สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม 2018 เทศกาลพระคริสตสมภพ

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม 2018 เทศกาลพระคริสตสมภพ

🍎บางครั้ง....
ความสงบสุขก็อยู่ไม่ไกลเลย
เพียงแต่ปล่อยอดีตให้เป็นอดีต
และหันมาขอบพระคุณพระเจ้า
สำหรับ.....ปัจจุบัน.....ที่มีอยู่

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 4 มกราคม 2018
เทศกาลพระคริสตสมภพ
https://www.youtube.com/watch?v=_UdvPYc-JvE

🍀เวลานี้
http://youtu.be/_dYs-yNQkYQ

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม 2018
เทศกาลพระคริสตสมภพ
อ่าน 
1ยน 3:7-10
ยน 1:35-42

ความชอบธรรมของยอห์น พร้อมกับ
การยอมรับความจริง ทำให้ท่านพร้อม
ที่จะสละ ละวาง บทบาท ความสำคัญของตน
เพื่อชี้นำศิษย์ ให้ได้รู้จัก และรักพระคริสตเจ้า

จดหมายนักบุญยอห์น แนะนำ
เพื่อไม่ให้ถูกใครชักนำ ไปทำในส่ิงที่ผิด
ก็จงดำเนินชีวิตด้วยการคิดดี ทำดี
รักเพื่อนพี่น้องของตน

หมายเหตุ..
ผู้นำที่ประสบความสำเร็จ..
ไม่เพียงแค่ชี้นำ ด้วยคำพูด
แต่เขา ทำให้ดู

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม 2019

เทศกาลพระคริสตสมภพ

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“มาดูซิ...” (ยน 1:35-42) 

องค์พระชุมพาน้อย ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก

ทรงเชื้อเชิญให้เรามาพบและอยู่กับพระองค์

มาดูซิ...

คือการเชื้อเชิญให้มาพบชีวิตที่เป็นประจักษ์พยาน

แห่งการเป็นบุตรของพระเจ้า

ความสัมพันธ์กับพี่น้อง

ไม่ได้หมายถึงการรวมเขาไว้กับเรา

แต่หมายถึงการชี้นำให้เขาพบองค์ความรอดพ้น

และเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์...

________________

สิ่งที่ผมเห็นนักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง ในพระวรสารในวันเหล่านี้ ท่านช่างน่ารักเหลือเกิน วันก่อน ท่านได้ประกาศว่า พระเยซูเจ้าผู้ทรงอยู่ท่ามกลางเรานั้น พระองค์ทรงเป็นพระคริสตเจ้า พระองค์ทรงเป็นลูกแกะของพระเจ้า ท่านเป็นพยานถึงพระองค์ผู้ทรงเป็นความสว่าง และท่านได้ชี้นำให้ทุกคนเห็นและพบองค์ความสว่างที่แท้จริง... วันนี้ เราพบท่าทีของท่านที่แนะนำศิษย์ทั้งสองของท่านให้รู้จักพระคริสตเจ้า นี่คือสิ่งที่ผมได้รับแรงบันดาลใจจากพระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ที่ผมอยากแบ่งปันการไตร่ตรองกับพี่น้องในเช้าวันนี้ครับ...

คนของพระเจ้า ไม่ใช่คนที่รวมเพื่อนพี่น้องไว้ในตนเอง แต่ต้องนำเพื่อนพี่น้องไปพบพระคริสตเจ้า... เช้าวันนี้ ผมจะออกไปเยี่ยมอภิบาล และส่งศีลวันศุกร์ต้นเดือน นี่คือสิ่งที่ผมต้องตอกย้ำตนเองในจิตวิญญาณ ผมต้องนำหัวใจสัตบุรุษให้สัมผัสความรักของพระเจ้า มากกว่าสัมผัสถึงสิ่งที่ผมกำลังทำ แต่ทำอย่างไร ผมจะนำให้เขาไปเห็น และพบพระคริสตเจ้า และชี้นำให้เขารู้จักพระองค์มากยิ่งขึ้น เพื่อเขาจะพบรักในพระองค์ เมื่อได้เดินตามพระองค์ไป ดูเหมือนเป็นการบ้านข้อแรก ที่ตั้งคำถามให้ใจผมไตร่ตรอง...

