สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

🍊 เมื่อคุณทูลขอ "แรง"
พระเจ้าทรงให้คุณต้อง "ผลัก"
เมื่อคุณทูลขอ "ปัญญา"
พระเจ้าให้ "ปัญหา" มาคิดแก้

ในสถานการณ์ที่ไม่ได้เป็นไปได้ "ดั่งใจ"
ข้าพเจ้าเรียนรู้ว่า "ความไว้วางใจในพระเจ้า"
เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ....

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=x9eZniUFvYw

❤ ใครรักเราเท่าแม่
http://youtu.be/r_-DBYq3yJQ

🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา
อ่าน : อสย 62:1-5
1คร 12:4-11
ยน 2:1-12

การเป็นบุคคลที่ไวในการ “สังเกต” ของพระนางมารีย์
ต่อปัญหา และความต้องการของบุคคลรอบข้าง
แล้วไม่หยุดนิ่งเฉย พยายามช่วยแก้ไข
ทำให้พระนาง “ได้ใจ” คนรอบข้าง

ประกาศกอิสยาห์ ชวนให้สังเกต
ความสัมพันธ์ของพระเจ้า กับอิสราเอลประชากรที่ทรงเลือกสรร
ที่มีลักษณะเหมือนคู่ชีวิต ซึ่งจำเป็นต้องเป็นของขวัญแก่กันและกัน
เพื่อเป็นเครื่องหมายถึงความรักให้กับ ชนชาติอื่น

นักบุญเปาโล แนะนำให้สังเกต
ประชากรของพระเจ้า พวกเขาไม่สามารถดำเนินชีวิตเพียงลำพัง
เพราะพระองค์ได้ประทานพระพรให้แต่ละคนแตกต่างกัน
มิใช่เพื่อแข่งขัน แต่เพื่อแบ่งปัน ช่วยเหลือ เป็นหนึ่งเดียวกัน

หมายเหตุ..
พึงระวัง...การสังเกต...
เพราะบ่อยครั้ง อาจทำให้เรา
มองหาสิ่งที่ขาด...จนพลาดสิ่งที่มี

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2019

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“หญิงเอ๋ย ท่านต้องการสิ่งใด เวลาของเรายังมาไม่ถึง” (ยน 2:1-12)

ท่ามกลางบรรยากาศของงานมงคล

ท่ามกลางชีวิตที่กำลังชื่นชมยินดี

เมื่อความชื่นชมยินดีหมดไป

นั่นคือความเสียหน้าของเจ้าภาพ

แต่เพราะพระเจ้าทรงประทับอยู่ที่นั่น

สิ่งที่ขาดตกบกพร่องไปนั้น

กลับได้รับการแทนที่ด้วยสิ่งที่ดีที่สุด

ขอเพียงเรามั่นใจในพระองค์เท่านั้นก็พอ

เมื่อพระองค์ทรงประทับอยู่ที่นั่น

เราก็ไม่มีอะไรต้องกังวล

ทูลต่อพระองค์จากใจจริงเถิด

ถึงความเป็นจริงของชีวิตเรา...

________________

เมื่อครั้งเดินทางไปเข้าเงียบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และหนึ่งอาทิตย์ที่ผมได้มีโอกาสไตร่ตรองชีวิตภายใน และอยู่กับสถานการณ์ของชีวิตที่ไม่ง่ายนัก ผมเดินทางในความยากลำบากทั้งกายและใจ อาทิตย์ที่แล้ว ที่ผมต้องพยายามที่สุดในการถวายมิสซาให้สัตบุรุษก่อนออกเดินทางไป และอาทิตย์นี้ ดูเหมือนผมยังต้องพยายามมากกว่าอีก เมื่อผมกลับมาในความยากลำบากเพิ่มขึ้นอีก... ผมจำได้ว่า ในนาทีนั้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เมื่อออกเดินทาง ผมได้ภาวนาต่อพระเจ้า แต่ไม่ได้ขอให้ผมสร่างซาจากความเจ็บปวดนั้นเลย แต่ขอพระองค์ทรงนำผมให้อยู่กับสถานการณ์นั้นได้ในเวลาเช่นนี้ และมาถึงเช้าวันนี้ เวลานี้ เมื่อยังไม่สว่าง ผมก็รอเวลา เพื่อสักพักจะลงไปทำงานในวัดอีกครั้ง เอาเวลามาไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าในเช้าวันนี้ก่อน และกำลังอยู่กับความเจ็บปวดอีกประการหนึ่งที่ดูเหมือนประดังเข้ามา... มันทำให้หวนคิดถึงคำถามของพี่น้องนักบวชท่านหนึ่ง เมื่อครั้งความทุกข์ยากมันประดังเข้ามาพร้อมๆ กัน และเราจะหมดกำลังไหม... 

