สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2018 ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2018 ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

🍄ครอบครัวคือ …
พระศาสนจักรระดับบ้าน
ครอบครัวเป็นธรรมล้ำลึก
ครอบครัวเป็นความศักดิ์สิทธิ์

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2018
ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า
https://www.youtube.com/watch?v=00yVTR3aU_0

☘Day at a Time
https://youtu.be/9qxYPE3xm8Q

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2018
ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า
อ่าน :       
1 ซมอ 1:20-22
1 ยน3:1-2, 21-24  
ลก 2:41-52                                 

การ “คิดไปเอง” โดยปราศจากการสื่อสาร
ทำให้โยเซฟ และพระนางมารีย์พลัดหลงกับพระเยซูเจ้า
แต่ด้วยความเคารพรัก ยำเกรงของพระเยซูเจ้า
ต่อบิดา-มารดา ท่านยังคงพร้อมเชื่อฟัง ทำตามคำสั่งสอน

ความคิดที่ซื่อสัตย์ ต่อคำมั่นสัญญา
ที่ได้ให้ต่อพระเจ้า ทำให้ครอบครัวของฮันนาห์
และเอลคานาห์ พร้อมที่จะปฎิบัติทุกสิ่ง
แม้อาจจะต้องขัดกับน้ำใจของตนเอง

จดหมายนักบุญยอห์นสอนให้คิด..เพื่อจะดำเนินชีวิต
อยู่ในหนทางแห่งพระหรรษทานของพระเจ้า
จงปฎิบัติตามบทบัญญัติ และเลือกทำในสิ่งที่พระเจ้า
ทรงพอพระทัย 

หมายเหตุ..
บางคนต้องทนเจ็บปวด..เพราะคิดไปไกล
และต้องทนเจ็บใจ..เพราะคิดไปเอง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2018

ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“พระเยซูเจ้าเสด็จกลับไปที่เมืองนาซาเร็ธกับบิดามารดาและเชื่อฟังท่านทั้งสอง พระมารดาทรงเก็บเรื่องทั้งหมดเหล่านี้ไว้ในพระทัย ...” (ลก 2:41-52) 

เมื่อพระเจ้าเข้ามามีบบาทในครอบครัว

ก็ใช่ว่าครอบครัวนั้นจะไม่ประสบกับอุปสรรค

เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น แม้ไม่เข้าใจ

แต่การประทับอยู่ของพระองค์

เรียกร้องความวางใจในพระองค์

การเก็บทุกอย่างไว้รำพึงในใจ

คือการไม่ด่วนตัดสินอะไร

แต่เป็นการน้อมรับ ให้ทุกอย่างเป็นไป

ตามพระประสงค์ของพระเจ้า

สุดท้าย พระเจ้ายิ่งใหญ่เสมอ

พระองค์ทรงเรียกลูกของพระองค์

ออกจากความชั่วร้ายของโลก

และกลับคืนสู่ความรักและสันติสุขของพระองค์...