“มาดูซิ” นี่กลับเป็นคำตอบของชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานที่ผมต้องเรียนรู้... นักบุญยอห์น เป็นประจักษ์พยานถึงพระคริสตเจ้า แต่พระคริสตเจ้าเป็นประจักษ์พยานถึงผู้ที่ทรงส่งพระองค์มา ผู้ที่รู้จักพระองค์จึงรู้จักพระผู้ทรงส่งพระองค์มา... สิ่งแรกที่พระเจ้าทรงประทานให้เป็นแรงบันดาลใจของผู้ที่กำลังเดินเข้ามาเป็นศิษย์ของพระองค์ ไม่ใช่เพียงคำพูด คำเทศน์สอน และคำคมใดๆ แต่พระองค์ตรัส “มาดูซิ” คือมา และมาสัมผัสชีวิตของพระองค์ เพื่อจะเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ เป็นศิษย์ของพระองค์...

โอ้ เช้านี้ ผมได้ข้อคิดที่ดีเหลือเกิน ก่อนออกไปทำงานอภิบาล... ผมต้องออกไปแบบยอห์น แม้พันธกิจของผมจะเป็นพันธกิจที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่พันธกิจนั้นจะต้องไม่จบลงในความประทับใจของงานอภิบาลเท่านั้น แต่ผมจะทำอย่างไรให้สัตบุรุษเห็นพระคริสตเจ้าอย่างแท้จริง และเดินตามพระองค์ ผู้ทรงเป็นแสงสว่างแท้จริง... ซึ่งสิ่งนี้ก็คงต้องมาจากชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานของผมเองด้วยมิใช่หรือ นี่แหละครับ การบ้านของผมในเช้าวันนี้ และวันต่อไป... ที่ผมต้องนำคนอื่นให้ไปรู้จักพระคริสตเจ้า นำเพื่อนพี่น้องไปพบพระคริสตเจ้า เพื่อพวกเขาจะกลายเป็นศิษย์ของพระคริสตเจ้า และนำคนอื่นๆ ให้มารู้จักพระองค์มากยิ่งขึ้น

พี่น้องคริสตชนครับ พี่น้องก็เช่นกัน ความประทับใจในชีวิตคริสตชนของพี่น้องต้องสุกงอม คือต้องมีวุฒิภาวะ... มีคำกล่าวว่า “ชีวิตคริสตชนที่ไม่สุกงอม เป็นดังตอไม้ที่ตายแล้ว” ใช่เลยครับ ชีวิตคริสตชนที่เพียงรู้จักพระคริสตเจ้า แต่ไม่เดินตามพระองค์ คือชีวิตที่ยังไม่มีวุฒิภาวะครับ ยังไม่สุกงอม... เพราะการไปวัดวันอาทิตย์ การสวดภาวนาเช้าค่ำเพียงเท่านั้น ยังไม่ใช่ชีวิตคริสตชนที่มีวุฒิภาวะ แต่ชีวิตคริสตชนที่มีวุฒิภาวะ คือชีวิตคริสตชนที่เดินไปพร้อมกับพระคริสตเจ้า ไปวัดวันอาทิตย์ สวดภาวนาแล้ว ต้องทำตนให้ละม้ายคล้ายคลึงกับพระคริสตเจ้า ในการประพฤติชอบ และรักเพื่อนพี่น้องของตนอย่างแท้จริง และนี่แหละ คือผู้ที่บังเกิดจากพระเจ้า และเชื้อชีวิตของพระเจ้าดำรงอยู่ในเขา นี่แหละ คือคริสตชน ศิษย์พระเยซูที่แท้จริง (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง 1ยน 3:7-10)

