สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2019 ฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโล อัครสาวก

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2019 ฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโล อัครสาวก

❤ พระเยซูทรงเป็นคำตอบ
ให้กับทุกคนที่แสวงหาพระองค์
ทรงเป็นกำลังให้กับทุกคน
ที่พึ่งพาและวางใจพระองค์

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2019
ฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโล อัครสาวก
https://www.youtube.com/watch?v=aRYdGxPcyVs

🌷การกลับใจของชายคนหนึ่ง
http://youtu.be/F1AzrI4TPIw

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2019
ฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโล อัครสาวก
อ่าน
กจ 22:3-16
มก 16:15-18

ในการส่งศิษย์ออกไปประกาศข่าวดี 
พระเยซูเจ้าทรงย้ำ ประสบการณ์ที่พวกเขาได้เรียนรู้
อยู่กับพระองค์ การจะประสบความสำเร็จ 
สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความเชื่อของผู้ออกไปประกาศ

ประสบการณ์ของการได้เห็น ได้ยินพระคริสตเจ้า
รับรู้พระประสงค์ของพระเจ้าแล้วเชื่อ นำเปาโล
ให้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างสิ้นเชิง 
จากผู้เบียดเบียนคริสตชน มาสู่ผู้นำข่าวดีของพระคริสตเจ้า
ไปสู่ทุกคน

หมายเหตุ..
กับการกลับใจ...
เริ่มต้นใหม่ กับสิ่งที่ดี ๆ
ไม่มีคำว่า สายเกินไป..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2019

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

ฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโล

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ผู้ที่เชื่อและรับศีลล้างบาปก็จะรอดพ้น...” (มก 16:15-18)

เชื่อในพระเจ้าคือการมีประสบการณ์กับพระองค์

และฟังพระองค์

การได้ฟังพระองค์ส่งผลให้เกิดการกลับใจ

และการกลับใจที่แท้จริง 

คือการคืนดีกับตนเอง

คืนดีกับเพื่อนพี่น้อง

คืนดีกับสิ่งสร้างทั้งหลาย

และนี่คือการคืนดีกับพระเจ้าอย่างแท้จริง.

________________

พระศาสนจักรในวันนี้ ให้เราฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโล คือสิ่งที่ผมประทับใจมาก เมื่อพระเจ้าทรงเปลี่ยนศัตรูตัวฉกาจให้กลายเป็นมือขวา คือกลายเป็นผู้ร่วมงานคนสำคัญมากที่สุดคนหนึ่งของพระศาสนจักในยุคแรกเริ่ม และพระศาสนจักรยุคแรกเริ่มนั้น ดูเหมือนความสำเร็จในการก่อตั้งพระศาสนจักร เป็นความร่วมมือของนักบุญเปาโลไม่น้อยทีเดียว ท่านได้กลับกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า เป็นเสาหลักของพระศาสนจักรร่วมกับนักบุญเปโตร และข่าวดีที่พระเยซูเจ้าสั่งให้ไปประกาศทั่วโลก เพื่อให้โลกกลับใจ...