________________

ผมเพิ่งกลับจากวัดพระวิสุทธิวงส์ลำไทร ในการฉลองวัดภายในครับ ผมไม่มีโอกาสอยู่ร่วมในวันฉลองจริง เพราะติดงานสำคัญในการเตรียมวัด เตรียมพิธีกรรม เตรียมกิจกรรม ที่วัดของผมเพื่อมิสซาฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ในวันอาทิตย์นี้... ที่ลำไทร ผมมีโอกาสแวะเยี่ยมพี่น้องสมาชิกในคณะซึ่งคณะมีบ้านศูนย์กลางอยู่ที่นั่นด้วย ช่างเป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุข และรู้สึกถึงการได้รับการเติมเต็มกำลังใจในการกลับมาทำงานต่อ... และสำหรับวัดลำไทรเอง ที่ผมคิดว่า ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่บ้านศูนย์กลางของคณะก็อยู่ในพื้นที่อภิบาลของวัดนี้ด้วย คุณพ่อเจ้าวัดทุกองค์ ดูแลและเอาใจใส่พวกเราฟรันซิสกันที่นั่นเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และในส่วนลึกของผมแล้ว วัดนี้ เป็นวัดที่ผมบวชเป็นพระสงฆ์ เป็นวัดที่ผมถวายมิสซาแรกของชีวิตสงฆ์ เป็นวัดที่ผมสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของความเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ เมื่อวานนี้ ผมกลับไป ณ จุดที่ผมนอนราบลงกับพื้นในพิธีบวชเป็นพระสงฆ์ จุดที่ผมปฏิญาณตนตลอดชีพด้วย จุดที่ผมกลายเป็นสมาชิกในทุกๆ ครอบครัวคริสตชน ที่ผมไม่ได้เป็นของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งอีก... ชื่อวัดนี้ “วัดพระวิสุทธิวงส์” รวมทั้งประสบการณ์การฝึกงานอภิบาลกับคุณพ่อเจ้าวัดที่นี่ กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผมในการเป็นพ่อเจ้าวัดมือใหม่ พ่อเจ้าวัดน้อยๆ พ่อเจ้าวัดที่ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย นอกจากสำนึกของบิดาในครอบครัว ที่ผมสัมผัสได้ทุกครั้งในการร่วมงานอภิบาลที่นี่ ในการร่วมทานอาหารกับคณะสงฆ์ที่นี่ ที่ผมรู้สึกถึงความเป็นครอบครัวจริงๆ คุณพ่อเจ้าวัดที่เป็นดังบิดา คุณพ่อปลัดที่เป็นดังพี่ชาย ที่สอนผมในหลายๆ อย่าง จนผมไม่รู้สึกห่างไกล ผมรู้สึกเหมือนครอบครัวเดียวกันจริงๆ สมชื่อครอบครัวพระวิสุทธิวงส์จริงๆ ครับ นั่นเป็นบรรยากาศชีวิตของผมที่วัดลำไทร ซึ่งเป็นวัดที่คณะมีศูนย์กลางอยู่ที่ลำไทรด้วย วัดแห่งนี้ จึงเป็นวัดที่ผมรักมากไม่แพ้วัดบ้านเกิดเลยทีเดียว เป็นวัดที่ดูแลเอาใจใส่คณะฟรันซิสกันของผมตั้งแต่แรกเริ่มที่เข้ามาในประเทศไทยเลยทีเดียว

และเวลานี้... ใครจะทราบได้ว่า นาม “พระวิสุทธิวงส์” นี้ จะกลายเป็นแรงบันดาลใจและคำตอบในการทำงานอภิบาลในฐานะพ่อเจ้าวัดที่ประจวบฯ เพราะนี่คือประสบการณ์ที่ใหม่ และยากลำยากมากสำหรับผม ที่ไม่เคยเป็นปลัดใครเลย ไม่เคยมีใครเป็นปลัดด้วย แต่เมื่อบวชเป็นพระสงฆ์ ก็ต้องเป็นพ่อเจ้าวัดแทบจะทันที ผมท้อมากครับในเวลานั้น เพราะไม่รู้จะเดินไปทางใด ผมอยู่คนเดียว แม้จะอุ่นใจบ้างที่รู้จักเพื่อนพระสงฆ์พื้นเมืองในสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีทั้งหมด ด้วยความที่ตนเองเคยเป็นเณรของสังฆมณฑลนี้มาก่อน  ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ผมต้องขอบคุณพระเจ้าครับ ที่เตรียมผมมาอย่างดีเพื่อการนี้ แต่ในความเป็น “พ่อเจ้าวัด” คือความเป็นพ่อที่ต้องเรียนรู้เองครับ เรียนรู้จักครอบครัวของตนเอง ฉันใดก็ฉันนั้น การเป็นพ่อเจ้าวัด ก็ต้องเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ของตนเองได้เช่นกัน สิ่งที่อาจจะได้รับแนวคิดจากเพื่อนพระสงฆ์บ้าง นั่นก็เป็นเพียงแนวคิดครับ แต่การเป็นพ่อของลูกๆ ย่อมเป็นหน้าที่ของพ่อ ที่ต้องเรียนรู้เอง เรียนรู้อย่างดีในบริบทของครอบครัวของตนเองเท่านั้น ไม่มีใครยื่นคำแนะนำสำเร็จรูปได้หมดทุกอย่าง

