สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2018 วันคล้ายวันสมภพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2018 วันคล้ายวันสมภพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส

💠 พระเจ้าผู้ทรงสร้างเรา....
ทรงเข้าใจเรา...ดีที่สุด
ทรงรู้จักเรา......ดีที่สุด
ทรงรักและห่วงใยเรา...ที่สุด

📚 บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2018
วันคล้ายวันสมภพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส
https://www.youtube.com/watch?v=duIFvEYnD-U

🌠Feliz Navidad ( Merry Christmas)
https://youtu.be/wEK2Jwzqpg8
https://youtu.be/RTtc2pM1boE

🐳🐳🐳🐳🐳🐳🐳🐳🐳

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2018
วันคล้ายวันสมภพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส
อ่าน :
ปฐก 49:2,8-10
มธ 1:1-17

ในแผนการณ์ของพระเจ้า มีบุคคลมากมาย
ที่มีความแตกต่างหลากหลาย ทั้งบุคคลที่ดี และไม่ดี
ประสบความสำเร็จ และล้มเหลว
แต่สิ่งที่ บุคคลที่ประสบความสำเร็จ
ในแผนการณ์ของพระเจ้ามีเหมือน ๆ กัน
นั่น คือ ความเชื่อ ความรัก และความวางใจ ในพระเจ้า

ในอดีต คำแนะนำสั่งสอน หรือพร ของบิดา
มีอิทธิพลอย่างมากต่อลูก บรรดาบุตรของยาโคบ
ที่ประสบความสำเร็จ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่
เคารพรัก เชื่อฟัง และทำตามคำแนะนำ สั่งสอนของบิดา

หมายเหตุ..
ความเชื่อ ความรัก ความไว้วางใจ
สามสิ่งที่ต้อง หนักแน่น ในชีวิต
(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2018

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“สิบสี่ชั่วคน...” (มธ 1:1-17) 

สิบสี่ชั่วคน

 คงเพียงพอในความหมายของคำนี้

 ที่แทนชื่อของดาวิด

 ให้ความหมายถึงความรัก

 การประทับอยู่ของพระเจ้า

 ในช่วงเวลาแห่งความเชื่อ

 ช่วงเวลาของความรักที่สุกงอม

 และมนุษย์ก็ได้พลาดพลั้ง

 แต่ก็ยังมีช่วงเวลาของความหวัง

 ที่เป็นเหตุของความชื่นชมยินดีและกำลังใจ

 เพราะพระเจ้าทรงพระนามว่า

“เอมมานูแอล” พระเจ้าสถิตกับเรา...

วันนี้ ฉันเจริญชีวิต

 เป็นกำลังใจแก่กันและกัน

 หรือฉันเย็นชา บั่นทอนกำลังใจกัน

 พระเจ้าประทับกับเรา

 ฉันอยู่กับพี่น้องของฉันหรือเปล่า...

________________

พี่น้องทั้งหลายจงชื่นชม เกษมเปรมปรีดิ์เถิด... จงชื่นชมยินดี พระเป็นเจ้าอยู่ใกล้เราแล้ว จงชื่นชมยินดี พระเป็นเจ้าอยู่กับเรา... ... ... พี่น้องที่รัก วันนี้ เราเข้าใกล้วันสมโภชอันน่ายินดียิ่งเข้ามาทุกที เมื่อวานนี้ เราเริ่มนพวารพระคริสตสมภพ เราเริ่มการเตรียมจิตใจอย่างเข้มข้นขึ้น เพื่อรับเสด็จการบังเกิดมาของพระเจ้าในชีวิตของเราอีกครั้ง อีก 8 วัน เราก็จะถึงวันแห่งการรอคอยนี้...

เมื่อวานนี้ พระสงฆ์สวมอาภรณ์สีชมพู สีของกลีบกุหลาบ สีที่ให้ความหมายถึงความชื่นชมยินดี ที่แฝงอยู่ หรือซ่อนอยู่ในความหวังของคริสตชนที่มีสีม่วงเป็นเครื่องหมาย... พี่น้องหลายคนตื่นเต้นมากกับอาภรณ์สีนี้ เพราะเราเห็นเพียงปีละสองครั้ง แต่ผมไม่ได้สวมหรอกครับ วัดของผมไม่สามารถจัดเรื่องเหล่านี้ได้ เพราะเราเป็นวัดเล็กๆ ที่ยากจน แต่เมื่อวานนี้ พวกเราก็ดึงความรู้สึกนี้ออกมาจากพิธีกรรมประจำวันเช่นเดียวกัน จากเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของชุมชนของพวกเรา เชื่อมกับเรื่องราวของประวัติศาสตร์ของอิสราแอล เรื่องราวการแพร่ธรรมของบรรดาธรรมทูตที่เข้ามาในประเทศไทย ที่เราเตรียมฉลอง 350 ปีในปีหน้า และสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีเองก็กำลังเตรียมฉลอง 50 ปีของการสถาปนาสังฆมณฑลด้วยเช่นกัน... เพราะในประวัติศาสตร์เหล่านั้น มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

