สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญโทมัส เบ็กเก็ต

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญโทมัส เบ็กเก็ต

⛱ชีวิตของคุณคือ
ของขวัญจากพระเจ้า
ดังนั้นจงใช้ชีวิตเป็นของขวัญ
ที่คุณมอบให้พระองค์

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญโทมัส เบ็กเก็ต พระสังฆราชและมรณสักขี
https://www.youtube.com/watch?v=Hd1WoZ0TnzE&t=18s

🍒Mary, did you know?
http://youtu.be/mN70R-3ao0U

🎏🎏🎏🎏🎏🎏🎏🎏🎏

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญโทมัส เบ็กเก็ต
อ่าน 1ยน 2:3-11
ลก 2:22-35

ความรักต่อพระเจ้า ของโยเซฟ และพระนางมารีย์
แสดงออกในการซื่อสัตย์ ต่อธรรมบัญญัติ
ด้วยการมอบคืน สิ่งที่ดีที่สุด ให้กับพระเจ้า
และพระองค์ทรงสานต่อ ด้วยการก่อให้เกิด
ประโยชน์ กับคนจำนวนมาก

เมื่อเราปฎิบัติตามกฎ บทบัญญัติ ก็พูดได้ว่า
เรารู้จักพระเจ้า หากเอาแต่พูด แต่ไม่ทำ
ก็นำไปสู่คำ โกหก ส่วนใครที่ปฎิบัติ
ตามพระวาจาของพระเจ้า นักบุญยอห์นย้ำว่า
ความรักในพระเจ้าของผู้นั้น ย่อมสมบูรณ์

การรู้จัก และรักพระเจ้า
ทำให้ท่านนักบุญ โทมัส เบ็กเก็ต
ปฎิบัติตนอย่างศักดิ์สิทธิ์
ดำเนินชีวิตด้วยจิตใจที่เด็ดเดี่ยว
ในการซื่อสัตย์ต่อเสียงมโนธรรม
ที่นำไปสู่ความถูกต้อง

หมายเหตุ..
สัจธรรม...คำว่า คน
บางคน เอาแต่พูด แต่ไม่ทำ
บางคน ได้แต่ทำ แต่ไม่ได้พูด
ความพอดีอยู่ที่ไหน..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2018
วันที่ห้า ในอัฐมวารพระคริสตสมภพ

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ข้าแต่พระเจ้า บัดนี้ พระองค์ทรงปล่อยผู้รับใช้ของพระองค์ไปเป็นสุข ตามพระดำรัสของพระองค์...” (ลก 2:22-35)

ซีเมโอนได้พบพระเจ้า
คนที่ได้พบพระเจ้า
เขารู้สึกว่า “พอแล้ว”
เขามีกำลังใจ เขามีความสุขที่สุด
จะอยู่ จะตาย เขามีความสุขจริงๆ

ฉันได้พบพระเจ้าในประสบการณ์ชีวิตของฉันบ้างแล้วหรือยัง
และฉันยังต้องการอะไรอีกหรือ
นั่นคือความสุขที่เพียงพอแล้วมิใช่หรือ
มันคือความสุขพอที่จะทำให้ฉันยิ้มได้ แม้ในเวลาที่เศร้าที่สุด
เพราะ แค่มีพระองค์อยู่เคียงข้างก็พอแล้ว...

________________

บุคคลที่ได้พบพระเจ้า เขามอบคุณค่าทั้งหมดไว้ที่พระองค์ และเขาไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ไม่มีอะไรที่เขาจะแสวงหาอีกเมื่อได้พบพระองค์ เมื่อสายตาของเขาได้ประสบกับพระองค์แล้ว สิ่งใดเล่าจะมีค่ามากกว่าการได้มีพระองค์ไว้ในครอบครอง...

