สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2019 ระลึกถึงนักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์ พระสังฆราช นักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2019 ระลึกถึงนักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์ พระสังฆราช นักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

🍒 ทุกหนทางที่เราเดิน
ทุกการกระทำที่เราทำ
ถ้าเราทำด้วยความเชื่อ
ถ้าเราเดินด้วยความเชื่อฟัง
และถ้าเราให้ "พระเจ้า" ทรงนำย่างเท้าของเรา...
เราจะเดินในทางสว่าง...และอยู่บนทางแห่งพระพร

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2019
ระลึกถึงนักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์
พระสังฆราช นักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
https://www.youtube.com/watch?v=sxpagrxj7Gw

♥ อยู่เพื่อรับใช้
http://youtu.be/9ULuRjmKtwk

🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠

วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2019
ระลึกถึงนักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์
พระสังฆราช นักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
อ่าน :
ฮบ 7:25-8:6
มก 3:7-12

เพียงได้ยินกิตติศัพท์ ความศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า
ประชาชนจำนวนมาก อยากที่จะติดตาม
และพระองค์ทรงทำให้พวกเขาได้เห็นว่า
พระองค์ทรงคิดถึงความต้องการ ที่จำเป็น
ของทุกคนที่เข้ามาหา

จดหมายถึงชาวฮีบรู ตอกย้ำ..
ทำให้เห็นว่า สมณะซึ่งเป็นที่ต้องการนั้น
เขาควรที่จะเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ไร้มลทิน ความผิด

ด้วยความมุ่งมั่น อุทิศตนให้กับงานแพร่ธรรม
ของท่านนักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์
พร้อมกับบุคลิก ลักษณะนิสัย
ที่เน้นการเป็นนักปฎิบัติ มากกว่าการใช้คำพูด
ทำให้ท่านสามารถนำคนจำนวนมาก ให้มารู้จัก
และรักพระคริสตเจ้า ผ่านทางงานเขียนของท่าน
พร้อมกันนี้ ท่านได้กลายเป็นองค์อุปถัมภ์
ของนักหนังสือพิมพ์ และนักเขียนคาทอลิก

หมายเหตุ..
การที่วาจามีภัย อาจเป็นเพราะในใจมีพิษ
วาจา ไม่ศักดิ์สิทธิ์ อาจเป็นเพราะ
ไม่ทันได้คิด ก่อนพูด

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2019

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญ ฟรังซิส เดอ ซาลล์ พระสังฆราช และนักปราชญ์ แห่งพระศาสนจักร

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“พระเยซูเจ้าจึงตรัสสั่งบรรดาศิษย์ให้จัดเรือไว้ลำหนึ่ง...” (มก 3:7-12)

จากเรือลำนั้น 

ข่าวดีได้ไปสู่ทุกๆ คน

ความรัก ความเมตตา ความบรรเทา และกำลังใจ

คือสิ่งที่หลั่งไหลไปสู่คนมากมาย

ด้วยเรือลำนั้นคือพระศาสนจักร

เป็นเรือที่มีพระคริสตเจ้าประทับอยู่

เรือลำนั้น คือชีวิตคริสตชนที่ถูกแยกออกจากโลก

เพื่อนำความรอดพ้นไปสู่โลก

ฉันเป็นผู้ที่มีชีวิตบนเรือลำนั้นด้วย

แต่วันนี้ ฉันได้เป็นเช่นนั้นไหม

เป็นท่อธารความรักและความดี

กำลังใจและการรักษา

ความยินดีแห่งความรอดพ้น

ที่แบ่งปันไปสู่ทุกๆ คน

ฉันเป็นเช่นนั้นหรือเปล่าในชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระศาสนจักร

บนเรือที่พระคริสตเจ้าประทับอยู่...

