สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2019 ระลึกถึงนักบุญเรมอนด์ แห่งเปญาฟอร์ด พระสงฆ์

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2019 ระลึกถึงนักบุญเรมอนด์ แห่งเปญาฟอร์ด พระสงฆ์

🍄 ข้าแต่พระเยซูคริสตเจ้า
โปรดช่วยข้าพเจ้าให้อ่อนน้อม
ยอมรับน้ำพระทัยของพระเจ้า
โปรดสอนข้าพเจ้าให้รู้จัก
วางอดีต ในพระเมตตาของพระองค์
มอบปัจจุบัน ในความรักของพระองค์
และถวายอนาคต ในพระอารักขญาณของพระองค์ (~ น.ออกัสติน)

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2019
ระลึกถึงนักบุญเรมอนด์ แห่งเปญาฟอร์ด พระสงฆ์
https://www.youtube.com/watch?v=dxPQxKx51PM

💠 Go Light Your World
http://youtu.be/WsM5lt9tCFo

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2019
ระลึกถึงนักบุญเรมอนด์ แห่งเปญาฟอร์ด พระสงฆ์
อ่าน :
1 ยน3:22-4:6
มธ4:12-17,23-25

เพื่อให้พันธกิจการประกาศข่าวดี ประสบความสำเร็จ
พระเยซูเจ้าทรง “สานต่อ” สิ่งที่ยอห์น ได้ก่อไว้
นำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวของข่าวดี
และพระเยซูทรงทำให้ข่าวดีนี้ เข้าถึงประชาชน ด้วยการเข้าไปหา
เยียวยารักษา คนเจ็บป่วย และทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือ

ในพันธกิจ ของการประกาศข่าวดี เพื่อจะรู้ว่า
สิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า จดหมายนักบุญยอห์น
แนะนำให้พิจารณา สิ่งที่ไม่ขัดกับคำสอนของพระเยซูเจ้า
สิ่งนั้น มาจากพระเจ้า อย่างไรก็ตามผู้ที่รักพระเจ้า
ย่อมสนใจฟังเสียงของพระองค์

ความรัก ต่อพระเจ้าของท่านนักบุญ เรมอนด์ แห่งเปญาฟอร์ด
แสดงออก ในการทำหน้าที่สงฆ์ผู้อภิบาล และอาจารย์
ผู้ถ่ายทอดความเชื่อ ด้วยการเขียนหนังสือ

หมายเหตุ..
ความสำเร็จของ พันธกิจ
อยู่ในชีวิต ที่ติดตามเป้าหมาย

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2019

วันจันทร์หลังสมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ข่าวดีเรื่องพระอาณาจักร...” (มธ 4:12-17,23-25) 

ข่าวดีเรื่องพระอาณาจักร

คือการเชื่อในพระคริสตเจ้า (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง 1ยน 3:22-4:6)

เชื่อในพระเยซู คือชีวิตตามพระบัญญัติ

คือการยอมรับพระองค์ให้ประทับอยู่ในชีวิตของเรา

คือชีวิตที่กลับใจ และให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาท

และเจริญชีวิตตามการดลใจของพระองค์

เพื่อเป็นลูกที่ดีของพระเจ้า

และเป็นเพื่อนพี่น้องที่ดีของทุกๆ คน

สมกับที่พระเจ้าทรงประทับอยู่ในชีวิตของเรา.

________________

เมื่อพยานถึงแสงสว่างต้องถูกจองจำ บัดนี้ก็เป็นเวลาที่แสงสว่างแท้จริงต้องส่องแสง เพื่อให้ดินแดนทีอยู่ในความมืดและเงาแห่งความตาย ได้รับแสงสว่างอันรุ่งโรจน์ของพระองค์ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเริ่มเทศน์สอนว่า “จงกลับใจเถิด เพราะอาณาจักรสวรรค์อยู่ใกล้แล้ว” 

คงยากนะ ที่หลายครั้งเราจะบอกกับพี่น้องว่า “ขอพระเจ้าอวยพระพร” “ขอให้เธอมีความสุข” “ขอให้เธอโชคดี” หากใบหน้าของเราไม่ได้แสดงออกซึ่งความหวังดี แววตาของเราไม่ได้ทำให้คนที่เรากำลังสนทนาอยู่ด้วยนั้นรู้สึกอบอุ่นในความจริงที่กำลังเผชิญหน้ากับเรา แล้วเราจะบอกกับพี่น้องได้อย่างไรว่า  ขอพระเจ้าทรงอวยพระพร หากหัวใจของเราไม่ได้รักและจริงใจต่อเขา การพบปะกันในแต่ละครั้ง ทำให้เรามีกำลังใจขึ้นมาบ้างหรือเปล่า บางที ไม่ใช่คำอวยพรเท่านั้น แต่มากกว่านั้น คือชีวิตที่เป็นพระพรของพระเจ้าเพื่อกันและกัน