พี่น้องที่รักครับ พระศาสนจักรแนะนำให้เรารู้จักพระคริสตเจ้า ลูกแกะพระเจ้าผู้ทรงลบล้างบาปของโลก... จากบทไตร่ตรองของผมเมื่อวานนี้ คือสิ่งที่พระศาสนจักรชี้นำให้พี่น้องรู้จักพระคริสตเจ้าครับ แต่พี่น้องเพียงเห็นพระองค์ เพียงรู้จักพระองค์เท่านั้นยังไม่พอ เรายังต้อเดินตามพระองค์ แสวงหาพระองค์ ไป และ ดู เพื่อเรียนรู้ชีวิตของพระองค์ เหมือนกับที่พระองค์ทรงเชื้อเชิญศิษย์ของยอห์นวันนี้ เมื่อพวกเขาเห็นพระองค์ และพบความประทับใจในพระองค์ พวกเขาถามว่า “พระอาจารย์ พระองค์ประทับอยู่ที่ไหน” พระองค์ตรัสตอบว่า “Come and See” คือ “มาดูซิ” จงไปครับ จงเดินตามพระองค์ไป เพรารู้จักและเห็นพระองค์เท่านั้นยังไม่พอ แต่ต้องตามพระองค์ไป ตามไปทุกวัน ตามไปดูชีวิตของพระองค์ ที่ต้องกลับกลายเป็นชีวิตของเรา เราในพระองค์ พระองค์ในเรา ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ในการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับชีวิตของการเป็นคริสตชน เพื่อเป็น “ลูกแกะของพระเจ้าผู้ทรงลบล้างบาปของโลก” นั่นคือชีวิตของคริสตชนที่สุกงอม และมีวุฒิภาวะ ที่จะบันดาลความศักดิ์สิทธิ์ให้กับโลกนั่นเอง... ไปดูซิครับ ไปดูชีวิตของพระเยซู ไปดูให้ลึกซึ้งมากกว่าการเห็นพระองค์ในมิสซาวันอาทิตย์ มากกว่าความเชื่อในพระองค์ แต่มากกว่านั้นคือ การเดินไปพร้อมกับพระองค์ เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ และเราจะสามารถนำเพื่อนพี่น้องไปรู้จักและเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ ด้วยชีวิตที่เป็นพยานของเรา... และคนอื่นๆ เขาจะรู้ว่าคริสตชน ไม่ใช่คนที่ไปโบสถ์วันอาทิตย์เท่านั้น ไม่ใช่คนที่ทำบาปผิด แล้วก็ไปสารภาพบาปได้... แต่ทุกคนจะเข้าใจ และเห็นคริสตชนที่มีวุฒิภาวะ ในชีวิตที่ประพฤติชอบ และรักเพื่อนพี่น้อง เป็นชีวิตที่แสนดีจริงๆ ท่ามกลางทุกคน

นะ นะ นะ ไปวัดวันอาทิตย์แล้ว ภาวนาเช้าค่ำแล้ว ต้องกลับไปเจริญชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้าท่ามกลางเพื่อนพี่น้องนะครับ กลับจากวัดแล้วยังอารมณ์ร้อน ยังชี้หน้าด่าตวาด ยังโกรธเคืองเพื่อนพี่น้อง ยังอิจฉาตาร้อน ยังนินทาว่าร้ายกัน ไหนล่ะ อะไรล่ะ ที่เราไปและดู อะไรล่ะ ที่เราไปสัมผัสชีวิตของพระคริสตเจ้า อะไรล่ะ ที่เป็นผลจาก Come and See ที่เราเดินตามพระองค์ไป  และเราจะต้องกลับกลายเป็นคริสตชน เป็นศิษย์ของพระองค์อย่าแท้จริง อะไรล่ะ คือประจักษ์พยานนั้นต่อเพื่อนพี่น้องของเรา

