สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2019 ระลึกถึงบุญราศีนิโคลาสบุญเกิด กฤษบำรุง พระสงฆ์และมรณสักขี

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2019 ระลึกถึงบุญราศีนิโคลาสบุญเกิด กฤษบำรุง พระสงฆ์และมรณสักขี

🍊 ขอโปรดให้ทุกย่างก้าวของลูก
มั่นคงอยู่ในพระดำรัสของพระองค์
ขออย่าทรงให้ความบาปผิดใดๆ
มีอำนาจเหนือลูกเลย

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2019
ระลึกถึงนักบุญนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง
พระสงฆ์ มรณสักขี
https://www.youtube.com/watch?v=Qg9Y-pPtcRM

🌹I Want To Praise You Lord
http://youtu.be/Rzq6pVAC8VU

🌟🌟🌟🌟🌟🌟🌟🌟🌟

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2019
ระลึกถึงบุญราศีนิโคลาสบุญเกิด กฤษบำรุง
พระสงฆ์และมรณสักขี
อ่าน
2 ทธ 2:1-13
ยน 15:9-17

พระเยซูเจ้าทรงย้ำกับบรรดาศิษย์ และผู้ติดตาม 
ความรักที่ได้รับมาจากพระบิดาอย่างไร
พระองค์ก็ทรงให้ต่อไปอย่างนั้น บัญญัติเดียว
ที่พระเยซูเจ้าสั่ง ให้บรรดาศิษย์และผู้ติดตาม
ปฎิบัติ คือ “จงรักกันและกัน เหมือนที่เรารักท่าน”

เพราะรัก จึงร่วมทนทุกข์ อดทน อย่างมั่นคง
ในความรักต่อพระวาจา นักบุญเปาโลบอกว่า
ท่านยอมที่จะทำ และทนต่อทุกสิ่ง เพื่อความดี
ของทุกคน ที่เชื่อในข่าวดี

ความรักต่อพระเจ้า และสัตบุรุษที่
บุญราศีนิโคลาสบุญเกิดดูแล
ทำให้ท่านไม่ท้อแท้ แม้ถูกเบียดเบียน
ไม่ละทิ้งพันธกิจ หน้าที่ที่ตนได้รับ
ในการดูแลประชากรของพระเจ้า

หมายเหตุ..
เพราะรัก..จึงยอม..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2019

วันเสาร์หลังสมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์

ฉลองบุญราศี นิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“พระองค์จะต้องทรงยิ่งใหญ่ขึ้น ส่วนข้าพเจ้าจะต้องด้อยลง...” (ยน 3:22-30) 

นี่คือบททดสอบชีวิตคริสตชน

ที่แม้จะมานะบากบั่นอย่างที่สุด

ชีวิตสงฆ์ที่ทุ่มเทที่สุด

ชีวิตนักบวชที่อดทนที่สุด

แต่สิ่งที่ทำไปทั้งหมดนั้น

เบื้องหน้าพระคริสตเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้านั้น

วิญญาณข้าเอ๋ย... เจ้าอาจจะต้องถามตนเองว่า

ฉันทำเพื่อใคร 

เพื่อพระคริสตเจ้า หรือเพื่อตนเอง

บทบาทของเจ้าคืออะไร

เจ้ายืนผิดที่บ้างหรือไม่

เจ้าเล่นผิดบทบาทไปมากน้อยเพียงใด

เมื่อ...

“พระองค์จะต้องทรงยิ่งใหญ่ขึ้น ส่วนข้าพเจ้าจะต้องด้อยลง...”...

________________

ผมเป็นพ่อเจ้าวัดที่ประจวบฯ สามปีแล้ว และเวลานี้เป็นเวลาของการเตรียมตัวส่งมอบงาน เมื่อคณะจำเป็นต้องคืนพันธกินนี้ให้กับสังฆมณฑล เพราะบุคลากรไม่เพียงพอในการทำงาน ผมจึงต้องกลับคืนสู่หมู่คณะอีกครั้ง และเมื่อเรามีบุคลากรที่เพียงพอแล้ว เราจึงจะสามารถออกไปช่วยงานของส่วนอื่นๆ ได้อีก สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นเครื่องวัดความสำเร็จในการทำงาน ในการเป็นพ่อเจ้าวัดของผม ที่ผมคงต้องเฝ้ามองภายหลัง ไม่ใช่ตอนนี้ นั่นคือสิ่งที่เป็นประสบการณ์ของนักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้างในพระวรสารวันนี้ครับ

โดยความรู้สึกส่วนตัว เมื่อผมถูกส่งมาเพื่อเป็นพยานถึงพระคริสตเจ้า ไม่ใช่เป็นพระคริสตเจ้า แต่เป็นพยานถึงพระคริสตเจ้า เช่นเดียวกับนักบุญยอห์น ความคิดจากพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ เป็นบททดสอบ และในขณะเดียวกันก็เป็นบทสรุปในชีวิตของผู้ทำงานอภิบาลของผมจริงๆ ครับ... 

