สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม 2015 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม 2015 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

💠 โปรดเติมพลังในวันที่ลูกอ่อนแรง
โปรดทอแสงในวันลูกมืดมน

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2018
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
https://www.youtube.com/watch?v=VeUsbhnk0KU

🍒 Mary’s Boy Child
https://youtu.be/8amHW-xdbzE

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม 2015
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
อ่าน :
ศฟย 3:14-18ก
ฟป 4:4-7
ลก 3:10-18

นักบุญยอห์นแนะนำ กิจการ ที่ควรทำ
เพื่อให้การมาของผู้ที่ตน เฝ้ารอคอยด้วยความรัก
นั้นมีความหมาย ..
“ใครที่มีมากเกินจำเป็น ก็จงรู้จักการแบ่งปัน
ใครที่มีหน้าที่ก็จงทำ ด้วยความซื่อสัตย์
ใครที่มีอำนาจ ก็อย่าเบียดเบียน ข่มเหงผู้อื่น”

ประกาศกเศฟันยาห์ ร้องเตือน .
ในระหว่างการเฝ้ารอคอย อย่าท้อแท้
อ่อนแอ ต่อความหวาดกลัว เพราะเมื่อ
พระคริสตเจ้าเสด็จมา ไม่มีสิ่งใดต้องกลัวอีกต่อไป
เพราะพระองค์จะทรงฟื้นฟูทุกสิ่งด้วยความรัก

นักบุญเปาโล ย้ำเตือน ความชื่นชมยินดีในพระเจ้า
เผยแสดงออกในความสุภาพ อ่อนโยน เพราะ
เมื่อสันติสุขของพระเจ้า นำทางความคิด จิตใจ
ไม่มีสิ่งใดต้องกระวนกระวายใจ อีกต่อไป
และหากปรารถนาจะดับ ความวุ่นวายในจิตใจ
จงเรียนรู้จักใช้ การภาวนา แสวงหาพระเมตตาจากพระเจ้า

หมายเหตุ..
แม้วันและเวลา จะไม่เคยคอยใคร
แต่ในหัวใจของผู้เฝ้าคอย ..
มิเลื่อนลอย ตามวันเวลา ที่ผันเปลี่ยน
เพราะเขาเรียนรู้ คุณค่าของสิ่งที่คอย

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ 16 ธันวาคม 2018

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เราต้องทำอะไร...” (ลก 3:10-18) 

“เราต้องทำอะไร”

คำตอบคือ

การเติมเต็มชีวิตของเรา

ด้วยจิตตารมณ์ของพระคริสตเจ้า

ความรักและความเมตตา 

สันติสุขและการแบ่งปัน

และจะไม่มีอีก ซึ่งประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ที่โลกไม่มีที่สำหรับพระผู้สร้าง

นั่นคือการไม่มีที่สำหรับกันและกัน

แต่สิ่งที่น่าอบอุ่นที่สุด

แม้กระนั้นก็เถอะ

พระเจ้าก็ยังคงประทับอยู่กับประชากรของพระองค์

แม้ลูกของพระองค์จะตัดสินใจผิดพลาดไปอย่างไรก็ตาม

นี่คือความหวัง ที่กลับกลายเป็นความชื่นชมยินดี...

________________

พี่น้องทั้งหลายจงชื่นชม เกษมเปรมปรีดิ์เถิด... จงชื่นชมยินดี พระเป็นเจ้าอยู่ใกล้เราแล้ว จงชื่นชมยินดี (มากกว่านั้นเพราะ) พระเป็นเจ้าอยู่กับเรา... เช้านี้เราคงต้องขับร้องเพลงนี้ล่ะนะครับ ในวันอาทิตย์สัปดาห์ที่สามแล้ว ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า หลายวัดที่สามารถทำได้ พี่น้องจะเห็นพระสงฆ์สวมอาภรณ์สีชมพู เป็นสีของดอกกุหลาบ สีแห่งความชื่นชมยินดี... จากที่สองสัปดาห์แรก พระสงฆ์สวมอาภรณ์สีม่วง ที่เราให้ความหมายว่าเป็นสีแห่งความหวัง บัดนี้ ความหวังของคริสตชนไม่ใช่ความหวังที่เลื่อนลอย แต่เป็นความหวังที่เป็นจริง และเรามีความชื่นชมยินดี...

