สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 2018 ฉลองนักบุญทารกผู้วิมล

วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 2018 ฉลองนักบุญทารกผู้วิมล

🌹ในโลกที่มืดมิด...จงส่องสว่าง
ในความอ้างว้าง...จงสำแดงมิตรภาพ
ในโลกที่ขาดความรัก...จงสำแดงความรัก
ในโลกที่ขาดความจริงใจ... จงสำแดงความจริงใจ
ในโลกที่ทุกข์โศกเศร้า... จงสำแดงความหวัง....

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 2018
ฉลองนักบุญทารกผู้วิมล
https://youtu.be/JU7uCmBvifc

🌷ความรักมั่นคง
http://youtu.be/lFrEshgvmOo

🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈

วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 2018
ฉลองนักบุญทารกผู้วิมล
อ่าน :
1 ยน 1:5-2:2
มธ 2:13-18

ความรักที่บริสุทธิ์ของโยเซฟ ต่อครอบครัว
ทำให้ท่านไม่ลังเลที่จะ ปฎิบัติตามคำของฑูตสวรรค์ 
เผชิญกับความจริง แม้ต้องฝ่าฟันกับหนทางที่ยากลำบาก

จดหมายนักบุญยอห์น ย้ำเตือน พระเจ้าทรงเป็นแสงสว่าง
ไม่มีมลทิน ความมืดใด ๆ อยู่ในพระองค์
ผู้ที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตในความสว่าง 
จงอยู่ข้างความจริง

พระวรสารของนักบุญมัทธิวบันทึก 
ความบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา ของหลาย ๆ ชีวิต
ต้องถูกทำลาย เพราะความโลภ อารมณ์โกรธ
ปฎิเสธที่จะยอมรับความจริง ของคนเพียงคนเดียว

หมายเหตุ..
เมื่อ “ความจริง” ไม่ใช่ สิ่งที่ฝัน
ก็จงเรียนรู้ ที่จะอยู่กับมัน 
ด้วยความเข้าใจ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 2018

ฉลองนักบุญทารกผู้วิมล

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เราเรียกบุตรของเรามาจากประเทศอียิปต์...” (มธ 2:13-18) 

พระเจ้าทรงเรียกมนุษย์

จากความมืดมาสู่ความสว่างรุ่งโรจน์ของพระองค์

แต่เพราะกระแสความมืดของโลก

ที่ไม่ต้องการแสงสว่างของพระเจ้า

มนุษย์ได้พยายามทำลายแสงสว่างของพระเจ้า

กลัวว่า ตนจะสูญค่า

เมื่อพระเจ้าเข้ามามีบทบาท

วิญญาณข้าเอ๋ย...

ค่าของเจ้าอยู่ที่ไหน

ค่าของเจ้าไม่ได้อยู่ที่พระเจ้าทรงรักเจ้ามาก

เจ้าจึงมีค่ามากกว่าสิ่งใดๆ ดอกหรือ...

________________

วันนี้ พระศาสนจักรให้เราทำฉลองนักบุญมรณสักขีน้อยๆ จำนวนมาก ที่ต้องสละชีวิตเพื่อพระคริสตเจ้า เมื่อความมืดได้เข้าครอบงำจิตใจของมนุษย์... เมื่อเฮโรดได้ยินเรื่องราวของกษัตริย์พระองค์ใหม่ที่ได้ประสูติมา ทำให้จิตใจของพระองค์วุ่นวาย เพราะเกรงว่าจะสูญเสียอำนาจ และความเป็นใหญ่ท่ามกลางโลกนี้ไป จนได้ฆ่าทารกจำนวนมากที่อายุต่ำกว่าสองขวบลงมา หวังจะลายให้สิ้นซาก ซึ่งกุมารน้อย กษัตริย์ที่ได้ประสูติมา แต่ทว่า พระเจ้าได้ทรงเรียกบุตรของพระองค์ออกจากประเทศอียิปต์

เฮโรด คือเครื่องหมายถึงโลกที่หลงทางไป ในขณะที่พระเจ้าทรงมีหนทางของพระองค์ที่จะทรงเปิดเผยให้แก่โลก เพื่อให้โลกพบความรอดพ้นด้วยแสงสว่างของพระองค์ แต่เพราะความมืดของโลก ที่ทำให้มนุษย์ตาบอด และไม่ต้องการต้อนรับหนทางแห่งความสว่าง เพราะหนทางแห่งความสว่างนั้น เรียกร้องการกลับใจ คือการเปลี่ยนแปลงตนเอง แต่เพราะมนุษย์ไม่ต้องการการกลับใจ เขาจึงกลับเป็นผู้ที่พยายามผลักไส้องค์ความสว่างและทำลายหนทางนั้นเสีย... คนของโลก จึงเดินกันคนละทางกับคนของพระเจ้าเสมอ 

