอย่างไรในคืนแห่งความสุขนี้...” เขามีความสุขครับ เพียงได้เห็นแสงสว่างบนท้องฟ้า ที่สวยงาม แต่มันเป็นความสุขท่ามกลางความหนาวเหน็บ ชีวิตภายใต้ผ้าห่มเล็ก บางๆ ท้องที่ยังร้องเพราะความหิว... แสงสีบนท้องฟ้าอาจจะสวยงาม แต่มันคงไม่ใช่ชีวิตจริงใช่ไหม พวกเขามองท้องฟ้าทั้งคืนเลย และเมื่อเช้าตรู่มาถึง เขาจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ

คืนวันที่ 24 ของการฉลองวันพระคริสตสมภพนั้น อาจจะเป็นคืนที่เรามองข้ามบทไตร่ตรองแห่งชีวิตนี้ไปบ้างหรือเปล่า บางบ้านที่มั่งมี บางคนที่พอมีฐานะ ก็เมามายกันทั้งคืน คริสตชนหลายคน ไม่มีแรงไปร่วมฉลองคริสตมาสในเช้าวันที่ 25 ธันวาคม... โอ้ มันเป็นการฉลองที่เป็นอย่างนี้หรือ มันผ่านไปแบบไม่ได้ให้ความหมายอะไรกับชีวิตฝ่ายจิตเลยหรือเปล่า ชีวิตที่ยินดีในการบังเกิดมาของพระคริสตเจ้า แต่อาจจะเป็นชีวิตที่ไม่ได้รับพระองค์ให้ประทับอยู่กับเราอย่างแท้จริงเลย เป็นการฉลองที่กอบโกยความสุข ความสุขจากการได้รับ การกินดื่ม เมามาย และเราก็อาจจะลืมที่จะคิดถึงคุณค่าฝ่ายจิตของการบังเกิดมาของพระองค์

คริสตมาสในโลกเรา ในประเทศไทย ที่ใครๆ ส่วนใหญ่ก็ฉลองเป็นวันยินดี รู้ความหมายมากน้อยเพียงใดไม่ทราบ แต่วันนี้เป็นวันยินดี ของขวัญ การเลี้ยงฉลอง ความสุข ที่หลายครั้งก็สุขจนหลงไปก็มี...พี่น้องที่รักครับ แต่สำหรับคริสตชนเรา เราต้องไม่ฉลองเพียงแค่คืนแห่งความสุขที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา และก็ผ่านไปเท่านั้นใช่ไหมครับ แต่สี่สัปดาห์ของการเตรียมจิตในของเราในการสมโภชการบังเกิดมาของพระองค์ จะเป็นบรรยากาศของความสุขในจิตวิญญาณของเราด้วย ที่ทำให้ชีวิตของเราเติบโตขึ้นในความเชื่อของคริสตชน ลูกของพระเจ้า ศิษย์ของพระเยซู เป็นการเติบโตของชีวิตคริสตชนที่อาศัยการบังเกิดมาของพระเยซู

อิสราแอลได้ตกในความยากลำบากในการเป็นเชลย เพราะชีวิตที่หลงลืมพระเจ้า เจริญชีวิตตามประสาโลกด้วยความไม่ระมัดระวัง และเขาก็ตกเป็นทาสของโลกในที่สุด ความสุขความยินดีตามประสาโลก กลับกลายเป็นความสุขเพียงฉาบฉวย ไม่จีรังยั่งยืนอะไร แต่หนทางของพระเจ้าที่พระองค์ทรงนำพวกเขากลับมานั้น คือหนทางใหม่ ที่ทำให้พวกเขาต้องหันหลังกลับเท่านั้น เขาจึงจะพบความสุขที่แท้จริงบนหนทางของพระองค์ (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง บรค 5:1-9)

นี่คือชีวิตของเราคริสตชนท่ามกลางโลก ที่บางทีเราก็เดินตามกระแสของโลกจนลืมไปว่าเราเป็นใคร นี่อาจจะเป็นความเพลิดเพลินตามกระแสของโลกที่วันนี้ เรามุ่งมั่น เราขยัน เรามานะบากบั่น เราปทำงานกันแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรุ่งเรืองรุ่งโรจน์ ความมั่งคั่งร่ำรวย แต่เรากลัยากจนเหลือเกินในความสัมพันธ์กันในครอบครัว เรายากจนจริงๆ แม้ในความสัมพันธ์กันในหมู่คณะนักบวชก็เถอะ สิ่งที่เรามุ่งมั่นนั้น สุดท้ายแล้ว ชีวิตของเราอาจหลงทาง เดินผิดทางไป และเราอยู่เพื่อใคร เราทำเพื่อใครกันจริงๆ และหนักที่สุด สุดท้ายมันก็กลายเป็นความเห็นแก่ตัวทั้งนั้น ที่เราทำเพื่อตนเองเท่านั้นเอง... เอาเถอะ แม้บางทีเราอาจจะบอกว่า เราทำเพื่อลูก เพื่อครอบครัว แต่ไตร่ตรองกันจริงๆ ซิ มองกลับมาที่ครอบครัวของเราจริงๆ สักหน่อยซิ... แล้วครอบครัวเราเป็นอย่างไรล่ะตอนนี้ เรามีความสุขกันจริงๆ หรือเปล่า... อะไรคือสิ่งที่ลูก ที่ครอบครัวของเราต้องการจริงๆ จากชีวิตของความสัมพันธ์กันในครอบครัว เราขาดไปหรือเปล่า...

