สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2018 สมโภชพระคริสตสมภพ

วันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2018 สมโภชพระคริสตสมภพ

🌸กุมารน้อยประสูติแล้ว
งามเพริศแพร้วไร้ราคี
เชิญประทับในชีวี
เพื่อข้าฯนี้พ้นบาปเอย

📚 บทอ่านประจำวันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2018
สมโภชพระคริสตสมภพ
https://www.youtube.com/watch?v=vFO4J7ZiBK4&t=53s

❤Adeste Fideles
https://youtu.be/L27BgUJh9gw

💞O Come All Ye Faithful
https://youtu.be/Y3egGjeiWEA

🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈

วันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2018
สมโภชพระคริสตสมภพ
อ่าน
อสย 52:7-10
ฮบ 1:1-6
ยน 1:1-5,9-14

ความเชื่อคริสตชน ตอกย้ำ..
ทุกสิ่งทุกอย่าง เริ่มต้นที่พระวจนาตถ์ แต่น่าแปลก
ที่โลก ถูกสร้างโดยพระเจ้า อย่างสันติ ผ่านทางพระวจนาตถ์
แต่พระองค์ กลับยอม ถูกปฎิเสธ จากคนบางกลุ่ม ที่พระองค์ทรงสร้าง

เสียงของพระเจ้า ตรัสผ่านทางประกาศกอิสยาห์
ร่องรอย ของผู้นำข่าวดี “งดงาม” นั่นก็เพราะว่า
เขานำข่าวดี ด้วยการประกาศสันติภาพ

ในอดีต พระเจ้าตรัสกับประชากรของพระองค์ผ่านทาง ประกาศก
แต่ การบังเกิดของพระเยซูเจ้า ชัดเจนว่า บัดนี้
เป็นพระเจ้าเอง ที่ตรัส กับประชากรของพระองค์ โดยตรง

หมายเหตุ..
สุขสันต์วันพระคริสตสมภพ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2018

สมโภชพระคริสตสมภพ (มิสซากลางวัน)

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“กลายเป็นบุตรของพระเจ้า...” (ยน 1:1-18) 

เพื่อการนี้เองเท่านั้น...

ที่พระเจ้าได้สัญญาจะนำประชากรของพระองค์กลับมา

ที่พระองค์พยายามเข้ามามีบทบาทในชีวิตของประชากรของพระองค์

นี่เอง นี่เท่านั้น เหตุผลเดียวเท่านั้น...

ก็มีใครบ้างเล่า ในบรรดาทูตสวรรค์ และสิ่งสร้างทั้งมวล

ที่ทรงเรียกว่า เป็นบุตรของพระองค์

และเพื่อการนี้เอง

พระองค์ทรงประทานพระบุตรของพระองค์เพื่อเรา

โอ้ ค่าของฉันอยู่ตรงนี้จริงๆ

เพราะพระเจ้าทรงรักฉันเหลือเกิน...

________________

เมื่อวานนี้มีคนทักผมมากมายเลยว่า ส่งไตร่ตรองพระวาจาผิดวันหรือเปล่า ผมก็บอกว่า ไม่ผิดครับ แต่ผมเจตนาเลือกส่งบทไตร่ตรองที่ผมกำลังเผชิญหน้ากับพระวาจาของพระเจ้าในนาทีที่กำลังจะแบ่งปันกับพี่น้องพอดีครับ เมื่อวานผมอยู่เบื้องหน้าพระวาจาของพระเจ้าในมิสซาเช้า จึงเลือกเขียนบทนั้นส่งมาให้พี่น้อง ส่วนมิสซาเย็นก็ไตร่ตรองส่วนตัวเงียบๆ ถึงชีวิตของลูกของพระเจ้าเที่พระองค์ทรงเข้ามามีบทบาท แต่ไม่ได้แบ่งปันกับใคร และมิสซาคริสตมาสเวลากลางคืน ที่เป็นมิสซาที่หนึ่งนั้น เป็นบทไตร่ตรองที่เป็นบทสรุปออกมาเป็นบทเทศน์ของผมในมิสซาสำหรับสัตบุรุษของผมที่ประจวบฯ โดยเฉพาะก็คงได้ เพราะมันคือประสบการครอบครัว ที่ผมร่วมชีวิตกับสัตบุรุษของผมมาเกือยสี่ปี คือสิ่งที่สั่งสมมาจากการไตร่ตรองพระวาจา และการเยี่ยมอภิบาลสัตบุรุษ กลั่นกรองออกมาเป็นแนวคิดในการทำถ้ำพระกุมารที่แหวกแนวจากทุกๆ ปี ด้วยทุกมุมของถ้ำมีความขัดแย้งทางความคิดที่ชวนให้ไตร่ตรอง จนการฉลองสมโภชพระคริสตสมภพของผมกับสัตบุรุษของผมมีบทสรุปของคำถามมากมายของความเป็นมนุษย์ที่การบังเกิดของพระเยซู พวกเราพบคำตอบจริงๆ ครับ... ที่เพราะการบังเกิดของพระองค์ ณ ที่นั่น เราพบความหมายของชีวิตของเรา คำถามทุกคำถามได้รับการตอบมาอย่างสมใจ เป็นแรงบันดาลให้เราเรียนรู้ และเลียนแบบชีวิตของพระบุตรของพระเจ้า ผู้ทรงชี้แห่งความรอดพ้นให้เรา

