สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 22 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่ 22 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

🌷บนเส้นทางที่มีพระเจ้านำ
ฉันมั่นใจ วางใจและไม่กลัวสิ่งใดเลย

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 22 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=e-LpYBTDvj8

🍍 We Thank Thee
https://youtu.be/8_HfL1QuA5I

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันอังคารที่ 22 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
ฮบ 6:10-20
มก 2:23-28

เมื่อฟาริสีที่สอนเรื่องความรัก และ
เคร่งครัดในกฎเกณฑ์ ถามพระเยซูเจ้า
ถึงศิษย์ของพระองค์ ที่ได้ทำสิ่งต้องห้าม
เพื่อความอยู่รอดในวันสะบาโตนั้น
คำตอบของพระเยซูเจ้า ทำให้พวกเขา
ต้องคิดใหม่ว่า ความรักอยู่เหนือกฎเกณฑ์ใดๆ

จดหมายถึงชาวฮีบรู ตอกย้ำ..
ความรักของพระเจ้าต่อมนุษย์นั้น
ซื่อสัตย์ มั่นคง ยุติธรรม ไม่เปลี่ยนแปลง

หมายเหตุ..
เพราะ ความรัก อยู่เหนือทุกสิ่ง
มันจึงมีเหตุผล ที่สมองไม่สามารถคาดคิด

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 22 มกราคม 2019

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“วันสับบาโตมีไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่มนุษย์มีไว้เพื่อวันสับบาโต” (มก 2:23-28)

กฎข้อเดียวของเราคริสตชนคือ “ความรัก”

ไม่มีอะไรผิดกฎ หากความรักเปี่ยมล้นในใจ

ไม่มีอะไรบาป หากสิ่งเหล่านั้นทำด้วยความรักจริงใจ

ความผิดมากมายได้รับการลบล้างในความรัก

กฎของพระเจ้าข้อเดียวที่เราต้องรักษา คือ “ความรัก”

วันนี้ ฉันเจริญชีวิตคริสตชนด้วยความรัก

หรือด้วย “กฎ” ที่บางครั้งกลายเป็น “กด” ไป

วันของพระเจ้ามีไว้ เพื่อให้เราแสดงออกซึ่งความเป็นลูกของพระเจ้า

ไม่ใช่มีไว้ เพื่อทำลายความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน

วันนี้ ฉันฉลองวันของพระเจ้าอย่างไรในชีวิตของฉัน...

________________

วันนี้เราพบพระเยซูเจ้าที่ดำเนินไปทั่วกาลิลี และวันนี้ได้เสด็จผ่านนาข้าวสาลี และบรรดาศิษย์ได้เด็ดรวงข้าวสาลี ซึ่งสำหรับชาวยิวนั้น เขาถือว่าการเด็ดรวงข้าว กับการเกี่ยวข้าวนั้นไม่ต่างกัน นั่นคือการทำงานในวันสะบาโต นี่กลับกลายเป็นกฎ เป็นข้อห้ามที่พวกเขาเคร่งครัด และมองว่าการทำเช่นนี้เป็นความผิดเพราะเป็นการกระทำการงานในวันสะบาโต มากกว่ามองว่าเป็นความผิดในการละเมิดสิทธิ์ของเพื่อนบ้านหรือเปล่า...

เราทราบจากพระวรสารฉบับอื่น ว่าบรรดาศิษย์เด็ดรวงข้าวมาทาน ซึ่งนั่นอาจจะหมายความถึงความหิว เมื่อเราเห็นคำอธิบายต่อมา เรื่องดาวิดเข้าไปทานขนมปังที่ถวายในพระวิหาร... เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไร... นี่คือการเลือกทำสิ่งที่ดีกว่าเพื่อรักษาชีวิตมิใช่หรือ... 

