สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

🍐องค์พระผู้เป็นเจ้า
ทรงมีแผนการอันยิ่งใหญ่
สำหรับทุกก้าวสั้นๆ ของเราเสมอ
จงเดินในสันติสุขเถิด

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=V4YHb7dE6I4

🍏 You are My All in All
https://youtu.be/q_FtEzxu5J8

☘☘☘☘☘☘☘☘☘

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
นหม 8:2-4,5-6,8-10
1คร 12:13-20
ลก 1:1-4 : 4,14-21

พระเยซูเจ้า มีชื่อเสียง ได้รับคำสรรเสริญ เป็นที่ชื่นชม
เพราะทรงสอนในศาลาธรรม โดยการอ่านพระวาจา
และอธิบายในสิ่งที่ทรงอ่านให้กับประชาชน
อาศัยการเปิดใจ ให้จิตของพระเจ้านำ
ประชาชนสามารถ ตอบรับ พระวาจา “อาแมน”

เมื่อเอสรา อาลักษณ์ และเนหะมีย์ ผู้มีความรู้ ความชำนาญ ร่วมมือกัน
อ่านพระวาจา อธิบายความหมายให้ประชาชน
ด้วยการประยุกต์กับสถานการณ์ในชีวิต
ประชาชนจึงเข้าใจ ในสิ่งที่พระเจ้าสอน

นักบุญเปาโล ตอกย้ำ
แม้มนุษย์จะมีความแตกต่างหลากหลาย
แต่เมื่อสำนึกถึงความเป็นหนึ่งเดียว
ไม่มีใครสำคัญ ยิ่งใหญ่กว่ากัน
ดังนั้นพวกเขาจำเป็นต้องแบ่งปัน
ช่วยเหลือกันและกัน

หมายเหตุ....
ประสบการณ์ อาจทำให้
อธิบายได้ แตกต่าง
แต่ถ้าไม่สร้างจิตตารมณ์ “หนึ่งเดียว”
ก็อาจจะนำไปสู่ความ “แตกแยก”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2019

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ในวันนี้ ข้อความจากพระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว” (ลก 1:1-4, 4:14-21)

ชีวิตของยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง

เป็นความจริงตามพระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสไว้

ชีวิตของพระเยซู คือพระวาจาของพระเจ้า

ที่สำเร็จ และเป็นความจริง

แล้วชีวิตของฉันที่ฟังพระวาจาของพระเจ้าทุกวันล่ะ

ฉันทำให้พระวาจาของพระเจ้าเป็นจริงในชีวิตของฉันมากน้อยเพียงใด

หากชีวิตของคริสตชน ต้องเป็นภาพจำลองของพระคริสตเจ้า

ที่ปรากฏต่อหน้าทุกคน...

________________

วันนี้พระเยซูเจ้าเข้าไปในศาลาธรรม เหมือนที่เราไปวัดวันอาทิตย์ วันนี้เราคริสตชนก็ไปที่วัดในวันของพระเจ้า เหมือนกับที่พระเยซูเจ้าเสด็จไปที่ศาลาธรรมด้วย... เราไปเพื่อฟังพระวาจาของพระเจ้า และนำพระวาจานั้นมาไตร่ตรอง หลังจากการเทศน์ของพระสงฆ์ เราก็ควรมีข้อคิดดีๆ กลับบ้าน เพื่อจะทำให้พระวาจานั้นเป็นความจริงในชีวิตของเรา เหมือนกับที่วันนี้ พระเยซูเจ้าได้ประกาศในศาลาธรรมหลังจากที่พระองค์ทรงอ่านพระคัมภีร์ และทรงแบ่งปันกับทุกคนด้วยประโยคสั้นๆ อย่างมีความหมายว่า “ในวันนี้ ข้อความจากพระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว”

พระวาจาของพระเจ้า เป็นความจริงในชีวิตของพระเยซูเ จ้า นั่นคือ มากกว่านั้น พระองค์คือองค์พระวาจาของพระเจ้า และพระองค์ทรงทำให้พระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสในพันธสัญญาเดิมสมบูรณ์ไปในพระองค์... เรามาไตร่ตรองกันสักนิด อะไรคือสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำให้สำเร็จไปในชีวิตของพระองค์ เพื่อประกาศว่า “ในวันนี้ ข้อความจากพระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว”

“พระจิตของพระเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะพระองค์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ ให้ประกาศข่าวดีแก่คนยากจน ทรงส่งข้าพเจ้าไปประกาศการปลดปล่อยแก่ผู้ถูกจองจำ คืนสายตาให้แก่คนตาบอด ปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ ประกาศปีแห่งความโปรดปรานจากพระเจ้า” 

