สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

🌻เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี
เพื่อจะติดตามพระเยซู ..
แต่เราจะเป็นคนดี
จากการติดตามพระเยซู …

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=iEMqArCIqVM

🍀เวลานี้
http://youtu.be/_dYs-yNQkYQ

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
ฮบ 1:1-6
มก 1:14-20

เมื่อพระเยซูเจ้าประกาศความเชื่อ 
พระองค์ทรงเรียกร้อง “การกลับใจ” 
ใครที่ทำทันที เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต
พระองค์ทรงเร่ิมสั่งสอน เพื่อให้เขา
เป็นผู้เหมาะสม

จดหมายถึงชาวฮีบรู ตอกย้ำ
ในอดีต พระเจ้าทรงติดต่อ สื่อสาร
นำข่าวดีสู่มนุษย์ โดยทรงประกาศก
แต่ผ่านทางการบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระคริสตเจ้า
พระองค์สื่อสารโดยตรงกับมนุษย์ โดยทางพระวาจา

หมายเหตุ..
ความยาก
ไม่ได้หมายถึง ...ทำไม่ได้
แต่มันหมายถึง
ความพยายาม ที่ต้องเพิ่มมากขึ้น

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2019

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“จงตามเรามาเถิด เราจะทำให้ท่านเป็นชาวประมงหามนุษย์” (มก 1:14-20)

จากวิถีชีวิตของความเป็นมนุษย์

เมื่อพระเจ้าทรงเรียกให้เราเป็นของพระองค์

พระเจ้าไม่ได้ให้เราละทิ้งสิ่งที่กำลังทำอยู่

แต่ดูเหมือนว่า พรสวรรค์ ที่เรามีนั้น

มันคือพระพรที่พระองค์ทรงเติมเต็มเพื่อให้เราพัฒนาขึ้น

จากจุดนั้น สิ่งที่เราทำอยู่

ก็ไม่ใช่งานของเราอีกต่อไป แต่เป็นงานของพระองค์

จากชาวประมงหาปลา

กลับกลายเป็นชาวประมงหามนุษย์

งานของเรา กลับกลายเป็นงานของพระ

และสิ่งนี้เอง กลับเป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่า 

ที่พระองค์ทรงเรียกเราให้ทำงานของพระองค์

วันนี้ ฉันทำงานของฉันเพื่อพระเจ้า

หรือฉันทำงานของพระเจ้า

นี่คือเครื่องวัดความมีวุฒิภาวะของการเป็นคริสตชน

ที่แสวงหาพระประสงค์ของพระเจ้าในชีวิตของตน

เขาทิ้งน้ำใจของเขา และเดินตามเสียงเรียกแห่งพระประสงค์ของพระเจ้า

วันนี้ ฉันมั่นใจบนหนทางที่พระองค์ทรงเรียกฉันหรือเปล่า

ฉันกล้าที่จะทิ้งน้ำใจของตนเองจริงๆ และเดินตามพระองค์หรือเปล่า...

________________

วันนี้ เป็นวันจันทร์สัปดาห์ที่ 1 ในเทศกาลธรรมดา เมื่อวานนี้ เราได้จบเทศกาลพระคริสตสมภพอย่างสมบูรณ์ในการฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง และวันนี้ เราเห็นพระสงฆ์สวมอาภรณ์สีเขียวอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่สวมสีขาวมาสักระยะหนึ่งในระหว่างเทศกาลพระคริสตสมภพ สีเขียวที่บัดนี้ให้ความหมายถึงการเจริญเติบโตของชีวิตคริสตชน อาศัยการบังเกิดมาของพระเยซูคริสตเจ้า เป็นดังวุฒิภาวะของการเป็นคริสตชน ที่ต้องเติบโตขึ้น กล้าตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่ดีกว่า และอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด คือพระประสงค์ของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงตรัสเรียกเราโดยพระบุตรของพระองค์...

เมื่อคืนนี้ เมื่อผมมาถึงอารามของพี่น้องกาปูชิน ที่บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งผมจะมีเวลาเข้าเงียบร่วมกับคณะซิสเตอร์ทั้งสัปดาห์นี้ นี่อาจจะเป็นช่วงเวลาของการฟื้นฟูชีวิตจิตวิญญาณของผมเองด้วย มีคำถามจากพี่น้องท่านหนึ่ง ถามถึงเรื่องของกระแสเรียก เราจะรู้ได้อย่างไรว่า อะไรเป็นกระแสเรียกของเรา และเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า นั่นคือสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกเราบนหนทางใด... คำถามนี้เป็นดังบทไตร่ตรองแรก เมื่อมาถึงที่อารามฯ ทำให้ผมหันกลับไปถามตนเอง ผมคิดว่า อะไรคือกระแสเรียกของผม และผมมั่นใจได้อย่างไร... โอ้ หากผมต้องตอบคำถามนี้ ผมคงต้องตอบจากประสบการณ์ของตนเองล่ะครับ จากวันวานสู่วันนี้ วันนี้ วันที่ผมเป็นผ่านชีวิตมากหลายมุม เป็นมาหลายแบบ จนวันนี้มาเป็นนักบวช เหมือนดังสิ่งสุดท้ายที่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว จะไม่ไปไหนอีก จนเป็นพระสงฆ์ หากถามว่า ผมมั่นใจอย่างไรในกระแสเรียกนี้.. สิ่งแรก คือ สิ่งที่เรียกว่า “ความชื่นชมยินดีในกระแสเรียก” และ “ความเสมอต้นเสมอปลายของความชื่นชมยินดีนี้” รวมถึง “เครื่องหมายจากพระเจ้าที่ยืนยันให้เรามั่นใจว่า อะไรคือทางของเราที่พระเจ้าได้ตรัสเรียก” สองสามประการนี้ คือสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตของผม และเป็นคำตอบของการตัดสินใจบนหนทางที่พระเจ้าทรงเรียกผมครับ