เมื่อกำลังจะต้องคืนวัดแห่งนี้ให้กับสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี หลังจากที่เราดูแลมาสิบกว่าปี จริงอยู่ แม้ว่าสมาชิกในคณะหลายคนจะมาทำงานที่นี่ และมีส่วนในพันธกิจนี้ด้วยกัน แต่อย่างน้อย สามปี เกือบสี่ปีที่ผมอยู่ที่นี่ เรียกว่าตลอดชีวิตการพระสงฆ์ของผม ตั้งแต่บวช ก็มาอยู่ที่นี่เลย และอยู่ก่อนบวชด้วย... ผมเริ่มงานการเป็นเจ้าอาวาสด้วยอุปสรรคมากมาย มากจนผมท้อแท้ เพราะมันช่างไม่ยุติธรรมกับผมเลยที่ต้องมารับผลกรรมที่ตนไม่ได้ก่อ แต่ผมขอบคุณพระเจ้าครับ ที่ตอนนั้น กำลังใจที่เข้มแข็งมากพอที่พระเจ้าทรงประทานให้ มันทำให้ผมเงียบ นิ่ง และเจริญชีวิตอย่างสงบๆ ท่ามกลางการถูกเบียดเบียนที่คุณพ่อเจ้าวัดที่นี่ทุกองค์ก็ได้รับอุปสรรคเดียวกัน จนวันนี้ คือช่วงเวลาที่ผมมีความสุขที่สุด เมื่อสามารถผ่านทุกสิ่งทุกอย่างมาถึงจุดที่กำลังจะต้องจากไปนี้... สิ่งเดียวที่เป็นเครื่องวัดการทำงานของผมคือพระวาจาตอนนี้ครับ ตอนที่ผมประทับใจในเช้าวันนี้ และเลือกมาไตร่ตรอง แบ่งปันกับพี่น้อง...

“พระองค์จะต้องทรงยิ่งใหญ่ขึ้น ส่วนข้าพเจ้าจะต้องด้อยลง...” ... ประสบการณ์งานบริหารในอดีต... ผู้บริหารสองคนที่จากไป คนหนึ่งเป็นที่ชื่นชมมาก จนมีคำกล่าวว่า... “ถ้าท่านไปแล้ว พวกเราจะอยู่กันได้อย่างไร เพราะท่านเก่งเหลือเกิน พวกเราอยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะความสามารถของท่านจริงๆ” กับผู้บริหารอีกคนหนึ่ง ที่พูดเรียบๆ ง่ายๆ ในคืนอำลา “ผมขอบคุณทุกๆ คน แม้วันนี้ผมกำลังจะจากไป แต่ผมมั่นใจว่า ประสบการณ์ที่เราได้ใช้ชีวิตด้วยกันที่นี้ จนวันนี้ แม้จะไม่มีผมแล้วตรงนี้ ผมก็ไม่กังวลอะไร เพราะผมมั่นใจว่า พวกท่านทุกคนจะสามารถทำความฝันของเราให้เป็นจริงได้ อาศัยความร่วมมือของพวกท่าน ที่เราได้ร่วมชีวิต และมีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกัน...” ผมชอบความคิดของผู้บริหารคนที่สองนี้มากนะครับ และดังนี้ องค์กรของเขาจึงสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะเขารู้ว่าเขาเป็นใคร และควรเป็นใคร...