พระวาจาในวันที่ผ่านไประหว่างสัปดาห์ เรื่องราวในประวัติศาสตร์ของอิสราแอล รวมทั้งเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของผมเอง ของพี่น้องด้วย จากการไตร่ตรองพระวาจา เราพบว่า หลายๆ ครั้งที่ความอ่อนแอเยี่ยงดักแด้ของเรา ทำให้เราพลาดพลั้งไปมาก เราตัดสินใจผิด เราคอยพระเจ้าไม่ได้ เราคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว หากพระองค์ไม่ช่วยอะไร ฉันคงต้องทำเอง และความคิดนี้ก็ทำให้เราตัดสินใจที่จะไม่รอ ไม่พึ่งพาพระองค์ และที่สุด เราก็ได้พลาดพลั้งลงไป... แต่ในความพลาดพลั้งนั้น สิ่งที่คงเหลืออยู่บ้าง แต่มันคือความอบอุ่นใจเหลือเกิน นั่นก็คือ... แม้ว่าฉันจะพลาดพลั้งไปมากสักเพียงใด พระเจ้าก็ยังคงประทับอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ ทรงอยู่ใกล้ฉัน และทรงอยู่กับฉันเสมอเลย

นี่คงเป็นความอบอุ่นใจเดียวที่ทำให้ความหวังของเรากลายเป็นความชื่นชมยินดี เพราะเราไม่ได้หวังแบบคนสิ้นหวัง แต่เราหวังในประสบการณ์ที่เรามีกับพระเจ้า ผู้ทรงประทับอยู่กับเรา และไม่เคยเลยที่จะทอดทิ้งเรา... ในความชื่นชมยินดีในความหวังนี้ พระวาจาของพระเจ้าทุกบทในวันนี้ บทสดุดี แม้แต่บทเพลงสร้อย เชื้อเชิญให้เราขับร้องบทเพลงใหม่แห่งชีวิตของเรา ที่เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีในพระเจ้าทุกวันเวลา... และความชื่นชมยินดีนี้ เราพบว่า ประชาชนพากันมาหายอห์นด้วยหัวใจที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง และยินดีที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อรับเสด็จพระเจ้า องค์ความหวัง พระราชาแห่งสันติสุขของพวกเขา และถามว่า “เราต้องทำอะไร” เพื่อเป็นเครื่องหมายของการกลับใจ ของการเปลี่ยนแปลงตนเอง เตรียมที่เตรียมทางในชีวิต ในจิตวิญญาณ เพื่อรับเสด็จพระเจ้าในชีวิตของเราแต่ละคน

“เราต้องทำอะไร...” เป็นพระวาจาตอนที่ผมเลือกมาไตร่ตรองและแบ่งปันกับพี่น้องในเช้าวันนี้ครับ และฉันล่ะ ฉันต้องทำอะไร... น่าสังเกตคำตอบของนักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้างครับ ท่านไม่ได้บอกให้ใครเปลี่ยนแปลงอาชีพ เปลี่ยนแปลงชีวิตที่กำลังเป็นอยู่ แต่การเปลี่ยนแปลงนั้น คือการเปลี่ยนแปลงความคิด คือการเติมชีวิตเดิมที่แห้งแล้งเหมือนถิ่นกันดารนั้น ด้วยจิตตารมณ์ของพระเยซูเจ้าครับ

พี่น้องที่รักครับ วันนี้ คำตอบของเราในวันอาทิตย์นี้ เราพบแล้วครับ เพื่อเตรียมทางในหัวใจเราให้ตรง เพื่อรับเสด็จพระเจ้านั้น คือชีวิตของเราที่มีกระแสเรียกที่แตกต่างกันนี่แหละครับ เราไม่ต้องเปลี่ยนอาชีพ แต่เราเติมเต็มชีวิตของเราที่กำลังเป็นอยู่ ด้วยจิตตารมณ์ของพระคริสตเจ้าเข้าไปครับ และนั่นคือการเตรียมที่สำหรับพระองค์ เพื่อให้พระองค์เสด็จมาประสูติในหัวใจของเรา เป็นจิตใจที่เปี่ยมด้วยความรัก ความชื่นชมยินดี และความหวังในพระเจ้าทุกเวลา และนั่นคือหัวใจที่จะส่งต่อแก่ทุกคน ซึ่งความรัก และความเมตตา ความอารีย์แบ่งปัน และในวันที่พระเจ้าจะเสด็จมานั้น จะไม่มีใครในท่ามกลางพวกเราเลยที่กำลังร้องไห้อยู่ แต่ทุกคนจะเปี่ยมล้นด้วยความปิติยินดี