บทเพลงของซิเมโอนที่พวกเราสวดในการทำวัตรค่ำทุกคืน ... ข้าแต่พระเจ้า บัดนี้พระองค์จะให้ข้าพเจ้ามรณะ หลุดพ้นพันธะ ก็แล้วแต่จะกรุณา เพราะตาข้าพเจ้าได้เห็นแล้ว ซึ่งความรอดพ้นที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้ประชากรของพระองค์... พูดง่ายคือ “ข้าพเจ้าตายได้แล้ว” คือไม่เสียชาติเกิดแล้ว ที่ในชีวิตนี้ ข้าพเจ้าได้เห็นพระองค์ ได้มีประสบการณ์กับพระองค์... คงไม่ได้หมายความว่าขอให้ฉันตายๆ ไป แต่นั่นคือคุณค่าของชีวิตที่จะต้องเกิดผล เพราะจากนี้ไป ฉันคงไม่มีอะไรให้ต้องกลัวอีกแล้ว หากจะมีอะไรให้ต้องกลัว ฉันคงกลัวแต่สิ่งเดียวคือ ฉันกลัวที่จะสูญเสียพระองค์ไป...

นี่คือความสุขเหลือเกินในชีวิตที่รอคอยและหวังในพระเจ้า เขามีกำลังใจที่สุดที่พระองค์ จากนี้ไป จะเป็นจะตาย คือขีวิตนี้คุ้มแล้ว พอแล้ว เพียงพอแล้วจริง

ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ผมได้มีโอกาสเยี่ยมหมู่คณะที่ลำไทร ผมมีความสุขในการพบพี่น้องในหมู่คณะ แม้จะมีความกังวลบางอย่างบ้าง แต่การได้พบกัน คือกำลังใจของกันและกันครับ พวกเราจะพอเดินไหว ความหวังของเราเกิดพลังใหม่อีก... ค่ำวานนี้ ได้ร่วมมิสซาฉลองภายในของวัดลำไทร วัดที่ผมบวชเป็นพระสงฆ์ มีความสุขที่สุด ที่ได้พบพระสงฆ์รุ่นน้อง รุ่นเพื่อนสองคน มีความสุขที่เห็นเพื่อนอยู่ตรงนี้ ณ จุดนี้ ขณะรับศีล นั่งมองดูสัตบุรุษที่ออกมารับศีล เด็กๆ หลายคนเติบโตขึ้นมาก ผู้ใหญ่ที่หน้าตาสดใส ดูแล้วศรัทธา ผมมีความสุขครับ เช้านี้กลับประจวบฯ มีกำลังใจดีๆ กลับไปครับ แม้จะไม่ได้อยู่ร่วมฉลองจริงวันนี้ เนื่องจากต้องไปแล้ว ต้องไปเตรียมทุกอย่างเพื่อลูกๆ สัตบุรุษของผม

พี่น้องที่รักครับ เอมมานูแอล พระเจ้าสถิตกับเรา พระองค์อยู่ท่ามกลางเรา วันนี้ เราเห็นพระองค์แล้วหรือยัง เราเห็นพระองค์จริงๆ หรือเปล่า พบไหม พระเจ้า องค์ความหวังของเรา พระองค์ผู้ซึ่งคือกำลังใจในการดำเนินชีวิตของเรา เพียงพอไหม ที่จะยิ้มสู้ต่อไป... วันนี้ เราพบพระคริสตเจ้าในชีวิตของกันและกันไหม พระองค์ผู้อยู่ท่ามกลางเรา เป็นผู้ที่ปลอบใจเตือนความเชื่อของเรา เพื่อชีวิตของเราจะหมั่นปลอบใจ เตือนความเชื่อของกันและกันเสมอ และตลอดไป

ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอบคุณพระองค์ ผู้ทรงประทับอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ ให้ลูกได้พบรักและกำลังใจในพระองค์ คือจากชีวิตของกันและกัน เท่านี้ วันนี้ ที่ลูกมีกำลังใจมากมายที่จะเป็นลูกที่ดีของพระองค์ และเป็นเพื่อนพี่น้องที่ดีของทุกคนตลอดไป

