สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2019 ระลึกถึงนักบุญ ยอห์น บอสโกพระสงฆ์

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2019 ระลึกถึงนักบุญ ยอห์น บอสโกพระสงฆ์

🐠องค์พระผู้เป็นเจ้า
ทรงมีแผนการอันยิ่งใหญ่
สำหรับทุกก้าวสั้นๆของเราเสมอ
จงเดินในสันติสุขเถิด

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2019
ระลึกถึงนักบุญ ยอห์น บอสโกพระสงฆ์
https://www.youtube.com/watch?v=sd-26RhU2_A

🌺Thy Word
https://youtu.be/M_3Ad3Q4Rrk

☘☘☘☘☘☘☘☘☘

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2019
ระลึกถึงนักบุญ ยอห์น บอสโกพระสงฆ์
อ่าน :
ฮบ 10:19-25
มก 4:21-25

พระเยซูเจ้าทรงย้ำชัด สำหรับพระเจ้าแล้ว
“ไม่มีอะไรที่ซ่อนอยู่ จะไม่ปรากฎชัด” พร้อมกับเตือนว่า
ถ้าเราปฎิบัติกับผู้อื่นอย่างไร เราก็จะได้รับการปฎิบัติอย่างนั้น”

นักบุญยอห์นบอสโก ผู้มีหัวใจเพื่อเยาวชน
ท่านไม่เสียดาย ที่จะใช้ความรู้ ความสามารถของตน
เพื่อการดูแลเอาใจใส่ เป็นพิเศษต่อการอบรมเยาวชน
ให้เข้าถึงคุณธรรม จริยธรรม ด้วยการตระหนักเสมอว่า 
“กันไว้..ดีกว่าแก้”.. และไม่นาน หลังจากที่ได้ก่อตั้ง
คณะนักบวชซาเลเซียน สมาชิกของท่าน 
ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

หมายเหตุ..
ภาวนาสำหรับคณะนักบวชซาเลเซียน

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2019

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึง นักบุญยอห์น บอสโก พระสงฆ์

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ตะเกียง...” (เทียบ มก 4:21-25)

“เขาจุดตะเกียงวางไว้ใต้ถังหรือ ใต้เตียงหรือ

มิใช่วางไว้บนที่ตั้งตะเกียงหรือ...” (มก 4:21-25)

ใช่ซิ...

จุดตะเกียงแล้วก็ต้องว่างไว้เพื่อให้ส่องสว่าง

พระเจ้าทรงจุดชีวิตของคริสตชนเป็นดังตะเกียง

ที่ต้องส่องสว่างท่ามกลางผู้คน

คริสตชนต้องเป็นมโนธรรมของสังคม

เพื่อทุกคนจะมองเห็น

ความจริง และ ความดี

วันนี้ ฉันเป็นตะเกียงของพระเจ้าแล้ว

ฉันวางตนเองไว้ที่ใด

ฉันเป็นแสงสว่างแห่งมโนธรรมของสังคมมากน้อยเพียงใด...

________________

ท่ามกลางสายฝนพรำๆ ที่ประจวบฯ ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ จนเช้าตรู่วันนี้ บรรยากาศที่เย็นสดชื่นแสนสบาย แม้จะพบอุปสรรคในการทำงานทางสื่อออนไลน์นี้บ้างก็ไม่เป็นไร ผมก็ยังคงทำงานนี้อย่างเต็มที่ จะสำเร็จเมื่อไร ก็เมื่อนั้นแหละครับ ... แต่เช้านี้ พระศาสนจักรให้เราระลึกถึงนักบุญผู้น่ารักอีกท่านหนึ่ง ที่ได้ชื่อว่า เป็นบิดาและอาจารย์แห่งเยาวชน นั่นก็คือนักบุญ ยอห์น บอสโก... 

ตัวผมเอง แม้ตอนนี้เป็นฟรันซิสกันก็ตาม แต่ก็ได้เคยใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเณรเล็กของสังมณฑลสุราษฎร์ธานีหลายปี ณ ที่ที่เรียกกันว่า “สำนักฝึกธรรม ดอมินิก ซาวีโอ” พวกเราเป็นเณรพื้นเมืองครับ แต่ในเวลานั้น ผู้อบรมของพวกเราเป็นซาเลเซียน เราจึงเติบโตในจิตตารมณ์ของคุณพ่อบอสโก ที่สิ่งนี้คงไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นกำไรชีวิตของผมจริงๆ ครับ

