สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2018 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2018 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

🌺โดยพระองค์
เราจึงมีชีวิตได้และมีชีวิตอยู่...
และ "โดยพระองค์"
เราจึงได้รับ "ชีวิตนิรันดร

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2018
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
https://www.youtube.com/watch?v=qg7Z_J2Lt6Y&t=2s

🍓Away in Manger
https://youtu.be/goUXdizCakA

⭐⭐⭐⭐⭐⭐

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2018
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
อ่าน
มคา 5:1-4ก
ฮบ 10:5-10
ลก 1:39-45

พระนางมารีย์ กลับกลายเป็นผู้ที่นำ พรของพระจิตเจ้า
ไปสู่เอลีซาเบธ เมื่อพระนางรีบออกเดินทาง
อย่างกระตือรื้อร้น ด้วยการใส่ใจในความต้องการของเอลีซาเบธ
ญาติที่อาจต้องการความช่วยเหลือ แต่เมื่อไปถึง
พระนางได้รับพรจากพระเจ้า กลับคืนมาเช่นเดียวกัน
ผ่านทางปากของญาติผู้นี้ “เธอเป็นสุข ที่เชื่อว่า
พระวาจาของพระเจ้าจะสำเร็จเป็นจริง"

ประกาศกมีคาห์ ป่าวประกาศ ความยิ่งใหญ่ของเบธเลเฮม
เมืองเล็ก ๆ ที่ได้ต้อนรับพระผู้ไถ่ ..เมืองนี้ได้ให้กำเนิด
บุคคลผู้ยิ่งใหญ่ เพื่อรับใช้ ในความต้องการของคนทั้งโลก
ใครที่เข้ามาพักอาศัย ภายใต้ ผู้รับใช้นี้ จะได้พบกับความสงบสุข
เพราะ เขาเอง เป็น “สันติสุข” สำหรับทุกคน

นักบุญเปาโล ตอกย้ำ...เพื่อทำให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จไปนั้น
เมื่อพระผู้ไถ่เข้ามาในโลกนั้น ได้ให้ รูปแบบใหม่ของการถวายบูชาว่า
ถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องให้หมดใจ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

หมายเหตุ..
สำหรับพระเจ้า “การให้”
มิใช่แค่สิ่งของที่มากองถวาย
แต่เป็นกาย ที่ให้หมดทั้งใจ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2018

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เธอได้รับพระพรยิ่งกว่าหญิงใด ๆ...” (ลก 1:39-45) 

และพระพรนั้นคือ

การประทับอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของพระแม่

ทุกคนที่พบพระแม่ก็ได้รับพระพร

อาศัยพระผู้ทรงประทับอยู่ในชีวิตของพระแม่

และฉันที่เป็นคริสตชน

เมื่อฉันรับศีลล้างบาป

ฉันเป็นพระวิหารของพระจิตเจ้า

เมื่อฉันรับศีลมหาสนิท

พระคริสตเจ้าประทับในชีวิตของฉัน

คนที่พบฉัน เขาได้รับพระพรจากพระผู้สถิตในชีวิตของฉันหรือเปล่า...

________________

เราเดินมาพร้อมกับพระเจ้า ไม่มีอะไรยากลำบากจนเกินไป สำหรับชีวิตที่เดินมาด้วยกันพร้อมกับพระองค์ การได้ฟังพระวาจาของพระองค์ที่ได้ตรัสกับเราทุกวัน กลับกลายเป็นกำลังใจ ความรู้สึกที่ต้องพยายามทุกวัน เพื่อเจริญชีวิตตามพระวาจาของพระเจ้า ผมเองก็รู้สึกว่า พระวาจาของพระเจ้าตีสอนผมก่อนเสมอ ก่อนที่ผมจะแบ่งปันการไตร่ตรองประจำวันกับพี่น้อง...