สถานการณ์ในเวลานั้น เมื่อพระกุมารเจ้าประสูติมา และกษัตริย์ของโลกกำลังเผชิญหน้ากับกษัตริย์แห่งสวรรค์... เหมือนสถานการณ์ในละครของโลกวันนี้ไม่ผิดเลย ละครที่หลายคนบอกเรียกว่า “น้ำเน่า” ผมเคยมีโอกาสดูบ้างเหมือนกัน แต่หลายครั้งเมื่อละครจบลง บทอิจฉาริษยาที่ทำให้เรามีอารมณ์คล้อยตามไปได้ไม่น้อย ก็ยังทิ้งความรู้สึกหลายๆ อย่างไว้ในจิตใจเรา... ผมเอง กลับมีอีกความรู้สึกหนึ่ง ต่อสิ่งที่เราเรียกว่า “ละครน้ำเน่า” นี่แหละ หากมองละครเหล่านั้นดีๆ ผมว่าไม่เน่าสักเท่าไรหรอก เพราะนั่นคือการสร้างของนักประพันธ์ แต่สิ่งที่น่าจะเน่ามากกว่าละคร เห็นจะเป็นหัวใจของเรามนุษย์หรือเปล่า มนุษย์ที่เป็นผู้สร้างละคนนี่แหละ คิดบทกันได้อย่างไร เฉียบคมขนาดนั้น และนี่หรือ ที่เราเรียกกันว่า “ละครน้ำเน่า” หากเป็นเช่นนั้นแล้ว จิตใจมนุษย์คงเน่ามากกว่าหรือเปล่า เมื่อมีแต่แผนการแยบยล ไม่ต่างกับเฮโรดที่พยายามจะทำทุกอย่าง เพื่อปกป้องอำนาจและความเป็นใหญ่ของตนไว้ โดยไม่สนใจต่อความรู้สึกของใครผู้ใดที่กำลังประสบกับความสูญเสีย แต่ขอเพียงให้ฉันต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้นพอ

พี่น้องที่รัก ผมไม่ค่อยได้ดูโทรทัศน์มาสักสิบปีแล้ว เปิดโทรทัศน์ไม่เป็นแล้วล่ะ ปิดเป็นอย่างเดียวครับ คือผมดูโทรทัศน์บ้าง ในสิ่งที่เขาเปิดให้ดูครับ และหลายครั้ง ก็ได้ดูละครไทยๆ ของเราบ้างเหมือนกัน ละครไทยที่ต้องมีพระเอก นางเอก และต้องมีฝ่ายที่เราเรียกว่า “ตัวอิจฉา” และสิ่งนี้ล่ะครับ ที่คือสีสันของละคร สิ่งนี้ละ สนุกครับ มันครับ และหลายครั้งเราก็ร่วมกับตัวละครในอารมณ์และความรู้สึกของเราด้วย คือ In มากเลยใช่ไหม... พี่น้องที่รักครับ ผมไม่ได้เสียดายความรู้สึกที่คล้อยตามเรื่องราวในละครนะครับ เพราะผมรู้ว่านั่นคือละคร หากผู้ชมคล้อยตามไปได้มากเพียงใด แสดงว่านักแสดงเล่นได้ดีมากเพียงนั้นด้วย... แต่สิ่งที่ผมรู้สึกเป็นห่วงกังวลก็คือ... บทที่เขียนขึ้นต่างหาก ที่สะท้อนภาพความคิดที่แยบยลคมคายอะไรมากมายขนาดนั้น นั่นเป็นเพียงละครเท่านั้นหรือ หากแต่ในชีวิตจริงของเรามนุษย์นั้น หลายครั้งมันก็แสบกว่าบทละครเสียอีก... โห้ หากเราจะเรียกละครเหล่านั้นว่า “ละครน้ำเน่า” แล้วละก็ ชีวิตของมนุษย์ที่อาการหนักกว่าบทละครละครับ อะไรกันที่เน่าครับ ไม่ใช่จิตวิญญาณของเราหรอกหรือ... 

พอแล้วครับ พอกันทีได้ไหม กับละครชีวิตที่มีแต่บทอิจฉา ตบตีกัน แก่งแย่งกันสุดๆ และเรารู้สึกมันสุดๆ จริงๆ กับการทำทุกอย่าง เพื่อได้มาซึ่งสิ่งที่ฉันต้องการ และฉันจะต้องยิ่งได้มากขึ้น โดยไม่สนใจว่าใครจะเป็นเช่นใด ใครจะคิดอย่างไร แต่ฉันต้องได้สิ่งที่ฉันต้องการ และมันก็เป็นที่มาของความแตกแยก พี่กับน้องก็อยู่กันไม่ได้ ทุกอย่างที่เป็นสิ่งดีๆ ความสัมพันธ์ดีๆ ต้องมาจบลงกกับละครชีวิตน้ำเน่าเช่นนี้หรือ... 