จนผมมาพบคำตอบ และแนวทางการทำงานในฐานะพ่อเจ้าวัด ผมได้คำตอบจากการไตร่ตรองเรื่องครอบครัวศักดิ์สิทธิ์นี่แหละครับ สิ่งนั้น ทำให้ผมผ่านวิกฤตต่างๆ ในการเริ่มงานมาอย่างนิ่งๆ สงบๆ และไม่พูดอะไรเลย แต่ให้เวลาเป็นเครื่องสอนตนเอง เป็นเครื่องทดสอบและพิสูจน์ความเป็นพ่อเจ้าวัดของตนเอง ว่าจะสามารถรักลูกๆ ของตนได้อย่างไร...

และคำตอบที่ผมได้รับ คือผลการไตร่ตรองชีวิตของสมาชิกในครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ที่เราฉลองกันในวันนี้นี่เอง คริสต์มาสที่เป็นคำตอบของเรามนุษย์ เป็นคำตอบของคริสตชน การบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระเยซูเจ้า ในรางหญ้า แบบยากจนที่สุดนั้น คือคำตอบของครอบครัวคริสตชน คือคำตอบของผมในฐานะพ่อเจ้าวัดด้วย...

ด้วยแนวคิดนี้ ที่ผมผนวกคำสามคำเข้าด้วยกันในงานอภิบาล... “พระบิดา” “พ่อบ้าน” และ “พ่อเจ้าวัด” สามคำนี้คือเรื่องเดียวกันจริงๆ ที่ผมสัมผัสได้ และมั่นใจได้ว่า พ่อเจ้าวัดไม่มีวันสอนความรักของพระเจ้าเยี่ยงพระบิดาแก่สัตบุรุษได้เลย หากพ่อเจ้าวัดไม่สามารถเรียนรู้และเข้าใจบทบาทความเป็นพ่อบ้านของครอบครัวคริสตชนได้...

แต่ก่อน เมื่อต้องเทศน์เรื่องชีวิตครอบครัวคริสตชน เมื่อต้องพูดเรื่องนี้ ผมเคยคิดว่า ผมพูดอะไรไม่ได้มาก เพราะสัตบุรุษจะย้อนผมว่า “คุณพ่อไม่เคยมีครอบครัว คุณพ่อจะเข้าใจพวกเราได้อย่างไร” พี่น้องที่รักครับ สามปีที่ประจวบ ด้วยบทบาทของการเป็นพ่อเจ้าวัดมือสมัครเล่นนี้ ผมเข้าใจครับ และผมไม่กลัวแล้วในการเทศน์สอนเรื่องครอบครัวคริสตชนครับ พระเยซูเจ้าไม่กลัวเลยในการสอนชีวิตครอบครัวคริสตชน พระองค์ทรงสอนผมด้วย และผมก็มั่นใจในชีวิตที่ผมอยู่กับสัตบุรุษของผมเยี่ยงบิดาในครอบครัว แม้จะไม่ง่ายนัก แต่ผมก็ฝันฝ่าทุกสิ่งทุกอย่างมาด้วยสำนึกนี้ครับ สำนึกของความเป็นบิดาในครอบครัว ที่เรียนรู้ที่จะเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และนำสมาชิกเดินหน้าไปได้...

