สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม 2018 ฉลองนักบุญยอห์น อัครสาวก และผู้นิพนธ์พระวรสาร

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม 2018 ฉลองนักบุญยอห์น อัครสาวก  และผู้นิพนธ์พระวรสาร

🌺ในความหิว ...
พระองค์ทรงเป็นความอิ่ม
ในความกลัว ...
พระองค์ทรงเป็นความปลอดภัย

📚บทอ่านประจำพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม 2018
ฉลองนักบุญยอห์น อัครสาวก
และผู้นิพนธ์พระวรสาร
https://www.youtube.com/watch?v=NH27rfpSp0o&t=11s

🌺Thy Word
http://youtu.be/O9VKSBForJY

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม 2018
ฉลองนักบุญยอห์น อัครสาวก
และผู้นิพนธ์พระวรสาร
อ่าน :
1 ยน 1:1-4
ยน 20:2-8

เมื่อมารีย์ ชาวมักดาลา
ประกาศเรื่องราวของพระคริสตเจ้า
จากประสบการณ์ ที่เธอได้สัมผัส
เธอสามารถ นำซีโมน เปโตร
พร้อมกับศิษย์ที่พระเยซูเจ้าทรงรัก
ให้ติดตาม เพื่อมีประสบการณ์
ของการเห็น และได้เชื่อ เช่นเดียวกัน

จดหมายนักบุญยอห์น ตอกย้ำ..
ประสบการณ์ของการเห็นด้วยตา
ฟังด้วยหู สัมผัสด้วยมือ
ทำให้สามารถ ประกาศได้อย่างมั่นใจ
ประสบการณ์ ของการได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง
ใช้ชีวิตร่วมกับพระเยซูเจ้า ช่วยให้ท่านนักบุญยอห์น
สามารถร่วมมือกับพระจิตเจ้า ในการนิพนธ์พระวรสาร
เพื่อประกาศเรื่องราวของพระคริสตเจ้า
ได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน แม่นยำ

หมายเหตุ..
ประสบการณ์ จะสอนให้เรารู้ว่า
ควรทำอย่างไร... ส่วนความมั่นใจ
จะทำให้กล้า “ลงมือทำ”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม 2018

ฉลองนักบุญยอห์น อัครสาวก และผู้นิพนธ์พระวรสาร

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ทั้งสองคนวิ่งไปด้วยกัน...” (ยน 20:1ก, 2-8) 

คริสตชนคือผู้มีความเชื่อในพระเยซู

แต่หากเชื่อเท่านั้น แล้วไม่รักพระองค์

ความเชื่อจะมีประโยชน์อะไร

ที่พระคูหา ความเชื่อและความรักวิ่งไปด้วยกัน

แต่ความรักเร็วกว่าความเชื่อ

ความเชื่อที่ปราศจากความรักย่อมเจือจางลง

แต่ความเชื่อที่เติบโต นำไปสู่ความรักเปี่ยมล้น

กลายเป็นประจักษ์พยานและข่าวดีเพื่อทุกคน...

________________

ค่ำวันก่อน มือผมบังเอิญไปเปิด Youtube คลิปหนึ่ง ที่พูดถึงการมีอยู่จริงของพระเจ้า ที่เป็นมุมปฏิเสธ นับเป็นความบังเอิญหรือเปล่า แต่ก็ไม่น่าจะเป็นความบังเอิญสำหรับผู้มีความเชื่อและความรักในพระเจ้า เมื่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ย่อมเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทั้งสิ้น... ผมฟังดูแล้ว เขาอาจจะใช้ปรัชญาในการอธิบายได้ดี ใช้ตรรกศาสตร์ได้ดี แต่ว่า เขากลับไม่เข้าใจถึงอภิปรัชญาที่เรียกว่าปฐมเหตุ ผมฟังแล้วก็แปลกใจในการอธิบายของเขาซึ่งค่อนข้างดี แต่ไปไม่ถึงสิ่งที่เรียกว่าปฐมเหตุ เหมือนเขาวิ่งไปไม่ถึงพระคูหา ไปไม่ถึงองค์ความจริงในพระวรสารวันนี้เลย

ผมชอบภาพที่พระคูหาวันนี้จริงๆ ครับ ชอบภาพของสตรีที่รักพระเยซูจริงๆ พวกเธอรักด้วยเหตุผลของความรักเท่านั้นเอง คือรักเพราะรักเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรอื่น พวกเธอไม่ได้รักด้วยความรู้ แต่รักด้วยประสบการณ์ที่มีกับพระเยซู และนำหัวใจของเธอให้เร่าร้อนในการประกาศข่าวดีเรื่องพระเยซู แม้บรรดาศิษย์ก็ได้รับข่าวดีนี้จากหัวใจรักของพวกเธอ... แต่ภาพที่อาจจะเป็นสิ่งที่ผมนำมาไตร่ตรองและแบ่งปันกับพี่น้องที่สุดในวันนี้คือ ภาพของศิษย์สองคนที่วิ่งไปที่พระคูหาของพระเยซูเจ้า นั่นคือเปโตรและยอห์น ซึ่งเมื่อทราบข่าวจากบรรดาสตรีแล้ว เขาทั้งสองก็วิ่งไปทันที แต่ยอห์นซึ่งหนุ่มกว่า วิ่งเร็วกว่าเปโตร แต่ท่านก็ได้คอยเปโตร ที่หน้าพระคูหา ท่านไม่ได้เข้าไปก่อนเปโตร

