สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 15 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่ 15 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

💟ถ้าคุณรักใครอย่างจริงใจ...
คุณก็พร้อมจะละความปรารถนาของตัวเอง
เพื่อตอบสนองต่อความปรารถนาของเขา
ถ้าคุณรักพระเจ้า คุณก็จะเชื่อฟังพระองค์

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 15 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=hhdvbRguJIU

🎁One More Gift
https://youtu.be/-8mWu518CJo

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันอังคารที่ 15 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
ฮบ 2:5-12
มก 1:21-28

สิ่งที่ทำให้คำสั่งสอนของพระเยซูเจ้า
ในฐานะผู้นำ เป็นที่ยอมรับ เปี่ยมด้วยพลัง อำนาจ
สร้างความประทับใจให้กับผู้ฟัง นั่นก็คือ
ความพร้อมที่จะทำตนเป็นผู้รับใช้ โดยไม่อวดตน
เพื่อให้ทุกคนได้พบความสุข

จดหมายถึงชาวฮีบรู ตอกย้ำ..
พระเยซูเจ้าในฐานะผู้นำ ที่ทรงอำนาจนั้น
ทรงผ่านประสบการณ์ เพื่อรับใช้ทุกคน
ที่อยู่ใต้อำนาจ

หมายเหตุ..
อำนาจที่ปราศจากเหตุผล
เป็นได้แค่อำนาจของคนพาล

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 15 มกราคม 2019

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ท่านมายุ่งกับเราทำไม เยซู ชาวนาซาเร็ธ” (มก 1:21-28)

การประกาศว่า พระองค์คือพระเจ้า พระองค์คือพระบุตรของพระเจ้า

เป็นสิ่งที่ต้องประกาศด้วยชีวิตที่เป็นพยานในพระองค์

ด้วยความเชื่อในพระองค์

มาวัดวันอาทิตย์ ปฏิบัติศาสนกิจเยี่ยงคริสตชนนั้น

นั่นมันก็เป็นเยี่ยงคริสตชนเขาทำกัน

แต่ วันนี้ ฉันเป็นคริสตชนจริงๆ หรือเปล่า

ฉันเชื่อ ฉันศรัธา ฉันรักพระเจ้าจริงๆ หรือเปล่า

ชีวิตของฉันเป็นพยานถึงความเชื่อในพระองค์ที่ฉันได้ประกาศ

และฉันได้รับพระองค์เข้ามามีบทบาทในชีวิตของฉันจริงๆ หรือเปล่า

หรือฉันกำลังทูลพระองค์ว่า

“ท่านมายุ่งกับเราทำไม เยซู ชาวนาซาเร็ธ”

________________

ในศาลาธรรม แม้ในวัดของเรา แม้ในพระศาสนจักรของเรา ปีศาจมันเข้ามาพร้อมกับเราในศาลาธรรม ในที่เรามาเพื่อพบพระเจ้า ฟังพระเจ้า ณ ที่นั้น จิตของมันก็อยู่ท่ามกลางเราด้วย และวันนี้มันร้องตะโกนว่า “ท่านมายุ่งกับเราทำไม เยซู ชาวนาซาเร็ธ”... มันมาที่วัดของเรา มันอยู่นมัสการพระเจ้าพร้อมกับเรา แต่มันตะโกนแบบนี้ หมายความว่าอย่างไรกัน...

มากกว่านั้น มันร้องออกไปอีกว่า “เรารู้ว่าท่านเป็นใคร  ท่านคือองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า” คือมันรู้จักพระองค์เช่นเดียวกับเรา มันรู้ว่าพระองค์เป็นใคร... มองผ่านๆ อาจจะดูเหมือนว่า นี่ก็เป็นสิ่งที่ดีมิใช่หรือ ที่ใครบางคน แม้ปีศาจ ได้ประกาศว่า หรือยืนยันว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า... แต่เราพบว่า พระเยซูเจ้าทรงปรามมัน และไม่ให้มันพูด หรือประกาศยืนยันความเป็นจริงของพระองค์

คริสตชน ผู้ที่เข้ามาที่พระวิหารของพระเจ้า สมาชิกของพระศาสนจักร เป็นพวกเรามิใช่หรือ ที่ต้องเจริญชีวิตประกาศข่าวดีนี้ เป็นบรรดาผู้ที่ประกาศความเชื่อในพระองค์มิใช่หรือ ที่ต้องเจริญชีวิตตามความเชื่อนั้น เพื่อเป็นข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้า ที่อยู่ท่ามกลางเราแล้ว ด้วยชีวิตที่เป็นประจักษ์พยาน...