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 18 อัฐมวารพระคริสตสมภพ
บทอ่าน 1ยน 2:3-11 / ลก 2:22-35
มีเด็กชายชายยิวคนหนึ่งได้รับพิธีเข้าสุหนัต หลังจากเกิดมาได้แปดวัน พิธีกรรมนี้ถูกเรียกว่า การไถ่กู้บุตรชายหัวปี บิดามารดาจะต้องจ่ายเงินจำนวนห้าเชเกล เพื่อจะไถ่ลูกคืนมา เป็นการยอมรับพระพรพิเศษของพระเมตตาของพระเป็นเจ้าต่อชีวิตมนุษย์ (กดว 18:16) เมื่อมีหญิงใดให้กำเนิดบุตรชาย นางจะเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์เป็นเวลานานสามสิบสามวัน ถ้าเป็นเด็กหญิง นางจะไม่บริสุทธิ์เป็นเวลานานหกสิบหกวัน แม่จะไม่สามารถเข้าไปร่วมพิธีทางศาสนาในพระวิหารได้ (ลนต 12) และหลังพิธีแล้ว นางจะต้องนำลูกแกะตัวหนึ่งมาเผาเป็นเครื่องบูชา หรือนกพิราบสองตัว ถ้านางเป็นคนยากจน (ลนต 12:8) เมื่อนักบุญยอแซฟและพระแม่มารีอามายังพระวิหาร เพื่อทำพิธีรับศีลชำระ พวกท่านได้พบซีเมออน ซึ่งได้สรรเสริญพระเป็นเจ้า ที่อนุญาตให้ท่านได้อุ้มพระกุมาร ซึ่งจะเป็น “แสงสว่างสำหรับนานาชาติ” โดยนำความรอดมาให้ประชากรของพระองค์ (ลก 2:32) ความเชื่อและความศรัทธาของพระแม่มารีอา จะไม่ทำให้พระแม่พ้นจากความทุกข์ทรมานของพระบุตรของพระแม่ เมื่อพระแม่ยืนอยู่ ณ แทบเชิงกางเขน ทำให้พระแม่ระลึกถึงคำทำนายของซีเมออนว่า “ดาบ”จะทิ่มแทงที่หัวใจของพระแม่หรือไม่? พระแม่เปี่ยมด้วยพระหรรษทานและเปี่ยมด้วยความโศกเศร้า แต่พระแม่ไม่เคยเสียความเชื่อในพระเป็นเจ้า หรือพระบุตรของพระแม่แต่อย่างใด
ในวันนี้ พระศาสนจักรระลึกถึงนักบุญโทมัส แบ็กเก็ต พระสังฆราชและมรณสักขี ท่านได้ถูกนำมายังแคนเตอร์แบรี่ เพื่อรับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษ ในสมัยพระเจ้าเฮนรีที่ 2 และได้อยู่ในตำแหน่งนานแปดปี พระเจ้าเฮนรีเป็นเพื่อนกับโทมัสนานหลายปี และคิดว่าโทมัสจะสนับสนุนพระองค์ ในการยึดอำนาจบางอย่างจากพระศาสนจักร อย่างไรก็ตามโทมัสได้คัดค้านอย่างรุนแรง ในแผนการของพระองค์ และได้พยายามขัดขวางจนถึงที่สุด ในขณะรับประทานอาหารเย็นวันหนึ่ง พระเจ้าเฮนรีได้ตรัสว่า พระองค์ต้องการจะขจัดพระอัครสังฆราช ทหารรักษาพระองค์ได้ยิน จึงได้วิ่งไปที่วัด ขณะที่โทมัสกำลังสวดวัตรเย็น และได้ตัดศีรษะท่าน และท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นนักบุญในปี ค.ศ.1173

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/BphyYzRSVz4

view