นี่คือภาพของสองสิ่งสำคัญของการเป็นคริสตชนจริงๆ ครับ คริสตชนในโลกวันนี้ โลกที่ปฎิเสธความเป็นอยู่ของพระเจ้า... เปโตร คือภาพของความเชื่อ... ยอห์น คือภาพของความรัก เราเห็นว่า จากความสับสนของเขาทั้งสองที่ไม่ต่างกับบรรดาศิษย์อื่นๆ เปโตรคือความเชื่อที่ลุกร้อน แต่ยอห์น ก็เป็นความรักที่ลุกร้อนด้วยเช่นกัน ทั้งสองคนวิ่งไปที่พระคูหา ทั้งสองคนไปสู่พระเยซูทันที นั่นคือภาพของความเชื่อและความรักที่วิ่งเข้าไปที่องค์ความรักที่พระคูหานั่นเอง...

ความเชื่อที่นำประสบการณ์ให้เราไปรู้จักพระเจ้า ความรักบันทึกประสบการณ์ที่มีกับพระองค์ นี่แหละ ทั้งสองได้พบความจริง และความจริงได้ทำให้เขาเป็นอิสระจากความสับสนทั้งสิ้น แต่มั่นใจ ในประสบการณ์ที่เขาได้มีกับองค์พระผู้เป็นเจ้า

พี่น้องที่รักครับ นี่คือบทสอนของพระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ ในวันฉลองนักบุญ อัครสาวกและผู้นิพนธ์พระวรสาร... พระวรสารเป็นข่าวดีสำหรับทุกคน... เมื่อวานในวันฉลองนักบุญสตีเฟน ผมได้ไตร่ตรองและพบว่า พระวรสารเป็นปรีชาญาณของพระเจ้า ที่พระจิตเจ้าทรงเปิดเผยในจิตวิญญาณและความเข้าใจของมนุษย์ โลกไม่อาจชนะปรีชาญาณนี้ได้ เราพบว่า ทุกคนที่โต้เถียงกับสตีเฟน ไม่มีใครเอาชนะความปรีชาของพระเจ้าที่พระจิตเจ้าประทานแก่ท่านได้ นั่นหมายความว่า โลกไม่อาจจะปฏิเสธความจริงนั้นได้ แต่โลกไม่กล้าและไม่ต้องการยอมรับความจริงนั้นต่างหาก

สิ่งที่นักบุญยอห์นบันทึกในพระวรสารนั้น คือความจริงที่มาจากความเชื่อในพระเยซูเจ้า เป็นความเชื่อที่เติบโตขึ้นในการมีประสบการณ์กับพระเจ้า จนทำให้กลับกลายเป็นความเชื่อที่มีความรักเป็นอารณ์ และงดงามเหลือเกิน เมื่อเข้าไปพบองค์ความรัก...

พี่น้องที่รักครับ ศิษย์พระคริสต์เจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่... ศิษย์พระเยซูครับ ความเชื่อของเราต้องเติบโต ต้องสุกงอม จนเป็นผลที่หวานฉ่ำ เพื่อเป็นข่าวดีของทุกคน... ความเชื่อของเราต้องมีความรักเป็นอาภรณ์ เชื่ออย่างเดียวย่อมไม่มีความมั่นคงแน่ๆ เพราะเราจะหลงไปกับเหตุผลผิดๆ ต่างมากมาย แต่ในความรัก ความเชื่อนั้นชัดเจน และไม่ต้องการการอธิบายใดๆ เพราะการมีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเจ้านั้น เสริมสร้างความรัก ให้เป็นอาภรณ์ของความเชื่อ เพื่อนำเราไปพบองค์พระผู้เป็นเจ้า

พี่น้องที่รักครับ ขอให้ความเชื่อของเราทุกคน เป็นความเชื่อที่แสวงหาประสบการณ์ส่วนตัวของเรากับพระเจ้า เป็นความเชื่อที่นำให้เรามีความรักเป็นอาภรณ์ เพื่อวิ่งเข้าไปหาองค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อนำประสบการณ์ส่วนตัวของเรากับพระองค์ มาบันทึกเป็นพระวรสารฉบับที่ห้า คือพระวรสารของฉันครับ คือข่าวดีของชีวิตของฉันที่พร้อมจะแบ่งปันกับทุกคน... ให้เราเขียน และบันทึกกันนะครับ พระวรสารที่น่าอ่านมากที่สุด อาจจะไม่ใช่พระวรสารของมัทธิว มาระโก ลูกา หรือยอห์น เท่านั้น แต่พระวรสารที่น่าอ่านไม่น้อยกว่ากัน และเป็นข่าวดีแก่โลกไม่น้อยกว่ากันคือ พระวรสารที่ฉันบันทึกประสบการณ์ส่วนตัวของฉันกับพระเจ้า... ผมชอบหนังสือ “บันทึกพระเมตตาในวิญญาณฉัน” ของนักบุญโฟสตินามาก แต่เพื่อเป็นข่าวดีสำหรับโลกวันนี้ ประจักษ์พยานที่ดีที่สุด คือ “บันทึกพระเมตตาของพระเจ้าในวิญญาณฉัน” และ “พระวรสารของฉัน” ที่ฉันบันทึกประสบการณ์รักส่วนตัวของฉันกับพระเจ้า เป็นหนังสือแห่งชีวิตที่เปิดให้ทุกคนได้อ่านด้วยประจักษ์พยานของความเชื่อที่มีความรักเป็นอาภรณ์ และความเชื่อนั้นงดงามเหลือเกิน