เป็นไปได้หรือเปล่า ที่หลายครั้ง เราอาจจะมาวัด เราอาจจะร่วมมิสซาวันอาทิตย์มิได้ขาด เป็นไปได้หรือเปล่า ที่เราจำศีลอดอาหาร เราภาวนา เราทำบุญให้ทานมากมาย และด้วยกิจการดีเหล่านั้น เราก็ประกาศความเชื่อความศรัทธาของเราในพระเจ้า แต่แล้วเรากลับเป็นบุคคลนั้น ที่อาจจะรู้จักพระเจ้าดี แต่สิ่งที่เราทำ คือเรากำลังทูลพระองค์ว่า “ท่านมายุ่งกับเราทำไม เยซู ชาวนาซาเร็ธ” ฉันมาวัดแล้ว ฉันไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร ฉันจำศีลอดอาหาร ฉันภาวนา ฉันเชื่อในพระองค์แล้ว พระองค์คือพระบุตรของพระเจ้า แต่พระองค์มายุ่งกับฉันทำไม พระส่วนพระ มนุษย์ส่วนมนุษย์... โอ้ บางที อาจจะเป็นฉันเองด้วยหรือเปล่า ที่อาจจะบอกว่า ฉันถวายมิสซาแล้วสำหรับสัตบุรุษของพระองค์ ฉันทำหน้าที่ผู้อภิบาลแล้วตามหน้าที่ที่ฉันต้องทำ พระองค์จะมายุ่งอะไรกับฉันอีก ฉันมีหน้าที่ในความเป็นมนุษย์ที่ฉันต้องทำ ในส่วนของฉันที่เป็นหน้าที่ต่อพระองค์ฉันทำแล้วนี่... และนี่เอง ความคิดแบบนี้เอง อาจจะเป็นสิ่งที่แสดงออกว่าเรากำลังประกาศความเชื่อของเราอย่างคนโกหก อย่างปีศาจ ที่มันก็เข้าวัดวันอาทิตย์เหมือนเราด้วย มันอยู่ท่ามกลางเรา เมื่อเราฟังพระวาจาของพระเจ้าด้วย ไม่รู้ซิ มันอาจจะออกมารับศีลมหาสนิทด้วย แต่มันกำลังทุราจารสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มันไม่ได้รักพระเจ้าเลย มันแสดงออก แบบคนโกหกเท่านั้นเอง มันทำเพื่อให้ดูดีเท่านั้นเอง

องค์พระผู้เป็นเจ้า ในพระวรสารวันนี้ เราพบว่า พระองค์ทรงห้ามไม่ให้ปีศาจมันประกาศความเชื่อในพระองค์ เพราะมันไม่ได้เชื่อและรับพระองค์เข้ามามีบทบาทในชีวิตของมัน ปีศาจมันเป็นเจ้าแห่งการโกหก มันเสแสร้งทำบางอย่าง เพื่อให้ดูดีเท่านั้น แต่มันหาได้เชื่อในพระองค์ไม่...พี่น้องที่รัก นี่คือสิ่งที่เราแต่ละคนควรไตร่ตรองมิใช่หรือ คริสตชนที่ดี ลูกของพระเจ้า คงไม่ใช่ผู้ที่ประกาศความเชื่อในพระองค์เท่านั้น คงไม่ใช่ผู้ที่เข้าวัดทุกอาทิตย์ ทำบุญให้ทาน จำศีลอดอาหาร อธิษฐานภาวนาเช้าค่ำ แล้วนั้น หมายถึงการประกาศความเชื่อในพระเจ้า... เราพบจากพระวาจาของพระองค์วันนี้ หากเราทำเพียงเท่านี้ พี่น้องที่รักครับ ปีศาจมันก็ทำอย่างเราด้วย แต่มันไม่ได้รักพระเจ้าจริงๆ มันทุราจารต่อพระองค์ทั้งชีวิตของมัน และพระเยซูเจ้าวันนี้ได้ปรามมัน “จงเงียบ  ออกไปจากผู้นี้” ... อย่าเลย ขออย่าให้เราถูกตำหนิเช่นนี้เลย “จงเงียบเถอะ ออกไปเถอะ เลิกทำสิ่งนี้เถอะ หากเจ้าไม่ได้จริงในกับเรา... พอเถอะ” ... โอ้ อาจเป็นฉันเองหรือเปล่า ที่ในชีวิตจริงของฉัน ฉันเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคริสตชน ฉันไปวัดวันอาทิตย์ จำศีลอดอาหาร แก้บาปรับศีลเสมอ แต่ชีวิตของฉันยังไม่ได้รักและจริงใจกับพระเจ้า ฉันเป็นคริสตชน ฉันทำสารพัดอย่างเพียงเพื่อให้ดูดีเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว วันนี้ พระเยซูเจ้าจะตรัสกับฉันว่า... “เงียบเถอะ และออกไปซะ...”

