สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2019 ระลึกถึงนักบุญทิโมธี และทิตัส

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2019 ระลึกถึงนักบุญทิโมธี และทิตัส

♥อธิษฐานมาก … เหนื่อยน้อย
อธิษฐานน้อย … เหนื่อยมาก
ไม่อธิษฐานเลย … เหนื่อยเปล่า

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2019
ระลึกถึงนักบุญทิโมธี และทิตัส
https://www.youtube.com/watch?v=-XGYGS999_A

🍓แสงทองส่องโลก
http://youtu.be/iLsEN0iwpJE

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2019
ระลึกถึงนักบุญทิโมธี และทิตัส
อ่าน
2 ทธ 1:1-8
ลก 10:1-9

สิ่งที่พระเยซูเจ้ากำชับศิษย์ของพระองค์
ในการออกไปแบ่งปันข่าวดี คือ
ความไว้วางใจในพระเจ้า ด้วยการภาวนา
อย่าเสียเวลาหลงใหล ติดใจ ในสิ่งที่ไม่ใช่เป้าหมาย
และอย่ามากเรื่อง ในการกินอยู่

สิ่งท่ีทำให้นักบุญเปาโล ประสบความสำเร็จ
เมื่อท่านเป็นผู้นำข่าวดี คือ การอธิษฐานภาวนา
พาคนไปหาพระ และไม่ลืมผู้มีพระคุณ
ที่สนับสนุนท่าน

แม้นักบุญทิโมธี และทิตัส จะมาจากครอบครัว
ต่างวัฒนธรรม ความเชื่อ แต่เมื่อพวกท่านกลับใจ
ความมั่นคงในการอธิษฐานภาวนา พาพวกท่าน
ให้สามารถอุทิศตนอย่างแน่วแน่
แม้จะมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง

หมายเหตุ...
ความสำเร็จ มาพร้อมกับการกระทำ
ไม่พอแค่คำภาวนา

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2019

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญทิโมธี และทิตัส พระสังฆราช

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ทรงส่งเขาล่วงหน้าพระองค์เป็นคู่ๆ...” (ลก 10:1-9)

ชีวิตหมู่คณะ

คือธรรมชาติชีวิตของความเป็นคริสตชน

คริสตชนไม่ไปสวรรค์คนเดียว

แต่เขาจะนำคนมากมายไปด้วย

การประกาศข่าวดีก็เช่นเดียวกัน

คริสตชนคือกลุ่มธรรมทูต

ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงส่งไปเป็นคู่ๆ เสมอ

คือจิตวิญญาณของหมู่คณะร่วมกันในชีวิตธรรมทูต

วันนี้ ฉันมองเห็นเพื่อนพี่น้องของฉันอย่างไร

ฉันให้ความสำคัญร่วมกันในการทำงานของพระเจ้ามากน้อยเพียงใด

เพราะงานแห่งการเป็นธรรมทูต คืองานส่วนรวมของพระศาสนจักร

หาใช่งานส่วนตัวของฉันไม่

________________

ธรรมชาติและชีวิตของพระศาสนจักร คือการเป็นธรรมทูต พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ ซึ่งเราระลึกถึงนักบุญสององค์ คือทิโมธี และทิตัส ท่านทั้งสองเป็นพระสังฆราช และเป็นผู้ร่วมงานของนักบุญเปาโลในยุกก่อตั้งพระศาสนจักร และนี่คือชีวิตของพระศาสนจักรที่เป็นธรรมทูต คือการเป็นผู้ประกาศข่าวดี

เราสังเกตเห็นว่าพระเยซูเจ้าทรงส่งศิษย์อีกเจ็ดสิบสองคนออกไปล่วงหน้าพระองค์ การส่งศิษย์ออกไปแบบนี้ พระองค์ส่งเขาออกไปเป็นคู่ๆ ซึ่งเป็นชีวิตที่เดินไปด้วยกันแบบไม่โดดเดี่ยว เพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงความเป็นพี่น้องกัน ที่ทำงานร่วมกัน ในความเป็นหนึ่งเดียวกัน

เหตุผลสำคัญที่ผมต้องย้ายจากประจวบฯ กลับไปสู่หมู่คณะ เป็นเหตุให้คณะฟรันซิสกันของผมต้องคืนวัดประจวบฯ และงานอภิบาลที่นั่นให้กับสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีนั้น คือเพราะชีวิตของนักบวชที่ต้องอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ  เพื่อเป็นประจักษ์พยานของครอบครัวแห่งสวรรค์ เพื่อให้แบบอย่างของชีวิตที่อยู่ร่วมกันบนแผ่นดินนี้ เป็นแบบอย่างของชีวิตครอบครัวคริสตชน แต่ที่แล้วมา ผมอยู่คนเดียวตลอดวาระ ทำให้ผู้ใหญ่ต้องรวมสมาชิกเข้าด้วยกันอีกครั้ง เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของชีวิตธรรมทูตไว้ในความเป็นหนึ่งเดียวกัน และแบบอย่างของชีวิตที่อยู่ร่วมกันเป็นดังครอบครัว

