สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2019 เทศกาลพระคริสตสมภพ

วันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2019 เทศกาลพระคริสตสมภพ

🍄 โปรดเติมพลังในวันที่ลูกอ่อนแรง
โปรดทอแสงในวันลูกมืดมน

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2019
เทศกาลพระคริสตสมภพ
https://www.youtube.com/watch?v=umaH6oLoJqE

🌻 บทภาวนาเช้า
http://youtu.be/xgY2diCZsQc

🐥🐥🐥🐥🐥🐥🐥🐥🐥

วันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2019
เทศกาลพระคริสตสมภพ
อ่าน :
1 ยน 3:11-21
ยน 1:43-51

ถ้าความรักของฟิลิป และนาธานาเอล
ที่มีต่อพระเยซูเจ้า ปราศจากการกระทำ
ด้วยการลดอคติ ท่าทีของความเห็นแก่ตัว
แล้วไม่ออกแรง “ตามไปดู”
พวกเขาคงหมดโอกาสที่จะได้อยู่กับพระองค์

จดหมายนักบุญยอห์น ย้ำเตือน ..
รักแท้ เป็นการกระทำ มิใช่ความรู้สึก
ผลของความรักแท้ เป็นการให้ด้วยใจที่เสียสละ
โดยไม่เห็นแก่ตัว

หมายเหตุ...
ไม่พอ แค่รักกันด้วยปาก
หากปราศจากการกระทำ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2019

เทศกาลพระคริสตสมภพ

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“จะมีอะไรดีมาจากนาซาเร็ธได้รึ...” (ยน 1:43-51) 

นาซาแร็ธเล็กน้อยเกินไปหรือ

ที่จะมีสิ่งใดดีๆ มาจากที่นั่น...

พระเจ้าเล็กน้อยเกินไปในใจฉันหรือ

ที่จะมีความช่วยเหลือใดๆ มาจากพระองค์...

วิญญาณข้าฯ เอ๋ย

กี่ครั้งกี่หน ที่เจ้าคงคิดไปว่า

จะมีอะไรดีมาจากพระเจ้า

เป็นฉันเอง ที่ต้องออกแรง

เป็นฉันเองที่ต้องสู้

และหลายครั้ง ฉันก็สู้โดยลำพัง

ฉันแน่กว่าพระเจ้ากระนั้นหรือ

สุดท้าย พระองค์เท่านั้น

ที่ทรงพระเมตตาประทานโอกาสให้เจ้ามิใช่หรือ

เพื่อเรียนรู้จักพระองค์ 

พระเจ้าที่เจ้าอาจจะมองข้ามไปเสมอเลย...

โอ้... ความช่วยเหลือของเรามาจากพระนามของพระเจ้า

พระองค์ ผู้ทรงสร้างฟ้าและดิน.

________________

จากพระวาจาสะกิดใจผม ที่ผมได้แบ่งปนกับพี่น้องเมื่อวานนี้ “มาดูซิ” ยังคงเป็นรากฐานของชีวิตที่แสวงหาพระเจ้าและความดีของพระองค์... คนที่รู้จักพระคริสตเจ้า เขาได้แนะนำพี่น้องคนอื่นให้ไปพบและรู้จักพระองค์ด้วย... พระเยซูเจ้าไม่ได้พูดอะไรมากมาย สำหรับบรรดาศิษย์กลุ่มแรกนี้ แต่พระองค์ตรัสว่า “มาดูซิ” และผู้ที่ได้ตามพระองค์ไป ก็กลับเป็นฝ่ายที่ใช้วิธีเดียวกันกับเพื่อนพี่น้อง คือ เชิญพวกเขามาสัมผัสความรักของพระเจ้าที่มีต่อพวกเขา “มาดูซิ” มาดู และมีประสบการณ์กับพระองค์...