พระเยซูเจ้าจบเหตุการณ์นี้ด้วยคำตอบของพระองค์ว่า “วันสับบาโตมีไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่มนุษย์มีไว้เพื่อวันสับบาโต” และมากกว่านั้น มีบันทึกว่า พระเจ้าเอง ทรงกำหนดกฎต่างๆ มาความดีของมนุษย์ นั่นคือไม่ใช่เพื่อความดีของพระเจ้าเลย ผมเคยนำพี่น้องไตร่ตรองบ่อยๆ ว่า พระเจ้าไม่ได้อะไรจากเรามนุษย์เลย และดูเหมือนว่า หากเรามองเช่นนั้น พระองค์อาจจะขาดทุนด้วยซ้ำไป แต่สำหรับพระเจ้าผู้ใช้พระทัยรักของพระองค์คิดและทำกิจการของพระองค์ นั่นคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอที่แสดงออกซึ่งความรักต่อมนุษย์ นั่นคือพระองค์ทรงกระทำทุกอย่าง เพื่อความดีของลูกของพระองค์ วันสะบาโตจึงมีไว้ เพื่อมนุษย์ ในการสร้างความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้า และชุมชนคริสตชนที่เป็นหนึ่งเดียวกัน

สำหรับคริสตชนแล้ว เรามีกฎของศาสนกิจในวันอาทิตย์ และการไปวัดวันอาทิตย์ของเรามีความหมายน้อยเพียงใดในชีวิตจริงของเรา เราออกจากวัดวันอาทิตย์ด้วยบุญหรือบาป... นั่นหมายความว่า เราได้อะไรบ้างไหมจากการไปร่วมพิธีกรรมในวันอาทิตย์ เมื่อเราออกจากวัดแล้วนั้น ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม หรือแม้แต่ในระหว่างพิธีกรรมในวันอาทิตย์เอง เรากลับตกในบาปมากขึ้น เมื่อความรักต่อเพื่อนพี่น้องกลับกลายเป็นการจับผิดกัน รำคาญกัน นินทาว่าร้ายกัน หรือแม้แต่บรรยากาศในวัดอาจจะไม่สมใจเราบ้าง ความเป็นลูกของพระเจ้าในการปฏิบัติศาสนกิจในวันอาทิตย์ของเราเป็นเช่นใด 

พี่น้องที่รักครับ พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้เตือนเราอีกครั้ง ชีวิตคริสตชนที่เราสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้านั้น ต้องเป็นชีวิตที่มีความรักและความเป็นหนึ่งเดียวกันท่ามกลางพวกเราด้วย ชีวิตคริสตชน คือชีวิตที่พระเจ้าทรงสร้างเราไว้ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เจริญชีวิตเพื่อประคับประคอง ปลอบใจ เตือนความเชื่อของกันและกัน ศาสนกิจในวันอาทิตย์ จึงเป็นสิ่งที่เสริมสร้างความตระหนักซึ่งความสำคัญนี้ เพราะพระเจ้าไม่ได้อะไรหรอกครับพี่น้อง จากการที่เราจะไปวัดวันอาทิตย์หรือไม่ไปวัดวันอาทิตย์ แต่ที่นั่น เป็นเครื่องวัดความเป็นคริสตชนของเรา เมื่อเรากลับไปเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า เมื่อเรารับพระวาจาของพระองค์ เมื่อเรารับศีลมหาสนิท เรารับพระเจ้าเข้ามาเป็นชีวิต สนิทสนมกับชีวิตเราแล้ว พันธกิจของเราต่อพระเจ้าก็ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากการแสดงความรักต่อเพื่อนพี่น้องของเรา