นั่นคือบทสรุปที่แสนอบอุ่น และอบอุ่นที่สุด แสนที่จะเป็นกำลังใจของเราจริงๆ นั่นคือเรื่องการเดินทางแห่งชีวิตของประชากรของพระเจ้า ลูกของพระองค์ มีครับ มีบ้างซึ่งความไม่ราบรื่นของชีวิต มีหลายครั้งเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดในหัวใจ เป็นความทุกข์ยากของประชากรที่ได้รับเลือกสรรนี้ และอะไรคือความอบอุ่นใจที่สุดที่แสนเป็นกำลังใจ... นั่นก็คงเป็นวันฉลองที่ให้ความหมายพิเศษนี้นี่แหละ พระเจ้าผู้ทรงพระนามว่า “เอมมานูแอล” พระเจ้าสถิตกับเรา... นี่แหละ คือความอบอุ่น คือกำลังใจที่แฝงอยู่ในความหวังของคริสตชน ที่ไม่ใช่ความหวังที่เลื่อนลอย แต่เป็นความหวังที่เป็นจริง เพราะพระเจ้าทรงรักเรา

วันนี้ พระวาจาของพระเจ้าทั้งหมดนำให้เราไตร่ตรองเรื่องราวที่ผ่านมาในภาพของความเป็นมนุษย์ครับ พระเจ้าผู้ทรงประทับอยู่กับมนุษย์เสมอ แม้จะมีหลายๆ ช่วงเวลาที่มนุษย์พลาดพลั้งทำผิดต่อพระองค์ ไม่ได้เชื่อฟังพระองค์ แต่สิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ขงพระเจ้าเสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือ พระองค์ก็ยังทรงประทับอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ อยู่กับลูกของพระองค์เสมอ

พระวรสารนักบุญมัทธิว ที่วันนี้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระวงศ์ของพระเยซูเจ้า โดยเริ่มจากอับราฮัม มาจนกษัตริย์ดาวิด และมาถึงพระนางมารีย์ โดยมีเรื่องราวน่าสังเกตหลายเรื่องราว ในบรรดาชื่อบุคคลที่เราไม่ค่อยได้ยินชื่อเหล่านี้ หลานคนเป็นบุคคลไม่ดีนัก หลายคนเป็นคนต่างชาติ แต่พระเจ้าทรงเลือกสรร และทรงอยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์ นั่นให้ภาพของความสัตย์ซื่อต่อพระสัญญาของพระเจ้าในสามช่วงเวลาที่สมบูรณ์ในความรักนี้ กลับกลายเป็นภาพของฤทธิ์กุศลสามประการของเราคริสตชนคือ ความเชื่อ ความรัก และความหวัง

เราพบเรื่องราวเหล่านี้ที่เป็นบทสรุปที่ชัดเจนคือ ช่วงเวลาของอับราฮัมคือช่วงเวลาแห่งความเชื่อ ช่วงเวลาของกษัตริย์ คือช่วงเวลาของความรัก ที่สุดท้ายดาวิดเอง ผู้ที่พระเจ้าทรงรัก ก็ได้พลาดพลั้งทำผิดต่อพระเจ้าด้วย จนถึงช่วงเวลาที่สาม คือช่วงเวลาของความหวัง ที่พวกเขาติดเป็นเชลยอยู่ที่บาบิโลน เพราะความพลาดพลั้งของพวกเขา แต่ที่นั่น ยังมีพระเจ้าประทับอยู่

นี่คือพระสัญญาของพระเจ้าที่สำเร็จลงในพระเยซูเจ้า และยังทรงมอบให้เราจวบจนวันนี้ นั่นคือ พระเจ้าทรงประทับอยู่กับประชากรของพระองค์เสมอ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนดีหรือไม่ดี แต่เพราะพระองค์ทรงรักเขา สิบสี่ชั่วคน สิบสี่คือเลขที่เป็นชื่อของกษัตริย์ดาวิด ที่ให้ความหมายถึงความรักเสมอ นักบุญมัทธิวเล่าเรื่องนี้โดยประมาณเวลา เพื่อให้ความหมายถึงช่วงเวลาของมนุษย์ที่มีพระเจ้าประทับอยู่เสมอ ไม่ว่ามนุษย์จะเป็นคนดีหรือไม่ดีอย่างไร

