สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญดามาซัส ที่ 1 พระสันตะปาปา

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญดามาซัส ที่ 1 พระสันตะปาปา

🍐

เมื่อข้าพเจ้าเดินไม่ไหว...
พระองค์ทรงแบกข้าพเจ้าไว้บนบ่า
เมื่อข้าพเจ้าหลงทางไกลจากพระอุรา
ทรงตามหาและนำมากอดไว้ในพระทรวง

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญดามาซัส ที่ 1 พระสันตะปาปา
https://www.youtube.com/watch?v=vJnt9aVOg1s&t=38s

🌹My Peace I unto you
http://youtu.be/oP4Yd7a9f5k

🍒🍒🍒🍒🍒🍒

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญดามาซัส ที่ 1 พระสันตะปาปา
อ่าน
อสย 40:1-11
มธ 18:12-14

พระเยซูเจ้าชวนศิษย์ให้คิดถึงธรรมชาติชีวิตมนุษย์
ย่อมดีใจ เมื่อได้เจอของรัก ที่หายไป
เพื่อบ่งบอกถึง ธรรมชาติความรักของพระบิดา
ว่าทรงรักลูกของพระองค์ ที่หลงทาง
หายไป เช่นเดียวกัน

ประกาศกอิสยาห์ ชวนให้คิด
แม้ชีวิตในธรรมชาติ จะมีเหี่ยวแห้ง ร่วงโรย
ตามกาลเวลา แต่พระวาจาของพระเจ้า
จงคงอยู่ตลอดไป ไม่เปลี่ยนแปลง

แม้ในยุคสมัยที่ นักบุญดามาซัสที่ 1 
ทำหน้าที่นำพระศาสนจักรในฐานะสันตะปาปา
ท่านต้องประสบความยากลำบาก จากความแตกแยก 
และการต่อต้านจากหลายกลุ่ม แต่ด้วยความพยายาม 
ในการทำทุกอย่าง เพื่อรักษาความเชื่อ ยุคสมัยของท่านนี่เอง
ที่คริสตศาสนา ด้รับการประกาศว่า เป็นศาสนาอย่างเป็นทางการ
ของรัฐโรมัน

หมายเหตุ..
ชีวิต อาจจะไม่เป็นอย่างที่ เราใฝ่ฝัน
แต่เราก็สามารถ ใช้ทุกวัน
เพื่อให้ฝันเป็นจริง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2018

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ถ้าเขาหาแกะตัวนั้นพบแล้ว เขาจะยินดีที่ได้พบมัน...” (มธ 18:12-14) 

เพราะแกะตัวที่หายไป

คือความยินดีที่ขาดไป

ยังไงมันก็ไม่เต็มเปี่ยม ครบครัน

การได้สิ่งที่สูญเสียไปกลับมา

แม้ในนาทีที่จะมีอะไรหายไปอีก

แต่นั่นก็เป็นนาทีที่ครบครันในความรู้สึกรักของหัวใจ

แม้ว่าจะต้องออกเดินอีกครั้ง เพื่อตามหาอีกบางคน 

แต่นั่นคือความสุขที่ได้ก้าวออกไป

โอ้... ใครเล่าจะเข้าใจได้

เหตุผลของสมองมนุษย์ไม่อาจอธิบาย

หัวใจเปี่ยมด้วยรักเท่านั้น

ที่ให้คำตอบว่า ทำไม...

แม้ได้กลับมาหนึ่ง แล้วหายไปอีกหนึ่ง

ก็ยังมีความสุขกว่านั่งอยู่เฉยๆ และไม่ทำอะไรเลย

เพราะการได้พบอีกหนึ่ง

นั่นคือ กำลังใจ ที่จะมีชีวิตอยู่

เพื่อเลี้ยงดู รักษา และตามหาเสมอซึ่งคนที่หายไป

มิใช่หรือ...

และวันนี้ ฉันมีความความสุขแบบไหน

กับเก้าสิบเก้าตัวที่มีอยู่ และไม่แยแสกับตัวที่หายไป

หรือกับการตามหาไม่รู้สิ้นสุด กับความเป็นชุมพาบาลที่แสนดี

เพราะนั่นคือชีวิตที่มอบให้จนหมดสิ้น

ความสุขของฉันเป็นแบบไหนล่ะ...