พี่น้องที่รัก ในพระวรสารวันนี้ เราพบท่าทีของการประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้า พระองค์ไม่ได้ประกาศข่าวดีเท่านั้น “อาณาจักรสวรรค์ของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว...” หากจะพูดคำนี้กับพี่น้องของเราวันนี้... เขาคงเฉยๆ และงงๆ ... อาจจะบอกว่า “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน...” อะไรทำนองนั้นหรือเปล่า... เพราะอาณาจักรของฉันวันนี้ ฉันกำลังจะตายอยู่แล้ว ฉันลำบากเหลือเกิน...

พี่น้องครับ วันนี้ ผมเห็นแบบอย่างของพระเยซูเจ้าที่เป็นแรงบันดาลใจของผู้อภิบาลอย่างผม ที่ไม่ใช่มีแต่อวยพรเท่านั้น แต่สิ่งที่ผมต้องพยายามเป็นมากกว่านั้นคือ มากกว่าคำอวยพร มากกว่าศาสนบริกรที่ยกมืออวยพรสัตบุรุษนั้น ผมต้องเป็นพระพรครับ ต้องเป็นพระพรของพระเจ้าท่ามกลางสัตบุรุษครับ เหมือนพระเยซูเจ้าที่วันนี้ ข่าวดีของพระองค์คือตัวพระองค์เองที่ประทบอยู่ท่ามกลางประชาชนของพระองค์ ดังความสว่างที่ผุดขึ้นมาในความมืด และความสิ้นหวัง หมดหวังของประชาชน ในความเจ็บไข้ได้ป่วย ในความทุกข์ยาก ในการถูกครอบงำของปีศาจ ความอัมพาต และเราพบว่าคนเหล่านั้นได้รับข่าวดีจริงๆ เพระชีวิตของพวกเขาดีขึ้น พวกเขามองเห็นภาพลางๆ ของพระอาณาจักรของพระเจ้าจริงๆ

“อาณาจักรสวรรค์อยู่ใกล้แล้ว” คำนี้คงน่าขำในสังคมของเราในวันนี้ ในโลกเราวันนี้... แล้วอาณาจักรของพระเจ้าจะเป็นอย่างไร สวรรค์ในโลกนี้กำลังเป็นที่สนใจ และหลายคนก็บอกว่า สวรรค์อยู่ในโลกนี้แหละ ในขณะที่อีกหลายๆ คนกำลังรู้สึกว่า โลกนี้มันเป็นดังนรกจริงๆ มันมีแต่ความทุกข์ยาก ความยากจนข้นแค้น ฉันยังไม่เห็นแม้เงาของอาณาจักรสวรรค์ของพระเจ้าเลย

แต่คำว่า “อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ท่ามกลางเราแล้ว” หมายถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางเรา... และพระเจ้าประทับอยู่ที่ใด... ที่ที่พระเจ้าประทับอยู่ ย่อมต้องเป็นเหมือนภาพที่เราเห็นในพระวรสารวันนี้ครับ ทุกคนได้รับการรักษา ทุกคนมีความสุข และอยากจะอยู่กับพระเจ้าตลอดไป

ศิษย์พระคริสต์เจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่... เราจะประกาศข่าวดีได้อย่างไร หากสิ่งที่จำเป็นนั้นขาดหายไป หากชีวิตของเราไม่สามารถเป็นข่าวดีแก่ใครเลย... และอะไรจะเป็นข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้าที่เราจะประกาศ... วันนี้ ผมได้ไตร่ตรองและคิดว่า ชีวิตของเราแต่ละคนนี้แหละครับ ที่เป็นข่าวดีสำหรับทุกคน แบบพระคริสตเจ้าที่ประทับอยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์ คริสตชนที่อยู่ที่ท่ามกลางเพื่อนพี่น้องก็เช่นเดียวกัน เราเป็นข่าวดีกับทุกคนได้ไม่มากก็น้อย ด้วยชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานถึงพระคริสตเจ้า คือชีวิตที่เดินตามพระบัญญัติ เป็นนักบวชอย่างผม ก็ยังหมายถึงชีวิตที่เดินตามพระวรสาร เดินตามวินัย และธรรมนูญของคณะด้วย แล้วเราก็จะไม่หลงทาง แต่เราจะเดินอย่างมีความสุข และยังสามารถเป็นกำลังใจให้ผู้อื่นด้วย นี่แหละคือชีวิตของผู้ที่เชื่อในพระคริสตเจ้า คือผู้ที่เจริญชีวิตตามพระบัญญัติของพระเจ้า ด้วยความรักต่อพระเจ้าและต่อเพื่อนพี่น้อง นี่แหละ มากกว่าการประกาศข่าวดี คือชีวิตที่เป็นข่าวดี

