สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2018 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2018 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

💦ทรงคล้ายแสงอรุโณทัยช่วยให้รอด
ส่องตลอดเงามืดมนทั่วคนอยู่
แสงสวรรค์เปิดทางสว่างพรู
นำเราสู่สันติสุขไร้ทุกข์ครอง

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2018
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
https://www.youtube.com/watch?v=zkYKWF767d4

🎄Gloria in Excelsis Deo
https://youtu.be/rRHuETZuLEo

🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2018
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
อ่าน
2 ซมอ 7:1-5,8-12,14ก,16
ลก 1 :67-79

เมื่อคำสัญญาของพระเจ้าเป็นความจริง
เห็นได้ ในชีวิตของเศคาริยาห์
สิ่งแรกที่ท่านทำ คือ “สรรเสริญ” พระเจ้า
ด้วยบทเพลง ในประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา

เสียงของพระเจ้า ผ่านทางประกาศกนาธัน
ชวนให้ระลึกถึงคำสัญญาของพระองค์ที่ทรงมีต่อดาวิด
บุคคลที่พระเจ้าเลือกสรรนั้น พระองค์ทรงอยู่กับเขา
พร้อมกับพระพร ในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

หมายเหตุ..
“อดทน” พรสองคำ
ที่ทำให้ ทุกสิ่งง่ายขึ้น

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2018

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“พระองค์ทรงเป็นดังแสงอรุโณทัย...” (เทียบ ลก 1:67-79) 

พระองค์จะเสด็จมาเยี่ยมเราจากเบื้องบน

ดังแสงอรุโณทัย

ส่องแสงสว่างให้ทุกคนที่อยู่ในความมืด

และในเงาแห่งความตาย

เพื่อจะนำเท้าของเราให้ดำเนิน

ไปตามทางแห่งสันติสุข

หากพระผู้ที่ฉันกำลังเตรียมต้อนรับพระองค์เข้ามาในชีวิต

หากพระองค์ทรงเป็นแสงสว่างแห่งสันติสุขนิรันดร์แล้ว

วันนี้ 

ฉันเป็นแสงสว่างของพระเจ้า

หรือฉันกำลังบดบังแสงสว่างของพระองค์

ไปจากพี่น้องของฉัน...

________________

ดังแสงอรุโณทัย... หนึ่งประโยคสั้นๆ ในเช้าวันนี้ วันนี้ เวลานี้ เมื่อพี่น้องอ่านบทไตร่ตรองที่ผมแบ่งปัน ความสว่างกำลังใกล้เข้ามา องค์ความสว่างกำลังจะเสด็จมา... ผมไม่แปลกใจเลย ทำไมพระเจ้าบังเกิดมาเวลากลางคืน ท่ามกลางความมืด พระองค์ทรงเป็นความสว่าง พระองค์ทรงเป็นความบรรเทาของดวงใจทุกดวง

บทเพลงสดุดีของเศคาริยาห์ที่ท่านได้พูดครั้งแรก หลังจากที่ท่านเป็นไบ้ พูดไม่ได้มานาน ท่ามกลางเวลาของการเรียนรู้จักพระเจ้า พระผู้ทรงสรรพานุภาพ ผู้ทรงสัตย์ซื่อในพระสัญญาของพระองค์ ดูเหมือนว่าท่านถูกปิดปากของท่านด้วยชีวิตที่ถอดใจไปนานแล้ว เพื่อจะสรรเสริญความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าได้ในวันนี้นี่เอง เป็นวันที่พระเจ้าทรงทำให้พระสัญญาของพระองค์กลับกลายเป็นความจริง บทเพลงสรรเสริญพระเจ้าที่เศคาริยาห์ได้กล่าวออกมา เพื่อสรรเสริญพระเจ้าในพระวาจาของพระองค์ที่เราได้ฟังในเช้าวันนี้ เป็นบทเพลงที่สรรเสริญความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ที่ทรงนำลูกของพระองค์ ออกจากความมืดมาสู่ความสว่างอันรุ่งโรจน์ของพระองค์ ด้วยพระองค์เองที่ทรงเป็นองค์ความสว่างแท้จริงที่เข้ามาในโลก โลกแห่งความมืดของมวลมนุษย์

