สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 2 มกราคม 2018 ระลึกถึงนักบุญบาซิล และเกรโกรี่ แห่งเมืองนาซีอันเซน พระสังฆราชและนักปราชญ์

วันพุธที่ 2 มกราคม 2018 ระลึกถึงนักบุญบาซิล และเกรโกรี่  แห่งเมืองนาซีอันเซน พระสังฆราชและนักปราชญ์

🌈ขอพระเจ้าประทานประทาน …
สายรุ้ง .. เมื่อคุณเจอพายุ
รอยยิ้ม .. เมื่อคุณมีคราบน้ำตา
ความรัก .. เมื่อคุณอ่อนแอ-แพ้พ่าย
พระพร .. เมื่อคุณเจอการทดสอบ
มิตรแท้ .. เมื่อคุณเจอปัญหาชีวิต
กำลังใจ .. เมื่อคุณเจอปัญหาชีวิต
คำตอบ .. สำหรับทุกคำภาวนาของคุณ

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 2 มกราคม 2018
ระลึกถึงนักบุญบาซิล และเกรโกรี่
แห่งเมืองนาซีอันเซน พระสังฆราชและนักปราชญ์
https://www.youtube.com/watch?v=XjW63bctfmg

♥ I Will Be Here
https://youtu.be/ENX9QRCNBTI

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันพุธที่ 2 มกราคม 2018
ระลึกถึงนักบุญบาซิล และเกรโกรี่
แห่งเมืองนาซีอันเซน พระสังฆราชและนักปราชญ์
อ่าน
1 ยน 2:22-28
ยน 1:19-28

ยอห์น ทำหน้าที่เป็นพยาน จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต
แม้หลายครั้ง มีโอกาส ที่จะโอ้อวดตัว ถูกชักนำให้หลงผิด
แต่ท่านคิดเสมอว่า หน้าที่ของตน คือ “ผู้เตรียมทาง”
พร้อมกับความวางใจ ที่จะเลือก ยืนยัน “ความจริง” โดยไม่ปิดบัง

จดหมายของนักบุญยอห์น เตือนสติ
การตระหนักว่า ตนได้รับการเจิมจากพระเจ้า
จะสอน และเตือนสติ ผู้รับเจิม ให้รู้จักที่จะเลือก รับ
ในสิ่งที่เป็นความดี ความจริง ถูกต้อง
แม้จะ ได้ยิน ได้ฟังมากมายเพียงใดก็ตาม

ด้วยบุคลิกที่เข้มแข็ง และอ่อนโยน ในตัวของนักบุญบาซิล
ที่พร้อมยืนหยัดในธรรมชาติ ความเป็นจริงของชีวิต..
ทำให้ท่านสามารถนำเยาวชน คนหนุ่มสาว
ให้มาติดตามพระคริสตเจ้า ผ่านทางกิจการงานที่ท่านทำ

นักบุญเกรโกรี่ ผู้เป็นเพื่อนสนิทของนักบุญบาซิล
แม้จะเป็นบุคคลที่มากด้วยความสามารถ พร้อมกับสติปัญญาที่ฉลาด
แต่ท่านก็ไม่ขาดชีวิตของการภาวนา เพื่อนำพา “ความจริง” สู่ผู้คน
ท่านจึงสามารถเป็น “นักเทววิทยา” ที่ย่ิงใหญ่ในงานของพระศาสนจักร
ผลงานที่สำคัญ คือ การเป็นประธานในการประชมสังคายนา
ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิ้ลในปี ค.ศ.381

หมายเหตุ..
เคยได้ยินคำกล่าวว่า
“ความจริง”..ทำให้ท่านเป็น ไท

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 2 มกราคม 2019

ระลึกถึงนักบุญบาซิล และเกรโกรี แห่งนาธีอันเซน พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ผู้หนึ่งประทับอยู่ในหมู่ท่าน...ข้าพเจ้าไม่สมควรแม้แต่จะแก้สายรัดรองเท้าของเขา...” (เทียบ ยน 1:19-28) 