วันนี้ ฉันได้เจริญชีวิตเป็นข่าวดีสำหรับเพื่อนพี่น้องของฉันหรือเปล่า หรือฉันมีแต่คำอวยพร ขอพระเจ้าอวยพร แต่ฉันอาจจะยังไม่เคยเป็นพรสำหรับใคร ๆ เลย... คำอวยพรของฉันจะมีความหมายอะไรสำหรับเขาเล่า...

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระพรของพระองค์ในชีวิตของข้ารับใช้คนนี้ ได้กลับเป็นพระพรของทุกคนเถิดพระเจ้าข้า เพื่อทุกคนจะเห็นเงาของอาณาจักรของพระองค์ ด้วยชีวิตของลูกที่มีประสบการณ์กับพระองค์ และแบ่งปันประสบการณ์นั้นกับทุกคน โดยรักกันและกันอย่างที่พระองค์ทรงรักลูก ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข จึงมีความหมายว่า ขอพระองค์ทรงทำให้ลูกเป็นพรและสันติของทุกคนเถิด...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม 19 เทศกาลพระคริสตสมภพ
บทอ่าน 1ยน 3:22-4.6 / มธ4:12-17,23-25
การทำงานมิสชันนารีจะสำเร็จ จำเป็นจะต้องมีการทำอย่างต่อเนื่อง เราต้องเชื่อว่า พระเยซูเจ้าทรงทราบว่า พระองค์จะต้องทำอะไรในเวลาที่เหมาะสม พระองค์ทรงทราบว่า ยอห์นได้ถูกคุมขัง พระองค์มิได้ปล่อยให้ความกลัวทำให้พระองค์ท้อถอย ในการเทศนาสั่งสอน พระองค์ยังคงเทศนาเรื่องการเป็นทุกข์กลับใจ อย่างที่ยอห์นเคยเทศนาสั่งสอน ยอห์นถูกคุมขัง แต่พระเยซูเจ้ายังทรงประกาศพระวรสาร ให้แก่ทุกคนที่อยู่ไกลหรือใกล้
นักบุญอาร์โนลด์ เจนสันได้สอนเราให้เข้าใจว่า งานมิสชันนารีต้องทำให้สำเร็จ เมื่อท่านได้กล่าวถึงพระเยซูเจ้าว่า “พันธกิจของพระองค์ คือ พันธกิจของเรา” จงให้เราคิดว่า “ถ้าไม่มีใครกล้าทำพันธกิจของพระเยซูเจ้า หลังจากพระองค์ได้เสด็จสู่สวรรค์ พระศาสนจักรปัจจุบันนี้จะเป็นอย่างไร?” มีชายหญิงที่กล้าหาญจำนวนมากมาย ที่ยินดีตาย และรับการเบียดเบียด เพราะได้เทศนาสอนและประกาศพระวรสาร พระศาสนจักรได้ผ่านปัญญาทั้งภายนอกและภายใน แต่พระศาสนจักรก็ยังคงอยู่ได้ และยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้:
“ไม่มีสิ่งใดหรือใครสามารถคุมขังพระวาจาของพระเป็นเจ้าได้
ไม่มีสิ่งใดทำให้พระวาจาของพระเป็นเจ้าหยุดนิ่งได้
ไม่มีสิ่งใดทำให้พระวาจาของพระเป็นเจ้าสูญหายไปได้”
เป็นระยะเวลาอันยาวนานแล้ว ที่มีสัตบุรุษที่กล้าหาญและซื่อสัตย์ ยินดีที่จะยืนหยัดเพื่อพระวาจาของพระเป็นเจ้า และมันจะคงดำรงอย่างนี้ต่อไป ยังมีเพลงบทหนึ่งมีเนื้อความว่า
“พันธกิจยังเป็นอย่างเดียวกัน การประกาศข่าวดีและการเจริญชีวิตตามความจริง ยังคงทำในนามของพระเยซูเจ้า”ให้เราทำตัวเป็นผู้กล้าหาญและจริงใจอย่างพอเพียง เพื่อเทศนาสอนและประกาศพระวาจาของพระเป็นเจ้า”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view