สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2019 วันพฤหัสบดีหลังสมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2019  วันพฤหัสบดีหลังสมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์

♥ความรักมั่นคงของพระเจ้า
ไม่เคยสิ้นสุด พระเมตตาก็ใหม่สดเสมอ
ในทุกเวลาเช้า...สำหรับคุณทุกคน

📚 บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2019
https://www.youtube.com/watch?v=Mc7cS8_wO20

🍊เมื่อลูกได้เชื่อ
https://youtu.be/T1jREr72LsU

☘☘☘☘☘☘☘☘☘

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2019
อ่าน
1 ยน4:19-5:4
ลก4:14-22ก

ความรัก ต่อพระเจ้า แสดงออกโดยการปฎิบัติตามบัญญัติ
พร้อมกับ การฟัง อ่าน รำพึง พระวาจาของพระเจ้า
แล้วกลับมามองชีวิตของตน ทำให้พระเยซูเจ้า
สามารถทำหน้าที่ของการเทศน์สอน ประกาศข่าวดี
ด้วยชีวิต ได้อย่างน่าประทับใจ สำหรับใครก็ตามที่ได้ยินได้ฟัง

จดหมายนักบุญยอห์น ตอกย้ำ....
ความรักต่อพระเจ้า เป็นการปฎิบัติตามบทบัญญัติ
บทบัญญัติที่พระเจ้าทรงสอนคือ
“รักเพื่อนมนุษย์ เหมือนรักตนเอง”...
ความรัก ต่อพระเจ้าของท่านนักบุญ เรมอนด์ แห่งเปญาฟอร์ด
แสดงออก ในการทำหน้าที่สงฆ์ผู้อภิบาล และอาจารย์
ผู้ถ่ายทอดความเชื่อ ด้วยการเขียนหนังสือ

หมายเหตุ..
ความรักต่อ เพื่อนมนุษย์ ที่มองเห็น
สามารถ เป็นบทพิสูจน์ ของคำว่า
“ฉันรักพระเจ้า” ซึ่งมองไม่เห็น

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2019

วันพฤหัสบดีหลังสมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ข้อความจากพระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว...” (ลก 4:14-22ก) 

เมื่อพระจิตของพระเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า...

นี่คือสิ่งที่คริสตชนต้องทำให้เป็นจริง

นี่คือกระแสเรียกของคริสตชน

วันนี้ ฉันเจริญชีวิตเป็นข่าวดีดังนี้แล้วหรือยัง

หรือชีวิตของฉันเป็นไปในทางตรงกันข้าม...

________________

พระวาจาของพระเจ้าให้บทสอนเราถึงชีวิตที่ต้องรักและเป็นหนึ่งเดียวกับเพื่อนพี่น้องของเรา ที่สิ่งนี้เองจะไม่ใช่ภาระหนัก หากชีวิตของเราติดอยู่กับพระคริสตเจ้า (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง 1ยน 4:19-5:4) หากบนเรือของเรามีพระองค์ประทับอยู่ เราก็จะรอดด้วยกันหมดทุกคน

สิ่งที่เราได้ยินในพระคัมภีร์วันนี้ นี่คือกระแสเรียกของผู้ได้รับเจิมด้วยพระจิตเจ้า คือกระแสเรียกของบรรคริสตชน... คือการประกาศข่าวดีแก่คนยากจน ปลดปล่อยผู้ถูกจองจำ คืนสายตาให้กับคนตาบอด ปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ ประกาศปีแห่งความโปรดปรานจากพระเจ้า

ด้วยคริสตชน ถูกเรียกให้เป็นเช่นพระคริสตเจ้า ดำเนินชีวิตเช่นพระคริสตเจ้าในการเป็นบุตรของพระเจ้า ชีวิตคริสตชนจงต้องละม้ายคล้ายคลึงกับพระคริสตเจ้าในอัตลักษณ์เหล่านี้ เพราะในศีลล้างบาป คริสตชนได้รับการเจิมด้วยพระจิตเจ้า เพื่อสิ่งเหล่านี้ ที่ทำให้เราต้องตระหนักยิ่งขึ้นในชีวิตของการเป็นศิษย์ของพระเยซู และในการเป็นลูกของพระเจ้า

