สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญซิลเวสเตอร์ที่ 1 พระสันตะปาปา

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญซิลเวสเตอร์ที่ 1 พระสันตะปาปา

🔆ทุกหนทางที่พระเจ้าทรงนำหน้า...
คือทุกหนทางที่ฉันจะเดินด้วยความวางใจ

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญซิลเวสเตอร์ที่ 1 พระสันตะปาปา
https://www.youtube.com/watch?v=YoZrzbdlldw

⭐Shine JESUS Shine
http://youtu.be/tT5n53HNeLc

🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญซิลเวสเตอร์ที่ 1 พระสันตะปาปา
อ่าน :
1 ยน 2:18-21
ยน 1:1-18

คุณค่าแท้ของความสว่าง อยู่ที่ การฉายแสงส่อง
นักบุญยอห์น สอนความจริงที่ว่า เมื่อแสงสว่างสาดส่อง
ไม่มีความมืดใด ปกคลุมความสว่างได้
พระหรรษทาน แสงสว่างแห่งความจริง เรารับได้
ผ่านทางพระเยซูเจ้าเท่านั้น

จดหมายนักบุญยอห์น ตอกย้ำ
ไม่มีความเท็จใด มาจากความจริงได้
ในยุคที่พระศาสนจักรกำลังถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด
จากชีวิตที่ขัดแย้งในเรื่องข้อความเชื่อ แสงสว่างแห่งความเชื่อ

ในชีวิตนักบุญซิลเวสเตอร์ที่ 1 ได้เปล่งประกายผ่านทาง
การทำหน้าที่ปกครอง จัดการให้มีการประชุมสังคายนา
แห่งเมืองนิเชอา เพื่อให้ทุกคนหันหน้าเข้าหาแสงสว่างแห่งความจริง

หมายเหตุ...
หากคิดจะเปลี่ยนสังคมที่มืดมิด...
จงเร่ิมใช้ชีวิตเพื่อฉายส่อง
แสงแห่ง “ความดี”..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2018

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“กลายเป็นบุตรของพระเจ้า...” (ยน 1:1-18) 

ลูกของพระเจ้า

เราจง...

ผ่านอดีตด้วยความกตัญญูรู้คุณ

อยู่ในปัจจุบันด้วยความกระตือรือร้น

ก้าวไปข้างหน้าด้วยความหวังในพระเจ้า

เมื่อพระวาจาของพระเจ้าผู้ทรงเป็นพระเจ้าทรงรับสภาพมนุษย์

เมื่อพระเจ้าทรงประทับอยู่ท่ามกลางเรา

พระองค์ทรงทำให้เรามั่นใจว่า

เราเป็นบุตรของพระเจ้าผู้ซึ่งพระองค์ทรงรัก

เวลาที่ผ่านไป

เวลาแห่งพระเมตตาที่จะมาถึง

คือเวลาที่พระเจ้าทรงเดินพร้อมกับฉันเสมอ

นั่นหาใช่เพราะความดีใดๆ ของฉัน

แต่เพราะพระเมตตาของพระเจ้าต่อฉันเท่านั้นเอง...