สัปดาห์ที่สามที่จบลง และวันนี้สัปดาห์ที่สี่แล้ว ที่เป็นสัปดาห์ที่สั้นมาก เพราะเราเหลือพรุ่งนี้ระหว่างวันอีกวันเดียว เราก็จะสมโภชพระคริสตสมภพแล้ว ยิ่งสำหรับพี่น้องที่ร่วมมิสซาเฉพาะในวันอาทิตย์เท่านั้น พรุ่งนี้ เราก็สมโภชพระคริสตสมภพแล้ว แต่ผมยังเหลืออีก หนึ่งวันเต็มครับ... เอาเถอะ พี่น้องที่รัก สัปดาห์ที่สามจบลงด้วยหารไตร่ตรองพระวาจาร่วมกันในเรื่องของชีวิตของลูกของพระเจ้าที่พระเจ้าทรงเข้ามามีบทบาท สิ่งที่บางทีเราหมดหวัง เราก็มีความหวังขึ้นมา ชีวิตที่เป็นคำภาวนาของเราต่อพระเจ้า ต้องไม่ใช่คำภาวนาที่ถอดใจ แต่เต็มไปด้วยความวางใจ และมีความชื่นชมยินดีในพระเจ้าเสมอ ซึ่งสิ่งนั้นนำกำลังใจมาสู่เรา เพราะพระเจ้าทรงทอดพระเนตรเราผู้รับใช้ต่ำต้อยของพระองค์ ผู้รับใช้ที่ไม่ได้รักพระเจ้าเพราะสิ่งที่ได้รับ แต่เพราะการได้อยู่ในเคหาของพระองค์ คือผู้รับใช้ที่ภูมิใจที่สุดที่มีพระเจ้าเป็นดังเจ้านายที่แสนดี และเขายินดีจะอยู่ในบ้านของพระองค์ตลอดไป เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า และนี่แหละ คือพระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว

วันนี้ ผมเลือกประโยคหลักในการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้ามาแบ่งปันกับพี่น้อง คล้ายๆ กับสองวันก่อน แต่ประโยคนี้ เป็นประโยคที่นางเอลีซาเบธได้กล่าวกับแม่พระ ที่แม่พระ หลังจากรู้นางตั้งครรภ์ได้หกเดือนแล้ว แม่พระได้เดินทางมาเยี่ยมและอยู่กับนางเอลีซาเบธ คือการมาอยู่ด้วยชีวิตที่มีพระเจ้าประทับอยู่ แบบบุคคลที่วางใจในพระเจ้า ยินดีในพระประสงค์ของพระองค์ ด้วยความรู้สึกเดียวกันจริงๆ... “เธอได้รับพระพรยิ่งกว่าหญิงใด ๆ...” นี่คือประโยคที่นางกล่าวกับพระนางมารีย์

“เธอได้รับพระพรยิ่งกว่าหญิงใด ๆ และลูกของเธอก็ได้รับพระพรด้วย  ทำไมหนอพระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงเสด็จมาเยี่ยมข้าพเจ้า  เมื่อฉันได้ยินคำทักทายของเธอ ลูกในครรภ์ของฉันก็ดิ้นด้วยความยินดี...”

ลูกในครรภ์ของนางดิ้นด้วยความยินดี นั่นคือความยินดีของแม่ที่ส่งผลไปถึงลูก นับเป็นความยินดียิ่งใหญ่ที่ทำให้นางเปี่ยมด้วยพระจิตเจ้า และพระจิตเจ้าก็ทำให้นางรู้ว่า สตรีผู้นี้ คนที่อยู่ตรงหน้าเธอนี้คือใคร... เธอคือพระมารดาของพระเจ้า... ไม่มีสักตอนในพระคัมภีร์ที่แสดงให้เรารู้ว่าเอลีซาเบธรู้เรื่องราวของแม่พระได้อย่างไร แต่นี่เป็นเรื่องของพระจิตเจ้าเท่านั้นเอง ที่ทำให้เธอรู้และกล่าววาจาออกมาเช่นนั้น... นางเต็มเปี่ยมด้วยพระจิตเจ้า นางรู้ว่าแม่พระเป็นพระมารดาของพระเจ้า และนางได้กล่าวสรรเสริญพระนางมารีย์...

อะไรหนอเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดสิ่งอัศจรรย์ยิ่งใหญ่เพียงนี้... ศิษย์พระคริสต์ เจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่... เราได้บทไตร่ตรองที่น่ารักมากจริงๆ ในเช้าวันอาทิตย์สัปดาห์ที่สี่นี้... เพราะเพียงได้ยินคำทักทายของแม่พระ สิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้นกับนางเอลีซาเบธ... พี่น้องที่รักครับ เราไม่ทราบว่าแม่พระทักทานอะไรนางเอลีซาเบธ แต่สิ่งที่เราทราบคือสิ่งที่เกิดขึ้น และหากเราไตร่ตรองดีๆ ทำไมสิ่งยิ่งใหญ่เหล่านั้นจึงเกิดขึ้นเพราะคำทักทานของแม่พระเท่านั้นเอง... คำทักทายของแม่พระมีพลังอะไรขนาดนั้น... เมื่อวานนี้ เราไตร่ตรองเรื่องสายตาของเราต่อเพื่อนพี่น้อง วันนี้ เราพบความรู้สึกของแม่พระที่ออกมาทางวาจา จากส่วนลึกของหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง คงเป็นวาจาที่แสนอบอุ่น เป็นวาจาที่นำความชื่นชมยินดีมากมายเหลือเกิน จนถึงทารกในครรภ์ก็รับรู้ความรู้สึกยิ่งใหญ่นี้ได้