หากเราไตร่ตรองชีวิตมนุษย์ดีๆ ตั้งแต่เมื่อพระเจ้าทรงสร้างเรามาในปฐมกาล พระองค์ทรงสร้างทุกสิ่งมาก่อนมนุษย์ และได้สร้างมนุษย์เป็นสิ่งสุดท้าย แต่มนุษย์ไม่มีเพื่อน หรือคู่ชีวิตที่สอดคล้องกับตนเองเลย จนที่สุด จากชีวิตของชาย พระองค์สร้างหญิงขึ้นมา สิ่งนี้ให้ความหมายว่า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันในสังคม นี่คือพื้นฐานและธรรมชาติของความเป็นศิษย์ของพระเยซูที่ได้รับการกระตุ้นเตือนอีกครั้งถึงชีวิตเพื่อกันและกัน การทำงานร่วมกันในฐานะความเป็นศิษย์ของพระเยซูที่พระศาสนจักรมีธรรมชาติเป็นธรรมทูต

การประกาศข่าวดี เป็นงานของพระศาสนจักรส่วนรวม พระเยซูเจ้าทรงส่งเราไปเป็นหมู่คณะเช่นเดียวกัน ชีวิตคริสตชน ชีวิตของพระศาสนจักร คือหมู่คณะที่ทำงานประกาศข่าวดี เพื่อให้เราเดินไปด้วยกัน ทำงานของพระเจ้าอย่างเป็นหนึ่งเดียว ช่วยเหลือดูแลกันและกัน เพราะชีวิตของพระศาสนจักร ไม่ใช่ชีวิตที่โดยเดี่ยว แต่เป็นชีวิตฉันท์พี่น้องที่เดินไปด้วยกัน เป็นประจักษ์พยานถึงพระอาณาจักรสวรรค์ที่เป็นเป้าหมายของเราทุกคน นั่นคือ “ครอบครัวแห่งสวรรค์” ที่เราทุกคนมุ่งหน้าไปสู่ที่นั้น

เช้านี้ ผมนำพี่น้องไตร่ตรองเพียงประโยคแรกๆ ของพระวรสารวันนี้เท่านั้น นั่นคือเรื่องความเป็นหนึ่งเดียวกันในชีวิตคริสตชน ที่จะนำเราทุกคนไปสู่บ้านของพระเจ้า เป็นครอบครัวแห่งสวรรค์ และเราจะแตกแยกกันไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้นแล้ว การประกาศข่าวดีของเราก็จะไม่เกิดผล แต่การประกาศข่าวดีของพระคริสตเจ้านั้น สิ่งที่จำเป็นคือ “ความเป็นหนึ่งเดียวกัน” หากพระสงฆ์ทะเลาะกัน หากนักบวชทะเลาะกันเอง เราจะเอาอะไรไปเป็นพระจักษ์พยานให้กับหมู่คริสตชน และหากหมู่คริสตชนทะเลาะกัน หากในพระศาสนจักรมีความแตกแยกกันเอง เราจะเอาอะไรไปเป็นประจักษ์พยานที่จะประกาศข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรพระเจ้า เพราะหากพระอาณาจักรของพระเจ้าไม่มีความเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว วันทั้งวันมีแต่จะทะเลาะกัน นินทากัน ว่าร้ายกัน เอาเปรียบกันและกัน พี่น้องที่รักครับ แล้วใครเล่า เขาจะอยากฟังหรือได้ยินข่าวดีของเรา และเราจะเป็นข่าวดีให้คนอื่นๆ ได้หรือ หากเราเป็นธรรมทูต เป็นศิษย์ของพระเยซูที่ทะเลาะกันตลอดเวลา

ในวันเหล่านี้ ผมกำลังอบรมคู่แต่งงานอยู่ กำลังอภิบาลคู่สมรสในเวลาท้ายๆ ของการเป็นผู้อภิบาลที่ประจวบฯ นี้... สิ่งนี้เองที่ครอบครัวคริสตชน เราให้ความสำคัญของเอกภาพที่แบ่งแยกไม่ได้ ในครอบครัวคริสตชนนี้เอง พวกเขาเป็นธรรมทูตที่ประกาศข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้า และเป็นภาพลางๆ ถึงครอบครัวแห่งสวรรค์ ที่พระเจ้าทรงส่งเขาไปเป็นคู่ เพื่อประกาศข่าวดีนี้ให้กับโลก พี่น้องที่รักครับ ครอบครัวคริสตชน หมู่คณะนักบวช ชุมชนคริสตชน ต้องเป็นพระศาสนจักรที่เป็นหนึ่งเดียวในพันธกิจของการเป็นศิษย์พระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง การประกาศข่าวดีของพระเจ้า มีพื้นฐานที่ตรงนี้ คือชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยเพราะพระเจ้าทรงส่งศิษย์ของพระองค์ออกไปเป็น “หมู่คณะ” เพื่อประคับประคองช่วยเหลือกันระหว่างทาง เป็นประจักษ์พยานที่เข้มข้นและจริงจังร่วมกัน... วันนี้ ชีวิตคริสตชนของฉัน เป็นหนึ่งเดียวกับหมู่คณะของพระศาสนจักรหรือเปล่า หรือฉันยังทำงานคนเดียวอยู่... หากเป็นเช่นนั้น งานธรรมทูตท่ามกลางสุนัขป่า คงจะไม่ง่ายเสียแล้ว แต่หากฉันมีเพื่อนร่วมทาง ชีวิตธรรมทูตของฉันก็ไม่โดดเดี่ยว แต่นั่นคือกำลังใจ คือพระพรที่พระเจ้าประทานให้ เพื่อให้ฉันเดินไปด้วยกัน... และวันนี้ ฉันมองเห็นพี่น้องของฉันในความสำคัญต่อฉันมากน้อยเพียงใด...