แต่พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ กลับเป็นสิ่งที่ให้กำลังใจผมจริงๆ และเป็นคำตอบที่ทำให้ผมเรียนรู้ที่จะเจริญชีวิตท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน ที่เหมือนผมขาดอะไรไปบางอย่างในช่วงนี้ มันอาจจะไม่สะดวกสบายนัก มันอาจจะมีอุปสรรคบ้าง มันอาจจะต้องใช้ความอดทนบ้าง เพื่อเจริญชีวิตเป็นกำลังใจแก่กันและกัน ท่ามกลางบรรยากาศชีวิตของพี่น้องของผม ที่ก็คงมีอุปสรรคต่างๆ ด้วยเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า มันจะแตกต่างกันไปมากน้อยเพียงใดเท่านั้นเอง

อาทิตย์นี้ เป็นอาทิตย์ที่สองในเทศกาลธรรมดา เป็นอาทิตย์หลังการฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง เราที่เดินตามวิถีชีวิตของพระเยซู จึงเป็นอาทิตย์ที่นำเราพิจารณาวิถีชีวิตที่เราเดินมานี้ด้วย หลังจากที่เราได้รับศีลล้างบาป เป็นคริสตชนแล้ว วิถีชีวิตของเราเป็นวิถีชีวิตของพระเยซูหรือเปล่า เดินไปพร้อมกับพระองค์หรือเปล่า เรามองเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราอย่างไร เรามองสถานการณ์ต่างๆ รอบตัวเราอย่างไร และเราจะเจริญชีวิตอย่างไร ในความสุขสันติท่ามกลางสถานการณ์เหล่านั้น

พระเยซูเจ้าผู้ทรงรับสภาพมนุษย์ และทรงรับการล้างในแม่น้ำสายเดียวกันกับเรา บัดนี้ พระองค์อยู่ในสถานการณ์ชีวิตของเรา ในชีวิตที่เรากำลังมีความสุขในงานมงคลสมรส แต่ทว่า เราก็กำลังประสบกับอุปสรรคและปัญหา ที่ทำให้ความสุขและความยินดีของเราหมดไป ดังเหล้าองุ่นที่หมดไปจากงานวิวาห์นั้น

แต่ทว่า เมื่อพระเจ้าประทับอยู่เคียงข้างเรา เมื่อพระองค์ทรงประทับอยู่ในงานของเรา พระองค์กลับทดแทนสิ่งที่เราขาดไป เป็นการทดแทนที่ยิ่งใหญ่ เพราะนั่นคือการแทนที่สิ่งที่เราขาดไปด้วยสิ่งที่ดีที่สุด นั่นคือประสบการณ์ของคนที่ทำตามพระประสงค์ของพระองค์ ที่พระวรสารบันทึกว่า ไม่มีใครทราบว่าเหล้าองุ่นชั้นดีนั้นมาจากไหน แต่ผู้รับใช้รู้ดี เพราะพวกเขาคือผู้ที่ทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า และพระองค์ ได้ทดแทนให้ในสิ่งที่ขาดไปด้วยสิ่งที่ดีที่สุด... วันนี้ ท่ามกลางความขาดแคลน และอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตของฉัน ฉันได้ฟังเสียงของพระองค์หรือเปล่า หรือฉันมองพระประสงค์ของพระองค์ ช่างดูเป็นไปไม่ได้ในชีวิตของฉัน และฉันก็ไม่เคยคิดที่จะทูลวอนพระเจ้า มากกว่านั้น ฉันอาจจะกลัวที่จะทำตามที่พระองค์ได้ตรัส เพราะฉันอาจจะกำลังคิดว่า การตักน้ำใส่ตุ่มนั้น จะให้คุณค่าอะไรในเวลาที่ฉันต้องการเหล้าองุ่น...