ความคิดนี้ ทำให้ผมค่อนข้างกลัวนะ เมื่อต้องเผชิญหน้า แต่มันเป็นเครื่องวัดความจริงในชีวิตของผู้อภิบาลอย่างผมจริงๆ ... ตลอดเวลาของการเป็นพ่อเจ้าวัดที่ประจวบฯ นี้ ผมได้ทำให้ความเชื่อของคริสตชนที่นี่เข้มแข็งขึ้นมากน้อยเพียงใด สิ่งนี้ล่ะ วันนี้ล่ะ เป็นเครื่องวัดถึงพันธกิจของผมทั้งหมดที่ผ่านไป ... หากผมยอมรับว่า พันธกิจทั้งหมดของผมที่ได้หมั่นเพียรอดทนทำไปนั้น  “พระองค์จะต้องทรงยิ่งใหญ่ขึ้น ส่วนข้าพเจ้าจะต้องด้อยลง...” หรือข้าพเจ้าจะต้องยิ่งใหญ่ขึ้น มีเกียรติมากขึ้น แต่พระคริสตเจ้า ยังไม่อาจเป็นแสงสว่างที่แท้จริงของสัตบุรุษ ในประสบการณ์และชีวิตจริงเลย หากเป็นเช่นนั้น การเป็นพ่อเจ้าวัดของผมในช่วงเวลาที่ผ่านไป มันคงยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเลย... เอาเถอะ สิ่งนี้ คือความจริงที่ผมต้องกล้าเผชิญ เหมือนการถูกวัดและประเมินผล เมื่อผมจากไป

พี่น้องที่รัก เช้านี้ พระวาจาของพระเจ้าในพระวรสารวันนี้ เป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่เราจะจบเทศกาลพระคริสตสมภพลงจริงๆ และวันพรุ่งนี้ เราจะฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง และเราก็ และวันต่อไป เราก็เริ่มเทศกาลธรรมดา อาภรณ์ของพระสงฆ์ที่จะเปลี่ยนไปเป็นสีเขียวอีกครั้ง สีของความเจริญเติบโตของความเชื่อของเรา ที่จะเป็นดังต้นไม้ใหญ่ที่เป็นที่พักอาศัยของนกมากมายในอากาศได้... นักบุญยอห์น ให้แบบอย่างอุดมการณ์ในการทำงานอภิบาลของผมและของพี่น้องจริงๆ ครับ... ยอห์นไม่ได้เสียดาย เสียใจที่ศิษย์และคนมากมายกำลังหันไปติดตามพระคริสตเจ้า ที่ท่านเป็นพยานถึง แต่ท่านรู้สึกภูมิใจในความสำเร็จของพันธกิจของท่าน ในฐานะพยานถึงความสว่าง ที่ท่านสามารถนำคนมากมายให้ไปพบแสงสว่างที่แท้จริงในพระคริสตเจ้า... 

พ่อเจ้าวัดน้อยๆ อย่างผม วันนี้ คงต้องไตร่ตรองว่า... ผมรวมสัตบุรุษไว้ในพระคริสตเจ้า หรือครอบครองไว้เป็นของผมเอง จากวันนี้แหละ มันคือเครื่องพิสูจน์ หากสัตบุรุษของผมเข้าไปพบพระคริสตเจ้า และติดตามพระองค์จริงๆ นั่นคือความสำเร็จของผมที่น่าภูมิใจครับ แต่หากสัตบุรุษของผมยังไม่พบ ยังมองไม่เห็นบุคคลที่ผมเป็นพยานถึง ซึ่งประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขาแล้วนั้น สิ่งนี้เป็นเรื่องประเมินผลงานของผมได้เป็นอย่างดี ว่า ผมคงยังทำงานไม่ประสบความสำเร็จจริงๆ หากผมนำสัตบุรุษมาไว้เป็นของตนเอง มากกว่าเป็นของพระคริสตเจ้า... นั่นคือ ผมคงเป็นสงฆ์เพื่อตนเอง เพื่อสร้างผลงานให้ตนเอง มากกว่านำสัตบุรุษเป็นผลงานถวายแด่พระเจ้า มิใช่หรือ...

พี่น้องที่รัก เป็นพระสงฆ์ เป็นนักบวช หรือเป็นคริสตชนฆราวาสก็ตาม สิ่งที่เราทุกคนมีเหมือนกันคือ เราเป็นศิษย์ของพระคริสตเจ้า เราเป็นลูกของพระเจ้า เราที่พระเจ้าทรงส่งไปเป็นข่าวดีนั้น เพื่อเป็นพยานถึงพระองค์ ไม่ใช่เป็นพยานถึงตนเอง ... 