และการกลับใจนี้เอง เป็นกระแสเรียกของเราคริสตชนที่เราต้องกลับใจอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง อาศัยการมีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเจ้า.. ผมชอบคำว่าประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเจ้ามาก นี่คือแรงบันดาลใจที่ทำให้เราเกิดการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ความรู้สึกที่กำลังท้อแท้ท้อถอยก็กลับมีพลังขึ้นมา ความรู้สึกถอดใจกลับเป็นการให้ใจ เราแม้จะเหนื่อยสักเพียงใด เราก็ยังไหวเสมอ เพราะประสบการณ์กับพระเจ้าที่ทรงเป็นข่าวดีของเรา และประสบการณ์กับพระองค์นี้ จึงสามารถทำให้เราเป็นข่าวดีแก่กันและกันได้... บทไตร่ตรองของผม ที่เป็นการกรุยทางนำไปสู่บทเทศน์ในแต่ละวันนั้น หลายครั้ง ผมคิดว่า จำเป็นครับ ที่ผมต้องไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าทุกวันอย่างดี ถามตนเองว่า “พระเจ้ากำลังตรัสอะไรกับฉัน...” แล้วออกมาเป็นบทไตร่ตรอง ที่ภายหลังในพิธีกรรม ก็กลับกลายเป็นแนวทางในการให้ข้อคิดกับพี่น้องในบทเทศน์ต่อไป สิ่งนี้เอง คือสิ่งที่ผมคิดว่ามันคือสิ่งที่สำคัญ และเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่ผมจะมอบให้กับพี่น้องในบทเทศน์ในมิสซาแต่ละวัน ผมมองเห็นว่า การให้พระวาจาของพระเจ้าตีสอนผมก่อน แล้วไตร่ตรองถึงสิ่งที่พระเจ้าตรัสกับผมในจิตวิญญาณ โดยอาศัยสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต โดยมีพระเจ้าประทับอยู่ และตรัสกับผมทุกวันนั้น มันคือประสบการณ์ที่เป็นพยานที่ดีที่สุด มากกว่าการเทศน์จากความรู้และการศึกษาพระคัมภีร์เท่านั้น แต่บทเทศน์ที่มาจากประจักษ์พยานของการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าในประสบการณ์ส่วนตัวของเราคริสตชนแต่ละคนนั้น พระวาจาของพระองค์เปลี่ยนเราให้เป็นข่าวดีสำหรับเพื่อนพี่น้องจริงๆ ครับ

ในบทอ่านที่หนึ่ง วันนี้ พระเยซูเจ้า ที่เปาโลพบและมีประสบการณ์กับพระองค์ระหว่างการเดินทางไปจับคริสตชนนั้น ท่านได้ยินพระองค์ตรัส และเพียงพระวาจาของพระองค์นี้เอง ท่านก็เปลี่ยนไปทั้งหมด เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย (เทียบ กจ 22:3-16)... เมื่อบทอ่านที่หนึ่งจากหนังสือกิจการอัครสาวก บทที่ 22 นั้น นักบุญลูกาบันทึกว่า นี่เป็นประสบการณ์ที่เปาโลกล่าวกับประชาชนที่ท่านกำลังเทศน์สอน มันคือประสบการณ์กับพระเจ้าที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของท่านทั้งหมด... เมื่อพระองค์ได้ตรัสกับท่านว่า... “เซาโล เซาโล เจ้าเบียดเบียนเราทำไม...” 

พี่น้องที่รักครับ ประโยคนี้น่าสนใจทีเดียว... “เซาโล เซาโล เจ้าเบียดเบียนเราทำไม...” เพราะเซาโลกำลังถามว่า “พระเจ้าข้า พระองค์เป็นใคร” และพระองค์ตรัสตอบว่า “เราคือเยซูชาวนาซาเร็ธ ซึ่งเจ้ากำลังเบียดเบียนอยู่... พี่น้องครับ สิ่งที่น่าสนใจคือ แท้จริงแล้ว นักบุญเปาโลอาจจะคิดว่า ท่านไม่ได้เบียดเบียนพระเยซู แต่ทว่า พระวาจาตอนนี้ กลับให้ความหมายที่ลึกซึ้งถึงพระศาสนจักรอย่างดีทีเดียว เพราะการเบียดเบียนคริสตชน คือการเบียดเบียนพระเยซูเจ้าด้วย และดังนี้เอง การเบียดเบียนเพื่อนพี่น้อง ก็หมายถึงการเบียดเบียนพระคริสตเจ้าด้วย เพราะพระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเรา พระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดียวกับพระศาสนจักร

พี่น้องที่รักครับ วันนี้ เราเห็นแบบอย่างของชีวิตที่เป็นข่าวดี นี่คือชีวิตที่มีประสบการณ์กับพระเจ้า ที่กลับเป็นชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด คือชีวิตที่ไม่เบียดเบียนกัน คือชีวิตที่ดำเนินไปพร้อมกับเพื่อนพี่น้อง เรียนรู้ที่จะเป็นหนึ่งเดียวกับเพื่อนพี่น้อง และเป็นกำลังใจของกันและกันตลอดไป นักบุญเปาโลมอบชีวิตของท่านทั้งหมดเป็นข่าวดีสำหรับทุกคน ด้วยการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย ทำงาน และไม่เบียดเบียนเอาเปรียบใคร ท่านเทศน์สอนพระวาจาของพระเจ้าด้วยชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานอย่างแท้จริง ท่านได้มอบชีวิตของท่านเป็นข่าวดีที่มีชีวิต ที่นำคนมากมายให้มารู้จักพระคริสตเจ้า และรับศีลล้างบาป กลับกลายมาเป็นคริสตชน เป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้าในยุคก่อตั้งพระศาสนจักร

พี่น้องที่รักครับ คริสตชนที่รับศีลล้างบาป พวกเราทุกคนมีกระแสเรียกเดียวกันครับ คือ “ผู้กลับใจ” คือการกลับใจ คือการเปลี่ยนแปลงตนเองจากภายในและกลับกลายเป็นข่าวดีแก่ทุกคน อาศัยการมีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเจ้า... และการกลับใจและการคืนดีกับพระเจ้าที่แท้จริงนั้น สิ่งที่สำคัญคือ 1) เราต้องคืนดีกับตัวเองก่อนเลยครับ คือยอมรับตนเอง เข้าพึ่งพระเมตตาของพระเจ้า ไม่ใช่เพียงสำนึกว่าเราเป็นคนบาป เท่านั้น แต่ให้เรารับพระคริสตเจ้าเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตของเรา เพื่อ 2) เราจะสามารถคืนดีกับเพื่อนพี่น้อง 3) และนำให้เราคืนดีกับสิ่งสร้างของพระเจ้า และ4) นี่แหละคือการคืนดีกับพระเจ้าอย่างแท้จริง

พี่น้องที่รักครับ เราคือศิษย์พระเยซู เราเป็นคริสตชนที่เกิดจากการมีประสบการณ์ส่วนตัวของเรากับพระเจ้าในศีลล้างบาป และศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่พระเจ้าทรงประทานให้โดยทางพระศาสนจักร ชีวิตของเราในวันนี้ เราถูกเรียกร้องจากพระเจ้าให้กลับใจ และเป็นข่าวดีสำหรับทุกคนครับ... นี่คือพลังแห่งพระวาจาที่ทำให้ชีวิตของนักบุญเปาโลเปลี่ยนไปทั้งหมด และนี่เอง ที่เป็นพลังแห่งพระวาจาที่จะต้องนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเราด้วยมิใช่หรือ... “เจ้าเบียดเบียนเราทำไม” เมื่อเราเบียดเบียนพี่น้อง เมื่อเราทำร้ายพี่น้อง เมื่อเราคิดร้ายต่อกันและกัน ไม่จริงใจต่อกัน เอารัดเอาเปรียบกันและกัน เมื่อนั้นเอง เรากำลังเบียดเบียนพระคริสตเจ้า และดังนี้ เราก็กำลังเป็นข่าวร้ายสำหรับทุกคน... วันนี้ พระวาจาของพระเจ้าที่ได้ตรัสกับฉัน ทำให้ฉันเปลี่ยนแปลงไปบ้างมากน้อยเพียงใด ฉันกลับใจทุกๆ วันหรือเปล่า...