ผมจำได้ว่า เราชอบแซวเรื่องหนึ่งที่ผู้ใหญ่อบรม พูดถึงซาเลเซียน เราก็คิดเรื่องนี้ขึ้นมาจริงๆ ครับ นั่นคือ “ระบบป้องกัน” ของคุณพ่อบอสโก ครับ ตอนนั้น เราอาจจะรู้สึกอึดอัด ที่ต้องนอนในห้องนอนที่ไม่มืดสนิท เราบอกกันว่า มันเหมือนคุกครับ ที่ต้องเปิดไฟนอนทั้งคืน แต่ที่บ้านเณร เป็นเพียงไฟดวงเล็กๆ ครับ ที่ให้พอมองเห็นเท่านั้น และที่ประตูของห้องนอน ก็ต้องมีช่องกระจกเล็กๆ ที่ผู้อบรมสามารถมองลอดเข้าไปในห้องนอนได้ มากกว่านั้น ห้องนอนของผู้อบรม ผู้ดูแลเอง ก็เป็นห้องเล็กๆ อยู่ในห้องนอนของเราอีก เรียกว่า หนีไปไหนไม่ได้เลยครับ ผมเอง ในความซนๆ เวลานั้น ก็ชอบแอบไปทำให้หลอดไฟหลอดเล็กๆ นั้นขาด เพราะแรกๆ นอนไม่หลับครับ แต่ภายหลังก็ซินไปเอง นี่คือสิ่งที่อดคิดถึงไม่ได้ในวันนี้จริงๆ วันที่เราเคยฉลองนักบุญยอห์น บอสโก จำได้ว่า ที่โรงเรียนมีงานพิเศษครับ มีไอศกรีมทานกันด้วย ฉลองใหญ่ครับ

แต่มันเกี่ยวอะไรกับการไตร่ตรองพระวาจาขอพระเจ้าวันนี้ หรือ... ครับ ผมคงคิดไตร่ตรองนอกกรอบพระคัมภีร์สักหน่อย เพราะคำว่า “ตะเกียง” หรือแสงสว่างที่เราพบในพระวรสารวันนี้ มันคือสิ่งที่อยู่ท่ามกลางผู้คน และส่องสว่าง เป็นสิ่งที่ดีครับ ผมคิดถึงอะไร วันนี้ก็ต้องคิดถึงชีวิตคริสตชนของเรานี่แหละครับ ที่เรามีธรรมชาติในการเป็นตะเกียง เป็นแสงสว่างที่ส่องสว่างท่ามกลางผู้คน

ครั้งหนึ่ง ในการร่วมภาวนาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับ หากไม่ต้องเป็นประธานในการภาวนา หรือไม่ต้องถวายมิสซาแล้ว ผมมักอยู่นอกเครื่องแบบพระสงฆ์ และนั่งอยู่ท่ามกลางสัตบุรุษ ปะปนอยู่กับทุกคนเสมอ... สัตบุรุษท่านหนึ่งถามผมว่า ทำไมไม่ใส่เครื่องแบบพระสงฆ์อ่ะ... ผมพูดเล่นๆ สนุกๆ กับสัตบุรุษของผมว่า... “ถ้าใส่ ก็ไม่ได้ยินเรื่องสนุกๆ นะซิ... “ แล้วเราก็หัวเราะกันแบบเข้าใจอ่ะครับว่า หมายความว่าอะไร...

เพราะหากมีพระสงฆ์ใส่เครื่องแบบที่นั่น “สิ่งที่ได้ยินคือ... “คุณพ่อนั่งอยู่ มึงพูดอะไรกันว่ะ... เกรงใจคุณพ่อบ้าง” 555 แล้วดังนี้เอง ผมก็ไม่ได้ยินสิ่งที่ลูกๆ คุยกันนะซิครับ ผมจึงเลือกอยู่ท่ามกลางสัตบุรุษแบบนั้นดีกว่า เพื่อจะรู้ และเข้าใจพวกเขาในธรรมชาติๆ ครับ

แต่ระบบป้องกันของคุณพ่อบอสโก ที่ผมเคยเห็นแบบน่ารักๆ ก็คือการอยู่ท่ามกลางเด็กๆ ครับ คือการอยู่กับเด็กๆ ในสนามครับ ผมคิดถึงบรรดาผู้อบรมของผมหลายๆ คน ที่ยืนอยู่กับพวกเราในสนาม สวมเสื้อหล่อ ใต้แขนหนีบหนังสือทำวัตรไว้ด้วย และมาเดินในสนาม แม้เราจะวิ่งเล่นกันอยู่อ่ะ... แม้บางครั้งจะเกะกะบ้าง ท่านเดินช้าๆ ระหว่างเราเล่นฟุตบอล เอ... บางครั้งเราก็บอกกันว่า “พ่อไปเดินที่อื่นได้ป่ะ เราเล่นกันอยู่อ่ะ...” แต่นั่นคือความน่ารักท่ามกลางพวกเราครับ เพราะเมื่อท่านอยู่ท่ามกลางพวกเรา เหมือนท่านเป็นมโนธรรมของพวกเราอ่ะครับ พวกเราเล่นกันดีๆ เราพูดจากันดีๆ และนี่แหละ คือความน่ารักนั้นที่ผมไตร่ตรองถึงในวันนี้ นั่นคือแสงสว่างแห่งมโนธรรมครับ 