ผมเป็นพ่อเจ้าวัดหลังจากคณะสั่งให้ปิดบ้านเณรที่ประจวบฯ ด้วยเหตุผลของสถานที่และบริบทของพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมแก่การให้การอบรม นั่นคือผมขาดลูกมือหมดครับ สัตบุรุษของผมไม่สามารถมีส่วนร่วมมากมายในพิธีกรรม เพราะความอาวุโส และเด็กๆ ในวัดของผมก็มีไม่มาก เพราะเติบโต และไปอยู่ที่อื่นหมด... ผมไม่มีคนช่วยทำความสะอาดวัด ไม่มีคนช่วยจัดดอกไม้ ไม่มีใครช่วยผมเลยที่วัด ไม่มีแม้คนจัดวัด คนร้องเพลง... ทุกๆ มิสซา ผมต้องเป็นคนก่อเพลงในวัดเอง จัดดอกไม้เอง เตรียมทุกอย่างเองหมด มีสัตบุรุษมีส่วนร่วมในพิธีกรรมจริงๆ เท่านั้นด้วยการมาวัดและร่วมขับร้องด้วยการนำของผมเท่านั้นเอง หนักครับ จากวันนั้นจนวันนี้ หนักไม่น้อยครับ แต่วันแรก อาทิตย์แรกที่ผมต้องถวายมิสซาที่วัดแห่งนี้ ผมจำได้ว่า เวลาของความสับสนและความวุ่นวายที่สุดของชีวิตวันนั้น ผมบอกตนเองว่า มันไม่มีประโยชน์ที่จะถามว่า ทำไม ทำไม ทำไม... ทำไมพี่น้องไม่มาช่วยพ่อก่อเพลง ทำไมพี่น้องไม่มาช่วยพ่อล้างห้องน้ำ จัดดอกไม้ ทำความสะอาดวัด... ไม่มีประโยชน์จริงๆ ครับ นอกจากความเข้าใจว่า พ่อบ้านควรทำอย่างไร...

เมื่อข้าวสารขาดไปจากถังในครับ ณ เวลาทานอาหารเย็นร่วมกันในครอบครัว คงไม่มีประโยชน์ที่จะมาถามว่า “แม่ ทำไมอาหารไม่พอ” “พ่อ ไม่ไม่ให้เงินซื้ออาหาร” หรือ “ลูก ทำไมพวกแกใช้จ่ายกันไม่ประหยัดเลย”... เวลานั้น อาหารเย็นคงไม่อร่อยแน่ๆ แต่สิ่งที่พ่อบ้านต้องเรียนรู้ที่จะทำในเวลานั้นคือ “จะทานอาหารเย็นด้วยกันเท่าที่มีนี้ จะทานด้วยกันอย่างไรอย่างมีความสุข” นี่ต่างหากที่เป็นความคิดของพ่อบ้านมิใช่หรือ... แนวคิดนี้บอกผมว่า ไม่ต้องถามอะไรทั้งสิ้นในเวลาวิกฤตินี้ แต่อะไรที่พอจะทำได้ ให้ลูกๆ มีความสุข ผมต้องเรียนรู้ที่จะทำมิใช่หรือ

พี่น้องที่รัก ลูกของพระเจ้า ครอบครัวคริสตชนที่เชื่อศรัทธาในพระเจ้า ใช่ว่าจะไม่ประสบปัญหาใดๆ แม้แต่ครอบครัวของพระเยซูเจ้า แม่พระที่เป็นมารดาของพระเจ้าที่เราจะสมโภชกันอีกสองวันข้างหน้า นักบุญโยเซฟ บิดาที่น่ารักที่สุด ใช่ว่าท่านทั้งสองไม่ประสบปัญหาในชีวิตครอบครัว วันนี้ เองก็มีเรื่องวุ่นวายในครอบครัว เมื่อพระเยซูเจ้าหายไป แต่นี่คืออีกครั้ง ที่ครอบครัวนี้เป็นประจักษ์พยานของความศักดิ์สิทธิ์ในครอบครัวที่มีพระเจ้าประทับอยู่ ... พระวรสารจบอย่างน่ารักจริงๆ ท่ามกลางความไม่เข้าใจ ที่พระเยซูเจ้าเสด็จกลับไปพร้อมกับท่านทั้งสอง และเจริญชีวิตเชื่อฟังท่านทั้งสองอย่างดี เติบขึ้นเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า แม่พระเอง ไม่ได้ด่วนตัดสินอะไรที่เกิดขึ้นในความไม่เข้าใจของพระแม่ แต่เก็บทุกอย่างรำพึงในใจ นักบุญโยเซฟเอง ก็เป็นเสาหลักที่มั่นคงของครอบครัว ไม่ซ้ำเติมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นำครอบครัวไปได้ด้วยหัวใจของบิดาที่แสนดี