มันคงมีหลายๆ ครั้งในชีวิตของเรา ที่เราคงเป็นคนเก่งในหลายๆ ด้าน พระเจ้าอาจจะอยู่ห่างไกลจากความคิดของเรา พระวาจาของพระเจ้าเชื้อเชิญเราในวันนี้ ให้สัมผัสความรักของพระเจ้า ในบรรยากาศของพายุปาบึก ที่เรากำลังเผชิญหน้ากับมันวันนี้ ผมเห็นภาพน่าประทับใจ ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ขอร้องให้แต่ละศาสนาได้ภาวนาขอให้พระเจ้าทรงคุ้มครองเรา... นับว่าเป็นความคิดที่น่าสนใจมากทีเดียว ท่ามกลางสิ่งสร้างของพระผู้สร้าง ดิน น้ำ ลม เป็นสิ่งที่มนุษย์ควบคุมอะไรมันไม่ได้เลย มันคือธรรมชาติที่อยู่เหนือความสามารถของมนุษย์จริงๆ ที่สุดท้าย กลับนำเราให้กลับเข้าพึ่งพระผู้สร้างมันมา พระเจ้าเท่านั้นเองที่จะทรงควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ และเราก็วางใจในพระองค์

หรือเราจะยังคิดว่า จะมีอะไรดีมาจากสวรรค์หรือ จะมีอะไรดีมาจากพระเจ้าหรือ... ที่ใต้ต้นมะเดื่อนั้น ณ ที่ที่ฉัน แม้อยู่ภายใต้แสงสว่างของพระเจ้า อยู่ในความดูแลของพระองค์ แต่ที่นั่น เสียงของพระเจ้าไม่ได้เข้าไปในจิตวิญญาณของฉัน คงเป็นเพราะพระองค์เล็กน้อยเกินไปกระนั้นหรือ เมื่อมองดูประสบการณ์ที่ผ่านมาของฉัน เสียงเชื้อเชิญ “มาดูซิ” คือแรงผลักดัน แรงบันดาลใจให้ฉันลุกขึ้น และก้าวไปพบพระเจ้า ก้าวเข้าไปหาพระองค์ และเราจะพบอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ ณ ที่ที่เรามีประสบการณ์กับพระองค์

น่าสนใจที่นาธานาแอล เพียงได้พบพระเยซูเจ้า เพียงพระองค์ได้ตรัสว่า “เราเห็นท่านอยู่ใต้ต้นมะเดื่อ” เขาก็สารภาพออกมาจากใจว่า “พระอาจารย์ พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราแอล” เขาประกาศสิ่งที่ฟิลิปเองไม่ได้ประกาศ เพียงประสบการณ์เล็กกับพระเจ้าด้วยการสนทนากันสักไม่กี่ประโยค เขาก็ประกาศสิ่งที่สำคัญยิ่งนี้ ท่ามกลางการรอคอยยาวนานของอิสราแอล

ท่ามกลางความทุกข์ยาก ท่ามกลางความมืดมนสับสน ก้าวออกจากตนเองสักนิด ใต้ร่มเงาที่ฉันคิดว่าฉันปลอดภัย แต่ฉันก็นั่งอยู่ที่นั่นแบบหมดปัญญา หมดหนทาง... ก้าวออกจากตนเองสักนิด และมองไปยังพี่น้องของเราบ้าง มองไปยังพระเยซูเจ้าบ้าง ในเทศกาลพระคริสตสมภพนี้เอง พระกุมารที่ยังคงยิ้มและกางแขนต้อนรับทุกคน พระองค์กำลังรอคอยฉันอยู่ และฉันจะรู้ว่า ที่นาซาแร็ธ ที่เล็กๆ นั้น แสนอบอุ่นที่สุด เพียงเพราะการได้พบกับพระเยซูเจ้า

“เราเห็นท่านอยู่ใต้ต้นมะเดื่อ...” คือพระวาจาที่อบอุ่นที่สุดมิใช่หรือ เมื่อพระเจ้าได้ทอดพระเนตรเห็นฉันเสมอ พระองค์ทรงมองดูความทุกข์ยากของฉัน พระองค์ทรงอยู่กับฉัน แต่ฉันต่างหาก ที่มองว่าสิ่งเหล่านี้ช่างเล็กน้อยเหลือเกิน และไม่อาจช่วยอะไรได้...