อีกภาพหนึ่ง ที่ผมพบความประทับใจ และเป็นคำตอบของหัวใจพบสันติสุข นั่นคือพระวาจาประโยคที่ผมนำมาแบ่งปันนี้เองครับ... “หญิงเอ๋ย ท่านต้องการสิ่งใด เวลาของเรายังมาไม่ถึง” (ยน 2:1-12) เมื่อครั้งเรียนพระคัมภีร์ “หญิงเอ๋ย” คำนี้ เราคุยกันนานมากในชั่วโมงเรียน ไม่รู้อาจารย์ไปเอาอะไรมาอธิบายมากมายจริงๆ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากแบ่งปันกับพี่น้องคือสิ่งนี้ครับ จากสถานการณ์ที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีผู้ถามเรื่องบทภาวนาเพื่อมวลชนด้วย... โอ้ วันนี้ พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราตระหนักมากขึ้นจริงๆ เมื่อแม่พระได้ทำหน้าที่นี้ ในการภาวนาเพื่อเรา เมื่อแม่พระกำลังทูลวอนความช่วยเหลือจากพระเยซูเจ้าเพื่อเพื่อนบ้าน คือเพื่อเรานั่นเอง และพระเยซูเจ้าตรัสว่า “หญิงเอ๋ย” ไม่ได้เรียก “แม่” ลึกซึ้งครับ และมีอะไรมากกว่านั้นในวลีนี้ “หญิงเอ๋ย” ที่เป็นภาพลักษณ์ของพระศาสนจักรที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันครับ พระศาสนจักรที่ภาวนาเพื่อลูกๆ ของพระศาสนจักรอยู่เสมอ ในชีวิตของกันและกัน ตามบทบาทของกันและกันในชีวิตของพระศาสนจักรที่เป็นหนึ่งเดียวกัน และดังนี้ เพราะเห็นแก่ศิโยน เพราะเห็นแก่เรา ที่พระองค์ทรงเรียกให้เป็นบุตรของพระองค์ พระองค์จะไม่นิ่งเงียบ (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง อสย 62:1-5) พระเจ้าจะทรงประทานความช่วยเหลือเราแน่นอน

แต่อะไรที่เราพอจะทำได้เพื่อกันและกัน หากว่าเราตระหนักถึงพระพรที่เราแต่ละคนมีแตกต่างกันอและพระพรเหล่านั้นที่พระเจ้าทรงประทานมาเพื่อทุกคน เราก็คงมีหลายสิ่งหลายอย่างนัก ที่เราพอจะสามารถทำเพื่อกันและกันได้ ไม่มากก็น้อย ในฐานะที่เราเป็นหนึ่งเดียวกันในครอบครัวแห่งพระศาสนจักร ดังแม่พระที่ไม่ได้ละเลยบทบาทของพระแม่ ในการทูลวอนขอเพื่อลูกของพระแม่ (เทียบ บทอ่านที่สอง 1คร  12:4-11)

และความคิดประการสุดท้าย เราอาจจะสังเกตที่ท่าที่และพฤติกรรมของแม่พระ แม้ว่าพระเยซูเจ้าจะตรัสว่าเวลาของพระองค์ยังมาไม่ถึงก็ตาม แต่เพราะคำวอนขอของหญิงนั้น คำวอนขอของพระศาสนจักรนั้น พระเจ้าจะไม่นิ่งเฉย และนี่คือสิ่งที่แม่พระวางใจ นี่คือสิ่งที่พระศาสนจักรวางใน แม่พระจึงได้บอกกับคนใช้ว่า “เขาบอกให้ท่านทำอะไร ก็จงทำเถิด” นี่ครับ คือชีวิตที่พร้อมทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า แต่ต่อพระพักตร์พระเจ้า พี่น้องที่รักครับ ขอให้เราทูลพระองค์ในความเป็นจริงของชีวิตเราเถอะ เราเป็นอย่างไร เราขาดอะไร เราต้องการความช่วยเหลืออะไร และจากนั้น สิ่งที่จำเป็น คือ “ฟัง” ครับ นี่คือสิ่งที่จดหมายถึงชาวฮีบรูได้พูดถึงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านไป คือการฟังครับ ฟัง พระองค์ตรัสอะไร จงทำสิ่งนั้นเถิด แล้วสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตเรา จะได้รับการเติมเต็มด้วยสิ่งที่ดีที่สุดจากพระองค์