พี่น้องที่รักครับ บทไตร่ตรองง่ายๆ ที่ผมได้รับในวันนี้ จบลงที่เหตุผลที่ว่า... เพราะแม่พระมีชีวิตพระเจ้าอยู่ในชีวิตของพระแม่จริงๆ ครับ คำทักทายของพระแม่แสดงออกถึงชีวิตของผู้ที่มีพระเจ้าประทับอยู่ คือคำทักทายที่อ่อนโยน และนำพระพร และมากกว่านั้นคือความรอดพ้น เพราะชีวิตพระเจ้าในชีวิตของแม่พระนั่นเอง

“เธอได้รับพระพรยิ่งกว่าหญิงใด ๆ...” ผู้ที่พบพระนางมารีย์ได้กล่าวคำนี้ และผู้ที่พบเราคริสตชนล่ะ เขาพบความมีบุญของเราหรือเปล่า หรือเขาพบพระพรของพระเจ้าในชีวิตของเรามากน้อยเพียงใด กล่าวคือ... เขามีความสุขที่ได้พบเราหรือเปล่า เขามีความสุขที่ได้อยู่กับเราหรือเปล่า... นะ นะ นะ ทั้งผมและพี่น้องด้วย บางที ในโอกาสนี้ เราอาจจะต้องหันกลับมาไตร่ตรองมองดูชีวิตของเราจริงๆ สักที เราคริสตชน ชีวิตที่พระเจ้าประทับอยู่ ไม่ต่างอะไรกับแม่พระ เพราะเรารับพระวาจาของพระองค์ เรารับศีลมหาสนิทเข้าสู่ชีวิตของเรา เรามีพระเจ้าประทับในชีวิตของเรา แต่... คนที่เขาอยู่กับเรา คนที่เราพบ คนที่ร่วมงานกับเรา สมาชิกในครอบครัวของเรา สมาชิกในหมู่คณะนักบวชของเรา พวกเขามีความสุขไหม พวกเขาเป็นอย่างไรเมื่อได้พบเรา เราเป็นผู้นำความรอดพ้น นำความรักและสันติสุขไปสู่พวกเขา นำพระเจ้าไปสู่พวกเขาจริงๆ หรือเปล่า... ศิษย์พระคริสต์ เจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่ เราจะว่าอย่างไร...

พี่น้องครับ ใกล้วันพระคริสตสมภพเข้ามาทุกที วันนี้ชีวิตของเราคริสตชนที่พระเจ้าประทับอยู่ ชีวิตของเราเป็นเช่นใด แววตาของเราที่มองดูพี่น้องเป็นอย่างไร คำพูดของเราต่อเพื่อนพี่น้องเป็นอย่างไร การแสดงออกของเราเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสมาชิกในครอบครัวของเรา กับพี่น้องในหมู่คณะนักบวชของเรา เพื่อนบ้าน ผู้ร่วมงานของเรา ท่าทีของลูกของพระเจ้า ท่าทีของคริสตชนที่มีพระเจ้าประทับอยู่ในชีวิตของเราเป็นอย่างไร ยังพอมีที่ให้พระเจ้าประทับอยู่หรือเปล่า เพื่อทุกที่ที่เราไป ทุกที่ที่เราอยู่ ที่นั่นจะเต็มไปด้วยพระพร ที่นั่นจะศักดิ์สิทธิ์ เต็มไปด้วยความรักและสันติสุข เพียงเพราะเหตุผลเดียวคือ ที่นั่นมีคริสตชนอยู่ คือที่ที่พระเจ้าประทับอยู่ในชีวิตของคริสตชน ดังนั้น ชีวิตของเราต้องบันดาลความศักดิ์สิทธ์ให้กับโลกมิใช่หรือ คริสตชนอยู่ที่ใด ที่นั่นต้องมีแต่ความรักและสันติสุขมิใช่หรือ...