พระคริสตเจ้าคือพระเจ้าผู้ทรงประทับอยู่ท่ามกลางเรา พระองค์ทรงเรียกเราทุกวัน ให้เข้ามาหาพระองค์... ในวันเหล่านี้ เรามองกันและกันอย่างไร ชีวิตของเราที่ยังมีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นกำลังใจ ปลอบใจเตือนความเชื่อของกันและกันนี้ ยังน้อยไปอีกหรือ ที่ฉันจะสามารถสัมผัสการประทับอยู่ของพระองค์ท่ามกลางเรา

ข้าแต่พระเจ้า ประสบการณ์ที่ลูกมีกับพระองค์นั้น ไม่มีอะไรที่เล็กน้อยเกินไปเลย พระเจ้าข้า... เพียงแค่ลูกรู้ว่า พระองค์ทรงมองดู และทรงเห็นลูกอยู่เสมอ ลูกก็อบอุ่นใจพอแล้ว

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 5 มกราคม 19 เทศกาลพระคริสตสมภพ
บทอ่าน 1ยน 3:11-21 / ยน 1:43-51
นาธานาเอลได้ทำอะไรใต้ต้นมะเดื่อ? และการที่พระเยซูเจ้าทรงพบนาธานาเอลใต้ต้นมะเดื่อนั้น เป็นสิ่งน่าประหลาดใจหรือไม่? ที่ทำให้เขาได้กล่าวถ้อยคำของความเชื่อออกมาว่า “รับบี พระองค์เป็นพระบุตรของพระเป็นเจ้า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอล”
แน่นอนในขณะนั้น ความเชื่อของนาธานาเอล ยังเป็นความเชื่อที่ไม่มั่นคง โดยได้กล่าวว่า “จะมีอะไรดีมาจากนาซาเร็ธได้รึ?”แม้เมื่อพระเยซูเจ้าได้ทรงชมเชยเขาว่า “นี่คือชาวอิสราเอลแท้ เป็นคนไม่มีมารยา”เราพยายามที่จะดูบทบาทของนาธานาเอล และพยายามดูว่า เขาเป็นคนชนิดใด พระเยซูเจ้าทรงรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา เมื่อพระองค์ได้อ่านลึกลงไปในใจของเขา และเห็นภาพที่ประทับใจ และงดงาม เปรียบเหมือนความลับของบุคคลสองคนมีต่อกัน แม้จะพบกันเพียงครั้งแรกก็ตาม
เหมือนอย่างที่ยอห์นได้พูดในบทจดหมายในวันนี้ว่า “เราอย่ารักกันแต่ปาก เพียงด้วยคำพูดเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง” ความรักอยู่ในกิจการของความรัก จนว่าคำพูดอย่างเดียวหามีคุณค่าอะไรไม่ มันช่างเป็นสิ่งที่ง่ายดายเหลือเกิน ที่จะพูดว่า “ฉันรักคุณ” ดังนั้น ยอห์นจึงได้กล่าวว่า “เรารู้จักความรัก จากการที่พระองค์ทรงสละชีวิตของพระองค์เพื่อเรา เราจึงควรสละชีวิตของเรา เพื่อพี่น้องเช่นเดียวกัน” พูดง่ายแต่ทำยาก แต่ท่านก็ควรจะทำ เพราะไม่มีวิธีอื่น เหมือนอย่างที่นักบุญยอห์น แห่งไม้กางเขนได้ให้ความมั่นใจแก่เรา” งานที่เกิดจากความรักแท้เพียงครั้งเดียว มีค่าเท่ากับงานดีดีทั้งหมดของเรา” นาธานาเอลเป็นคนดีจริง เพราะในส่วนลึกของหัวใจ เขาเป็นคนซื่อตรง ไม่มีมารยาแต่อย่างใด
การทำผิดเกิดขึ้นกับทุกคน แต่การ"สำนึกตน" เป็นเรื่องของบางคนที่คิดได้...วันที่คนล้มไม่จำเป็นต้องซ้ำ เพราะเขาน่าจะเจ็บมากพอแล้ว...จงสุภาพกับทุกคน แม้คนคนนั้นจะหยาบคายกับคุณก็ตาม
ไม่ใช่เพราะคนเหล่านั้นเป็นคนดีหรือไม่ดี แต่เพราะคุณเป็นคนดีต่างหาก...ด้านหลังของจาน ถึงจะไม่ได้ใช้งานและไม่มีใครเห็น แต่ถ้าจะล้างจานให้สะอาด ก็ต้องล้างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/vkOw4Cylu6Q

view