________________

พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ ในช่วงเวลาของการเตรียมสมโภชพระคริสตสมภพที่กำลังจะมาถึงนี้ วันนี้ พระวาจาของพระเจ้าที่พระศาสนจักรนำมาให้เราได้ไตร่ตรองในช่วงเวลาของการเตรียมจิตใจนี้ เป็นเรื่องราวเรื่องนี้อีกครั้ง ที่เมื่อวานนี้ผมได้อ้างถึงพระวรสารโดยนักบุญลูกาบทที่ 15 เมื่อพระคริสตเจ้าจะเสด็จมา พระองค์ทรงปรารถนาจะรวบรวมบรรดาบุตรทุกคนไว้ในพระองค์ และนั่นคือต้องครบครับ ต้องไม่มีใครหายไป พระวรสารเรื่องแกะที่หายไป คือบทสอนที่ความรักต่อพระเจ้าที่มีต่อเรานั้น ไม่เคยมีใครขาดหายไปจากพระทัยของพระองค์เลย...

ผมเคยนำพี่น้องไตร่ตรองพระวาจาตอนนี้ประมาณเดือนที่แล้ว ว่าในประเด็นนี้ พระเจ้าดูเหมือนไม่ได้ใช้สมอง ไม่ได้ใช้หัวคิด แค่ความคิดและการตัดสินใจของพระองค์มาจากหัวใจครับ... ใช่ครับ ผมเคยคิดว่านี่เป็นเรื่องโง่ๆ นะ ที่ทิ้งแกะเก้าสิบเก้าตัวไว้บนภูเขา และออกไปตามหาเพียงตัวเดียว มันไม่คุ้มหรอก เพราะเมื่อกลับมา ก็อาจจะมีอีกหลายตัวหายไปอีก... นั่นเป็นความคิดแบบเด็กของผม ที่หัวใจรักของผมคงยังไม่เติบโตเติมที่กระมังครับ เพราะเมื่อไตร่ตรองพระวาจานานเข้า คิดจากหัวใจที่รักจริงๆ ผมเริ่มเข้าใจครับ แม้กลับมาจะมีอีกหลายตัวหายไปอีก เขาก็จะตามหาอีกครับ แต่การที่เขาละแกะที่เหลือไว้ที่บนภูเขา คำตอบที่ชัดเจนอยู่ที่พระวรสารนักบุญยอห์น เมื่อพระองค์ตรัสว่า “เราเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี” พระวาจาที่พระองค์ทรงเปรียบเทียบนี้ หมายถึงผู้เลี้ยงแกะที่ดีครับ เขาไม่ได้ละแกะที่เหลือไว้ในที่อันตราย แต่ก่อนที่จะออกไปตามหาตัวที่หายไป เขาย่อมจัดการทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้มีตัวไหนหายไปอีก และแม้จะมีบางตัวหายไปอีก เขาก็จะพร้อมที่จะออกไปตามหาอีก เพราะในหัวใจของเขา คือว่า “ต้องครับ” ครับ... ต้องไม่มีใครหายไป แม้ใครหายไปอีก เขาก็จะตามหาอีก และบ่อยครั้ง... พี่น้องคิดอย่างไร บางที่ แกะบางตัว ก็เป็นตัวที่หายไปเสมอ หายไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเราคิดอย่างไร กับพระทัยของพระเจ้า หัวใจของคนเลี้ยงแกะที่ดีนั้น ที่แสวงหาทุกครั้งจนพบเสมอ แต่ที่เจ็บกว่านั้น บางครั้ง ลูกแกะตัวนั้น อาจจะไม่อยากอยู่ในคอกของพระองค์นั้น อย่างไรอย่างนั้น เพราะมันหายไปเสมอๆ เหมือนไม่แยแสว่า พระทัยของพระเจ้า หัวใจของผู้เลี้ยงจะเป็นอย่างไร เมื่อนับแล้วมันไม่ครบ