พี่น้องที่รักครับ ผมว่าการไตร่ตรองพระวาจาของผมวันนี้ง่ายมากเลย แต่ยากไม่ง่ายนัก นั่นก็คือ การทำให้เป็นจริงในชีวิตของตนเอง เหมือนกับที่พระเยซูเจ้าได้ทรงกระทำ... เพราะเราต้องยอมรับว่า เมื่อรับศีลล้างบาป พระจิตของพระเจ้าก็ประทับอยู่ในชีวิตของเราเช่นเดียวกับที่พระเยซูเจ้าทรงได้รับ และเป็นพระจิตเจ้าพระองค์เดียวกันที่นำพระเยซูเจ้าตลอดพระชนมชีพของพระองค์ พระจิตเจ้าพระองค์นี้ก็นำเราด้วย ว่าแต่ว่า เราฟังเสียงของพระองค์มากน้อยเพียงใด เสียงของพระองค์ที่นำเราไปบนหนทางเดียวกันกับพระคริสตเจ้า เพราะเราด้วย ที่ต้องเป็นภาพลักษณ์ของพระคริสตเจ้าที่แลเห็นได้สำหรับทุกคน ด้วยว่าในศีลล้างบาป เราได้รับการเจิมด้วยพระจิตเจ้า เช่นเดียวกับพระเยซูเจ้าด้วย เราจึงต้องมีความละม้ายคล้ายคลึงกับพระคริสตเจ้า เพื่อเราจะสามารถประกาศข่าวดีที่ว่า “ในวันนี้ ข้อความจากพระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว”

ลองมาไตร่ตรองร่วมกันนะครับ...

พระองค์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ ให้ประกาศข่าวดีแก่คนยากจน : ท่ามกลางชีวิตของฉัน รอบๆ ตัวฉัน มีใครบ้างที่ยากจน ที่ฉันต้องเป็นข่าวดีให้กับพวกเขา บุคคลเหล่านั้น อาจจะไม่ได้ยากจนเพียงเรื่องภายนอก ที่เราต้องรักและเมตตาแบ่งปันเท่านั้น แต่ยังมีบุคคลที่ยากจนฝ่ายจิต ที่เขาอาจจะต้องการกำลังใจ ความรักและความเข้าใจ และมากกว่านั้น บุคคลเหล่านั้น อาจจะเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดฉัน อาจจะเป็นบุคคลที่เป็นสมาชิกในครอบครัวของฉัน หรือในหมู่คณะนักบวชของฉันด้วยหรือเปล่า วันนี้ มีใครที่ยากจนและกำลังต้องการความบรรเทาหรือเปล่า ฉันทำอะไรอยู่...

 ทรงส่งข้าพเจ้าไปประกาศการปลดปล่อยแก่ผู้ถูกจองจำ... มีใครบ้างไหมที่อยู่รอบๆ ตัวฉัน และเขาไม่มีอิสระ อยู่ในพันธนาการ ที่หนักกว่านั้น อาจจะเป็นฉันเอง ที่พันธนาการเขาไว้ เพราะอคติ การดูถูกดูแคลน ความอิจฉาริษยา จนทำให้เขาไม่มีอิสระเลย วันนี้ พระวาจาของพระเจ้าตอนนี้ จะเป็นจริงในชีวิตของฉันได้บ้างไหม...

 คืนสายตาให้แก่คนตาบอด... มีใครบ้างไหมในครอบครัวของฉัน ในหมู่คณะนักบวชของฉัน ที่เขาไม่เคยเห็นความน่ารักของฉันเลย ที่เขาไม่เคยเห็นฉันเป็นความรู้สึกดีๆ หรือกำลังใจของเขาเลย ในยามที่เขาต้องการ ในยามที่เขาแสวงหา เขาอาจจะไม่สามารถมองเห็นสิ่งเหล่านี้ในสายตาของเขาเลย เพราะฉันเองที่เป็นอุปสรรค ปิดปังดวงตาของเขา แบบว่าไม่ให้เขาเห็นแม้กระทั่งความหวังที่ควรจะเป็นไปได้ในชีวิตของเราเลย... บางที เป็นฉันเองหรือเปล่า ที่เป็นอุปสรรคปิดปังดวงตาของเขา วันนี้ ฉันควรคืนสายตาให้เขาได้แล้วหรือยัง...

 ปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ... ใครบ้างไหมในชีวิตฉัน ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของฉัน และเขาถูกกดขี่จากการกระทำต่างๆ ในชีวิตของฉัน หรือฉันเหยียบเขาไว้ตลอดเวลา ไม่ให้เขาได้ยืนขึ้นมากเพื่อเป็นอิสระบ้างเลย... บางที เป็นฉันเองด้วยหรือเปล่าที่ทำเช่นนั้น และวันนี้ ควรเป็นเวลานี้หรือยัง ที่ฉันจะละสิ่งที่เคยกระทำ เพื่อให้เพื่อนพี่น้องของฉัน เป็นอิสระในความเป็นตัวตนของเขาบ้าง เขาที่ก็เป็นลูกของพระเจ้าเหมือนกับฉัน...