เมื่อพวกเขาเห็นบรรดาศิษย์ทำเช่นนั้น พวกเขากำลังตัดสินแทนพระเจ้าหรือเปล่า พระเจ้าทรงเห็นสิ่งนั้นเป็นบาป เป็นความผิดหรือเปล่า หากความหิวของบรรดาศิษย์กลับกลายเป็นสิ่งที่พระเจ้าต้องการประทังพวกเขาก่อน... แล้วลูกของพระเจ้าคิดอย่างไร เมื่อเราเห็นเพื่อนพี่น้องในทำนองนี้บ้าง ลูกของพระเจ้าควรมีใจเช่นใดต่อความรักและความสัมพันธ์ต่อเพื่อนพี่น้อง เพียงแค่การเด็ดรวงข้าวนิดหน่อย มันจะเป็นความผิดหนักหนาอะไรหรือ เพียงแค่กล้วย หรือมะม่วง ที่มันออกนอกรั้วไปบ้าง แล้วพี่น้องของเราอาจจะเก็บทานบ้างเพียงนิดเดียว วันนี้ ใจเราคริสตชนอาจจะต้องตอบกับตนเองล่ะครับว่า เราควรทำอย่างไร... ลองไตร่ตรองดูซิครับ พี่น้องอาจจะพบหลายเหตุผลทีเดียว พี่น้องอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกัน ผมเอง อาจจะไม่เสนอความเห็นอะไรมาก แต่อยากจะบอกว่า เราแต่ละคนครับ คริสตชนแต่ละคน เราเป็นลูกของพระเจ้านะครับ เราควรมองเหตุการณ์นี้ด้วยสายพระเนตรของพระเจ้าด้วยไหม...

ในวันเหล่านี้ ผมเตรียมอาหาร เตรียมห้องพัก เตรียมบ้านไว้สำหรับน้องสองคนจากลำไทร ที่จะมาช่วยทำงาน ทำความสะอาดบ้านในวันเหล่านี้ แต่สองวันแล้ว ผมเก้อครับ ไม่มีใครมาเลย และสิ่งที่เตรียมไว้ บัดนี้จะทำอย่างไร ค่ำวานนี้ มีชายยากจนมาขออาหารที่ประตูวัดครับ เขาไม่ขออะไร นอกจากขออาหารทานบ้างเท่านั้นเอง... เราไม่ทราบว่าสิ่งที่เตรียมไว้เพื่อน้องทั้งสอง จะเก็บไว้ทำไมอีก ผมตัดสินใจแบ่งให้ชายที่มาขออาหารนั้น เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้ เราก็ซื้ออาหารใหม่ได้ หากน้องเขามา... พี่น้องที่รักครับ ผมกำลังไตร่ตรองพระวาจาในวันนี้ ด้วยสถานการณ์ชีวิตที่ผมกำลังประสบครับ วันพระเจ้า แต่ละวันเป็นวันของพระเจ้า แต่ละวันเป็นวันที่ต่อยอดมาจากวันแห่งความรักของพระเจ้า เราเจริญชีวิต และเรายังมีชีวิตในวันของพระองค์ ใยหัวใจเรา สายตา ความคิด ความรู้สึกของเราที่เป็นบุตรของพระองค์ ใยเราจะไม่เหมือนพระองค์เล่า

“วันสับบาโตมีไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่มนุษย์มีไว้เพื่อวันสับบาโต” คำประกาศของพระเจ้าในพระวรสารวันนี้เตือนหัวใจเราคริสตชนอีกครั้ง พระเจ้าไม่ได้อะไรจากเราเลย แต่สิ่งที่พระองค์ทรงเชื้อเชิญให้เราคิด และไตร่ตรองจากพระวาจาของพระองค์ในวันนี้ คือให้เราตระหนักถึงคุณค่าของกันและกัน ในแต่ละวันที่เรายังมีชีวิต ชีวิตที่สนิทสัมพันธ์กับพระเจ้า ต้องทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกับเพื่อนพี่น้องในความสนใจใยดีต่อกัน เอาใจใส่ความต้องการของกันและกัน มากกว่าที่จะมองและจับผิดกันและกันในทุกๆ เรื่อง แต่ให้เราละเอียดอ่อนในหัวใจ เพื่อรักกันและกันในทุกๆ มุมจะดีกว่าไหม... เห็นพี่น้องพลาดพลั้งลงไป ก็ประคับประคองช่วยเหลือกัน เห็นความขาดแคลนใดเกิดขึ้นแก่กันและกัน ก็ไม่เย็นชาต่อกันและกัน อะไรที่พอจะช่วยได้บ้าง แบ่งปันได้บ้าง ไม่มีข้อห้ามหรอกครับ แม้วันสะบาโตก็ตาม...