________________

เมื่อวานนี้ ผมมีโอกาสอยู่กับคู่สมรสคู่หนึ่ง ที่กำลังเตรียมเข้าพิธีสมรส และระหว่างเรียนคำสอน อบรมคู่แต่งงานอยู่นี้ เนื่องจากเป็นการแต่งงานแบบต่างคนต่างถือ เราจึงได้มีการคุยกันในเรื่องธรรมชาติของพระศาสนจักรคาทอลิก ที่เป็นเครื่องมือนำความรอดพ้นสำหรับทุกๆ คน แม้ว่า หนทางแห่งความรอดพ้นนั้นจะมีอยู่หลายๆ หนทาง แต่โดยทางพระเยซูเจ้า เป็นอีกหนทางหนึ่ง ที่พระเจ้าได้เสนอให้กับเรา และหนทางแห่งความรอดพ้นนั้นได้รับการประทานมาโดยทางพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้า ชีวิตของพระศาสนจักร คือชีวิตที่มีพระเจ้าประทับอยู่ดังที่พระเย

พี่น้องที่รักครับ พระศาสนจักรในประเทศไทย กำลังอยู่ในช่วงเวลาของการเตรียมฉลอง 350 ปีการสถาปนาพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย สภาพระสังฆราชฯ โดยหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กำลังนำเราไตร่ตรองถึงประวัติศาสตร์ของความรอดพ้นที่พระศาสนจักรนำมามอบให้ปวงชนชาวไทย โดยยรรดาธรรมทูต ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกล เพื่อมอบสิ่งดีๆ มากมายให้กับปวงชนชาวไทย และหากเราไตร่ตรองดีๆ เราจะเห็นว่า เวลานั้น ประเทศไทยของเราได้รับหลายสิ่งมากมายจากชีวิตของพระศาสนจักรคาทอลิก โรงเรียน โรงพยาบาล ได้เกิดขึ้นมากมาย หนังสือเรียนวิชาภาษาไทยที่เขียนโดยภราดาชาวฝรั่งเศส “ดรุณศึกษา” เป็นผลงานที่น่าประทับใจ เพื่ออบรมสั่งสอนเด็กไทย ให้มีทั้งความรู้และคุณธรรมควบคู่กันไป

เสียงการเทศน์สอนของพระเยซูเจ้า ที่วันนี้ พระองค์ทรงแยกตัวเองออกจากประชาชนหมู่ใหญ่ ลงไปประทับในเรือ หลังจากที่ประชาชนหมู่ใหญ่ โดยเฉพาะบรรดาคนเจ็บป่วยได้เข้ามาสัมผัสพระองค์แล้วพวกเขาก็ได้รับการรักษาให้หายจากโรค พวกเขาจึงเบียดเสียดกันเข้ามาเพื่อสัมผัสพระองค์ จนพระองค์ต้องลงไปในเรือลำหนึ่ง และเทศน์สอนพวกเขาจากเรือนั้น

ภาพนี้ทำให้ผมคิดถึงพระศาสนจักรจริงๆ ครับ โลโกโอกาสฉลอง 350 ปี พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย มีเรือเป็นองค์ประกอบด้วย เรือที่แล่นไปพร้อมกับความมานะบากบั่นของบรรดาธรรมทูตที่เดินทางมาด้วยความยากลำบาก เพื่อนำข่าวดีแห่งความรอดพ้นไปทุกที่ ทั่วแคว้นแดนไทย งานของพระศาสนจักรโดยบรรดาธรรมทูต แม้ว่าจะถูกเบียดเบียนบ้าง  แต่เราก็ได้รับความสนใจ ความไว้วางใจจากปวงชาวไทยไม่น้อย โรงเรียนคาทอลิก ที่เป็นความน่าชื่นชม ชื่อเสียงของเราคือ ความรู้และคุณธรรมที่ควบคู่กันไป พระศาสนจักรคาทอลิกชนะใจคนมากมาย โดยเฉพาะ บรรดาคนยากจน คนที่ประสบความทุกข์ยาก บรรดาผู้เจ็บไข้ได้ป่วย ท่ามกลางการเบียดเบียนบ้าง แต่พระศาสนจักรก็สามารถนำความรอดพ้นไปสู่คนมากมาย