ความสุภาพถ่อมตนเป็นรากฐานของการเป็นศิษย์พระเยซู

ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นพระเจ้าผู้ทำงานของพระองค์ตลอดเวลา

ก่อนที่ฉันจะเกิดมา พระเจ้าทรงดำรงอยู่แล้ว

และเมื่อฉันต้องจากไป พระองค์ก็ดำรงอยู่ต่อไป

ฉันเป็นเพียงผู้ที่พระองค์ทรงเมตตาให้เข้ามาร่วมทางกับพระองค์เท่านั้น

ดังนั้น ฉันคือพยานถึงพระองค์ ไม่ใช่พยานถึงตนเอง

ฉัน ไม่ต้องทำงานอะไรเพื่อพระเจ้าหรอก

แต่ขอให้ฉันได้ทำงานของพระองค์ก็พอแล้ว...

________________

นักบุญยอห์นผู้ทำพิธีล้าง ให้แบบอย่างของความสุภาพแท้ในการเป็นศิษย์พระเยซูจริงๆ สำหรับผม สิ่งนี้มีคุณค่ามากในแนวคิดของการทำงานอภิบาล ในฐานะที่ผมเป็นพระสงฆ์ เป็นนักบวช ที่ผมทำพันธกิจของพระคริสตเจ้า แต่ผมไม่ใช่พระคริสตเจ้า ความคิดนี้สอนผมไม่ให้ลืมตัวว่าตนเป็นใคร... วันนี้นักบุญยอหน์ให้แบบอย่างนี้ที่น่ารักจริงๆ ความสุภาพถ่อมตนของท่าน ที่ท่านต้องยอมรับว่า ท่านไม่ใช่พระคริสตเจ้า ท่านเป็นเพียงเสียงร้องที่เป็นพยานถึงผู้ที่จะเสด็จมาภายหลัง พิธีล้างของท่าน เป็นเครื่องหมายของการกลับใจเท่านั้น แต่พิธีล้างของพระเยซูเจ้าที่พระองค์จะประทานให้ภายหลังนั้น เป็นพิธีล้างโดยพระจิต นั่นเป็นการล้างแท้จริง

ความสุภาพถ่อมตน เป็นรากฐานของความเป็นศิษย์พระเยซูจริงๆ ... แต่ละวันในการออกไปทำงานอภิบาลของผม ผมต้องใส่สิ่งเหล่านี้ไว้ในใจเสมอ ผมเป็นใคร ผมไม่ใช่พระคริสตเจ้า แต่ผมต้องออกไปทำงานเป็นพยานถึงพระคริสตเจ้า... มันเป็นคำถามที่ทำให้ผมต้องตระหนักเสมอว่า ก่อนที่ผมจะเกิดมา ก่อนที่ผมจะเป็นนักบวช ก่อนที่ผมจะเป็นพระสงฆ์ ก่อนที่ผมจะเป็นพ่อเจ้าวัดนั้น พระเจ้าก็ทรงทำงานของพระองค์มาก่อนผมแล้ว พระองค์ก็ไม่ได้ทอดทิ้งประชากรของพระองค์เลย พระองค์ยังทรงประทับอยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์อยู่เสมอ นั่นหมายความว่า พระเจ้าทรงดูแลประชากรของพระองค์มาก่อนผม และทรงประทับอยู่กับประชากรของพระองค์เสมอ...