แต่เช้าวันนี้ แทนที่ผมจะเลือกพระวาจาที่อยู่ตรงหน้าอย่างที่คิด ไหนๆ ก็ไม่ได้นอนแล้ว หลังจากก่อานพระวาจาทั้งหมด ผมก็ได้ตัดสินใจ โดยเจตนาเลือกแบ่งปันบทไตร่ตรองจากพระวาจาของพระเจ้าที่ใช้สำหรับมิสซากลางวันครับ เพราะยังไงก็เป็นมิสซาที่พี่น้องร่วมกันเป็นส่วนใหญ่ ไม่เหมือนมิสซาเมื่อวาน ที่พี่น้องตั้งใจมาร่วมตอนกลางคืนเลยเพียงมิสซาเดียว... เพราะมิสซาที่สามของนี้การสมโภชพระคริสตสมภพนี้ พระวาจาของพระเจ้าจากพระวรสารนักบุญยอห์น กลับเป็นบทสรุปที่สวยงามที่สุดของความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรา... ทำไมพระองค์ต้องทำถึงเพียงนี้ด้วย... พระองค์เสด็จมารับสภาพมนุษย์เพื่ออะไร... จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ... หากพี่น้องได้ไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าที่พระศาสนจักรจัดไว้ในแต่ละช่วงเวลา โห้ ร้องโห้เลยครับ ผมพบว่า นี่คือสิ่งที่พระเจ้าได้ตรัส เมื่อพระองค์ประทับอยู่กับมนุษย์ และได้ตรัสเสมอๆ จริงๆ ย้ำ หนักแน่น ด้วยความเพียงอดทนและอ่อนโยน จนลงเอยที่พระบุตรแต่พระองค์เดียวแบบนี้อ่ะ...

พระวตนาตถ์ทรงดำรงอยู่แล้ว พระวจนาตถ์ประทับอยู่กับพระเจ้า และพระวจนาตถ์ทรงเป็นพระเ พระองค์ประทับอยู่กับพระเจ้าตั้งแต่แรกเริ่ม พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งอาศัยพระวจนาถต์... ชีวิตอยู่ในพระองค์ และชีวิตเป็นแสงสว่างสำหรับมนุษย์ แสงสว่างส่องในความมืด และความมืดกลืนแสงสว่างนั้นไม่ได้... พระวาจาที่ยากมาก แต่ความเข้าใจจบลงที่คำว่า “เพราะทรงรักเราถึงเพียงนี้”

ทำไมผมจึงสรุปพระวาจาตอนยากๆ นี้ที่คำนี้ “เพราะทรงรักเราถึงเพียงนี้” Sic nos amantem ... พี่น้องก็ลองกลับไปคิดถึงการไตร่ตรองที่ผมแบ่งปันกับพี่น้องมาตลอด โดยเฉพาะในช่วงเวลาเตรียมสมโภชพระคริสตสมภพนี้ เราจะเห็นว่า พระเจ้านิ่งเฉยไม่ได้ พระองค์พยายามทำทุกอย่างเพื่อจะได้เข้ามามีบทบาทในการนำลูกของพระองค์ให้รอดพ้น... “ลูก” แค่คำนี้ก็ซึ้งมากแล้ว... บทอ่านที่หนึ่งวันนี้ (อสย 52:7-10) อาจจะพูดถึงการที่พระเจ้าทรงกอบกู้บุตรของพระองค์ด้วยความรักและไม่ทอดทิ้งอย่างไร... แต่สุดๆ คือ บทอ่านที่สอง (ฮบ 1:1-6) เมื่อพระเจ้าด้ตรัสกับมนุษย์หลายวาระ หลายวิธี นี่คือความพยายามของพระเจ้าในการเข้ามามีบทบาทในชีวิตของลูกๆ ของพระองค์ มันคือหลายวาระ หลายวิธี แต่สุดท้าย พระองค์ได้ตรัสทางพระบุตรแต่พระองค์เดียว  แล้วเราก็ทราบว่า พระบุตรนั้นก็ถูกมนุษย์ประหารเสีย นี่คือรักของพระเจ้า รักที่นิ่งเฉยไม่ได้ เมื่อลูกของพระองค์ตกอับ พระองค์ต้องเข้ามามีบทบาท และพระองค์พยายามเข้ามามีบทบาท ทำไมหรือ...