โอ้ เฮโรดผู้น่าสงสาร พระกุมารจะไม่ได้มายุ่งอะไรกับอาณาจักรของพระองค์เลย แต่พระกุมารทรงเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรใจต่างหาก โอ้ เฮโรดผู้น่าสงสาร ท่านเป็นอะไรไปแล้ว.. โอ้มนุษย์ผู้น่าสงสาร เจ้าเป็นอะไรไปแล้วหรือ...

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเสด็จมาเพื่อนำลูกไปในหนทางแห่งความสว่าง ขออย่าให้หัวใจของลูกยึดติดอยู่กับสิ่งของของโลก แต่ขอให้ลูกเปิดหัวใจ เพื่อรับหนทางใหม่ที่พระองค์ทรงนำลูกไปสู่ความสว่างด้วยเถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 18 ฉลองนักบุญทารกผู้วิมล
บทอ่าน 1ยน 1:5-2:2 / มธ 2:13-18
ใครสามารถจะอธิบายความทุกข์ เป็นต้นความทุกข์ของเด็กๆที่บริสุทธิ์ได้ ? เฮโรดได้สั่งให้ประหารชีวิตบรรดาเด็กๆ ซึ่งได้สละชีวิต เพื่อคนอื่นและความจริงที่พวกเขาไม่รู้จัก ช่างเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์และ อยุติธรรม เป็นสิ่งที่น่าสะดุดสำหรับบรรดาบุคคลที่ไม่ยอมรับการไถ่กู้ของพระเป็นเจ้า ทำไม่พระเป็นเจ้าจึงไม่ปกป้องการประหารหมู่ในครั้งนี้? ความทุกข์ทรมานเป็นรหัสธรรมอย่างหนึ่ง ดูเหมือนว่าไม่มีคำอธิบายใดๆ ที่จะทำให้เรามนุษย์เข้าใจได้
บรรดาเด็กๆทารกผู้วิมลเหล่านี้ ซึ่งได้ตายเพื่อพระคริสตเจ้า เป็นมรณสักขีกลุ่มแรก ซึ่งได้สละเลือดเพื่อพระเยซูคริสตเจ้า ความทุกข์ทรมาน การเบียดเบียน และการเป็นมรณสักขี คือ ชะตาชีวิตของบรรดาบุคคลซึ่งได้รับเลือกให้ติดตามพระเยซูเจ้า ไม่มีมงกุฎโดยปราศจากไม้กางเขน และโดยอาศัยมหาทรมานของพระเยซูเจ้า การถูกสบประมาท และความตายบนไม้กางเขน ที่ทำให้เราได้รับการไถ่กู้ ความตายของพระองค์ได้นำชัยชนะมาให้เรามีชีวิต เป็นชีวิตนิรันดรสำหรับเรา และเลือดที่ได้หลั่งเพื่อเรา ได้นำการให้อภัยและการคืนดีกับพระบิดาเจ้ามาให้แก่เรา
ความทุกข์ทรมานมีรูปแบบมากมาย การเจ็บไข้ได้ป่วย โรคร้ายต่างๆ ความพิการ ความเจ็บปวดทางกาย ความวิตกกังวล การถูกทำร้าย การถูกละเมิด ความยากจน และความอยุติธรรม นักบุญเปาโล อัครสาวกได้เคยกล่าวว่า “เรารู้ว่าในทุกสิ่ง พระเป็นเจ้าทรงกระทำเพื่อความดี ของบรรดาผู้ที่รักพระองค์ ผู้ที่รับการเรียกมา เพื่อตอบสนองพระประสงค์ของพระองค์” (รม 8:28) พระเยซูเจ้าได้ประกาศว่า “บรรดาผู้ที่ถูกข่มเหงและถูกเบียดเบียนเพื่อความยุติธรรรม เป็นผู้ที่มีบุญ” (มธ 5:10-12)
มีคนมากมายที่ทนทุกข์ทรมาน จนยากที่จะบรรยายได้ พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ พวกเขาไม่ได้เป็นคนนำความทุกข์ทรมานมาให้ตัวเอง พวกเขาเป็นเหยื่อของบาปของคนอื่น และมันเป็นสิ่งที่ยากที่จะมองดู มันยังเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องเข้าใจว่า บุคคลเหล่านี้มีตัวตน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view