“ผู้หนึ่งประทับอยู่ในหมู่ท่าน เป็นผู้ที่ท่านไม่รู้จัก...” นี่แหละครับ ยอห์นมาเพื่อเป็นพยานถึงบุคคลผู้นี้ ไม่ได้มาเป็นแทนที่บุคคลผู้นี้เสียเอง การเป็นศิษย์พระเยซู ต้องยืนให้ถูกที่ เล่นให้ถูกบทบาท อย่าแย่งซีนพระองค์เสีย เราต้องรู้ว่าเราเป็นใคร... นี่คือบทไตร่ตรองเสมอ เวลาทำงานอภิบาลของผม ผมทำงานอภิบาล ผมออกไปเยี่ยมสัตบุรุษ ไปส่งศีล ไปช่วยเหลือคนยากจน ผมไปทำอะไร และทำเพื่อใคร... นี่คือสิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่ง เพราะผมจะต้องไม่ไปทำสิ่งดีๆ เหล่านั้นเพื่อตนเอง เพราะนั่นคงไม่ใช่ความดีที่แท้จริง ผมต้องไม่เป็นสงฆ์เพื่อตนเอง เพื่อสัตบุรุษจะได้ชื่นชมผม คุณพ่อเป็นคนดี คุณพ่อเป็นนักอภิบาล ฯลฯ นั่นเป็นการทำพันธกิจของพระคริสตเจ้าเพื่อตนเองเท่านั้น และมันไม่ได้มีค่าอะไรเลยต่อพระพักตร์พระเจ้า เมื่อผมจะทำสิ่งนั้นเพื่อตนเอง... แต่ในทางตรงกันข้าม ผมคงต้องถามใจตนเองให้ตระหนักอยู่เสมอในเรื่องนี้ บอกตนเองเสมอเช่นเดียวกับยอห์นไม่ใช่หรือว่า... ผมไม่ใช่พระคริสตเจ้า แต่ผมมาเพื่อเป็นพยานถึงพระคริสตเจ้า นี่แหละคือชีวิตผู้อภิบาล ที่ทำงานของพระคริสตเจ้า ไม่ใช่ทำงานเพื่อพระคริสตเจ้า ด้วยพระองค์ไม่ต้องการอะไรจากเราหรอก แต่การทำงานของพระองค์ งานที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์คือ ผมถูกส่งมา ผมมาเพื่อเป็นพยานถึองค์พระคริสตเจ้า ดังนั้น ความดีของงานอภิบาล ไม่ใช่ความดีของผม แต่เป็นความดีของพระคริสตเจ้า... เอาล่ะ คราวนี้ หากผมออกไปทำงานอภิบาล เพื่อความดีของผมแล้วล่ะก็ นั่นคงไม่ใช่ใช่ไหมครับ แต่ทุกครั้งที่ออกไปทำงานอภิบาล ผมต้องออกไปเพราะเป็นงานของพระเจ้าที่เรียกให้ผมไป เพื่อเป็นพยานถึงพระองค์ องค์ความสว่างที่แท้จริง... ดังนั้น แล้ว ไปแล้วก็กลับ ไม่ใช่อยู่รับเกียรติ รับคำขอบคุณ รับความชื่นชมอะไรทั้งสิ้น แต่กลับมาขอบคุณพระเจ้าที่ทรงใช้เราไป...

พี่น้องที่รัก เราแต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ของเราที่ไม่เหมือนกัน แต่ชีวิตคริสตชนที่แท้จริงนั้น เราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตนเอง แต่เรามีมีชีวิตอยู่เพื่อพระคริสตเจ้า เพื่อพระเจ้าเท่านั้นเอง พระเจ้าทรงทำงานของพระองค์มาเสมอ และทำมานานแล้ว และจะทำต่อไป เราเอง เป็นเพียงคนที่อยู่ในช่วงเวลาของพระองค์เท่านั้น ความสุภาพถ่อมตนของคริสตชน จึงเป็นรากฐานของการนอบน้อมเชื่อฟัง และทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า ความดีของพันธกิจของพระเจ้านั้น หาใช่ของเราไม่ ใช่ว่าปราศจากเราแล้วพระเจ้าจะทำอะไรไม่ได้ แต่นี่คือสิ่งที่เราต้องขอบคุณพระเจ้า ที่ให้เรามีบทบาทในพันธกิจของพระองค์ ที่ให้เราได้เดินในทางของพระองค์... ความเป็นนักบวช ความเป็นพระสงฆ์ จึงต้องสะท้อนภาพความสว่างของพระคริสตเจ้า ฉันใดก็ฉันนั้น ความเป็นบิดามารดาในครอบครัวด้วยเช่นเดียวกัน ก็ต้องสะท้อนภาพความรักและความดีของพระเจ้า ความเป็นลูกก็ไม่ต่างกัน ที่สะท้อนภาพความอ่อนโยนของพระกุมารเจ้าในแต่ละสถานการณ์ของชีวิต เพื่อเป็นกำลังใจของกันและกันต่อไป

