สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 29 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่ 29 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

🍒 ทุกหนทางที่เราเดิน
ทุกการกระทำที่เราทำ
ถ้าเราทำด้วยความเชื่อ
ถ้าเราเดินด้วยความเชื่อฟัง
และถ้าเราให้ "พระเจ้า" ทรงนำย่างเท้าของเรา...
เราจะเดินในทางสว่าง...และอยู่บนทางแห่งพระพร

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 29 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=iWb07eQNuFU

💞 ความรักมั่นคง
http://youtu.be/h_6ByVXp3tA

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันอังคารที่ 29 มกราคม 2019
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
ฮบ 10:1-10
มก 3:31-35

พระเยซูเจ้าทรงสอน ด้วยการทำให้ดูเป็นตัวอย่างว่า
การให้ความสนใจ กับคนที่อยู่ต่อหน้า
กับงานที่กำลังทำ เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เห็นถึง
ความเป็นหนึ่งเดียวในแบบของครอบครัว

จดหมายถึงชาวฮีบรู ชี้ให้เห็นถึง
เครื่องบูชาแท้จริงของผู้รับใช้
ที่พระเจ้าพอพระทัย คือ การอุทิศตน
มอบกายใจ ให้เป็นหนึ่งเดียว
กับกิจการ งานที่ทำ

หมายเหตุ..
ความสามัคคีปรองดอง
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กับ
ความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกัน
ฉันญาติพี่น้อง สองประการนี้
คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติ บ้านเมืองอยู่รอด
เป็นอิสระ และเจริญมั่นคง
มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

(พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย
เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2532)

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 29 มกราคม 2019

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ผู้ใดทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า ผู้นั้นเป็นพี่น้องชายหญิงและเป็นมารดาของเรา” (มก 3:31-35)

ข้าพเจ้ามาเพื่อทำตามพระประสงค์ของพระองค์ 

นี่คือบุตรสุดที่รักของพระเจ้า

นี่คือผู้ที่พระเจ้าทรงโปรดปราน

และนี่คือเลือดเนื้อเชื้อไขของพระเจ้า

วันนี้ ฉันเป็นลูกใคร

ชีวิตและการกระทำของฉันเป็นเช่นใด

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

ฉันมีความคล้ายคลึงกับใคร

บิดาของฉันเป็นอย่างไร

ฉันเป็นอย่างไร

ฉันกลายพันธุ์ หรือผ่าเหล่าผ่ากอมากเกินไปหรือเปล่า...

________________

“ข้าพเจ้ามาเพื่อทำตามพระประสงค์ของพระองค์”... (ฮบ 10:1-10) เช้านี้ผมถูกพระวาจาจากบทอ่านที่หนึ่งตอนนี้สะกิดใจผมมาก เมื่อเรากำลังไตร่ตรองถึงอัตลักษณ์ของคริสตชน ที่ต้องเป็นดังพระคริสตเจ้าอีกพระองค์หนึ่ง คือความเป็นพระคริสตเจ้าต้องมองเห็นได้ในชีวิตเรา นั่นคือความสัมพันธ์ของพระเจ้าในการเป็นลูกสุดที่รักของพระองค์ ดังเช่นพระเยซูเจ้า ที่เป็นพระบุตรสุดที่รักของพระบิดา ที่พระองค์ทรงส่งมาประทานหนทางแห่งความรอดพ้นให้กับเรา นั่นคือ เมื่อเราต้อนรับพระองค์ในชีวิตของเรา เราก็ต้อนรับหนทางแห่งความรอดพ้นที่พระเจ้าทรงนำมาให้ และสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงนำมาให้นั้นก็คือ เมื่อเราต้อนรับพระองค์ไว้ในชีวิตของเรา เมื่อเราเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ เราก็กลับกลายเป็นบุตรของพระบิดาเจ้าดังที่พระองค์ทรงเป็นด้วย...

อัตลักษณ์ของบุตรที่ควรต้องสอดคล้องกับบิดา นี่คือสิ่งที่พระเยซูเจ้าเสด็จมา เพื่อสอนความเป็นบุตรของพระเจ้าให้กับมนุษย์ และทำให้เรากลับกลายเป็นพี่น้อง เป็นผู้ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของพระเจ้า นั่นคือการเจริญชีวิตตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้านั่นเอง เพื่อให้พระวาจาของพระเจ้าที่ได้ตรัสกับเราในศีลล้างบาปที่เราได้รับ เมื่อพระจิตเจ้าเสด็จลงมาเหนือเราในวันรับศีลล้างบาปนั้น จิตของพระเจ้าประทับอยู่กับเรา และพระบิดาเจ้าได้ตรัสว่า “ท่านคือบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา” นั่นคือจุดเริ่มต้นของความเป็นบุตรของพระเจ้า ที่โปรดปรานของพระองค์ คือผู้ที่ดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้า