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงอวยพระพรครอบครัวคริสตชน หมู่คณะนักบวช และชุมชนคริสตในพระศาสนจักร ให้ตระหนักถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน เจริญชีวิตก้าวเดินไปด้วยกัน เพื่อช่วยเหลือประคับประคองความเชื่อของกันและกัน และสามารถเจริญชีวิตเป็นประจักษ์พยานถึงครอบครัวแห่งสวรรค์ด้วยเทอญ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 19 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 2ทธ 1:1-8 หรือ ทต 1:1-5 / ลก 10:1-9
ก่อนหน้านี้ พระเยซูเจ้าได้ส่งอัครสาวกทั้ง 12 องค์ของพระองค์ ในฐานะเป็นตัวแทนของ 12 เผ่า เพื่อไปประกาศข่าวดี แก่ประชากรทั้งหมดของอิสราเอล (เทียบ ลก 9:1-6) ในพระวรสาร นักบุญลูกายังได้เล่าเรื่องคู่ขนาน เรื่องการส่งสานุศิษย์ทั้ง 72 คนของพระองค์ให้ออกไปทำพันธกิจ ในฐานะเป็นผู้อาวุโสจำนวน 72 คน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยโมเสส ในการทำพันธกิจของประกาศก (เทียบ กดว11:17) ในการส่งสานุศิษย์จำนวน 72 คนไปทำพันธกิจ พระเยซูเจ้าได้ชี้ให้เห็นว่า หน้าที่ของพวกเขา คือ การทำให้พันธสัญญาเดิมให้สำเร็จไป จำนวน 72 คนอาจหมายถึงจำนวนนานาชาติทั่วโลก (เทียบ ปฐก 10) ที่แสดงให้เห็นความเป็นสากลของพันธกิจของบรรดาสานุศิษย์
อัครสาวกทั้ง 12 องค์ จะสร้างเซลล์ของอิสราเอลใหม่ ซึ่งจะเป็นแสงสว่างสำหรับนานาชาติ บรรดาสานุศิษย์จำนวน 72 คนได้ถูกส่งไป เพื่อทำพันธกิจต่อนานาชาติ ทั้งชาวยิวและคนต่างศาสนาเช่นเดียวกัน พันธกิจนี้ชี้ให้เห็นถึงพันธกิจสากลของพระศาสนจักร เพื่อสร้างอิสราเอลใหม่ของพระเป็นเจ้า ที่ประกอบด้วยคนที่มีความเชื่อ และผู้ที่ยึดติดกับพระเยซูเจ้า
วันนี้ พระศาสนจักรระลึกถึงนักบุญทิโมธีและทิตัส นักบุญทิโมธีเป็นเพื่อนร่วมทางที่ทำงานพร้อมกับเปาโล ท่านมีบิดาเป็นชาวกรีกและมีมารดาเป็นชาวยิว ทิโมธีได้รับศีลล้างบาปจากนักบุญเปาโลในปี ค.ศ.47 และได้กลายเป็นเพื่อนร่วมทำพันธกิจพร้อมกับท่าน ท่านได้ร่วมการตั้งกลุ่มคริสตชนที่เมืองโครินทร์ เป็นเพื่อนร่วมงานที่ซื่อสัตย์และเป็นคนที่เปาโลไว้วางใจ ตลอดระยะเวลา 15 ปี ท่านยังได้อยู่กับเปาโลตอนที่ถูกคุมขังที่กรุงโรม ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสังฆราชที่เอเฟซัส ส่วนทิตัสเป็นเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมทำพันธกิจของเปาโลเช่นเดียวกัน ท่านเป็นผู้นำที่รักสันติ เมื่อกลุ่ม คริสตชนที่เมืองโครินทร์มีปัญหา ท่านได้นำจดหมายของเปาโล และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชที่เกาะ ครีต

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/kL118Sy1D-o

view