ประกาศข่าวดีแก่คนยากจน... คนยากจนคือใครที่เราต้องเป็นข่าวดี... ความยากจนนี้ อาจจะไม่ใช่เพียงความยากจนทางกายภาพเท่านั้น ที่เราต้องให้ความช่วยเหลือ แต่ความยากจนนี้ อาจจะรวมไปถึงความยากจนฝ่ายจิต ที่เราต้องเข้าพึ่งพระเจ้า คือการดำเนชีวิตประกาศความหวัง และความหมายของชีวิตแห่กันและกัน ด้วยชีวิตของเราแต่ละคนที่เจริญชีวิตอยู่เพื่อกันและกัน และนำกันและกันไปพบความรอดพ้น ซึ่งสิ่งนี้ เป็นดังทรัพย์สมบัติที่ไม่มีใครมีสิทธิ์เก็บเอาไว้ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว แต่สิ่งนี้ คือสมบัติส่วนรวมที่พระเจ้าทรงมอบไว้ให้กับเราทุกคน 

ประกาศการปลดปล่อยแก่ผู้ถูกจองจำ... นี่อาจจะไม่ใช่หมายถึงชีวิตในคุก ในเรือนจำเท่านั้น แต่ยังรวมความหมายถึงการถูกจองจำด้วยอคติ ความคิดร้าย โกรธ โลภ อิจฉา เอารัดเอาเปรียบ กอบโกยผลประโยชน์ จนเป็นเหตุให้พี่น้องบางคนอยู่ในพันธนาการของความเลวร้ายเหล่านี้ และอีกบางคนเป็นอัมพาตไป ขยับไปไหนไม่ได้เลย เพราะการถูกจองจำจากอคติแห่งหัวใจของเรา

คืนสายตาให้แก่คนตาบอด... เป็นไปได้ไหม ที่เรามีตาที่ไม่อาจมองเห็นความทุกข์ยากและความต้องการของพี่น้อง และยังทำให้เชื้อของความตาบอดนี้ ทำให้พี่น้องมองไม่เห็นความหวัง กำลังใจของการดำเนินชีวิต และชีวิตของเขาก็มืดบอดไปแปดด้าน ไม่มีทางออก สิ้นหนทาง นี่คือสิ่งที่บางครั้ง คงเป็นเราเองหรือเปล่าที่ต้องคืนสิ่งเหล่านี้ให้เขา เพราะอาจจะเป็นเราเองที่ทำให้เขาตาบอดไป

ปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ... ในวันเหล่านี้ เราเหยียบหรือกดขี่ใครบางคนไว้หรือเปล่า ด้วยความเจ็บแค้นเคืองโกรธและการไม่ให้อภัย ทำให้เขาขาดอิสรภาพทางใจไป ถูกรบกวนอยู่ตลอดเวลาและไม่เคยมีความสุขในชีวิตเลย 

ประกาศปีแห่งความโปรดปรานจากพระเจ้า... นี่คือช่วงเวลาแห่งความโปรดปรานจากพระเจ้า เราเพิ่งจะผ่านปีใหม่มาไม่นาน ปีนี้เป็นปีแห่งความโปรดปรานของพระเจ้า ที่ประทานให้เราเพราะพระเมตตาของพระองค์มิใช่หรือ ใยเราจะไม่ประกาศปีแห่งความโปรดปรานนี้ ด้วยชีวิตที่นำทุกคนไปสู่อิสรภาพแห่งความรอดพ้นล่ะ

บุคคลเหล่านั้น ที่พระเจ้าทรงส่งเราไปหา อาจจะเป็นคนใกล้ตัวเราด้วยหรือเปล่า ที่พระจิตเจ้าทรงเจิมเราไว้ ให้เรามีหัวใจที่อ่อนโยน เพื่อนำความสุขปิติยินดีไปสู่ทุกคน วันนี้ ฉันเป็นเช่นนั้นแล้วหรือยัง... เพื่อฉันจะประกาศว่า “ข้อความจากพระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว...”