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงปกครองทุกสิ่ง ทั้งในสวรรค์และบนแผ่นดิน ขอทรงพระเมตตาฟังประชากรของพระองค์ทูลวอน โปรดประทานสันติสุขของพระองค์ ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ด้วยเถิด. (เทียบ บทภาวนาของประธาน)

สุขสันต์วันพระเจ้าแด่พี่น้องทุกคนครับ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 19 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดาฃฃฃ
บทอ่าน อสย 52:1-5 / 1คร 12:4-11/ ยน 2:1-12
ความศรัทธาต่อพระกุมารเจ้า ได้ทำให้สัตบุรุษจำนวนมากได้ปรับปรุงนิสัยซื่อๆแบบเด็ก ในการต้องเผชิญปัญหาต่างๆในชีวิตได้เป็นอย่างดี ความไว้วางใจซื่อๆแบบเด็กๆ ทำให้เราสามารถมอบความไว้วางใจพระเป็นเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม การฉลองพระกุมารเชิญชวนให้เราพิจารณา ชีวิตฝ่ายจิตของเราอย่างจริงใจ แม้จะมีคุณสมบัติมากมาย ที่เราจะเรียนรู้ถึงอุปนิสัยของเด็กๆ เราจะพิจารณาลักษณะของเด็กสองประการด้วยกัน
ประการที่ 1 การต้องพึ่งพาคนอื่น เด็กๆจะไม่ซักถามการตัดสินใจของพ่อแม่ และจะทำตามสิ่งที่พ่อแม่ได้ตัดสินใจ เช่นเดียวกัน เราควรจะมีความคิดในการพึ่งพาพระบิดาเจ้าสวรรค์ ยินดีน้อมรับและทำตามสิ่งที่พระเป็นเจ้ากำหนดไว้ด้วยความสุภาพ ในปัจจุบันนี้มีคนจำนวนมาก ที่ตั้งคำถามพระประสงค์ที่แท้ของพระเป็นเจ้า เมื่อพวกเขาไม่ได้รับสิ่งที่สอดคล้องกับความต้องการของตัวเอง ประการที่ 2 คือความรู้สึกที่มีความสุขในชีวิต เราจะพบว่าเด็กๆพบวิธีที่จะทำให้พวกเขามีความสุข ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์หรือสิ่งแวดล้อมใดก็ตาม เด็กส่วนใหญ่จะมีความสุข เมื่อพวกเขาถูกแวดล้อมด้วยผู้คนที่รักเขา เราเองก็ควรเลียนแบบเด็ก ที่จะแสวงหาความสุข ไม่ว่าเราจะตกอยู่ในสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมใด ความสุขเป็นสิ่งที่เราต้องเลือกเอง และต้องเลือกในสิ่งที่ดี
ความสุภาพถ่อมตัว คือ การยอมขึ้นกับพระเป็นเจ้า ขณะที่ความเย่อหยิ่งจองหองเป็นการไม่ยอมขึ้นอยู่กับพระองค์ วิญญาณที่สุภาพยังเป็นวิญญาณ ที่ยังมีความกตัญญูด้วย การมีความสุขไม่ได้หมายความว่าทุกสิ่งสมบูรณ์แบบ แต่หมายความว่า ท่านตัดสินใจ ที่จะมองเลยความไม่สมบูรณ์นั้น ความสุขเป็นการเลือก ไม่มีสิ่งใดทำให้ท่านมีความสุขได้ จนกว่าตัวท่านเองเลือกที่จะมีความสุข ไม่มีใครทำให้ท่านมีความสุข ถ้าท่านเองไม่ตัดสินใจที่จะมีความสุข ความสุขจะไม่เดินมาหาท่าน มันจะเดินออกมาจากตัวท่านเอง

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view