เราเตรียมจิตใจมาตลอดเวลาสี่สัปดาห์ แม้ว่าสัปดาห์ที่สี่นี้จะสั้นมากๆ เดี๋ยวเย็นนี้เราก็จบแล้ว แต่สี่อาทิตย์ที่พระวาจาของพระเจ้าเตรียมจิตวิญญาณเรา ให้เราตระหนักถึงการเตรียมจิตใจที่แท้จริง ที่เป็นมากกว่าคริสต์มาสของโลก ที่มีแต่ภาพของของขวัญ ความสุข และความยินดี แต่จิตใจยังอยู่ในความมืด... และความสุขในคืนพระคริสตสมภพจะมีความหมายอะไร... ตลอดเวลาของการเตรียมจิตใจของเราคริสตชน ที่มากกว่าคนอื่นๆ นั้น นั่นคือการเตรียมจิตวิญญาณของเราเพื่อต้อนรับองค์ความสว่าง พระเจ้าผู้จะทรงเสด็จมา พระองค์ทรงเป็นดังแสงอรุโณทัย ที่ส่องสว่างแก่ผู้ที่อยู่ในความมืดและเงาแห่งความตาย เพื่อนำเราไปสู่ทางแห่งสันติสุขนิรันดร...

ใช่ครับ เรากำลังเตรียมจิตวิญญาณของเราเพื่อการนี้มิใช่หรือ... พระเจ้าองค์ความสว่างจะเสด็จมา และประทับอยู่ในชีวิตของเรา นั่นหมายความว่า ต่อจากนี้ ชีวิตของเรา ควรที่จะต้องส่องสว่างแก่พี่น้องของเราใช่ไหม ชีวิตของเราควรที่จะเป็นแสงสว่างแห่งความชื่นชมยินดี แสงสว่างแห่งความหวัง ในความมืด เมื่อเราเห็นแสงสว่าง เราก็มีความสุข เรามีความหวัง และเราก็ไม่กลัวมิใช่หรือ... 

แต่ในความเป็นจริง ชีวิตของเราที่ผ่านมา บางที เป็นไปได้บ้างไหม ที่เราทำตัวเป็นสิ่งที่บดบังแสงสว่างของพระเจ้า และเป็นเราเองที่ไม่ต้องการแสงสว่างแห่งความจริงและสันติสุขนี้ เป็นเราเองที่ทำตัวบดบังความสว่างที่จะส่องไปสู่พี่น้องของเรา... และนี่แหละ เมื่อเรากำลังเตรียมจิตใจของเราเพื่อรับความสว่างของพระเจ้า เพื่อรับเสด็จองค์ความสว่างในจิตวิญญาณของเรา... ควรไหม ที่วิญญาณของเราควรจะต้องลุกเป็นไฟ เป็นไฟแห่งความรักของพระผู้ไถ่ เพื่อส่องสว่างสำหรับทุกดวงใจที่อยู่ในความมืดมนแห่งความสิ้นหวัง ความทุกข์ยากลำบาก และขาดซึ่งกำลังใจ

ขอให้คืนนี้ เมื่อเราสมโภชการบังเกิดมาของพระเจ้า พระเจ้าผู้ทรงเป็นแสงสว่างที่ส่องเข้ามาในความมืด และความมืดก็ไม่มีวันที่จะเอาชนะความสว่างได้เลย... ขอความสว่างของพระเจ้าฉายส่องในจิตวิญญาณของเรา เพื่อเราทุกคนจะเป็นแสงสว่าง เป็นทางออก เป็นกำลังใจ เป็นแสงแห่งความหวังสำหรับพี่น้องของเราทุกๆ คน ขอให้คริสต์มาสเป็นวันที่สุขสันต์สำหรับทุกคนจริงๆ เพราะเราจะก้าวออกจากความมืด เข้ามาสู่ความสว่างอันรุ่งโรจน์ของพระองค์