พี่น้องที่รักครับ บทเทศน์ของผมส่วนหนึ่งในคืนวันที่ 24 หน้าถ้ำพระกุมารที่สร้างแบบแหวกแนวนิดหน่อยนีนี้ที่วัดของผม มองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ซิครับ แม่พระไม่ได้บ่นอะไรเลย ทำไมหัวหน้าครอบครัวแบบโยเซฟ มีปัญญาเท่านี้หรือในการหาที่เพื่อให้ลูกน้อยประสูติ แม่พระไม่ได้พูดอย่างในละครเลยว่า “เราเลิกกันเถอะ” เปล่าเลย แต่พระแม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น... พระเยซูเจ้าที่ยิ้มในความยากไร้ ยังคงกางแขนต้อนรับทุกคน แม่ได้มีคำตัดพ้อต่อว่าที่ทำให้บิดามารดาต้องเสียใจเลยว่า “มารีย โยเซฟ ท่านทั้งสองมีปัญญาแค่นี้หรือ ในคืนที่ฉันเกิดมา...” มันสะท้อนภาพของลูกที่อาจจะตอกย้อนพ่อแม่ว่า “พ่อ พ่อทำให้หนูเกิดมา พ่อต้องรับผิดชอบ พ่อต้องซื้อ Iphone 10 Max ให้ลูก ถ้าพ่อทำไม่ได้ พ่อทำให้หนูเกิดมาทำไม...” “แม่ แม่ทำให้หนูเกิดมา แล้วแม่ไม่มีปัญญาให้สิ่งที่หนูต้องการ แม่ทำให้หนูเกิดมาทำไม... หนูต้องมีเหมือนเพื่อนๆ ของหนูนะแม่...”...  พี่น้องที่รัก ไม่ใช่ท่าทีของพระเยซูเจ้าในรางหญ้าเลย แต่ท่าทีของพระองค์คือความเข้าใจทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีคำตัดพ้อต่อว่าที่ทำให้แม่พระและนักบุญโยเซฟต้องเสียใจเลย แต่พระองค์เองที่เป็นกำลังใจของท่านทั้งสองในความยากไร้ ขัดสน และไม่เข้าใจอะไรที่เกิดขึ้นเลย และดังนี้เอง ครอบครัวนี้จึงได้ชื่อว่า เป็นครอบครัวศักดิ์สิทธิ์

พี่น้องที่รัก เราจะท้อแท้กันในชีวิตครอบครัวที่ต้องอยู่ร่วมกันอีกไหม พ่อเจ้าวัดอย่างผม มีเหตุผลอะไรที่จะท้อแท้ในชีวิตความเป็นพ่อที่ต้องแสนดีต่อสัตบุรุษอีกไหม มันคงไม่มีเหตุผลอันใดที่จะท้อแท้และท้อถอยอีกแล้ว เมื่อแบบอย่างของพระเจ้าผู้รับสภาพมนุษย์ บังเกิดในครอบครัวที่ยากจนและยากไร้ แต่เป็นครอบครัวที่แสนอบอุ่นที่สุด เป็นครอบครัวที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด... และบัดนี้ ฉันจะต่อว่าตัดพ้ออะไรกับพระเจ้าอีกเล่า ฉันต่อบ่นว่าตัดพ้ออะไรกับสมาชิกในครอบครัวอีกเล่า ไม่คงไม่มีเวลาเพื่อการนั้นอีกแล้ว นอกจาก การเจริญชีวิตไปด้วยกันแบบครอบครัวที่มีพระเจ้าประทับอยู่