กระแสเรียก ไม่ได้หมายถึงการเป็นพระสงฆ์ เป็นนักบวชเท่านั้น แต่เป็นเส้นทางชีวิตของเราแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป ตามพระประสงค์ของพระเจ้าที่ได้เรียกเรา แต่สิ่งที่สำคัญคือ สิ่งนี้เองที่ผมกำลังไตร่ตรองอยู่ นั่นคือความชื่นชมยินดีแห่งกระแสเรียก นั่นคือความสุข ความชื่นชม ที่ไม่ใช่ว่าไร้ซึ่งความทุกข์ยาก แต่เป็นความพร้อมที่จะเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากที่อาจจะประสบ โดยมั่นใจพระหรรษทานของพระเจ้า หากสิ่งที่ได้เกิดขึ้นนั้น คือพระประสงค์ของพระเจ้าที่ทรงนำให้เราเดินผ่านประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิตของการเป็นลูกพระเจ้า ซึ่งอาจจะมีทั้งดีและไม่ดี สุขบ้าง ทุกข์บ้าง แต่ความเชื่อและวุฒิภาวะของการเป็นคริสตชน คือสิ่งที่สอนเราให้เรียนรู้ที่จะน้อมรับพระประสงค์ของพระเจ้า และมั่นใจในพระองค์ว่า ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงอนุญาตให้เกิดขึ้นกับชีวิตของเรานั้น ต้องเป็นสิ่งที่คุณค่า และมีประโยชน์กับจิตวิญญาณของเราแน่ๆ สิ่งนี้จึงเป็นท่อธารแห่งความสุขในพระประสงค์ของพระเจ้า และเป็นสิ่งที่เสมอต้นเสมอปลาย ที่เป็นตัวเรา ไม่ใช่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แม้ว่าบางครั้ง อาจมีท้อถอยบ้าง ท้อแท้บาง แต่พระหรรษทานของพระเจ้า เป็นดังเครื่องวัดถึงกระแสเรียกของเรา สิ่งนี้เอง จะนำเรากลับมาในทางที่พระองค์ทรงเรียก และเราจะไม่พรากจากเสียงของพระองค์ที่ตรัสกับเราเสมอ นี่แหละ คือวุฒิภาวะของการเป็นคริสตชน นี่คือการค้นพบพระประสงค์ของพระเจ้าในชีวิตของเราแต่ละคน ที่เราเรียนรู้จากประสบการณ์ส่วนตัวของเรากับพระเจ้า และทำให้เรากล้าตัดสินใจบนหนทางแห่งพระประสงค์ของพระองค์ ที่ทรงเรียกเราตามน้ำพระทัย เพื่อให้เราเป็นของพระองค์

วันนี้ พระวาจาของพระเจ้า จากพระวรสารโดยนักบุญมาระโกที่เราได้ฟังในพิธีบูชาขอบพระคุณวันนี้ เราเห็นวิถีชีวิตของความเป็นมนุษย์ที่แต่ละคนมีแตกต่างกัน หนทางของแต่ละคนไม่เหมือนกัน... เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเริ่มพันธกิจของพระบิดานั้น พระองค์ทรงเรียกศิษย์คนแรกๆ และวันนี้ เราพบท่าทีของซีโมนและอันดรูว์ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเรียกพวกเขา พระองค์ตรัสว่า “จงตามเรามาเถิดเราจะทำให้ท่านเป็นชาวประมงหามนุษย์” พระองค์ทรงเรียกเขาจากพื้นฐานชีวิตและความสามารถของเขา ที่เป็นจุดไตร่ตรองของผมที่นำมาแบ่งปันกับพี่น้องในเช้าวันนี้... พระเยซูเจ้าไม่ได้เรียกพวกเขาว่า ให้พวกเขาเป็นนักธุรกิจสวรรค์ แต่พระวาจาที่ตรัสเรียกนั้น เหมือนทำให้หัวใจของเขามุ่งใช้พระพรและความสามารถของเขาในการเป็นชาวประมง ให้ทำสิ่งที่ดีกว่า จากการแสวงหาปลา เป็นการแสวงหาวิญญาณ มันอาจจะเป็นสิ่งใหม่ที่ท้าทายพวกเขา จากสิ่งที่เขาคิดว่าดีแล้ว มาสู่สิ่งที่ดีกว่า และมาสู่สิ่งที่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า