พระเจ้าข้า... ลูกขอโทษพระองค์ ที่ลูกอาจจะเบียดเบียนพระองค์โดยไม่รู้ตัว ในการละเลยในความรักต่อเพื่อนพี่น้อง... พระเจ้าข้า ลูกต้องทำอะไร... ขอพระองค์ตรัสเถิด เพราะข้ารับใช้ของพระองค์กำลังคอยตอบสนองพระประสงค์ของพระองค์ ขอพระองค์ทรงส่งลูกไปเพื่อพบความสว่างในสายตาแห่งดวงใจ เพื่อรู้ว่า ชีวิตของลูกต้องเป็นข่าวดีแก่ทุกคนเช่นใด...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 19 ฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโลอัครสาวก
บทอ่าน กจ 22:3-16 หรือ กจ 9:1-22 / มก 16:15-18
เราอาจมองว่า พระเยซูเจ้าทรงมองโลกไม่ค่อยตรงกับความเป็นจริงใช่หรือไม่? เมื่อพระองค์ได้ตรัสว่า “ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวดีให้มนุษย์ทุกคน” ใครคือผู้ที่จะฟังพระองค์? พระองค์มีอัครสาวกเพียง 11 องค์ ขาดยูด๊าสไปหนึ่งคน เพราะเขาได้ทรยศต่อพระองค์ รวมทั้งสานุศิษย์ที่ไม่สู้มีการศึกษาอีก 72 องค์ ซึ่งไม่มีความรู้ว่า “การไปทั่วโลกหมายถึงอะไร?”พระองค์ได้ตรัสอย่างถูกต้อง ในฐานะเป็นพระเป็นเจ้า พระองค์ย่อมรู้ดีกว่าเรามนุษย์ ที่มีข้อจำกัด จึงต้องเชื่อฟังคำสั่งของพระองค์
ขอให้เราดูการกลับใจของนักบุญเปาโลในวันนี้ ท่านได้เดินทางคนเดียว หรือบางครั้งพร้อมกับเพื่อน ไปทั่วอาณาจักรโรมัน และได้ก่อตั้งกลุ่มคริสตชนจำนวนมากมาย แต่จำนวนบุคลากรจำนวนจำกัด ได้เป็นผู้ก่อตั้งประวัติของพระศาสนจักร นักบุญฟรังซิส อัสซีซี ได้เริ่มงานประกาศข่าวดีของท่านตามลำพัง และไม่มีทุนทรัพย์แต่อย่างใด และสี่ปีก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต ปรากฏว่ามีสมาชิกที่ติดตามท่านจำนวนประมาณห้าพันคน ทำงานอยู่ทั่วโลก เช่นเดียวกับนักบุญดอมีนิก และนักบุญอิกญาซีโอ
ขบวนการผู้เรียนคำสอนใหม่ เริ่มต้นงานในปี 1960ด้วยคนเพียง 20 คน ปรากฏว่าปัจจุบันนี้มีสมาชิกจำนวนประมาณหนึ่งล้านคน นักบุญเทเรซา แห่งกัลกัตตาได้เริ่มต้นงานด้วยสมาชิกจำนวนไม่กี่คน หลังจากที่ท่านได้เสียชีวิต ปรากฏว่ามีชายและหญิงที่ติดตามท่านประมาณห้าพันคน ทำงานในสถานที่ต่างๆถึงแปดร้อยแห่ง
การเดินทางไปประกาศข่าวดีทั่วโลก จะต้องไม่เกรงกลัวคนที่ตั้งตัวเป็นศัตรู อย่าถามว่าท่านจะต้องทำอะไร หรือมองดูตัวเองอย่างเดียวว่าเป็นคนไม่มีความสามารถ จงออกไปและแบ่งปันข่าวดี พระเยซูเจ้าจะอยู่กับฝูงแกะของพระองค์เสมอ และจะไม่ทอดทิ้งไป...สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ล้วนเริ่มต้นด้วยสิ่งเล็กน้อย เพราะฉะนั้น อย่ากลัวที่จะเริ่มลงมือทำ...พระเยซูเจ้าทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา อย่ากลัว พระองค์ทรงรักเราเป็นเวลาช้านาน และจะทรงรักเรามากขึ้นอีกตลอดไป.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view