เคยนะครับ ผมเคยนะครับ และหลายๆ ครั้ง ที่ผมอาจจะไม่เข็ดสักที... ใช่ เพราะหัวคิดไม่อาจให้คำตอบ แต่คำตอบมันอยู่ที่หัวใจมากกว่า... ที่หลายครั้ง ผมเคยกระโจนเข้าไปรับความผิดของใครบางคน เพื่อนำเขากลับมาสู่ชีวิตที่มีหวังในสิ่งที่ดีกว่า ผมคิดว่าผมยอมแลกได้ และสุดท้าย ผมสูญเสียทุกสิ่ง เสียอนาคต เสียหน้าที่การงาน เสียชื่อเสียง สูญเสียหมด ผมกลายเป็นคนเลวที่สุด แย่ที่สุด และเวลานั้น มันไม่เหลืออะไรเลย แม้ผู้นั้นเองที่ผมรักมาก ก็เข้าใจผมผิด และทิ้งผมไปด้วยก็มี ผมไม่มีอะไรเหลือเลยในชีวิต มีอย่างเดียวที่ยังเหลืออยู่ คือภาพลางๆ ของการกลับมาของคนที่ผมรัก คนที่ผมยอมแลกกับทุกสิ่งทุกอย่าง และแม้ในท่ามกลางความสูญเสียนั้น สิ่งเดียวที่ยังคงเหลือในใจและทำให้ผมมีพลัง มีกำลังใจที่จะเดินหน้าต่อ คือ ความเข้าใจในใจตนเองเท่านั้น ว่าผมทำอย่างนั้นเพื่ออะไร เพื่อใคร และเพราะอะไร... เพียงแค่ผมเห็นเขาอยู่ในจุดที่ดีกว่า นี่อาจเป็นเพียงความสุขประการเดียวที่ผมมีชีวิตอยู่ได้ แม้ไม่เหลืออะไรเลย

ประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านไป มันไม่เคยถูกลืมเลือนไปจากใจได้เลย ผมจึงชอบพระวาจาตอนนี้มากๆ ตอนที่ผมรู้สึกขำๆ กับเรื่องที่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องโง่ๆ และไม่ได้คุ้มค่าอะไรเลย จนวันนี้ ผมก็ไม่มีโอกาสพบบุคคลเหล่านั้นอีกเลย คนที่ผมยอมแลกด้วยทุกสิ่ง อีกบางคนก็ยังไม่ได้ยืนในจุดที่ดีกว่าเลย แต่ครับ... ผมได้ตัดสินใจทำเพื่อเขา ทำไปแล้ว และมันเอาอะไรกลับมาไม่ได้แล้ว มันเรียกร้องอะไรคืนมาไม่ได้แล้ว และผมก็ไม่อยากได้อะไรกลับคืนมาหรอก เพราะหัวใจที่ได้รับ ได้แสวงหา ได้ติดตาม จนเอาทั้งชีวิตแลกนั้น นั่นคือความสุขที่สุดของคนที่รักเปี่ยมล้นในหัวใจ และเขาไม่เคยท้อแท้ในความรักเลย เขาเดินหน้าต่อได้เสมอ แม้ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดก็ตาม จะหากอีกกี่ตัว จะหายอีกกี่ครั้ง ประสบการณ์มากมายนี้ก็ไม่อาจเปลี่ยนหัวใจของเขาให้อ่อนล้าได้ แม้ว่าจะอ่อนล้าสุดๆ แต่ในทางตรงกันข้าม เขากลับแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะเป็นนายชุมพาบาลที่แสนดีตลอดไปแบบคนที่เคยท้อและท้อหลายครั้ง แต่ไม่เคยถอย

ก่อนสมโภชพระคริสตสมภพ มีใครบางคนหายไปจากหัวใจของเราบ้างหรือเปล่า เราจะไม่ยินดีหรอกหรือ หากเราจะได้นำเขากลับมาสู่หัวใจของเรา หรือเราจะเลือกมีความสุขกับสิ่งที่ยังเหลือ และไม่แยแสต่อคนที่หายไปเลยกระนั้นหรือ ในคืนที่พระเจ้าเสด็จมา พระองค์จะพบลูกของพระองค์ครบหรือเปล่า หรือพระองค์จะต้องออกจากบ้านอีกครั้ง เพื่อตามหาคนที่หายไปกลับมารวมไว้ในครอบครัวเดียวกัน... 

เอาเถอะ แม้พระองค์เสด็จมา และไม่พบฉัน อย่างน้อย พระองค์คงมีความสุขกว่า เมื่อทรงทราบว่า ฉันออกไปตามหาพี่น้องที่หายไป ออกไปด้วยหัวใจของพระองค์... คงเพียงพอที่ผู้เลี้ยงที่แสนดีจะมีความสุข แม้จะหายไปสองตัว แต่นั่นคือหัวใจที่กินหญ้าของพระองค์ และเปลี่ยนเป็นใจของพระองค์ ใจที่เหมือนนายชุมพาบาล ใจเปี่ยมรักด้วยรักของพระองค์ ความยินดีนั้น มันมากกว่าสักเพียงไหน... เขาไปไหน... เขาไปตามหาน้องที่หายไป... โอ้ แทนที่จะเป็นพี่ชายที่ออกไปตามหาน้องที่หายไป แต่กลับเป็นพ่อที่อ่อนล้า แก่ชรา ที่ต้องวิ่งออกไปทันทีเมื่อมองเห็นลูกแต่ไกล... วันนี้ ฉันเป็นพี่ชายที่มีหัวใจของพ่อหรือเปล่า... กินหญ้าของพระเจ้า รับชีวิตของพระองค์ แล้วฉันโตขึ้นอย่างไร ฉันมีความห่วงใยต่อใครที่หายไปบ้างหรือเปล่า...