พี่น้องที่รักครับ ผมอาจจะเลือกเพียงคำสั้นๆ “ตะเกียง” เท่านั้นเอง ที่เช้านี้ผมเลือกมาไตร่ตรองในโอกาสระลึกถึงนักบุญยอห์น บอสโก... พี่น้องครับ แท้จริงแล้ว ผมว่าเราเป็นเช่นนั้นครับ เราคริสตชนเป็นตะเกียงครับ เราเป็นแสงสว่างครับ เราเป็นตะเกียงที่พระเจ้าทรงจุดไว้ และตั้งเราไว้ท่ามกลางโลก เพื่อให้เราเป็นแสงสว่างสำหรับทุกคน เป็นแสงสว่างแห่งความจริงและความดีท่ามกลางโลกครับ

เช้าวันนี้ ผมขอแบ่งปันการไตร่ตรองเพียงเรื่องนี้เท่านั้นครับ เราต้องเป็นดังนั้นนะครับ คริสตชนเรา เราต้องเป็นแสงสว่างแห่งมโนธรรมของสังคมครับ บรรดาคุณพ่อคุณแม่ ครูอาจารย์ เราจะอยู่ท่ามกลางเด็กๆ อย่างพ่อบอสโก เราเป็นแสงสว่างของความจริงและความดี เมื่อเราอยู่ที่นั่น ลูกๆ ของเรา เด็กของเราจะไม่ตกในบาปง่ายๆ ขอเพียงเราอยู่ที่นั่นเถอะครับ ขอระบบป้องกันของพ่อบอสโก จิตตารมณ์แห่งพระวรสารของพระเยซูเจ้า ทำให้เราเจริญชิวิตท่ามกลางสังคม เป็นแสงสว่างแห่งความจริงและความดี เป็นมโนธรรมของสังคมเสมอไปเถิด

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ลูกไม่ลืมว่า ลูกต้องเป็นแสงสว่างแห่งความจริงและความดี ที่พระองค์ทรงจุดลูกไว้ ให้เป็นแสงแห่งความจริงและความดี ท่ามกลางสังคมโลก เพื่อเป็นมโนธรรมของสังคม ขออย่าให้แสงสว่างนี้ดับลงเลยในชีวิตของลูก ลูกจะเป็นดังนั้น... แสงแห่งความจริงและความดีของพระองค์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 31 มกราคม 19 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฮบ 10:19-25 / มก 4:21-25
ข้อความจากนิทานเปรียบเทียบชัดเจน พระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า จะต้องประกาศให้ทุกคนรู้ ถ้าพระเยซูเจ้า คือ แสงสว่างส่องโลก พระองค์คือตะเกียง ที่จะต้องแบ่งปันแสงสว่างออกไป หัวใจของพันธกิจของพระองค์ คือ การเผยแสดงพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าได้ทรงเริ่มพระอาณาจักรนี้ ด้วยการสั่งสอน ด้วยการบำบัดรักษาโรค ด้วยการทำอัศจรรย์ และการให้อภัยบาป
จุดประสงค์หลักของพระวรสารของมาร์โก คือ การเผยแสดงเอกลักษณ์ของพระเยซูเจ้า และการตอบคำถามว่า “พระเยซูเจ้าคือใคร?” และเปโตรเป็นผู้ที่ให้คำตอบที่ถูกต้องว่า “พระองค์เป็นพระเมสสิยาห์” (มก 8:29) แม้ว่าเอกลักษณ์ของพระองค์จะไม่เป็นที่เปิดเผย จากการขัดขวางจากพวกศัตรูของพระองค์ และจบลงด้วยมหาทรมาน และความตายของพระองค์ ถึงกระนั้น การเผยแสดงครั้งสุดท้าย ได้ปรากฏที่แทบเชิงไม้กางเขน เมื่อนายร้อยทหารโรมันได้ประกาศว่า “แน่นอน คนๆนี้ คือ พระบุตรของพระเป็นเจ้า” (มก 15:39)
วันนี้ พระศาสนจักรระลึกถึงนักบุญยอห์น บอสโก ตามความคิดของท่าน ท่านบอกว่าการอบรมคน จะต้องอบรมคนๆนั้นทั้งครบ คือ ทั้งร่างกายและวิญญาณ ท่านเชื่อว่าความรักของพระเยซูเจ้า และความเชื่อของเราในความรักนั้น จะต้องคงอยู่ในทุกสิ่งที่เราทำ ไม่ว่า การงาน การเรียน หรือการเล่น สำหรับนักบุญยอห์น บอสโก การเป็นคริสตชน จะต้องเป็นคริสตชนเต็มเวลา ไม่ใช่เป็นเพียงครั้งเดียวในหนึ่งสัปดาห์ คือ การมาวัดในวันอาทิตย์ เราจะต้องแสวงหาและค้นพบพระเป็นเจ้าและพระเยซูเจ้าในทุกสิ่ง ที่เราทำ โดยปล่อยให้ความรักต่อพระองค์นำเราไป และเพราะว่าท่านเห็นความสำคัญของการฝึกงาน การเห็นคุณค่าของตัวเอง และความภาคภูมิใจพร้อมกับพรสวรรค์ และความสามารถเฉพาะตัว ท่านจึงอบรมบรรดานักเรียนในด้านงานฝีมือ เพื่อตอบสนองตามความต้องการของตลาด ท่านเป็นองค์อุปถัมภ์ของบรรดาเยาวชน และบรรณาธิการหนังสือ.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view