ที่ท้ายๆ ของบทอ่านที่สองวันนี้น่ารักนัก น่าไตร่ตรองจริง... พระเจ้าเคยตรัสแก่ทูตสวรรค์องค์ใดบ้าง “ท่านเป็นบุตรของเรา เราให้กำเนิดท่านในวันนี้” หรือว่า “เราจะเป็นบิดาของเขา และเขาจะเป็นบุตรของเรา” โอ้ นี่คือพระธรรมชาติพระเจ้าที่ยกธรรมชาติมนุษย์สิ่งสร้างจอมโกงของพระองค์ ให้กลับกลายเป็นบุตรครับ... 

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ให้มีธรรมชาติน่าพิศวง และยังทรงฟื้นฟูให้มีศักดิ์ศรีน่าพิศวงยิ่งขึ้นอีก...พระองค์ทรงทำให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มีส่วนร่วมในพระเทวภาพของพระบุตร และกลับกลายเป็นบุตรของพระองค์ (เทียบ บทภาวนาของประธาน) 

พอแล้วครับ ผมคิดว่าพอแล้ว... ทำไมพระเจ้าต้องทำถึงเพียงนี้ด้วย สุดๆ เลยครับ... เหตุผลเดียวที่พระเจ้าทรงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์คือ เพราะพวกเขาคือลูกของพระองค์ และพระองค์ทรงทำให้เราทราบอย่างชัดเจนในสิ่งนี้ในพระบุตรของพระองค์ผู้ทรงรับสภาพมนุษย์... พี่น้องครับ เทวดาที่ทำผิด พระเจ้าไม่ได้กอบกู้กลับมา แต่มนุษย์ สิ่งสร้างนี้เป็นใคร พระองค์จึงสนใจและเอาพระทัยใส่ถึงเพียงนี้... (เทียบ สดด 8) ทำไมพระเจ้าต้องพยายามมากมายเช่นนี้ต่อสิ่งสร้างสุดแสบนี้ด้วย... คำตอบเดียวครับ... เพราะเราเป็น “บุตรของพระเจ้า” ครับ

ขอให้การไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าในเทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ ที่ผ่านไป จนวันที่เราสมโภชพระคริสตสมภพอยู่นี้ ทำให้เราตระหนักใจอย่างซาบซึ้งว่า เพราะเราเป็นลูกของพระเจ้าเท่านั้นจริงๆ นี่คือคุณค่าของมนุษย์จริงๆ ค่าของเราอยู่ที่ตรงนี้เอง คือ “เพราะทรงรักเราถึงเพียงนี้” ใครเล่าจะมีค่ากว่าเราอีกหรือ... พี่น้องครับ ขอให้การสมโภชพระคริสตสมภพของเราครั้งนี้ ทำให้เราได้รับคำตอบที่แท้จริงของชีวิตมนุษย์ ที่แม้จะมากล้นด้วยอุปสรรค เพราะความพลาดพลั้งของเราเอง แต่กลับเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงเอาพระทัยใจ ด้วยการสละพระองค์เองมาเป็นแบบอย่างกับเรา... เพราะเหมือนสอนมานานแล้ว แต่มนุษย์ก็ไม่ฟัง และนี่แหละ พระเจ้าทรงมอบชีวิตของพระองค์เอง เป็นบทสอน เพื่อให้เรารู้ว่า ทรงรักเราอย่างไร ขอให้การสมโภชพระคริสตสมภพของเราในปีนี้ ได้เป็นกำลังใจแก่เราที่สุด เราที่ได้ไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้า ไตร่ตรองความรักของพระองค์ที่ทรงปรารถนาอย่างที่สุดที่จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์ เพราะเราเป็นลูกของพระองค์ ทำให้เราหันกลับมาสู่พระองค์ และฟังพระองค์ยิ่งขึ้นเสมอเถิด...