ประกาศปีแห่งความโปรดปรานจากพระเจ้า... นั่นคือเวลาของการกลับใจ เป็นเวลาของการให้อภัยของพระเจ้าครับ... แต่พี่น้องที่รัก ประกาศปีแห่งความโปรดปรานของพระเจ้า หมายความว่าอย่างไร... นั่นคือการให้โอกาสครับ นั่นคือการให้เวลาครับ ให้โอกาส ให้เวลากับพี่น้องของเรา ที่อาจจะพลาดพลั้งกระทำผิดไปบ้าง เขาอาจจะทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีบ้าง อาจจะเคยทำร้ายความรู้สึกในจิตใจของฉันบ้าง บัดนี้ บุคคลที่มีพระจิตเจ้าประทับอยู่ บุคคลที่พระเจ้าทรงเจิมไว้ด้วยพระจิตองพระองค์... พี่น้องที่รักครับ วันนี้เป็นความแห่งความรักและความโปรดปรานที่เรามอบให้กับเพื่อนพี่น้องของเราบ้างไหม ให้เวลา ให้โอกาสกับพี่น้องของเรา ด้วยการให้อภัย และพร้อมที่จะให้เขาและเราได้เริ่มต้นใหม่กันอีกครั้ง...

วันนี้ พระวาจาของพระเจ้าเป็นจริงในชีวิตของฉันมากน้อยเพียงใด โอ้... คริสตชนเอ๋ย ผู้ที่พระเจ้าทรงเจิมไว้ด้วยพระจิตของพระองค์...

ข้าแต่พระเจ้า บทไตร่ตรองที่ไม่ยาก แต่ยากเหลือเกิน หากพระองค์ไม่ทรงค้ำจุนช่วยเหลือ... พระเจ้าข้า ขอให้ลูกมีพละกำลังที่เพียงพอจากพระเมตตาของพระองค์ เพื่อว่า ทีละเล็กทีละน้อย พระวาจาของพระองค์จะเป็นจริงในชีวิตของลูก

สุขสันต์วันพระเจ้าแด่พี่น้องทุกคนครับ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 19 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน นหม 8:2-4ก,5-6,8-10 / 1คร 12:12-30 / ลก 1:1-4 และ 4:14-21
ความจำเสื่อมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกคน พระเป็นเจ้าทรงมียารักษาโรคนี้ได้:พระวาจา ที่เป็นอำนาจที่พระเป็นเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพและพระผู้สร้าง ได้แบ่งปันกับเรามนุษย์ มันมีอำนาจมาก ไม่ว่าจะพูดออกมา ไม่ว่าอ่าน หรือไม่ว่าจะเขียน พระวาจาก็สามารถนำ และสื่อสารความจำ เรื่องราว อารมณ์ต่างๆ และความตั้งใจ และยังสามารถทำร้ายหรือบำบัดรักษา สามารถเตือนหรือสร้างแรงบันดาลใจ สามารถสอนหรือแนะนำ เป็นพระเป็นเจ้า ซึ่งทรงต้องการให้พระบุตรของพระองค์เป็นที่รู้จัก ในฐานะเป็นพรวจนาตถ์ของพระเป็นเจ้า
พระคัมภีร์เป็นเอกสารที่เขียนไว้ เกี่ยวกับประสบการณ์ของพระประชาชนที่มีต่อพระเป็นเจ้า ผู้ทรงชีวิต พระเป็นเจ้าได้ทรงดลใจให้ผู้แต่งเล่าเรื่องถึงความสัมพันธ์ เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้เป็นพระวาจาทรงชีวิต เป็นบทสอนที่ต้องศึกษา เป็นทั้งความล้มเหลวและชัยชนะ ของมนุษยชาติเป็นรุ่นๆ ทุกยุคทุกสมัย พระคัมภีร์เป็นการเผยแสดงอย่างสม่ำเสมอของพระเป็นเจ้า ต่อประชากรอันเป็นที่รักของพระองค์ สัปดาห์พระคัมภีร์จึงเป็นเสมือนเวลา ที่พระวาจาของพระเป็นเจ้าที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา เราจึงควรถามตัวเองว่า พระคัมภีร์มีอิทธิพลต่อชีวิตของเรามากน้อยเพียงใด ในเรื่องการดำเนินชีวิตและหลักการ และชีวิตของเรามีพระวาจาของพระเป็นเจ้าเป็นผู้นำทาง
ทุกๆวัน เราควรจะอ่านพระคัมภีร์สักสองสามประโยค และรำพึง เพื่อประโยชน์ในการรับพระพรจากการอ่านพระวาจาของพระเป็นเจ้า ที่สำคัญ คือ จงมีพระคัมภีร์ จงอ่านพระคัมภีร์ จงรักพระคัมภีร์ และจงเจริญชีวิตตามพระคัมภีร์
ข้าพเจ้าสามารถทำทุกสิ่งโดยอาศัยพระคริสตเจ้า ผู้ทรงเพิ่มพลังให้แก่ข้าพเจ้า...นักบุญออกัสตินได้เคยกล่าวว่า “ถ้าท่านเชื่อเฉพาะสิ่งที่ท่านชอบในพระวรสาร และปฏิเสธสิ่งที่ท่านไม่เชื่อ ท่านไม่เชื่อในพระวรสาร แต่ท่านเชื่อตัวเอง

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view