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเรียกพวกลูกให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ โดยประพฤติชอบ และรักเพื่อนพี่น้อง ขอโปรดให้ลูกสามารถเจริญชีวิตเป็นประจักษ์พยานความรักต่อเพื่อนพี่น้อง และนำทุกคนไปพบพระองค์เถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม 19 เทศกาลพระคริสตสมภพ
บทอ่าน 1ยน 3:7-10 / ยน 1:35-42
มีเพื่อนสนิทสามคนได้มาพบกัน หลังจากที่จากกันไปนาน พวกเขาทั้งสามคนสนิทสนมกันมาก ในสมัยเรียนในชั้นมัธยมปลาย พวกเขาได้ตกลงที่จะแบ่งปันประสบการณ์ที่เป็นความลับ และสัญญากันว่า พวกเขาจะไม่นำไปเล่าต่อให้คนอื่นฟัง เพื่อนคนที่หนึ่งเล่าว่า เขาได้นอกใจภรรยา และได้มีบุตรกับหญิงคนอื่น โดยที่ภรรยาของเขาไม่ทราบ เพื่อนคนที่สองเล่าว่า เขามีความสัมพันธ์ในทางชู้สาวกับเพื่อนเพศเดียวกัน เพื่อนคนที่สามเล่าว่า เขาเป็นคนนิสัยไม่ดี ชอบนินทาเรื่องของคนอื่น และอดไม่ได้ที่จะนำความลับของคนอื่นไปเล่าต่อ เมื่อได้ยินดังนี้ เพื่อนคนที่หนึ่งและสองจะรู้สึกอย่างไร ที่ได้เล่าความลับของตนให้เพื่อนคนที่สามฟัง?
มีบางคนเคยกล่าวว่า เวลาในอดีตที่คนชอบมากที่สุด คือ การนินทา และหัวข้อที่ใช้ประกอบการนินทา คือ เรื่องของคนอื่น และจะนินทาในเรื่องที่ไม่ดี คนที่ชอบนินทาจะเล่าเรื่องเกินความจริง เติมสีสันลงไปในเรื่องที่เล่า เพื่อทำให้คนที่ถูกนินทาได้รับความเสียหายให้มากที่สุด แต่ในพระวรสารในวันนี้ ได้เล่าเรื่องของคนอื่นที่ตรงกันข้ามกับเรื่องการนินทา โดยชี้ให้เห็นจุดดีดีของคนอื่น ยอห์น บัปติสต์ได้ชี้ให้ศิษย์สองคน ไปยังพระเยซูเจ้า ผู้เป็นลูกแกะของพระเจ้า อันดรูว์ได้อ้างถึงพระเยซูเจ้า ในฐานะเป็นพระเมสสิยาห์ ในระหว่างเทศกาลพระคริสตสมภพนี้ เราจะเห็นว่าพระเป็นเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จนยอมลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์เหมือนกับเรา พระองค์ได้แสดงให้เห็นว่า เราเป็นคนสำคัญต่อพระองค์อย่างมาก โดยบอกว่าเราเป็นคนที่มีคุณค่า และเป็นบุคคลที่พระองค์ทรงรัก ขอให้เราได้รับข่าวดีของเทศกาลพระคริสตสมภพ ด้วยการมองดูสิ่งดีดีและเรื่องดีดีของคนอื่น แทนที่จะมองดูและเล่าเฉพาะสิ่งที่เป็นจุดอ่อน และข้อบกพร่องของพวกเขา เพราะ “วันนี้ ในเมืองของกษัตริย์ดาวิด พระผู้ไถ่ประสูติเพื่อท่านแล้ว พระองค์คือพระคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า ท่านจะรู้จักพระองค์จากเครื่องหมายนี้ ท่านจะพบพระกุมารองค์หนึ่ง มีผ้าพันกายนอนอยู่ในรางหญ้า” (ลก 2:11)

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view