สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

🍐ชีวิต ...
ที่เติมด้วยสิ่งของไม่มีวันเต็ม
แต่ชีวิตที่เติมเต็มด้วยพระเจ้า
จะเต็มตลอดเวลา …

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=_DnfPta95k4

🍊เราจะเดินในทางพระเราจะเดินในทางพระเยซู
http://youtu.be/_OjYUBdKO4s

🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
ฮบ 4:12-16
มก 2:13-17

เพียงเลวี ได้ยินพระวาจา ที่ว่า
“จงตามเรามาเถิด” แล้วเปิดใจ
ให้พระวาจาขัดเกลา ท่านสามารถ
ทิ้งทุกสิ่งแล้วตามพระเยซูเจ้าไปทันที

จดหมายถึงชาวฮีบรูตอกย้ำ...ให้พลังแห่งความหวัง
แม้ว่ามนุษย์จะบกพร่องมีบาปผิด ในชีวิต
พระเจ้า ผู้ทรงรู้จักถึงแก่นแท้ ความรู้สึกนึกคิด
ในชีวิตของมนุษย์ ก็ไม่ทรงหยุดที่จะรัก
เพราะพระองค์ทรงผ่านการประจญทุกอย่าง
เหมือนกับเรามนุษย์

หมายเหตุ..
“เปิดใจ”
ก็เปิดโอกาส
ให้ได้รับสิ่งใหม่ๆ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2019

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“จงตามเรามาเถิด” (มก 2:13-17)

 ท่ามกลางชีวิตที่ไม่มีทางเลือกของเลวี

วันนี้เมื่อเขาพบพระเยซูเจ้า

และได้รับพลังจากพระวาจาของพระองค์

อาศัยการเรียกของพระองค์

เขาพบความสว่างของชีวิต 

เมื่อเขาตามพระองค์ไป 

นั่นคือการพบแสงสว่างยิ่งใหญ่

และนั่นคือชีวิตที่เปลี่ยนไปทั้งหมด

วันนี้ ท่ามกลางหนทางที่ฉันกำลังจนมุม

ดูเหมือนไม่มีทางออก

และฉันอาจจะต้องจมอยู่ในสถานการณ์

ที่บังคับให้ฉันทำสิ่งที่ไม่อยากทำ เพียงเพื่อความอยู่รอด

แต่หากวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงเรียกฉัน บนหนทางของพระองค์

นี่คือทางเลือกใหม่ ที่ฉันจะสามารถก้าวออกจากวิถีชีวิตเดิมของฉัน

ฉันกล้าไหม ฉันกล้าพอไหม

ที่จะฟังเสียงของพระองค์ และเดินตามพระองค์ไป

ยอมให้พระองค์เข้ามามีบทบาทในชีวิต

เพราะพระองค์เสด็จมาเพื่อตามหาคนอธรรม ไม่ใช่คนชอบธรรม...

________________

ผมเพิ่งจบการเข้าเงียบประจำปีร่วมกับซิสเตอร์กลารีส กาปูชิน ที่บ้านโป่งเมื่อวานนี้ สิ่งที่ผมยืนยันกันพี่น้อง และยังยืนยันกับซิสเตอร์ระหว่างการเข้าเงียบเสมอคือ การอ่านพระวาจาของพระเจ้า การฟังพระวาจาของพระเจ้า ที่วันนี้จดหมายถึงชาวฮีบรูบอกกับเราว่า พระวาจาของพระเจ้าเป็นดังดาบที่แทงทะลุจิตใจของเรามนุษย์ (ฮบ 4:12-16) ซึ่งนี่คือความจริงเสมอ เพราะสิ่งที่ผมเตรียมมาในการแบ่งปันกับซิสเตอร์ กลับเป็นสิ่งที่ผมต้องวางไว้ก่อน เพราะสิ่งที่สำคัญคือพระวาจาของพระเจ้าในระหว่างสัปดาห์นี้ ทั้งหมด จนถึงแรงบันดาลใจที่พระจิตเจ้าทรงดลใจให้สมาชิกได้ถามำถามเพื่อการไตร่ตรองชีวิตนักบวชในวันเหล่านี้ และเราก็พบว่า ทุกวัน พระวาจาของพระเจ้านำทางเราไปอย่างน่าทึ่ง เป็นสิ่งที่ตอบคำถามเราได้ในแต่ละวันอย่างคิดไม่ถึงเลยทีเดียว จนเช้านี้ เราจะร่วมใจกันในมิสซาเพื่อโมทนาพระคุณพระเจ้าในการเข้าเงียบที่ผ่านไปด้วยดี เพื่อขอบคุณพระองค์ที่ทรงประทับอยู่ท่ามกลางเราจริงๆ และได้ตรัสกับเราทุกวัน และพระวาจาของพระองค์ มาทันเวลาเสมอจริงๆ