________________

เราก้าวผ่านมาถึงวันสุดท้ายของปี เป็นวันเวลาที่เราไม่ได้ก้าวผ่านมาคนเดียว แต่เรามีพระวาจาของพระเจ้า องค์พระวจนาตถ์ผู้รับสภาพมนุษย์ เพื่ออยู่ท่ามกลางเรา เป็นความสว่างของเราบนหนทางที่พระองค์ทรงนำ... คืนนี้ ที่วัดของผม เรามีมิสซาโมทนาคุณพระเจ้าในเวลาค่ำ ผมเองตัดสินใจไม่ไป Count down ที่ไหน นอกจากอยู่กับพระเยซูเจ้า ถ้ำพระกุมารที่ออกมาสอดคล้องกับบรรยากาศของวันนี้ของผม วันสุดท้ายที่ผมจบลงเช้านี้ด้วยการปลงศพ ส่งวิญญาณสัตบุรุษที่ผมอภิบาลท่านหนึ่ง บรรยากาศเหล่านี้ในปีนี้ตลอดปีที่สัตบุรุษที่ผมอภิบาลจากไปหลายคนเหลือเกิน พระวาจาของพระเจ้าจากจดหมายถึงชาวโครินทร์ฉบับที่สอง เรื่องกระโจมที่ถูกเก็บพับบนโลกนี้ และเรายังมีบ้านถาวรนิรันดรในสวรรค์ ที่เป็นบ้านที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้เรา แม้เมื่อคืนนี้ ก็เป็นพระวาจาที่เราใช้อีกครั้งในการภาวนาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับ และนี่คือพระวาจาที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำถ้ำพระกุมารปีนี้ในเต้นท์ หรือกระโจม เพื่อสื่อความหมายว่า นี่คือชีวิต นี่คือช่วงเวลาที่มีค่ายิ่งกว่าที่เราคิด แม้ชีวิตในโลกนี้จะเป็นเวลาสั้นๆ เป็นดังกระโจมที่วันหนึ่งจะถูกเก็บพับ มันก็เป็นกระโจมที่เราอยู่ด้วยความหวังและความวางใจ เมื่อพระองค์พระวจนาตถ์ของพระเจ้า ทรงรับสภาพมนุษย์บังเกิดในกระโจมนี้เช่นเดียวกับเรา คืออยู่ท่ามกลางเรา เราจึงไม่กลัวอะไร เราจึงจะก้าวหน้าต่อไปด้วยความหวัง และบทเรียนของเรา คือประสบการณ์การก้าวเดินมาพร้อมกับพระเจ้าที่เราจะผ่านไปด้วยความกตัญญญูรู้คุณ... ตั้งแต่อยู่ที่ประจวบฯ มาสามปี ผมไม่เคยไป Count down ที่ไหนเลย นอกจากชวนพระเยซูเจ้า Count down ด้วยกัน ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน นี่เป็นโอกาสพิเศษ ที่วัดของผมจะมีมิสซาโมทนาคุณพระเจ้าเวลาค่ำ และเราจะตั้งศีลมหาสนิทจนถึงเที่ยงคืน เรามีสี่ชั่วโมงที่เราจะมีเวลานั่งคุยกับพระเยซูเจ้า พิจารณาถึงหนทางที่ก้าวผ่านมาพร้อมกับพระองค์... ชั่วโมงที่หนึ่ง เป็นชั่วโมงแห่งการสรรเสริญ ชั่วโมงที่สองเป็นชั่วโมงแห่งการขอบพระคุณ ชั่วโมงที่สาม เป็นชั่วโมงแห่งการขอขมาโทษ และชั่วโมงที่สี่ เป็นชั่วโมงแห่งพระพร... เราอาจจะคิดว่า เราจะผ่านปีเก่าไปพร้อมกับพระเยซู แต่เปล่าเลย แท้จริงแล้ว ทุกวันเวลาแห่งชีวิตของเรา พระเจ้าทรงพร้อมที่จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเราเสมอ แต่เป็นเราต่างหากที่ อาจจะไม่ได้สัมผัสถึงพระพรยิ่งใหญ่นี้ของพระองค์ คืนนี้ จึงเป็นคืนพิเศษสำหรับผม และสัตบุรุษของผมด้วย... มีคนถามว่า จะมีใครมาร่วมหรือ... นั่นไม่สำคัญครับ แต่นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีของพ่อของลูก พ่อเจ้าวัดของลูก ที่วันนี้จะอยู่ตรงนี้ เพื่อสรรเสริญพระเจ้า ขอบคุณพระองค์ ขอขมาโทษพระองค์ และขอพระพระองค์แทนลูกๆ ทุกคนครับ นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ของการ Count down ของพ่อเจ้าวัดอย่างผมที่เลือกที่จะก้าวผ่านปีเก่าพร้อมกับพระเยซูเจ้าด้วยความรู้คุณ และมุ่งหน้าสู่ปีใหม่แห่งพระพรและพระเมตตา ไม่ใช่เพราะความดีอะไรของตนเอง แต่เพราะหวังในพระเมตตาของพระเจ้าเท่านั้นเอง... พี่น้องที่รัก จบปีเก่าด้วยสำนึกนี้กันนะครับ และก้าวสู่ปีใหม่ด้วยสำนึกเดียวกัน คือ พระเจ้าทรงเดินพร้อมกับเราเสมอครับ