กระแสเรียก จึงหมายถึงการแสวงหาหนทางที่พระเจ้าทรงเรียกให้เราเดิน จากพระพรหรือสิ่งที่เราเรียกว่า พรสวรรค์ หรือความสามารถพิเศษที่เรามี อาศัยการเรียกของพระองค์ สิ่งนั้นจะพัฒนากลายเป็นเครื่องหมายที่นำให้เรามั่นใจว่า พระองค์ทรงเรียกให้เราเดินไปในทางใด และให้เราได้พัฒนาสิ่งที่เป็นพระพรที่พระองค์ทรงประทานให้ เพื่องานของพระองค์อย่างไร

การตัดสินใจทิ้งทุกสิ่ง และติดตามพระเยซูเจ้านั้น คือการยอมมอบตนไว้ภายใต้การทรงนำของพระองค์ อะไรคือพระพรที่พระเจ้าทรงประทานให้เรา นั่นคือพระพรที่เป็นทุนในการเริ่มต้นดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์ ที่บัดนี้ งานที่เราทำเพื่อตนเอง พระพรที่เราใช้เพื่อตนเองจะได้เปลี่ยนเป็นงานของพระองค์ และเพื่อพระองค์

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงเปิดหัวใจของลูก ให้พร้อมยอมมอบตนเองแด่พระองค์ เพื่ออุทิศตน ใช้พระพรที่พระองค์ทรงประทานให้ เพื่อพัฒนางานของตน ให้กลายเป็นงานของพระองค์และเพื่อพระองค์ และบัดนี้ ลูกไม่ต้องทำอะไรเพื่อพระองค์อีก แต่เพียงมอบตน ทำงานของพระองค์เท่านั้นก็พอแล้ว.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 19 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฮบ 1:1-6 / มก 1:14-20
พระวรสารโดยนักบุญมาร์โกได้เล่าเรื่องพันธกิจของพระเยซูเจ้า ด้วยการเริ่มต้นข่าวดีเรื่องพระเยซูเจ้าเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า พร้อมกับการประกาศว่า “เวลากำหนดไว้มาถึงแล้ว พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว จงกลับใจ และเชื่อในข่าวดีเถิด”พระเยซูเจ้าได้ทรงเลือกบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ จากคนธรรมดาๆ พระองค์ได้เรียกซีโมนและอันดรูว์ ยากอบและยอห์น จากเป็นชาวประมงจับปลา เป็นชาวประมงจับมนุษย์ พวกเขาเป็นคนเรียบง่าย แข็งแรง ทำงานหนัก เป็นคนที่อุทิศตัว คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตที่ทรหดอดทน และพวกเขาได้ตอบรับการเชื้อเชิญจากพระเยซูเจ้า และได้ติดตามพระองค์ไปทันที
พระเยซูเจ้าจะเผยแสดงรหัสธรรมของพระราชัยของพระเป็นเจ้า ให้แก่บุคคลกลุ่มนี้ ผ่านทางคำสั่งสอน อัศจรรย์ต่างๆ และกิจการที่ยิ่งใหญ่ การมีประสบการณ์ชีวิตครั้งแรกกับพระเยซูเจ้า จะทำให้พวกเขามองเห็นพระองค์ ด้วยตาของตัวเอง ได้ยินพระวาจาด้วยหูของตัวเอง และสัมผัสพระองค์ด้วยมือของตัวเอง (เทียบ 1ยน 1:1) และพวกเขาจะเป็นประจักษ์พยานของพระเยซูเจ้า ในท่ามกลางมนุษยชาติทั้งหมด
การเชื้อเชิญของพระเยซูเจ้า”จงตามเรามาเถิด” สามารถเกิดขึ้น ในทุกเวลา และการตอบรับทันที่ทันใด ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของทุกคน เพื่อที่จะได้รับการอบรมให้เป็นสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า เราต้องมีความผูกพันกับพระองค์ เรียนรู้จากโรงเรียนของพระองค์ พยายามหาพระเมตตาของพระองค์ และ “จงติดตามพระองค์ไป” จนถึงวาระสุดท้าย ที่พระองค์ได้ยอมพลีชีพบูชา เพื่อมนุษยชาติ การเป็นสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้าเรียกร้องการอุทิศตัว การรับใช้ การเป็นผู้นำ และความมั่นคง
อย่าเดินข้างหลังเรา เราอาจจะไม่สามารถนำเจ้า อย่าเดินข้างหน้าเรา เราอาจจะไม่ติดตามเจ้า จงเดินเคียงข้างเรา และเป็นเพื่อนร่วมทางของเรา...เมื่อเราต้องประสบกับเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต เมื่อเรากำลังต่อสู้กับบางสิ่ง หรืออะไรก็ได้ เมื่อเราพบกับจุดสูงสุดในชีวิต เมื่อทุกสิ่งดำเนินไปอย่างดี เราต้องการให้ใครบางคนปลอบโยนเรา และอยู่ตรงนั้นพร้อมกับเรา และกล่าวว่า “ทำดีแล้ว”บุคคลนั่นคือพระเยซูเจ้า.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view