วันนี้ฉันเป็นใคร... ฉันได้เติมเต็มในชีวิตฉันซึ่งการเป็นศิษย์ของพระเยซูแล้วหรือยัง... ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้แล้วครับ เป็นอะไรก็แล้วแต่ หากมีจิตตารมณ์ของพระเยซู เขาก็ดีที่สุดในโลกแล้วล่ะครับ

ข้าแต่พระเจ้า ลูกจะเติมเต็มในชีวิตแห้งแล้งของลูก ด้วยจิตตารณ์ของพระองค์ เป็นสงฆ์ของพระองค์ เป็นนักบวชของพระองค์ เป็นคริสตชน เป็นศิษย์ของพระองค์ เพื่อพระองค์ ไม่ใช่เพื่อจนตนเองอีกต่อไป... นี่คือความชื่นชมยินดีในความหวัง ที่ลูกรอคอยพระองค์...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 18 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
บทอ่าน ศฟย 3:14-18ก / ฟป 4:4-7 / ลก 3:10-18
ทำไมจึงมีประชาชนจำนวนมาก มาฟังยอห์น บัปติสต์เทศนา? และข่าวที่ประกาศออกไปมีอะไรเป็นพิเศษ? เมื่อยอห์น บัปติสต์ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะ และได้เริ่มทำนายว่าอิสราเอลจะต้องคำนึงถึง เป็นเวลาหลายร้อยปี ที่ประกาศกได้พูดและได้ทำเครื่องหมายสำคัญ ในดินแดนของอิสราเอล ยอห์นได้ทำลายความเงียบที่ยาวนาน โดยได้ประกาศว่าพระเมสสิยาห์ กำลังจะปรากฏมา นับเป็นเวลาช้านาน ที่พระเป็นเจ้าได้สัญญากับประชากรของพระองค์ ผ่านทางบรรดาบรรพบุรุษของพันธสัญญาเดิม (อาบราฮัม อิศอัค และยากอบ)และบรรดาประกาศก (อิสยาห์ เยเรมีย์ เศฟันยาห์ เป็นต้น) รวมทั้งบรรดาผู้นำของอิสราเอล (โมเสส ดาวิด) ว่าจะมีผู้ใถ่กู้ถูกส่งมา ซึ่งจะช่วยไถ่กู้พวกเขา ให้พ้นจากบาป ให้เป็นอิสระจากการตกเป็นทาส จะทำให้พวกเขาเต็มไปด้วยความยินดี ในการประทับอยู่ของพระองค์ (ศฟย 3:17) และจะนำอาณาจักรนิรันดรแห่งสันติภาพและความชอบธรรมมาให้พวกเขา
บรรดาประชาชนได้ยอมรับยอห์น ว่าเป็นบุคคลพิเศษของพระเป็นเจ้า และเป็นประกาศกที่แท้จริง ที่จะพูดในนามของพระเป็นเจ้า พวกเขาได้ออกมาฟัง “ข่าวดี” (ลก 3:18) ที่ได้เทศน์ให้พวกเขาฟัง และพวกเขายินดีจะรับพิธีล้าง ที่ฝั่งแม่น้ำจอร์แดน ที่ท่านได้เทศนาสั่งสอน ยอห์นได้ปลุกประชาชนให้ตื่นตัว จากการหลับไหลฝ่ายจิต และการไม่รู้ร้อนรู้หนาว และนำพวกเขาให้กลับมาฟังเสียงของพระเป็นเจ้า และเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์ ยอห์นต้องต้องการให้ประชาชนต้อนรับพระเมสสิยาห์และติตตามพระองค์
เทศกาลพระคริสตาคม หรือเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เทศกาลแห่งการตื่นเฝ้าและรอคอยที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อ มิใช่ด้วยความหวาดกลัว กังวล หรือสิ้นหวัง สีม่วงที่ใช้ในเทศกาลนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งการตื่นเฝ้า รอคอย สำนึกผิด และเตรียมพร้อม ในประวัติศาสตร์แห่งความรอด ประชากรของพระเจ้า ต่างรอคอยพระเมสสิยาห์ องค์พระผู้ไถ่ ด้วยความเชื่อและความหวัง ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานรางวัลแก่ผู้ที่หวังในพระองค์

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view