ผมได้แบ่งปันผลการไตร่ตรองพระวาจาตอนนี้กับพี่น้อง ในเช้าวันที่ 25 ธันวาคมแล้วด้วยบทพระวาจาของพระเจ้าในมิสซากลางวันว่า คริสต์มาสเป็นคำตอบของทุกคำถามของมนุษย์ อาจจะเป็นประโยคเดียวกันที่ผมเลือกนำมาไตร่ตรองอีกครั้ง “กลายเป็นบุตรของพระเจ้า” อันเป็นคำตอบนอกกรอบของผมนิดหน่อย เมื่อ... แรกเริ่มนั้น พระวจนาตถ์ทรงดำรงอยู่แล้ว พระวจนาตถ์ประทับอยู่กับพระเจ้า และพระวจนาตถ์เป็นพระเจ้า” ... ก็แล้วนั้น พระวจนาตถ์มาทำอะไรที่นี่ล่ะ พระองค์ทรงละพระธรรมชาติพระเจ้ามาประทับอยู่ท่ามกลางเราเพื่ออะไร... ประโยคนี้อบอุ่นที่สุดสำหรับ เป็นทุกคำตอบของคำถามของมนุษย์คือ เพราะพระองค์ทรงรักเรา และเพื่อทำให้เรากลายเป็นบุตรของพระเจ้า นี่คือความบรรเทาใจที่สุด เมื่อเรายังเห็นพระองค์ สัมผัสพระองค์ได้ว่า พระองค์ทรงอยู่ท่ามกลางเรา นาทีนี้ จึงไม่ใช่นาทีที่เราจะร้องไห้เสียใจตลอดเวลา แต่เป็นนาทีแห่งความหวังในพระเมตตาของพระเจ้า พระเมตตาในอดีต พระเมตตาในปัจจุบัน และพระเมตตาในอนาคต ที่เราเชื่อวางใน และจะสรรเสริญพระองค์ด้วยชีวิตที่เป็นบทเพลงใหม่ถวายแด่พระองค์

ประโยคที่ผมชอบที่สุด คือสิ่งที่พระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่สอง นักบุญผู้น่ารักของเราได้ตรัสไว้ และอยากแบ่งปันกับพี่น้องเป็นบทสรุปของการไตร่ตรองพระวาจาวันนี้คือ...

ผ่านอดีตด้วยความกตัญญูรู้คุณ : คือเวลาที่พระเจ้าทรงประทับอยู่กับเรา ไม่ว่าเราจะก้าวผ่านมาอย่างไร ดีหรือไม่ดีอย่างไร พระเจ้าทรงประทับอยู่ นี่คือกำลังใจที่ดีที่สุดเมื่อมองย้อนกลับไป ทำให้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ไม่ว่าเราจะมองมันอย่างไร กลับกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับผู้ที่รักพระองค์

อยู่ในปัจจุบันด้วยความกระตือรือร้น : คือดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ด้วยความพร้อมที่จะแก้ไขสิ่งที่ผ่านมา ทำทันที อย่ามัวเสียใจกับความผิดพลาดที่ผ่านไปนานๆ เพราะอาจจะล่าช้าโดยไม่จำเป็นในการแก้ไขความผิดพลาดนั้น แต่อะไรที่พอจะทำได้ ทำเถอะ ทำสิ่งดีๆ ที่พอจะทำได้ ดีกว่านั่งเสียใจอยู่ตลอดเวลา

ก้าวไปข้างหน้าด้วยความหวังในพระเจ้า : คือความวางใจในพระเมตตาของพระองค์ เพราะทุนที่เรามีวันนี้ คือเรายังมีชีวิต ที่เราต้องขอบคุณพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นความหวังของเรา ในการประทับอยู่ของพระองค์ เพียงมีพระองค์อยู่ในชีวิตด้วยความวางใจ เราจะมีสิ่งที่ดีกว่าแน่นอน นี่คือกำลังใจของเราในการก้าวข้ามปีเก่าสู่ใหม่แห่งพระพร