ให้เราขอบคุณพระเจ้า ในพระทัยดีของพระองค์ ในสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้ เป็นสิ่งที่น่าอบอุ่นและเป็นกำลังใจ เป็นความชื่นชมยินดีในความหวังของเรา แม้เราจะทุกข์ยากมากน้อยเพียงใด จะพลาดพลั้งไปสักกี่ครั้งก็ตาม พระเจ้ายังทรงประทับอยู่ท่ามกลางเราเสมอ... ว่าแต่เราเถอะ เราได้เปิดใจของเรา ให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากน้อยเพียงใด... สุดท้าย วันนี้ผมก็ได้แนวคิดในการทำถ้ำพระกุมารแล้วครับ... ขอบคุณพระวาจาของพระเจ้าที่ประทานมาให้ไตร่ตรองทุกวัน ทันเวลาเสมอ

ข้าแต่พระเจ้า ลูกรู้ และมั่นใจว่าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ ทรงอยู่ท่ามกลางชีวิตของลูกวันนี้ ในประวัติศาสตร์ของลูก ขอพระองค์ทรงอย่าปล่อยให้ลูกพรากจากพระองค์ในอนาคตเลย... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขออย่าให้ลูกพรากจากพระองค์เลย

 ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 18 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
บทอ่าน ปฐก 49:2,8-10 / มธ 1:1-17
ท่านรู้จักบรรพบุรุษของท่านหรือไม่? พวกท่านเหล่านั้นมาจากไหน? และพวกท่านเจริญชีวิตของพวกท่านจากชนรุ่นหนึ่งไปยังชนอีกรุ่นหนึ่งได้อย่างไร? เรื่องลำดับวงศ์ตระกูลเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเราได้รับมรดก และช่วยให้เราเข้าใจเรื่องมรดกของเราได้เป็นอย่างดี ลำดับวงศ์ตระกูลของพระเยซูเจ้า ได้ย้อนหลังกลับไปยังอาบราฮัม ซึ่งเป็นบิดาของประชากรของพระเป็นเจ้า ผ่านทางดาวิด กษัตริย์ของอิสราเอล พระเยซูเจ้าพระเมสสิยาห์ จึงเป็นผู้สืบสกุลของอาบราฮัมและกษัตริย์ดาวิด และเป็นทายาทที่ชอบธรรมของราชวงศ์ของดาวิด พระเป็นเจ้าได้ทรงทำให้คำสัญญา ที่ทำต่ออาบราฮัมและดาวิดสำเร็จไป คือ การส่งพระผู้ไถ่และกษัตริย์ ที่จะปกครองเหนือประชากรอิสราเอล และจะช่วยให้พวกเขาได้พ้นจากบรรดาศัตรูของพระองค์
เมื่อยากอบได้อวยพรพวกลูกๆของท่าน ท่านได้บอกกับยูดาห์ว่า คำสัญญาของราชวงศ์ของท่านจะสำเร็จไปในราชวงศ์ของกษัตริย์ดาวิด (ปฐก 19:10) และเรายังเห็นว่า คำอวยพรนี้จะทำให้คำสัญญาสำเร็จเช่นเดียวกัน ในการแต่งตั้งกษัตริย์ที่ได้รับการเจิมขึ้น พระเยซูเจ้า คือ พระเมสสิยาห์ พระองค์คือผู้ทำให้คำสัญญาของพระเป็นเจ้าสำเร็จไป พระองค์จะเป็นความหวังไม่ไช่สำหรับพระชากรของพันธสัญญาเดิม แต่สำหรับนานาชาติเช่นเดียวกัน พระองค์เป็นพระผู้ไถ่ของโลกนี้ ซึ่งจะช่วยกอบกู้เรา จากการเป็นทาสของบาปและซาตาน และทำให้เราเป็นประชากรของพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า เราเป็นบุตรชายหญิงของพระองค์ เป็นสงฆ์ และเป็นชนชาติศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ผู้ทรงชีวิต (1ปต 1:9) ท่านเองรู้จักวงศ์ตระกูลฝ่ายจิตของท่านหรือไม่? และท่านยินดีรับพระบิดาเจ้า เป็นเหมือนบิดา และพระเยซูเจ้าเป็นเหมือนกษัตริย์และพระเป็นเจ้า ในชีวิตของท่านหรือไม่?

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view