ข้าแต่พระเจ้า ลูกอาจจะเดินมาโดยไม่สนใจพระองค์เลย หนทางของลูกเหมือนไม่มีพระองค์เลย แต่พระองค์ก็ไม่ได้ไปไหน ทรงเป็นพระเจ้าผู้สถิตกับลูกเสมอ... พระเจ้าข้า ลูกสำคัญอะไรกับพระองค์ขนาดนั้นเชียวหรือ... แต่ก็นั่นแหละ พระองค์เสมอเลยที่รักลูกก่อน เป็นรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง รักเปี่ยมล้นจากพระทัยพระองค์... ลูกขอบคุณพระองค์

สุขสันต์วันพระคริสตสมภพ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 25 ธันวาคม 18 วันสมโภชพระคริสตสมภพ
บทอ่าน อสย 52:7-10 / ฮบ 1:1-6 / ยน1:1-18 หรือ 1:1-5,9-14
ยอห์นมิได้บันทึกเรื่องการประสูติของพระเยซูเจ้าไว้ในพระวรสารของท่าน ท่านได้เริ่มต้นด้วยบทเพลงที่สรรเสริญพระเยซูคริสตเจ้า (เปรียบเทียบ คส 1:15:20;ฟป 2:6-11; 1ทธ 3:6) ท่านได้นำเรากลับไปยัง “การเริ่มต้นตั้งแต่ครั้งแรก” (ปฐก 1:1) ถึงประทับอยู่ของพระวจนาตถ์ โดยพระวจนาตถ์ได้เผยแสดงในสิ่งสร้างในจักรวาล ในพระปรีชาญาณของพระเป็นเจ้า ในกฎหมายที่เผยแสดงบนภูเขาซีนัย และในพระวาจาผ่านทางบรรดาประกาศก
บัดนี้ พระวาจาของพระเป็นเจ้าได้แสดงอออกในการรับเอากายของพระคริสตเจ้า ในเนื้อหนังของพระองค์ พระเยซูเจ้าได้ทรงรับเอาพระกาย และได้เผยแสดงพระวาจาของพระเป็นเจ้า พระองค์เป็นพระปรีชาญาณของพระเป็นเจ้า ที่ปรากฏเป็นร่างกาย โดยผ่านทางพระวาจาของพระเยซูคริสตเจ้า ทุกสิ่งได้ถูกนำมาสู่ชีวิต (ยน 1:3) พระองค์เป็นพระผู้กอบกู้ที่ยิ่งใหญ่ คล้ายกับโมเสส ที่ได้ช่วยนำประชากรทั้งชายและหญิง ให้พ้นจากบาป (8:32) พระองค์เป็นแสงสว่างของพระเป็นเจ้า ที่ได้ทำให้ความมืดหายไป โดยอาศัยแสงแห่งความจริง (12:46) ยอห์น บัปติสต์ คือ ผู้นำหน้าพระวจนาตถ์ ท่านได้มาเพื่อเป็นประจักษ์พยานของความจริง เพื่อว่าทุกคนที่เชื่อในพระคริสตเจ้าจะได้รับชีวิตผ่านทางพระองค์ พระเยซูเจ้าได้เสด็จมาในโลกนี้ เพื่อเราจะสามารถเข้าไปในโลกของพระองค์
วันพระคริสตสมภพคือวันอะไร? เป็นวันแห่งความอ่อนหวานสำหรับอดีต เป็นวันแห่งความกล้าหาญในปัจจุบัน เป็นวันแห่งความหวังในอนาคต เป็นความปรารถนาดี ที่จะมีพระพรล้นออกมาจากถ้วย ทั้งที่อุดมสมบูรณ์และเป็นนิรันดร์ และทุกเส้นทางจะนำไปสู่สันติภาพ...เป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้ว ที่มนุษย์ได้มีนัดกับวันพระคริสตสมภพ ที่มีความหมายว่ามิตรภาพ การเฉลิมฉลอง การให้ การรับ เวลาที่ดี และเป็นเวลาแห่งความสุขสำหรับสมาชิกในครอบครัว...ข้าพเจ้าจะให้ความสำคัญกับวันพระคริสตสมภพในหัวใจของข้าพเจ้า และจะพยายามรักษามันไว้ตลอดทั้งปี.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view