แต่การแยกครับ “Sanctuary” ในบทอ่านที่หนึ่งเราพบการแยกออกจากคนทั้งปวง คือบรรดาสมณะผู้นำความศักดิ์สิทธิ์ ไม่เป็นส่วนที่ปนไปกับคนอื่นๆ แต่มีเอกลักษณ์ของตนท่ามกลางโลก และในพระวรสาร เราพบการแยกตัวของพระเยซูเจ้า พระองค์ลงไปประทับบนเรือลำหนึ่ง เพื่อสังสอนประชาชนจากที่นั่น... พี่น้องที่รักครับ พระศาสนจักร คือชุมชนคริสตชนที่แยกไว้สำหรับพระเจ้า คือชุมชนคริสตชนที่ถูกแยกออกจากโลก เพื่อเป็นของพระเจ้า แต่เป็นชุมชนคริสตชนที่อยู่ท่ามกลางโลก เพื่อบันดาลความศักดิ์สิทธิ์ ความรัก ความดีมีเมตตา ท่ามกลางสังคมมนุษย์

ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงประทับในเรือลำหนึ่ง นั่นคือภาพของพระศาสนจักรครับ เสียงของพระองค์จากเรือลำนั้นที่สังสอนประชาชน คือเสียงของพระศาสนจักร ที่กำลังประกาศข่าวดีแก่คนมากมายที่เข้ามาพึ่งพาพระศาสนจักร เป็นพระศาสนจักรของคนยากจน เป็นพระศาสนจักรของบรรดาผู้ตกทุกข์ได้ยาก คนเจ็บไข้ได้ป่วย... เราเห็นภาพพระศาสนจักรของพระเยซูเจ้าดังเรือลำนั้น ที่แยกออกจากประชาชน แต่เป็นเรือที่มีพระเยซูเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับอยู่ และจากชีวิตของพระศาสนจักร คนมากมายเข้ามาพบพระเยซูเจ้า พวกเขาทุกคนที่ได้พบพระองค์ ได้สัมผัสพระองค์ได้รับการรักษา

พี่น้องที่รักครับ เราคริสตชนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพระศาสนจักร เราเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงประทับอยู่ในเรือน้อยแห่งชีวิตของเราด้วย... ดังนั้น เราจึงต้องดำเนินชีวิตเป็นข่าวดีใหม่สำหรับทุกคน ให้ทุกคนที่สัมผัสความเป็นคริสตชนของเรา ได้รับกำลังใจ การบำบัดรักษา จากหัวใจที่อ่อนโยนของเรา... เราต้องตระหนักอย่างดีในเรื่องนี้นะครับ เราถูกแยกออกมาจากประชาชนเพื่อเป็นของพระเจ้า เพื่อเป็นข่าวดีสำหรับประชาชน ที่เจริญชีวิตอยู่ท่ามกลางประชาชน... วันนี้ชีวิตของฉัน ที่ถูกแยกไว้เพื่อพระเจ้านั้น วันนี้ฉันได้เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าในความรัก ความดีและความเมตตาหรือเปล่า คนมากมายที่เข้ามาพบ และสัมผัสชีวิตคริสตชนของฉัน พวกเขาได้รับพระพรจากชีวิตของฉันมากน้อยเพียงใด... นะครับพี่น้อง เราต้องสูญเสียธรรมชาติของเราคริสตชนครับ เราถูกแยกออกจากโลก เพื่อเป็นของพระคริสตเจ้า เพื่อเป็นข่าวดี เป็นความรอดพ้น เป็นความบรรเทาใจ เป็นความหวัง เป็นคำตอบที่อบอุ่นของทุกๆ คน ฉลอง 350 ปีของพระศาสนจักร คือเรือลำนี้ ที่พระคริสตเจ้าทรงประทับอยู่ คือชีวิตที่เป็นความรอดพ้นของทุกคนครับ