วันนี้บางคนคงถามว่า พระเยซูเจ้าบ้าไปแล้วจริงๆ หรือเปล่า บรรดาญาติ พี่น้อง และมารดาของพระองค์กำลังเข้าใจว่าพระองค์ทรงเสียสติไปแล้ว และกำลังเป็นห่วง อยากเข้ามานำพระองค์ไป แต่วันนี้ พระเยซูเจ้าตรัสดังนี้ “ใครเป็นมารดาและพี่น้องของเรา...” ดูเหมือนพระองค์กำลังบ้าไปจริงๆ หรือเปล่า... แต่นี่กลับเป็นการประกาศว่า คนที่บ้าเหมือนพระองค์นั่นแหละ คือญาติพี่น้อง และมารดาของพระองค์ คนที่บ้าแบบพระองค์นั่นแหละ บ้ารัก บ้าศรัทธาในพระเจ้า มุ่งเจริญชีวิตตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า นั่นอาจจะเป็นความบ้าในสายตาของโลก และดังนั้นเอง แม่พระ และญาติพี่น้องของพระเยซูเจ้า ผู้ที่เป็นมารดา และพี่น้องของพระองค์ คงต้องร่วมในความบ้าของพระองค์ด้วย ร่วมกันเสียสติกับพระองค์ด้วย เสียสติมาเป็นคนที่รัก เมตตา อ่อนโยนที่สุด...

พระวาจาของพระองค์ที่ได้ตรัสในพระวรสารวันนี้ กลับเป็นการประกาศถึงความเป็นบุตร เป็นมารดา เป็นญาติพี่น้องกัน ผู้ที่เป็นพี่น้องร่วมครอบครัวของพระเจ้า คือผู้ที่อาจจะเดินสวนทางกับโลก และโลกอาจจะมองว่าเขาเสียสติแล้ว แต่นั่นแหละ คือผู้ที่ดำเนินชีวิตบ้าร่วมกับพระเยซูเจ้า บ้าแบบนี้ แต่เป็นหนทางสวรรค์ ผมจะบ้ากับพระองค์ครับ พี่น้องล่ะ จะบ้ากับพระเยซูเจ้าไหม มันจะเป็นอะไรไป หากโลกจะมองว่าเราเสียสติ ใครๆ เขาก็ทำกัน ตามๆ เขาเถอะ คริสตชนมันสติแตกกันหมดแล้วมั้ง บ้าทำความดี บ้ารัก บ้าเมตตา ไร้สาระ เดี๋ยวก็อดตายกันพอดี... แต่เรากล้าไหม เราจะบ้าแบบพระเยซู บ้าที่จะรักพระเจ้า บ้ารักกันและกัน บ้าในการเป็นคนดีมีเมตตา อ่อนหวานและอ่อนโยนที่สุด ให้เราบ้ากับพระองค์เถอะ บ้าที่จะดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์

Fiat Voluntas Tua นี่คือคติของผมในวันบวชเป็นพระสงฆ์ ผมคนนี้ ที่คิดว่าตนเองไม่มีกระแสเรียกในการเป็นพระสงฆ์หรอก และผมไม่เคยอยากเป็นพระสงฆ์อีกแล้ว จากวันนั้น วันที่ผมออกจากบ้านเณร แต่พระวาจาของพระเจ้าในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ “ข้าพเจ้ามาเพื่อทำตามพระประสงค์ของพระองค์” พระวาจาตอนนี้เตือนถึงเหตุผลของชีวิตที่เหลืออยู่ของผม ทำให้จดหมายสมัครบวชของผม ทำให้บางคนบอกว่า ผมบ้าไปแล้ว พระสังฆราชผู้บวชแซวว่า แหม ถ้าพูดแบบนี้ตั้งแต่แรก อาจจะทำให้พ่อลังเลไม่มาประกอบพิธีบวชให้นะ แต่นี่ก็เป็นเหตุผลที่พ่อมาประกอบพิธีบวชให้พระสงฆ์ฟรันซิสกันไทยคนแรกนี้... ภายหลังผมจึงมาทราบว่า Fiat Voluntas Tua คือคติของพระสังฆราชผู้บวชผมเป็นพระสงฆ์ด้วย... อ้าว งั้นเราก็เป็นญาติกันนะซิ... ซะงั้นไป...

จดหมายที่ผมเขียนสมัครบวชเป็นพระสงฆ์ มีใจความในการสมัครบวชว่า... “ข้าพเจ้าไม่ได้เกิดมาเพื่อการบวชเป็นพระสงฆ์ในความต้องการของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้ามาเพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์ บัดนี้ เมื่อพระประสงค์ของพระองค์นำข้าพเจ้ามาถึงจุดนี้ สิ่งที่ข้าพเจ้าสมัครคือ ข้าพเจ้าสมัครที่จำทำตามพระประสงค์ของพระองค์ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงสมัครบวชเป็นพระสงฆ์ตามพระประสงค์ของพระองค์...”