สุขสันต์วันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ครับ เวลาที่ผ่านไปคือเวลาแห่งพระพร และพระพรนี้ยังหลั่งไหลลงมาสู่ลูกของพระองค์เสมอไป ไม่ว่าจะปีใหม่ หรือนิรันดรภาพ นั่นคือพระพรของลูกของพระเจ้า ที่เรารักและวางใจในพระองค์เสมอ

ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอบคุณพระองค์ พระเจ้าผู้สถิตกับพวกลูก และเดินพร้อมกับพวกลูกเสมอ พระองค์ผู้ทรงพระนามว่า เอมมานูแอล

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 18 อัฐมวารพระคริสตสมภพ
บทอ่าน 1ยน 2:18-21 / ยน 1:1-18
ทำไมนักบุญยอห์น อัครสาวกจึงได้เริ่มพระวรสารของท่าน ด้วยการบรรยายถึงพระวาจนาตถ์ และการสร้างจักรวาล และมนุษยชาติ? การเริ่มต้นพระวรสารของนักบุญยอห์น จึงเชื่อมโยงกับหนังสือปฐมกาล(ยน 1:1-3 และ ปฐก 1:1-3) การอ่าน”พระวาจาของพระ” เป็นการแสดงออกที่ชาวยิวทั่วไปกระทำ พระวาจาของพระเป็นเจ้าในหนังสือพระธรรมเก่า เป็นสิ่งที่มีพลัง “ด้วยพระวาจาของพระเป็นเจ้า สวรรค์ได้ถูกสร้างขึ้นมา” (สดด 33:6) “พระองค์ได้ส่งคำสั่งของพระองค์มายังโลกนี้ พระวาจาของพระองค์ได้วิ่งอย่างรวดเร็ว “(สดด 147:15) พระเป็นเจ้าได้ตรัสว่า “พระวาจาของเราเปรียบเหมือนไฟ และคล้ายกับค้อนที่ทำให้ก้อนหินแตกกระจายเป็นชิ้นๆ ใช่หรือไม่?”
ยอห์นได้บรรยายถึงพระเยซูเจ้า ว่าพระองค์เป็นผู้ให้ชีวิตและความสว่าง ที่เสด็จมาในโลกในฐานะเป็นมนุษย์ “พระเป็นเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จนถึงกับให้พระบุตรแต่องค์เดียวของพระองค์ เพื่อว่า ใครที่เชื่อในพระองค์จะไม่พินาศไป แต่จะมีชีวิตนิรันดร” (ยน 3:16) พระเยซูเจ้า คือ ปรีชาญาณและอำนาจของพระเป็นเจ้า ที่ได้สร้างโลกนี้ขึ้นมา และบำรุงรักษามันไว้ และพระองค์ได้รับธรรมชาติของมนุษย์ เพื่อที่จะทำให้การไถ่กู้มนุษย์สำเร็จไป พระเยซูเจ้าได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์แท้ และเป็นพระเป็นเจ้าแท้ พระเยซูคริสตเจ้าเป็นพระบุตรของพระเป็นเจ้า ได้รับสภาพของมนุษย์ และกลายเป็นพี่น้องของเรา นับตั้งแต่สมัยของบรรดาอัครสาวก ความเชื่อคริสตชนได้กล่าวถึงการอวตารของพระบุตรของพระเป็นเจ้า “ซึ่งได้ทรงรับเอาเนื้อหนัง” (1ยน 4:2)
ขอให้วันที่ 31 ธันวาคม เป็นวันสุดท้ายของความโศกเศร้า และให้วันที่ 1 มกราคม เป็นจุดเริ่มต้นของความสุข สวัสดีปีใหม่...ขอให้ปี 2019 สดชื่นเหมือนกับน้ำค้างตอนเช้า มีชีวิตชีวาเหมือนสีสันบนปีกผีเสื้อและสงบสุขเหมือนนางฟ้าจากสวรรค์... ขอให้ปีใหม่พาความสุขใหม่ ๆ, เป้าหมายใหม่ ๆ, ความสำเร็จครั้งใหม่, และแรงบันดาลใจใหม่ ๆ มาสู่ชีวิต ขอให้เป็นปีที่เต็มไปด้วยความสุข

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view