ข้าแต่พระเจ้า ในคืนแห่งความยินดีเมื่อพระองค์ทรงเสด็จมา ลูกจะรวมทุกคนไว้ในหัวใจของลูก ลูกจะไม่ให้ใครหายไปจากใจของลูกเลย เพราะลูกรู้ว่า ลูกจะต้องทำให้พระองค์ต้องออกไปจากพวกลูก เพื่อตามหาน้องชายที่หายไป แต่ควรและต้องเป็นลูกมากกว่าใช่ไหม ที่รักษาเขาไว้ และติดตามแสวงหาเขากลับมาเพื่อเขาหายไป เหตุผลก็คือ เพราะลูกควรละม้ายคล้ายคลึงกับพระองค์มากขึ้นไม่ใช่หรือ เมื่อรับอาหารของพระองค์ รับความรักของพระองค์มามายมายเพียงนี้...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)




วันอังคารที่ 11 ธันวาคม 18 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
บทอ่าน อสย 40:1-11 / มธ 18:12-14
ในพระวรสารบทที่ 18 ของนักบุญมัทธิว ท่านได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกของกลุ่มคริสตชน บรรดาผู้นำมีความรับผิอชอบ ในการดูแลบรรดาสมาชิกของพระศาสนจักร เป็นต้น บรรดาผู้ที่มีความเชื่อที่อ่อนแอ บรรดาผู้อาวุโสต้องแสวงหา บรรดาผู้ที่พลัดหลงไปจากหมู่คณะ และนำพวกเขากลับมาในหมู่คณะอีกครั้งหนึ่ง พระเยซูเจ้าได้ทรงเปรียบเทียบผู้เลี้ยง ซึ่งได้ทิ้งบรรดาลูกแกะที่อยู่ในที่ปลอดภัย และไปตามหาตัวที่พลัดหลงไป และเมื่อพบลูกแกะที่พลัดหลงไปแล้ว ผู้เลี้ยงได้เฉลิมฉลอง ที่มันได้กลับมาอย่างปลอดภัย เช่นเดียวกัน พระเป็นเจ้าจะชื่นชมยินดี เมื่อคนที่ผิดหลงไป ได้กลับคืนมา ไม่สำคัญว่าคนบาปแต่ละคนจะมีคุณค่าหรือไม่ แต่ต่อหน้าพระเป็นเจ้า ทุกคนต่างมีคุณค่า และเป็นที่รักของพระเป็นเจ้า
วันนี้เป็นวันที่ระลึกถึงนักบุญดามาซุสที่ 1 พระสันตะปาปา พระองค์ได้รับความทุกข์อย่างมากจากลัทธิเฮเรติ๊ก ที่ปฏิเสธพระธรรมชาติของพระเป็นเจ้าของพระเยซูเจ้า และจากลัทธิกิสมาติก อย่างไรก็ตาม ในระหว่างรัชสมัยของพระองค์ คริสต์ศาสนาได้รับพระกาศให้เป็นศาสนาประจำชาติของชาวโรมัน โดยจักรพรรดิคอนสแตนติน ในปี ค.ศ.313 พระสันตะปาปาดามาซุสมอบหมายให้ราชเลขาของพระองค์ คือ นักบุญเยโรม ให้แปลพระคัมภีร์เป็นภาษากรีก ที่ได้ชื่อว่าเป็นการแปลที่ใช้ภาษากรีกระดับชาวบ้าน พระสันตะปาปาดามาซุสได้เป็นประธานในสังคายนากรุงโรมในปี 382 ที่ยอมรับกฏหมายสมัยใหม่ของพระศาสนจักรเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ พระองค์ยังได้ปรับปรุงกาตากอมบ์ สักการสถาน และหลุมศพของบรรดามรณสักขี พระองค์ได้มีพระประสงค์ให้ฝังพระศพของพระองค์ในกาตากอมบ์ พร้อมกับบรรดามรณสักขีในสมัยแรก แต่พระองค์ทรงห่วงว่าสถานภาพอันต่ำต้อยของพระองค์ จะไม่เหมาะสมสำหรับสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์นั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากสิ้นพระชนม์แล้ว พระองค์ได้ถูกฝังไว้ในสถานที่เดียวกับมารดาและน้องสาวของพระองค์.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)


view