พระคริสตเจ้า ส่องแสงท่ามกลางดวงใจ โปรดเปิดดวงใจ อย่าให้ความมืดเข้าครอบครัง พระคริสตเจ้าเจ้าส่องแสงท่ามกลางดวงใจ โปรดเปิดดวงใจด้วยความรักของพระองค์...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 24 ธันวามคม 18 วันเตรียมสมโภชพระคริสตสมภพ
บทอ่าน อสย 62:1-5 / กจ 13:16-17,22-25 / มธ 1:1-25 หรือ 1:18-15
นักบุญมัทธิวได้เริ่มเล่าเรื่องวงศ์ตระกูลของพระเยซูเจ้า เพื่อแสดงว่าพระเยซูเจ้า คือ ผู้ที่ทำให้การรอคอยพระเมสสิยาห์ได้สำเร็จลง ท่านได้เล่าย้อนหลังผ่านทางจำนวน 14 ชั่วอายุคน จากสถานการณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง เมื่อกษัตริย์ดาวิดได้ขึ้นครองราชย์ จนกระทั้งถึงเวลาแห่งความเศร้าโศก เมื่อประชากรของพระเป็นเจ้า ได้ถูกเนรเทศไปยังกรุงบาบิโลน พระวรสารของนักบุญมัทธิวจึงมีลักษณะเป็นเครื่องหมาย มากกว่าเป็นประวัติศาสตร์. จำนวน 14 เป็นจำนวนที่สรุปจากพระนามของกษัตริย์ดาวิด (DVD,4+6+4) ที่มีความหมายว่า วงศ์ตระกูลทั้งสิ้นมีกษัตริย์ดาวิดเป็นศูณย์กลาง พระเยซูเจ้าเป็นพระเมสสิยาห์ ซึ่งราชบัลลังก์ของพระองค์จะคงอยู่ตลอดไป (2ซมอ 7:16) แม้ว่านักบุญยอแซฟ (ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ของกษัตริย์ดาวิด) มีฐานะเป็นเพียงบิดาทางกฎหมายของเด็กที่จะเกิดมา การปฏิสนธิ์โดยอำนาจของพระจิตเจ้า แสดงว่าพระองค์เป็นพระบุตรของพระเป็นเจ้า ในวงศ์ตระกูลของพระเยซูเจ้า แสดงให้เห็นสิ่งผิดปรกติบางอย่าง คือ ยกเว้นพระแม่มารีอาแล้ว ยังมีสตรีต่างชาติดสี่คน คือ นางทามาร์ นางราหับ นางรูธ และนางบัทเชบา พระเยซูเจ้าเป็นลุกหลานของอาบราฮัม ซึ่งชนทุกชาติจะได้รับพระพรผ่านทางท่าน (ปฐก12:13) กุมารที่เกิดมามีนามว่า “เอมมานูเอล”ที่มีความหมายว่า “พระเจ้าสถิตกับเรา” และในตอนสุดท้ายของพระวรสาร พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับประชาชนว่า “เราจะอยู่กับท่านเสมอ จนกระทั่งถึงวันสิ้นโลก” (มธ 28:20)...ท่านจะแบ่งปันความสุขวันพระคริสตสมภพกับคนอื่นได้อย่างไร?...ข้าแต่พระกุมารเจ้า โปรดช่วยลูกให้มีเวลาหยุดรำพึงพร้อมกับพระองค์ด้วย...ลูกขอโมทนาคุณพระองค์สำหรับวันพระคริสตสมภพ เป็นวันที่จะฉลองทั้งปี เพราะในวันก่อนวันสมโภชและวันพระคริสตสมภาพ โลกใบนี้จะเป็นสถานที่ดีขึ้น ประชาชนทั้งชายและหญิงจะเป็นคนน่ารักมากขึ้น ความรักจะซึมซับลงไปในหัวใจของทุกคน และจะมีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นมากมาย วันพระคริสตสมภพเป็นเพียงวันเดียวของปี ที่จะนำความหวังที่แท้จริง และคำสัญญาไปมอบให้แก่มนุษยชาติ.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view