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ลูกเชื่อในสิ่งที่ลูกอ่าน คือพระวาจาของพระองค์ สอนในสิ่งที่ลูกเชื่อ และดำเนินชีวิตตามสิ่งที่ลูกสอน เพื่อข่าวดีของพระองค์จะได้ไปถึงทุกคน ด้วยชีวิตที่เป็นข่าวดีของลูก ด้วยพระวาจาของพระองค์เป็นความจริงในชีวิตของลูก มิฉะนั้นแล้ว ชีวิตคริสตชนของลูกคงไม่มีผลอะไรถวายคืนแก่พระองค์บ้างแน่ๆ พระเจ้าข้า ช่วยลูกด้วยเถิด.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 10 มกราคม 19 เทศกาลพระคริสตสมภพ
บทอ่าน 1ยน 4:19-5:4 / ลก 4:14-22ก
พระเยซูเจ้าได้ทรงเริ่มออกทำพันธกิจของพระองค์ ด้วยการนำขององค์พระจิตเจ้า การประกาศของประกาศกอิสยาห์ (อสย 61:1) ได้เผยแสดงว่า พระเยซูเจ้า คือ ผู้รับการเจิม พระองค์เป็นพระเมสสิยาห์ ที่มีพันธกิจ “ที่จะนำข่าวดี มาให้คนยากจน...ประกาศอิสรภาพแก่เชลย และจะทำให้คนตาบอดได้มองเห็น...ทำให้คนที่ถูกกดขี่เป็นอิสระ” นักบุญลูกามีใจและความคิดที่เห็นใจคนยากจน และได้พูดเป็นนัยถึงการเป็นอิสระจากการตกเป็นทาสทุกรูปแบบ ทั้งส่วนตัวและทั้งส่วนรวม
แม้พระเยซูเจ้าจะออกเทศนาในบ้านเกิดเมืองนอนของพระองค์ คือ เมืองนาซาเร็ธ โดยการนำของพระจิตของพระเป็นเจ้า แต่พระองค์ต้องเผชิญกับปฏิกิริยาด้านลบ ที่ทำให้พระองค์ได้ตัดพ้อว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ไม่มีประกาศกคนใดได้รับการต้อนรับอย่างดี ในบ้านเมืองของตน” (ลก 4:24) แต่พระเป็นเจ้าสามารถที่จะเปลี่ยนปฏิกิริยาด้านลบนี้ ไปในทางที่ดี การไม่เชื่อของพวกเขาจะเป็นการเปิดประตูสำหรับคนต่างศาสนา ที่ยินดีตอบรับข่าวดี
อำนาจของพระจิตเจ้าไม่สามารถมีอะไรมายับยั้งหรือจำกัดขอบเขตได้ พระจิตเจ้าได้เตรียมใจของมนุษย์ให้ยอมรับพระวาจาของพระเป็นเจ้า การประกาศข่าวดีของพระเป็นเจ้า ต้องการองค์ประกอบ คือ ความเข้าใจบทบาทและอำนาจของพระจิตเจ้า เพราะมีแต่พระจิตเจ้าเท่านั้น ที่สามารถเปลี่ยนใจและเปลี่ยนแปลงชีวิตของแต่ละคน
ท่านจะไม่ถูกปล่อยให้อยู่คนเดียวตามลำพัง เมื่อท่านอยู่ตามลำพังกับพระเป็นเจ้า...พระเป็นเจ้าตรัสผ่านวิธีการหลากหลาย พระเป็นเจ้าก่อนอื่นตรัสผ่านทางพระจิตเจ้า ผ่านทางพระคัมภีร์ ผ่านทางการสวดภาวนา ผ่านทางสิ่งแวดล้อม และผ่านทางพระศาสนจักร...ข้าพเจ้ามีความต้องการพระเป็นเจ้าเป็นอย่างมาก และข้าพเจ้ามีพระเยซูคริสตเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ สำหรับความต้องการของข้าพเจ้า...เมื่อเป็นเรื่องของพระจิตเจ้าผู้ทรงอำนาจ ท่านจงอย่ากล่าวว่า “ฉันทำไม่ได้”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view