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงสวมทับความเชื่อของลูก ด้วยความรักของพระองค์ ขอประสบการณ์รักที่ลูกมีกับพระองค์ บันทึกเป็นข่าวดีไว้ในดวงใจของลูก เพื่อเจริญชีวิตเป็นข่าวดีใหม่สำหรับโลกวันนี้

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 27 ธันวาคม 18 ฉลองนักบุญยอห์น อัครสาวก และผู้นิพนธ์พระวรสาร
บทอ่าน 1ยน 1:1-4 / ยน 20:1ก,2-8
นักบุญยอห์นเป็นอัครสาวกหนึ่งในสิบสององค์ของพระเยซูเจ้า ท่านพร้อมกับพี่ชายและนักบุญเปโตร รวมเป็นกลุ่มเดียวกัน ภายใต้จำนวนอัครสาวกทั้งสิบสององค์ ท่านเป็นผู้แต่งจดหมายทั้งสามฉบับ และพระวรสาร พระวรสารทุกฉบับได้ถูกเขียนขึ้น เพื่อเป็นประจักษ์พยานของความเชื่อ ของบรรดาผู้มีความเชื่อคนอื่นๆ ท่านได้เขียนพระวรสารตอนปลายศตวรรษที่หนึ่ง เป็นผู้นิพนธ์พระวรสารองค์สุดท้าย แม้จะมีผู้ชำนาญพระคัมภีร์พยายามจะสรุปว่า การรวบรวมข้อเขียนของท่านได้มีขึ้น หลังความตายของท่านก็ตาม ท่านได้เขียนพระวรสาร โดยมีมุมมองจากการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า เช่นเดียวกับผู้นิพนธ์พระวรสารอื่นๆ เมื่อมารีอา มักดาลาได้พบคูหาที่ฝังพระศพพระเยซูเจ้าว่างเปล่า นางได้วิ่งไปบอกเปโตรและยอห์น (สานุศิษย์ที่พระเยซูเจ้าทรงรัก” (ยน 20:2) สานุศิษย์ทั้งสององค์ได้วิ่งไปยังพระคูหาที่ฝังพระศพ เพื่อดูด้วยตาตัวเอง เปโตรยังไม่เชื่อทันที แต่ยอห์น “ได้เห็น และได้เชื่อ” เช่นเดียวกับพระเยซูเจ้าได้ทรงบังเกิดจากครรภ์ของพระแม่มารีอา พระเยซูเจ้าได้ทรงบังเกิดอีกครั้งหนึ่ง ในที่ฝังพระศพที่พระองค์ได้ทรงถูกฝังไว้…ใครเป็นผู้สอนความเชื่อคาทอลิก ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรดาอัครสาวก ที่ต่อเนื่องมาในสมัยเรา เพื่อจะได้ถ่ายทอดความเชื่อนั้นต่อไป ตามที่เราได้รับมา เช่นเดียวกับที่บรรดาอัครสาวกได้เคยกระทำในสมัยของพวกท่าน...ข้าแต่ท่านนักบุญยอห์น โปรดช่วยให้ข้าพเจ้าเชื่อว่า พระเยซูเจ้ามีชีวิตอยู่ในชีวิตของข้าพเจ้า
ยอห์น อัครสาวก เป็นบุตรของเศเบดีและนางซาโลเม ท่านเป็นชาวประมงเหมือนกับนักบุญยากอบองค์ใหญ่พี่ชายของท่าน ท่านทั้งสองได้รับสมญานามว่า “บุตรแห่งฟ้าร้อง” เพราะพวกท่านไม่มีความเกรงกลัวสิ่งใดๆในการประกาศพระวรสาร ยอห์นได้รับการเรียก เมื่อพระเยซูเจ้าได้ทรงทำพันธกิจของพระองค์ในปีแรก และได้เดินทางไปในที่ต่างๆพร้อมกับพระองค์ และมีสนิทกับพระองค์ จนได้นามว่า “ศิษย์ที่พระงค์ทรงรัก” ท่านเป็นสานุศิษยเพียงองค์เดียวในจำนวนสิบสองคน ที่ไม่ได้ทิ้งพระองค์ไป ในเวลาที่พระองค์ต้องรับทนทรมาน โดยได้ยืนอยู่ ณ แทบเชิงกางเขน พร้อมกับพระแม่มารีอา และมารีอา มักดาลา. (ยน 19:27)

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view