พี่น้องที่รัก ภาวนาเพื่อผมด้วยนะครับ ให้เราภาวนาเพื่อกันและกัน... เช้านี้ พระวาจาของพระเจ้าสะท้อนสิ่งที่ผมและพี่น้องควรเป็น เพราะความที่เราเป็นพี่น้องกัน ร่วมกับพระเยซู พระบุตรของพระเจ้า เรามีพระบิดาองค์เดียวกัน เราจึงเกิดมาเพื่อเป็นลูกของพ่อเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรอื่น ขอให้เราดำเนินชีวิตเพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้าเถิด แม้เราอาจจะบ้า อาจจะเสียสติไปแล้วในสายตาของโลก แต่เราไม่ได้บ้าคนเดียว เรากำลังบ้ารัก บ้าอ่อนโยน บ้าเมตตา บ้าพันธกิจของพระบิดา เหมือนกับที่พระเยซูเจ้ากำลังถูกมองว่าเสียสติ คงไม่เสียหายหรอกพี่น้อง หากเราจะบ้าบนหนทางของพระเจ้าอ่ะ...

ข้าแต่พระเจ้า หากโลกจะมองพระองค์ว่าทรงเสียสติ ลูกก็จะขอเสียสติกับพระองค์ด้วย ลูกจะเสียสติที่รักพระองค์ ลูกจะเสียสติในความรักต่อพระเจ้าและต่อเพื่อนพี่น้อง หากจะเสียสติแบบนี้ร่วมกับพระองค์ ลูกก็จะยอม เพื่อลูกจะได้เป็นพี่น้องของพระองค์ ลูกจะไม่พรากจากทางสวรรค์ มุ่งสู่บ้านแท้ของลูกในความบ้าเป็นลูกของพระองค์ บ้าแบบพระองค์ บ้ารักพระเจ้า บ้ารักกันและกัน บ้าดำเนินชีวิต เพื่อปฏิบัติตามพระวาจาของพระองค์ ตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าของเรา.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 29 มกราคม 19 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฮบ 10:1-10 / มก 3:31-35
ตามประเพณีของภาคตะวันออกกลาง ความผูกพันทางด้านความเป็นญาติพี่น้อง เป็นสิ่งที่เหนียวแน่นมาก มีธรรมเนียมที่จะเรียกญาติว่า เป็น “พี่น้องขาย” หรือ “พี่น้องหญิง” แต่ความผูกพันกับพระเยซูเจ้านั้น อยู่เหนือกว่าความผูกพันทางด้านสายเลือด พระเยซูเจ้าได้ทรงแสดงให้เห็นมิติใหม่ ที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหม่ของพระองค์ นั่นคือ ความสัมพันธ์ทางด้านความเชื่อ ใครก็ตามที่ฟังพระวาจาของพระองค์ และนำไปปฏิบัติตาม บุคคลนั้นจะได้ชื่อว่า “เป็นพี่น้องชายหญิง หรือมารดาของพระองค์”ความนบนอบต่อพระเป็นเจ้า คือ หัวใจสำคัญสำหรับการที่จะเป็นสานุศิษย์ของพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงนบนอบต่อพระบิดาเจ้า และใครก็ตามที่รับฟังพระวาจาของพระองค์ และนำไปปฏิบัติตาม บุคคลนั้นจะเป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเป็นเจ้า
พระเยซูเจ้าทรงเสียพระทัย ที่คนในหมู่บ้านเดียวกันกับพระองค์ที่เมืองนาซาเร็ธ ได้ปฏิเสธคำสั่งสอนของพระองค์ โดยพระองค์ได้ตรัสว่า “ประกาศกย่อมไม่ถูกเหยียดหยามนอกจากถิ่นกำเนิด ท่านกลางวงศ์ญาติ และในบ้านของตน” (มก 6:4) ดังนั้น พระองค์จึงไม่สามารถกระทำสิ่งที่น่าอัศจรรย์ในสถานที่แห่งนั้น นอกจากการรักษาคนเจ็บป่วยบางคน ด้วยการปกพระหัตถ์เหนือพวกเขา พระองค์ทรงประหลาดใจ ที่พวกเขาขาดความเชื่อ
การยอมรับพระเยซูเจ้าและคำสั่งสอนของพระองค์ คือ เงื่อนไขสำคัญ ที่จะเป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเป็นเจ้า อย่างที่นักบุญยอห์นได้เขียนไว้เมื่อเริ่มต้นพระวรสารว่า “ผู้ใดที่ยอมรับพระองค์ คือ ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์ พระองค์ประทานอำนาจให้ผู้นั้นกลายเป็นบุตรของพระเจ้า ” (ยน 1:12)
เราขอโมทนาคุณพระเยซูเจ้าในวันนี้ ที่พระองค์ได้ประทานพรพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ให้แก่ผู้ที่มีความเชื่อในพระองค์ พระพรแห่งความรัก พระพรแห่งการให้อภัย พระพรแห่งการมีชีวิตนิรันดรกับพระองค์ในสวรรค์ และเหนือสิ่งอื่นใด คือ พระพรแห่งการเป็นสมาชิกในครอบครัวของพระองค์.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view