ข้าแต่พระเจ้า ลูกของคุณพระองค์ พระบิดาที่แสนดี... พระเยซูเจ้า ลูกขอบคุณพระองค์ พี่ชายที่แสนดี ที่วันนี้ พระองค์สอนให้ลูกเป็นพ่อที่แสนดีของลูกๆ ขอพระองค์ประทับอยู่ในครอบครัวแห่งพระศาสนจักรนี้ตลอดไปเถิด ณ ครอบครัวนี้ ลูกมีความสุขที่สุด ด้วยชีวิตที่ก้าวไปด้วยกัน ลูกขอบคุณพระองค์

ขออภัยที่วันนี้เขียนยาวอีกแล้ว... สุขสันต์วันพระเจ้า สุขสันต์วันฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของเราทุกคนครับ...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)


วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 18 วันฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า
บทอ่าน 1ซมอ 1:20-22,24-28 / 1ยน 3:1-2,21-24 / ลก 2:41-52
ในฐานะเป็นชาวยิวที่ซื่อสัตย์ พระเยซูเจ้าได้เสด็จไปที่พระวิหารกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อฉลองวันปัสกา ที่ระลึกถึงการอพยพของประชากรอิสราเอล จากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์ เมื่องานฉลองสิ้นสุดลง นักบุญยอแซฟและพระแม่มารีอาคิดว่า พระกุมารได้เดินทางกลับไปที่นาซาเรธ พร้อมกับกองคาราวาน และเมื่อท่านทั้งสองไม่ได้พบพระองค์หลังจากเดินทางมาได้หนึ่งวันแล้ว ท่านทั้งสองได้เดินทางกลับไปที่พระวิหารอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตามหาพระองค์ ต่อมาอีกสามวัน ท่านทั้งสองประหลาดใจ ที่พบพระองค์อยู่ในพระวิหาร พร้อมกับบรรดานักปราชญ์ ที่ต่างประหลาดใจในปรีชาญาณของพระองค์ และเมื่อพระแม่มารีอาได้ตำหนิพระองค์ ที่ทำให้ท่านทั้งสองเป็นห่วง พระเยซูเจ้าได้ตอบว่า “พระองค์ต้องทำธุระของพระบิดาของพระองค์”หลังจากนั้น พระเยซูเจ้าได้เสด็จกลับมาที่นาซาเร็ธ ได้เจริญวัย พร้อมกับปรีชาญาณและพระพร...ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ได้เป็นตัวอย่างแก่ครอบครัวของท่านอย่างไรบ้าง? ข้าแต่พระเยซูเจ้า พระแม่มารีอา และนักบุญยอแซฟ โปรดสอนลูกให้เจริญชีวิตในความศักดิ์สิทธิ์และความซื่อสัตย์ได้อย่างไร?
วันนี้เป็นวันฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ และยังเป็นวันฉลองสำหรับแต่ละครอบครัวด้วย เพราะว่าครอบครัวศักดิ์สิทธิ์เป็นองค์อุปถัมภ์ และตัวอย่างสำหรับครอบครัวของคริสตชน การล่มสลายของครอบครัวในปลายศตวรรษที่ผ่านมา และต้นศตวรรษนี้ ทำให้บรรดาพระสันตะปาปา เป็นต้น พระสันตะปาปาเลโอที่ 13 ได้ส่งเสริมวันฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ โดยมีความหวังว่า มันสามารถกระตุ้นให้บรรดาครอบครัวคริสตชน จะได้มีความรักที่ซื่อสัตย์ และยอมอุทิศตัวเลียนแบบครอบครัวแห่งนาซาเร็ธ
ไม่มีครอบครัวใดครบครัน ถ้าเราถกเถียงกันในเรื่องนี้ เราก็จะต่อสู้กันอย่างดุเดือด และอาจทำให้ไม่ยอมพูดกัน แต่ที่สุด ครอบครัวก็คือครอบครัว ที่มีความรักอยู่ที่นั่น เมื่อไม่มีครอบครัวใดครบครัน ทุกครอบครัวต่างมีลักษณะของตัวเอง ที่ประกอบด้วยพลังและความอ่อนแอ ในเวลาเดียวกัน…

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view