นักบุญเปาโลภาวนาด้วยหวังใจให้เราเรียนรู้และเกิดวิจารณญาณในทุกเรื่อง เพื่อจะแยกได้ว่า สิ่งใดดีเยี่ยม จะได้เป็นผู้บริสุทธิ์ปราศจากคำตำหนิจนถึงวันของพระคริสตเจ้า (เทียบ บทอ่านที่สอง ฟป 1:4-6, 8-11) วันนี้ อาทิตย์นี้ เราก้าวเข้าสักครึ่งหนึ่งแล้ว เราเหลือเวลาอีกไม่นาน ที่เราจะสมโภชพระคริสตสมภพ เราต้องไม่สมโภชวันนี้ด้วยความสุข ความสนุก จนเมามายตามประสาของโลก แต่เราจะได้ฉลองในหัวใจของเรา ด้วยการหันกลับมามองชีวิตที่ผ่านมา มองสภาพของครอบครัวของเรา หมู่คณะนักบวชของเรา เมื่อพระเจ้าจะเสด็จมา บรรยากาศชีวิตของเราควรเป็นเช่นใดอย่างแท้จริง

จากถิ่นทุรกันดาร มีเสียงร้องตะโกนว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงทำทางเดินของพระองค์ให้ตรง หุบเขาจะถูกถมให้เต็ม ทางขรุขระคดเคี้ยวจะกลายเป็นทางตรงที่ราบเรียบ... บนหนทางที่โลกเดินไป พระวาจาของพระเจ้าก็มาถึงยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง นี่ควรเป็นคำถามของเราหรือเปล่า ว่าเราควรทำอย่างไร เพื่อเตรียมจิตใจสมโภชวันพระคริสตสมภพอย่างมีความหมายในชีวิตคริสตชนของเรา (เทียบพระวรสารวันนี้ ลก 3:1-6)... วันนี้ หนทางในบ้านของเราราบเรียบดีหรือเปล่า ความรู้สึกในหัวใจของสมาชิกในครอบครัวของเราเป็นอย่างไร ลูกเดินกลับบ้าน มองหน้ากันได้ไหมกับพ่อแม่ สามีภรรยา ยังเห็นกันและกันเป็นความยินดี ความสุขและกำลังใจของกันและกันเหมือนเดิมหรือเปล่า หรือสิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนไปเสียแล้ว สิ่งเหล่านั้นหายไปนานแล้ว เพราะฉันต้องทำงาน ฉันต้องเก็บเงิน ฉันต้องสร้างฐานะ หลากหลายเหตุผลที่ฉันมานะอุสาหะ จนเวลานี้ ทางในบ้านของฉัน ทางในหมู่คณะนักบวชของฉันมันไม่ตรงใจกันและกันเสียแล้ว แต่มันเลี้ยว มันเลี่ยงไปทางอื่น ที่ฉันไม่เห็นหน้าสมาชิกในบ้านของฉันเลย ฉันไม่มีเวลามองความรู้สึกของกันและกันอีกแล้ว ความสุข ความผ่อนคลายของฉัน ไม่ใช่ความสุขที่ได้เห็นกันและกันอีกแล้ว แต่มันคือความสุขบนหน้าจอเหลี่ยมๆ ที่โลกสร้างสรรค์ให้หรือเปล่า แล้วเมื่อพระองค์จะเสด็จมาเยี่ยงเมื่อสองพันปีก่อน ฉันจะได้ยินไหม เสียเคาะประตูขอความเห็นใจ ของความช่วยเหลือ แววตาของความหวังในที่เพียงน้อยนิดให้พระเจ้าประทับอยู่ในใจฉัน เพื่อพระองค์จะเติมเต็มหัวใจฉันด้วยความสุขความยินดีที่แท้จริง...

นะ นะ นะ พี่น้องที่รัก พร้อมกับผมด้วย อีกสองสัปดาห์เท่านั้น เราจัดบ้าน จัดหัวใจของเราเถอะนะครับ วางมือถือ วางเทคโนโลยีของโลกวันนี้ไว้ก่อน วางความคิดจอมปลอมที่บอกว่าทำเพื่อลูก ทำเพื่อครอบครัว ลองวางมันลงสักครู่ แล้วหันกลับมามองดูครอบครัวของเราจริงๆ มองดูหัวใจของเราจริงๆ ยังมีที่ไหม สำหรับสามีของฉัน ภรรยาของฉัน ลูกๆ ของฉัน พวกเขาอยู่ ณ ที่ใด ในใจฉัน หรือว่าในใจของฉันมีทุกสิ่ง มีสิ่งต่างๆ มากมายเหลือเกิน อุดมสมบูรณ์จริงๆ แต่กลับไม่มีพวกเขาเหล่านั้นในใจฉันอีก... ขอให้วันสมโภชที่กำลังจะมาถึง เป็นวันที่เราจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันในบ้านแห่งดวงใจของกันและกันนะครับ จะไม่มีใครหายไป จะไม่มีใครนาวเหน็บอยู่ข้างนอก เพราะประโยคที่เศร้าที่สุดในประวัติศาสตร์ และอาจจะก้องกังวารในโลกเราวันนี้อีก... “ไม่มีที่ ไม่มีที่ ไม่มีที่...”

ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าให้การงานฝ่ายโลกนี้ เป็นอุปสรรคขับขวางลูกทุกคน ซึ่งกำลังรีบเริ่งไปรับเสด็พระบุตร โปรดสอนพวกลูก ให้เรียนรู้ปรีชาญาณจากสวรรค์ และปฎิบัติตนให้เหมาะสม เพื่อจะได้มีบุญอยู่ร่วมกับพระองค์สักวันหนึ่งในบ้านแห่งสวรรค์ด้วยเถิด (เทียบ บทภาวนาของประธาน)

ขออภัยครับ เช้านี้เขียนบทไตร่ตรองยาวไปหน่อย... อะไรมันมาโดนใจไม่ทราบ...

สุขสันต์วันพระเจ้าครับ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

view