วิญญาณข้าเอ๋ย วันนี้เจ้ามีชีวิตอยู่เพื่อใครจริงๆ เพื่อตนเอง หรือเพื่อพระคริสตเจ้า... สิ่งที่เจ้าตรากตรำทุกวันนี้ เจ้าทำเพื่อใครจริงๆ เพื่อตนเอง หรือเพื่อพระคริสตเจ้า... หากเจ้าทำเพื่อตนเอง นั่นคือรางวัลที่เสื่อมสลาย แต่หากเจ้าทำเพื่อพระคริสตเจ้าแล้ว รางวัลของเจ้าก็อยู่กับพระองค์...

ข้าแต่พระเจ้า ความภูมิใจและความยินดีของลูกอยู่ตรงนี้ เมื่อ “พระองค์จะต้องทรงยิ่งใหญ่ขึ้น ส่วนข้าพเจ้าจะต้องด้อยลง...” เป็นสงฆ์เพื่อหาเกียรติให้ตนเอง มันไร้ค่า แต่เป็นสงฆ์เพื่อถวายเกียรติแด่พระคริสตเจ้านั้นต่างหาก ที่เป็นคุณค่ายิ่งใหญ่ สมกับที่พระเจ้าทรงเรียกให้เป็นของพระองค์.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)




วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 19 เทศกาลพระคริสตสมภพ
บทอ่าน 1ยน 5:14-21 / ยน 3:22-30
พิธีล้างของใครจะใหญ่กว่ากัน? พิธีล้างแห่งการใช้โทษและกลับใจของยอห์น หรือพิธีล้างด้วยพระจิตของพระเยซูเจ้า? คำตอบชัดเจนมากสำหรับยอห์น เพราะท่านได้หลีกทางให้พระเยซูเจ้า “พระองค์จะต้องใหญ่ขึ้น ส่วนข้าพเจ้าจะเล็กลง” ยอห์น บัปติสต์ได้มองดูตัวเอง ในฐานะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว หน้าที่ของเจ้าบ่าวตามประเพณีของชาวยิว คือ ผู้ที่จัดการทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับงานแต่งงาน และหลังจากตัวเองแน่ใจว่า ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้แต่งงานกันอย่างมีความสุขแล้ว เพื่อนเจ้าบ่าวจะมีความยินดี ที่งานได้จบลงด้วยดี และบัดนี้ เขาก็จะหลบฉากไป
ในแง่มุมของพระธรรมเก่า งานแต่งงานระหว่างพระเป็นเจ้า และประชากรอิสราเอล ได้จบลงแล้ว พระเยซูเจ้า คือ เจ้าบ่าวที่เป็นพระเมสสิยาห์ และประชากรอิสราเอลคือเจ้าสาว (เทียบ อสย 61:10) เช่นเดียวกัน ในพันธสัญญาใหม่ พระศาสนจักรได้เฉลิมฉลองงานแต่งงานของลูกแกะพระเจ้า เป็นความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างพระเมสสิยาห์ กับกลุ่มของผู้ได้รับเลือกสรร (เทียบ วว19:7) การจัดเตรียมและการตั้งกลุ่มคริสตชน ในฐานะเป็นเจ้าสาวของพระคริสตเจ้า จะเป็นขึ้นต่อหน้าสานุศิษย์และการประกาศข่าวดี จะต้องหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างกลุ่มต่างๆ เพราะเราต่างเป็นลูกของพระเป็นเจ้า
ศีลล้างบาปไม่ใช่เป็นเพียงศีลศักดิ์สิทธิ์ ของความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างพระเป็นเจ้ากับเรา แต่มันยังเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ของความเป็นหนึ่งเดียว ในฐานะเป็นพระรหัสกายของพระคริสตเจ้า...นักบุญบาซิลได้ กล่าวว่า “เมื่อเราได้รับศีลล้างบาป เราได้ยืนยันความเชื่อของเรา ขณะที่เรายืนยันความเชื่อของเรา เราก็ถวายคำสรรเสริญของเรา และเมื่อเราได้รับศีลล้างบาปโดยพระผู้ไถ่ ในพระนามของพระบิดา และพระบุตรและพระจิต เราก็ประกาศบทแสดงความเชื่อ สอดคล้องกับศีลล้างบาปของเรา”... “เราทุกคน ซึ่งปรารถนาจะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า และโดยคำสั่งของพระเป็นเจ้า เราจะต้องแสวงหาพระหรรษทานแห่งศีลล้างบาป ภายใต้ความจำเป็นที่เท่าเทียมและเคร่งครัดเหมือนกัน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)




เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/ETbCi6FLUGc


view