ที่วัดประจวบฯ ของผม เป็นวัดเล็ก ที่มีสัตบุรุษที่มาวัดสักสิบกว่าคนเท่านั้น แต่หลายๆ ครั้งคนก็ล้นวัด เต็มวัด หลายคนมาจากวัดใกล้เคียง มาจากที่ต่างๆ มาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน มาสร้างบรรยากาศในครอบครัว ในชุมชนพระศาสนจักรเดียวกัน ผมประทับใจมากๆ ที่สัตบุรุษจากที่อื่นหาเบอร์โทรของวัดใกล้เคียง ที่เดี๋ยวนี้หาได้ไม่ยากจากโลกโซเซียล เป็นสิ่งที่น่ารักทุกครั้ง เป็นความรู้สึกดีๆ ของผม ที่สอนใจผมมาก เมื่อสัตบุรุษจากที่อื่นโทรมาถามเวลามิสซา... นี่คือพยานถึงพระคริสตเจ้าครับ พวกเขาพบพระคริสตเจ้าด้วยหัวใจที่รักและแสวงหาพระองค์จริงๆ นั่นคือภาพที่แสดงว่า พวกเขามาหาพระเจ้าไม่ใช่หรือ ไม่ใช่พวกเขามาหาพ่อเจ้าวัดประจวบฯ คนมาวัดมากๆ ไม่ใช่หมายความว่าพ่อเจ้าวัดศักดิ์สิทธิ์อะไร และนั่นไม่ใช่เครื่องวัดการทำงานของพ่อเจ้าวัด แต่พ่อเจ้าวัด เป็นเพียงคนที่เป็นประจักษ์พยานถึงพระคริสตเจ้าไม่ใช่หรือ ขอเพียงให้สัตบุรุษของเขาได้เรียนรู้ที่จะพบพระคริสตเจ้าจริงๆ จากนั้น เขาจะพบพระองค์ได้ในทุกที่ที่เขาไป นั่นเป็นความดีของพระองค์ ไม่ใช่ความดีของพระสงฆ์ที่เป็นศาสนบริกรของพระองค์เลย ศาสนบริกร ต้องนำคนเข้าหาพระคริสตเจ้า ไม่ใช่นำคนเข้าหาตนเอง ดังนั้น ความภูมิใจของศาสนบริกร คือความภูมิใจที่สัตบุรุษเข้าถึงพระคริสตเจ้ามากกว่า และไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน เขาก็สามารถพบพระคริสตเจ้าได้ในทุกที่ที่เขาไป

ขอบคุณความสุภาพของนักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง ท่านไม่ได้เรียกคนมากมายให้เข้ามาหาท่าน แต่ท่านนำคนมากมายให้ไปรู้จักพระคริสตเจ้า นี่ต่างหาก คือพันธกิจของเราคริสตชน ที่เราไม่ได้เกิดมาเพื่อมีสาวกมากมาย แต่เพื่อนำคนมากมายไปรู้จักพระคริสตเจ้า และเดินตามพระองค์

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ลูกเป็นเช่นนั้น ขอให้ลูกทำงานของพระองค์ และไม่ต้องทำงานของตนเพื่อพระองค์ แต่ทำงานของพระองค์ เพื่อพระองค์ นั่นคือการทำตามพระประสงค์ของพระบิดา... ขอให้ลูกเป็นสงฆ์ เพื่อนำคนมารู้จักพระองค์ เพื่อนำคนอื่นมาเป็นศิษย์ของพระองค์ ไม่ใช่เป็นศิษย์ของลูก เพราะพระองค์คือองค์ความสว่างและความรอดพ้นที่แท้จริง