ระหว่างสัปดาห์นี้ เราไตร่ตรองถึงกระแสเรียกของชีวิตนักบวช ที่เราถูกเรียกมาเพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงครอบครัวแห่งสวรรค์ เราพบว่า เป็นไปไม่ได้เลย ที่เรานักบวชจะไม่สามารถเข้าใจชีวิตครอบครัวของคริสตชน แต่ดูเหมือนว่าเราต้องพยายามเข้าใจสองเท่าเลยทีเดียว และนี่คือท่าทีที่บทอ่านที่หนึ่งบอกกับเราวันนี้ ให้เรามั่นใจว่า เรามีมหาสมณะที่ร่วมชีวิตกับเราได้ ดังนั้น นี่คือแม่แบบของการร่วมชีวิตกับสัตบุรุษของพวกเราที่เป็นนักบวช เราต้องทำ และเราต้องทำได้ และเราต้องเป็นประจักษ์พยานได้... ไม่มีครับ ไม่มีสิ่งที่พระเยซูเจ้าไม่เข้าใจเรามนุษย์ฉันใด ก็ไม่มีครับ ไม่มีสิ่งที่เรานักบวชจะไม่เข้าใจสัตบุรุษของเราฉันนั้นครับ เพราะชีวิตที่เราถูกเรียกมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่นี้ เป็นหมู่คณะนี้ หากเราไตร่ตรองดีๆ แล้ว มันเข้มข้นกว่าชีวิตของครอบครัวคริสตชนหลายเท่าตัวเลยทีเดียว ที่เราต้องสามารถเป็นแบบอย่างกับคริสตชนในครอบครัวของพวกเขาได้อย่างดี เพราะพระเจ้าทรงเรียกเราแต่ละคนมาด้วยพระพรแห่งความเชื่อ เพื่อประคับประคองกันและกัน ดังพระวรสารและการไตร่ตรองที่ผมได้แบ่งปันเมื่อวานนี้

วันนี้ เราพบท่านทีของชายคนนั้นที่ชื่อ “เลวี”  หรือ “มัทธิว” ผู้นิพนธ์พระวรสารนั่นเอง ที่ชีวิตของท่านเป็นคนเก็บภาษี และนั่นคืออาชีพที่ชาวยิวรังเกียจและไม่อยากคบค้าสมาคมด้วย แต่หากเราไตร่ตรองดีๆ ท่ามกลางบรรยากาศของสังคมวันนี้ ที่เราก็มีหลายมิติ หลายสถานการณ์ที่ไม่ต่างกับคนเก็บภาษีในชีวิตของเราเลย เลวีคงได้ต้องการเกิดมาเพื่อเป็นที่รังเกียจของสังคม แต่คงมีเหตุผลบางอย่างหรือเปล่า ที่ทำให้เขาต้องมานะบากบั่นเช่นนั้น ชีวิตที่ต้องปากกัดตีนถีบ เพื่อได้เงินมาทุกทาง เพื่อสร้างฐานะและความมั่นคงให้กับตนเอง จนแม้ว่าจะมีอะไรไม่ถูกต้องบ้าง เขาก็จำใจต้องทำ เพื่อความอยู่รอดของเขาเอง พี่น้องครับ คนเราหากมีทางออกที่ดีกว่า คงไม่มีใครอยากเป็นคนเลวหรอกครับ แต่สถานการณ์ของเลวีในพระวรสารวันนี้ ... เลวีเป็นลูกของพระเจ้าเหมือนกันกับทุกคน แต่ทำไมชีวิตของเขาต้องเป็นเช่นนั้น เขาแสวงหาอะไรจริงๆ ในชีวิตของเขา แม้ต้องเป็นที่รังเกลียดของสังคม แต่เขาก็จำต้องอยู่ให้ได้ในสถานการณ์เช่นนั้นในชีวิต เพราะเหมือนจะไม่มีทางออกแล้วกระนั้นหรือ...

แต่วันนี้ เขาพบพระเยซูเจ้าที่ด่านภาษีนั้น ที่นั่นพระองค์ทรงเรียกเขา “จงตามเรามาเถิด”... ท่ามกลางชีวิตที่ไม่มีทางเลือกของเลวี ท่ามกลางชีวิตที่ต้องทำทุกอย่าง ทำทุกทางเพื่อความอยู่รอดในสังคมวันนั้น เขาได้ยินเสียงของพระเยซูเจ้า และเดินตามพระองค์ไป และชีวิตของเขาถึงจุดผกผัน ที่มันเปลี่ยนไปทั้งหมด เมื่อเดินตามหนทางของพระเยซูเจ้า...