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์เข้ามามีบทบาทในชีวิตของลูกเถิด ลูกเปิดหัวใจต้อนรับพระองค์ ขอพระองค์ทรงนำลูกในทางของพระองค์เถิด อย่าให้ลูกเป็นคริสตชนเพื่อจะดูดีเท่านั้น แต่ให้ลูกเป็นคริสตชนที่แสนสัตย์ซื่อและรักพระองค์จริงๆ เถิด ให้บูชาของลูก เป็นบูชาชีวิตเถิด ขอให้ลูกประกาศความเชื่อถึงพระองค์ทุกวันในชีวิตจริงเสมอเถิด พระเจ้าข้า.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)



วันอังคารที่ 15 มกราคม 19 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฮบ 2:5-12 / มก 1:21-28
เมื่อบรรดาประชาชนเห็นพระเยซูเจ้าทรงรักษาคนผีสิงให้หาย พวกเขาได้พูดกันว่า “นี่มันเรื่องอะไร เป็นคำสั่งสอนแบบใหม่ที่มีอำนาจ เขาสั่งแม้กระทั่งปิศาจ และมันก็เชื่อฟัง” และเราก็รู้ว่า พระเยซูเจ้ามิได้สั่งสอน ด้วยคำแนะนำหรือด้วยนิทานเปรียบเทียบเท่านั้น แต่พระองค์ “ได้ทรงกระทำ”บางอย่าง ด้วยคำเทศนาหรือด้วยการประกาศข่าวดี ที่จริงการกระทำมีคุณค่าสำหรับการเป็นประจักษ์พยาน มากกว่าคำพูดของเรา การกระทำของพระองค์ ทำให้พระราชัยของพระเป็นเจ้าปรากฏในโลกนี้ เพราะพระองค์ทรงทำด้วยอำนาจที่แท้จริง จึงทำให้น่าเชื่อถือมากกว่า ประชาชนรับรู้อย่างรวดเร็วว่า สิ่งที่ผู้นำทางศาสนาของพวกเขา คือ พวกฟาริสีกระทำนั้น ขาดความจริงและความน่าเชื่อถือ เป็นความจริงว่า การเทศนาสั่งสอนสามารถนำผู้คน ให้เข้ามาใกล้ชิดพระเป็นเจ้า อย่างไรก็ตาม ความเมตตากรุณาและความรักที่จริงใจ แม้จะไม่ได้พูดออกมา ก็เป็นการประกาศให้คนรู้อยู่แล้ว และมักจะได้รับการตอบสนองที่ดีด้วย เป็นการพอเพียงแล้ว ที่เราจะมองรอบๆตัวเรา หรือเคยได้ยินว่าชีวิตของบรรดานักบุญได้ยืนยันเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
คำสั่งสอนที่ดีนั้น จะต้องทำให้ผู้ฟังมีความรู้สึกว่า มันเป็นพระพรมากกว่าเป็นภาระหนัก...หลักสูตรใดๆก็ตาม ไม่สำคัญเท่าวิธีการสอน และเนื้อหาสาระที่อยู่ในการสอนนั้น...มีสามสิ่งที่ท่านต้องรู้เมื่อทำการสอนคนอื่น ท่านต้องรู้เรื่องที่สอนเป็นอย่างดี ท่านต้องรู้จักคนที่ท่านกำลังสอนเป็นอย่างดี และท่านต้องทำให้ผู้เรียนมีความภาคภูมิใจที่ได้เรียนกับท่าน
พระเยซูเจ้าทรงสอนให้เราเลือกประตูแคบ ไม่ใช่ประตูกว้าง ที่นำไปสู่การทำลายล้าง“จงเข้าทางประตูแคบ เพราะประตูและทางที่นำไปสู่หายนะนั้นกว้างขวาง คนที่เข้าทางประตูนี้มีจำนวนมาก แต่ประตูและทางซึ่งนำไปสู่ชีวิตนั้นคับแคบ คนที่พบทางนี้มีจำนวนน้อย ” (มธ 7:13-14)..ทรงสอนเรื่องการสวดว่า ” เมื่อท่านอธิฐานภาวนา จงอย่าเป็นเหมือนบรรดาคนหน้าซื่อใจคด เขาชอบยืนอธิฐานภาวนาในศาลาธรรม และตามมุมลานเพื่อให้ใครๆเห็น เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เขาได้รับบำเน็จของเขาแล้ว” (มธ 6:5-6).

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view