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้วันของพระองค์ที่ทรงรักลูกและประทานเวลาในโลกนี้ให้ลูก เป็นวันที่ลูกจะรักและสนใจใยดีต่อกันและกัน บาปจะไม่เกิดขึ้น จะไม่มีอะไรที่ผิดกฎ หากลูกรักและสนใจใยดีต่อกันและกัน ดังที่พระองค์ทรงทอดพระเนตรลูกด้วยความรักและห่วงใยเสมอ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 22 มกราคม 19 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฮบ 6:10-20 / มก 2:23-28
ในพระวรสารวันนี้ บรรดาฟาริสีได้ตำหนิบรรดาสานุศิษย์ ที่ได้เด็ดรวงข้าวในวันสับบาโต การทำงาน หรือการเด็ดรวงข้าว เป็นสิ่งที่ต้องห้ามในวันสับบาโต ตามกฎหมายของโมเสส พระเยซูเจ้าได้ทรงปกป้องการกระทำของบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ โดยพระองค์ได้ยืนยันว่า “วันสับบาโตมีไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่มนุษย์มีไว้เพื่อวันสับบาโต” พระองค์ต้องการที่จะตอบสนองความต้องการที่ถูกต้องของมนุษย์ เช่น ความหิวโหย ที่มีความสำคัญมากกว่าระเบียบกฏเกณฑ์ ที่มนุษย์ตั้งขึ้น พระคัมภีร์ก็ยืนยันว่า ความเมตตากรุณาย่อมสำคัญกว่า ตัวอักษรของกฎหมาย พระองค์ได้ยกตัวอย่างของกษัตริย์ดาวิด เมื่อผู้ติดตามพระองค์ได้เข้าไปในพระวิหาร ในสมัยที่อาบีอาทาร์เป็นสมณสงฆ์ พวกเขาได้กินขนมปัง ที่ไม่มีใครรับประทานได้ ยกเว้นแต่พระสงฆ์เท่านั้น แต่ดาวิดและผู้ติดตามกำลังหิวโหย ก็ได้กินขนมปังเหล่านั้น
พระเยซูเจ้าได้เสด็จมา เพื่อปลดปล่อยมนุษย์ให้เป็นอิสระ ไม่ใช่เพื่อเป็นทาสของกฎระเบียบที่มนุษย์ได้ตั้งขึ้น พระองค์ได้เทศนาสั่งสอนเรื่องความเมตตากรุณา ไม่ใช่เรื่องการทำตามพิธีกรรม และระเบียบฏกเกณฑ์ ที่ทำลายชีวิตฝ่ายจิตใจ พระองค์ยังได้เตือนใจเราทุกคน ให้นมัสการพระเป็นเจ้าด้วยจิตใจและด้วยความจริง เพราะนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเป็นบุตรของพระเป็นเจ้า ที่มีอิสรภาพ
“จงประพฤติตัวพร้อมกับพระเมตตาของพระเป็นเจ้า และการให้อภัยโทษ ท่านจะเป็นคนที่ทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ ถ้าท่านประพฤติตัวพร้อมกับการแก้แค้นในใจ ท่านจะเป็นคนที่ทำในสิ่งที่ผิดเสมอเช่นเดียวกัน...”ขณะที่โลกอุทิศตัวตามความพึงพอใจ ความต้องการ และความเชื่อ โดยแสวงหาและฟังครูบาอาจารย์ของตนเอง บุตรของพระเป็นเจ้าต้องฟังเสียงของพระจิตของพระองค์เช่นเดียวกัน”...อิสรภาพจะไม่ใช่อิสรภาพที่แท้จริง ถ้ามันไม่มีอิสรภาพที่จะทำความผิด...ถ้าใครคนหนึ่งได้ถูกปฏิเสธให้มีชีวิต ตามความเชื่อของเขา เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากทำตัวเป็นคนนอกกฎหมาย....”เป็นการดีกว่า ที่จะตายในการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ดีกว่าเป็นนักโทษตลอดชีวิตของท่าน”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view