มันคงไม่ต่างอะไรกับชีวิตของเราที่เราแต่ละคนกำลังเรียนรู้เพื่อจะอยู่ให้ได้ อยู่ให้รอดในสังคมวันนี้ ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ที่หลายครั้งเราก็จำใจต้องทำทุกทาง เพื่อความอยู่รอดของเราและของครอบครัวของเรา เราอาจจะต้องจำใจทำแม้สิ่งที่ไม่ถูกต้องกระนั้นหรือ เพราะใครๆ เขาก็ทำกัน เพื่อความอยู่รอดทั้งนั้น... แต่หากวันนี้ เราจะได้ยินพระวาจาของพระเจ้า หากวันนี้ เราจะได้ยินเสียงของพระองค์ ที่ตรัสเรียกเรา... “จงตามเรามาเถิด”... พี่น้องที่รักครับ ท่ามกลางหนทางที่เราไม่มีทางเลือกนั้น เรากล้าพอไหม ที่จะลุกขึ้นแบบเลวี เพื่อทำตามสิ่งที่พระองค์ได้ตรัสเรียก คือ “จงตามเรามาเถิด” ตามพระองค์ไป เพื่อพบหนทางใหม่ที่ดีกว่า และด้วยวิธีนี้ ด้วยเพราะอาศัยการเรียกของพระองค์นี้เอง ชีวิตของฉันจะเปลี่ยนไปทั้งหมดเหมือนกับเลวี คนเก็บภาษี ที่กลายเป็นผู้ชอบธรรม คือนักบุญของเราวันนี้

ข้าแต่พระเจ้า ณ เวลาที่ลูกกำลังจนมุมกับเส้นทางของโลกนี้ ณ จุดที่ลูกกำลังไม่มีทางออก ไม่มีทางเลือก ขอให้ลูกได้ยินเสียงพระวาจาของพระองค์เสมอเถิด เพื่อลูกจะสามารถเลือกเส้นทางที่ดีกว่า ขอให้ลูกกล้าพอที่จะลุกขึ้น และฟังพระองค์ และเดินตามพระวาจาของพระองค์เถิด.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 19 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฮบ 4:12-16 / มก 2:13-17
เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเริ่มทำพันธกิจของพระองค์ ซึ่งมีความชัดเจนว่า พระองค์มีพันธกิจในการช่วยเหลือคนบาปทุกคน ความจริงแล้ว ทุกคนคือคนบาป ในพระวรสารของนักบุญมาร์โก เราจะเห็นการต้อนรับคนบาปของพระเยซูเจ้า ที่ตรงข้ามกับความคิดของพวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวความคิดแบบชาวยิวอนุรักษ์นิยม ที่ยึดติดกับความเคร่งครัด ในการทำตามกฎหมายของโมเสส และต่อต้านประเพณีของคนต่างชาติ และการปฏิบัติตามของชาวกรีก ที่เป็นคนต่างศาสนา และสถานการณ์ได้เลวกว่าเดิม เมื่อชาวโรมันได้มายึดครองประเทศของพวกเขา พวกเขาดูถูกทุกคนที่ร่วมมือกับผู้ปกครองชาวโรมัน เป็นต้น คนเก็บภาษี และเลวีก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้น
การปรากฏตัวของพระเยซูเจ้า ได้ทำให้ความสมดุลทางสังคมและการเมืองได้รับผลการะทบ เพราะพระองค์ได้เทศนาสอนเรืองพระเมตตาของพระเป็นเจ้า แทนที่จะตรัสเรื่องการถือตามกฎหมายโมเสสที่เคร่งครัด การไถ่กู้ของพระองค์อยู่เหนือเสรีภาพทางการเมือง แต่มันหมายถึงการได้รับอิสรภาพจากบาปทั้งปวง และนำเอาศักดิ์ศรีของมนุษย์คืนมา ในฐานะเป็นบุตรของพระเป็นเจ้า พระองค์ได้ตรัสเรื่องความเชื่อ มากกว่าการปฏิบัติตามกฎหมาย
ในการนั่งรับประทานอาหารพร้อมกับเลวี และบรรดาคนเก็บภาษี รวมทั้งบรรดาคนบาป พระองค์ได้ตรัสกับพวกฟาริสี ที่ได้โต้แย้งพระองค์ว่า “คนสบายดีไม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บไข้ต้องการ เราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่เรามาเพื่อเรียกคนบาป”
พระเยซูเจ้าได้เสด็จมาเพื่อช่วยคนบาป แต่สิ่งที่เราทำ คือ เราทำให้ความทุกข์ของพระองค์เพิ่มมากขึ้น...ท่านไม่ควรจะเชื่อมโนธรรมของท่านและความรู้สึกของท่าน มากกว่าพระวาจาที่พระองค์ได้บอกท่าน พระองค์ผู้ต้อนรับคนบาป...พระเมตตาได้ทำให้คนบาปกลับใจ มากกว่าความกระตือรือร้น วาทศิลป์ หรือแม้แต่ความรู้.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/-mPYIZQU_RQ

view