ข้าแต่พระเจ้า บนเรือน้อยแห่งชีวิตของลูก พระองค์ทรงประทับอยู่... เรือลำนี้ เป็นเรือท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียดกันเข้ามา เพื่อพบความรอดพ้น ความบรรเทา และการรักษาจากพระองค์ ขอให้ลูกทุกคน ที่อยู่บนเรือของพระองค์ และพระองค์ทรงอยู่กับพวกลูกบนเรือลำนี้ ขอให้พวกเราเป็นที่มาของความรอดพ้น ความรักและเมตตา ท่ามกลางชาวโลกเทอญ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 24 มกราคม 19 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฮบ 7:25-28,8- 6 / มก 3:7-12
มาร์โกได้ชี้ให้เห็นชาวเมืองต่างๆ ที่มาจากสถานที่ภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่า พันธกิจของพระเยซูเจ้านั้น เป็นพันธกิจสากล ไม่ได้ทำเพื่อสถานที่ใดสถานที่หนึ่งโดยเฉพาะ งานไถ่กู้ของพระเยซูเจ้า ประกอบด้วยคำสั่งสอน การบำบัดรักษา การขับไล่ปิศาจ ที่พระองค์ได้ทรงกระทำในทุกแห่ง ที่พระองค์เสด็จไป ฝูงชนต่างเบียดเสียดเข้ามาหาพระเยซูเจ้า เพราะพระองค์ได้ทรงทำอัศจรรย์ และได้ทรงแสดงอำนาจในคำสั่งสอนของพระองค์ แต่ ณ จุดนี้ ประชาชนยังไม่พร้อมที่จะประกาศว่า พระองค์เป็นพระบุตรของพระเป็นเจ้า แต่ความชัดเจนในฐานะเป็นเมสสิยาห์ของพระองค์ จะค่อยๆเปิดเผยแก่ซีมอนเปโตร บรรดาอัครสาวก และแก่มนุษยชาติ
เพื่อทำพันธกิจของพระองค์ให้ประสบกับเป้าหมายที่วางไว้ พระองค์ได้เลือกเพื่อนร่วมงาน โดยพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นไปบนภูเขา ได้ทรงเรียกผู้ที่ทรงพอพระทัย พระองค์ทรงเลือกไว้เพียง 12 คน เขาเหล่านั้นอยู่กับพระองค์ตลอดเวลา ดูว่าพระองค์ทำอะไร และฟังว่าพระองค์สอนอะไร พระองค์ต้องการส่งคนทั้ง 12 คนออกในฐานะสาวกของพระองค์ เพื่อเขาจะได้นำข่าวดีไปให้ประชาชนและรักษาคนเจ็บในพระนามของพระองค์ สาวกทั้งสิบสองคน คือ ซีโมน พระองค์ทรงตั้งชื่อใหม่ให้เขาว่า “เปโตร” ยากอบบุตรของเศเบดี และยอห์น น้องชายของยากอบ พระองค์ทรงตั้งชื่อให้สองพี่น้องนี้ว่า "โบอาแนรเกส" ซึ่งแปลว่า "ลูกฟ้าร้อง" อันดรูว์ ฟิลิป บารโธโลมิว มัทธิว โทมัส ยากอบบุตรของอัลเฟอัส ธัดเดอัส ซีโมนจากกลุ่มชาตินิยม และยูดาสอิสคาริโอท ผู้ที่จะทรยศต่อพระองค์ (มก 3 : 13-19)…พระเยซูเจ้าทรงเรียกเราให้พักผ่อนกับพระองค์ โดยใช้วิธีการที่สุภาพอ่อนหวานของพระองค์ คนที่มีใจสุภาพอ่อนหวาน ไม่สนใจว่าใครจะใหญ่โตกว่าเขา เพราะพระองค์ได้ตัดสินพระทัยแต่นานแล้วว่า ความนิยมชมชอบของโลก ไม่มีคุณค่าใดๆที่พระองค์จะต้องขนขวายพยายามหามาเป็นกรรมสิทธิ์....เราไม่ต้องตายเพื่อความตาย พระเป็นเจ้าไม่ทรงต้องการให้สิ่งสร้างใดๆที่พระองค์ได้ให้ลมหายใจต้องตายเพื่อความตาย แต่เพื่อให้เราตายเพื่อมีชีวิต.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view