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 2 มกราคม 19 เทศกาลพระคริสตสมภพ
บทอ่าน 1ยน 2:22-28 / ยน 1:19-28
ชาวยิวกำลังรอคอยพระผู้ไถ่ พระเมสสิยาห์ ผู้ได้รับการเจิม ยอห์น บัปติสต์ได้ยอมรับว่า ท่านไม่ได้เป็นประกาศก แบบเอลียาห์ ที่จะกลับมาในโลกนี้ เพื่อเป็นการตระเตรียมสำหรับ “วันของพระเป็นเจ้า”(เทียบ มลค 3:23-24) ท่านยังไม่เหมือนโมเสส ซึ่งพระเป็นเจ้าได้ทรงส่งเขาไปพูดในนามของพระองค์ (ฉธบ 18:18) หรือเป็นพระเมสสิยาห์ ซึ่งจะเสด็จมาเพื่อฟื้นฟูพระอาณาจักรอันรุ่งเรืองของอิสราเอล เช่นเดียวกับกษัตริย์ดาวิด ตรงกันข้ามท่านเป็นเสียงร้องในถิ่นทุรกันดาร “จงทำให้ทางของพระเป็นเจ้าให้ตรง ตามที่ประกาศกอิสยาห์ได้เคยกล่าว” ในฐานะเป็นประกาศกคนสุดท้ายของพระธรรมเก่า ยอห์นได้สรุปเวลาของการทำนายถึงพระเมสสิยาห์ และได้เริ่มต้นใหม่ ด้วยการให้พระเยซูเจ้าปรากฏกายออกมา พระเยซูเจ้ายิ่งใหญ่กว่ายอห์น บัปติสต์ และท่านได้ยอมรับด้วยความสุภาพถ่อมตนว่า ท่านไม่สมควรที่จะแก้สายรัดรองเท้าของพระองค์ ยอห์นจึงเป็นผู้เตรียมทางสำหรับการเสด็จมาของพระเยซูเจ้า พิธีล้างให้การกลับใจของยอห์น ที่พระเยซูเจ้าจะทำให้สำเร็จสมบูรณ์ ด้วยพระจิตและการไถ่กู้ของพระองค์
วันนี้ พระศาสนจักรระลึกถึงนักบุญบาซิล องค์ใหญ่ และนักบุญเกรโกรี แห่งนาซีอันเซน พระสังฆราชและนักปราชญ์ของพระศาสนจักร ท่านทั้งสองได้เรียนหนังสือพร้อมกัน ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล ต่อมานักบุญบาซิลได้ตั้งโรงเรียนฝึกนักพูดและวิชากฎหมายที่เมืองเซซารีอา ที่ประสบความสำเร็จ จนทำให้ท่านรู้สึกภาคภูมิใจ ท่านกลัวว่าจะเสียความศรัทธา จึงได้ขายทุกสิ่งที่มี และได้สมัครใจเป็นพระสงฆ์ นักบุญบาซิลได้ตั้งอารามหลายแห่ง และได้รวบรวมกฎเกณฑ์สำหรับฤษี เหมือนกับนักบุญเบเนดิกต์ ทางจารีตตะวันตก ส่วนนักบุญเกรโกรี เป็นผู้ที่ต่อสู้กับเฮเรติ๊ก ท่านเป็นพระสังฆราชแห่งเซซารีอา และทำให้เกิดความขัดแย้งกับพวกเฮเรติ๊ก และต่อมาได้เป็นพระสังฆราชที่คอนสแตนติโนเปิล เมื่อเห็นว่าความเชื่อได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี ท่านจึงได้กลับไปเป็นฤษี และได้รับการแต่งตั้งเป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักร เช่นเดียวกับนักบุญบาซิล.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view