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้หัวใจของลูกต้อนรับพระองค์ให้เข้ามาประทับอยู่และมีบทบาทในชีวิตของลูกอย่างแท้จริง เพื่อลูกจะมีหัวใจแบบแม่พระ คิด พูด และกระทำอย่างเดียวกับพระแม่ เพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงการประทับอยู่ของพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงพระนามว่า “เอมมานูแอล” พระเจ้าสถิตกับเรา ด้วยชีวิตที่แสดงออกต่อเพื่อนพี่น้อง ในความรักและสันติสุขอย่างแท้จริง

สุขสันต์วันพระเจ้าครับ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 18 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
บทอ่าน มคา 5:1-4ก / ฮบ 10:5-10 / ลก 1:39-45
ท่านยอมรับการสถิตของพระเยซูเจ้าในชีวิตของท่านหรือไม่? ท่านเป็นผู้มีบุญ ถ้าท่านเห็นและยอมรับพระเป็นเจ้าด้วย “สายตาของความเชื่อ” พระแม่มารีอาเป็นคนใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระเป็นเจ้า ซึ่งได้ตอบกระแสเรียกของพระเป็นเจ้าตลอดชีวิตของพระแม่ พระแม่ได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ที่สุด และสิทธิพิเศษในฐานะเป็นหญิงชาวยิว คือ การเป็นมารดาของพระเมสสิยาห์ ที่มีคนรอคอยเป็นเวลาช้านาน เมื่ออัครทูตกาเบรียลได้แจ้งสารว่า นางเอลีซาเบธลูกพี่ลูกน้องของพระแม่กำลังมีครรภ์ แม้จะมีอายุมากแล้ว พระแม่มารีอาได้รีบเร่งเดินทางเป็นเวลานานหลายวัน ไปยังภูเขาแห่งแคว้นยูเดีย ที่รู้จักในนามของเมืองการิม เมื่อนางเอลีซาเบธได้ยินคำทักทายของพระแม่มารีอา ทารกในครรภ์ของพระแม่ก็ได้โลดเต้นด้วยความยินดี เหมือนกับกษัตริย์ดาวิด ซึ่งได้เต้นรำด้วยความยินดี ต่อหน้าหีบพันธสัญญา ที่ได้ถูกนำมายังกรุงเยรูซาเล็ม (2ซมอ 6:9,14) ความยินดีของนางเอลีซาเบธจึงเป็นการสะท้อนถึงความยินดีของกษัตริย์ดาวิด ที่กล่าวว่า “หีบพันธสัญญาของพระเป็นเจ้ามาถึงตัวเราได้อย่างไร?” พระแม่มารีอา คือ หีบพันธสัญญา เป็นพลับพลาที่ประทับของพระบุตรของพระแม่ที่อยู่ในครรภ์ นางเอลีซาเบธได้ประกาศว่า พระแม่มารีอาเป็นผู้มีบุญ เพราะความไว้วางใจของพระแม่ ที่มีต่อพระวาจาของพระเป็นเจ้า จะเป็นอันสำเร็จไปในตัวของพระแม่ ... ขณะที่ท่านได้จุดเทียนเล่มที่สี่ในวันนี้ ขอให้ท่านสวดภาวนาว่า ท่านสามารถที่จะนำพระผู้ไถ่มายังโลกนี้ ข้าแต่พระแม่มารีอา พระมารดาของลูก โปรดช่วยให้ลูกรับใช้พระเป็นเจ้าด้วยความนบนอบด้วยความยินดี
“ความสุขคือผลสุดท้ายและสมบูรณ์แบบของความนบนอบ ต่อกฎของชีวิต”...”ความนบนอบ คือมารดาของความสำเร็จ และนำไปสู่ความปลอดภัย”... “ความนบนอบต่ออำนาจทางกฎหมาย คือ รากฐานของความเป็นชายที่สมบูรณ์แบบ”... “บุคคลที่ยิ่งใหญ่ คือ บุคคลที่เรียนรู้ที่จะนบนอบอย่างไร? นบนอบต่อใคร? และนบนอบเมื่อไหร่?.”.. “ความทรงจำแรกต่อหนังสือพระคัมภีร์ ที่ลูกๆของเราต้องเรียนรู้ คือ “ลูกๆเอ๋ย จงนบนอบต่อบิดามารดาของพวกเจ้า โดยเห็นแก่พระเป็นเจ้า เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง” (อฟ 6:1).

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view