สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2019 ฉลองการถวายพระกุมารในพระวิหาร

วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2019 ฉลองการถวายพระกุมารในพระวิหาร

🌺 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่
ข้าพเจ้ามาเพื่อปฏิบัติ
ตามพระประสงค์ของพระองค์

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2019
ฉลองการถวายพระกุมารในพระวิหาร
https://www.youtube.com/watch?v=F1q_qz0eyJM

🍒ถวายตัว (ทุกครั้งที่ฉันเฝ้าภาวนา)
https://youtu.be/9X464VMi9IQ

💐💐💐💐💐💐💐💐💐

วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2019
ฉลองการถวายพระกุมารในพระวิหาร
อ่าน
มลค 3:1-4
ฮบ 2:14-18
ลก 2:22-32

ผ่านทางชีวิตที่ปฎิบัติตามข้อกำหนด กฎเกณฑ์
ของโยเซฟ และมารีย์ เมื่อพวกท่านยินดีที่จะ
ถวายพระกุมารในพระวิหารนั้น ชีวิตที่มอบถวายตน
ของพระกุมาร ได้นำความสุข ความชื่นชมยินดี
ในความหวัง มาสู่ผู้ที่เฝ้ารอ

จดหมายของนักบุญเปาโล ตอกย้ำ 
เพื่อจะเป็นผู้ถวายตนที่เหมาะสม น่าเชื่อถือ
ในการติดต่อกับพระเจ้า พระเยซูเจ้าจำเป็นต้อง
ดำเนินชีวิต ปฎิบัติตามข้อกำหนด กฎเกณฑ์
เหมือนสามัญชน คนธรรมดาเช่นกัน โดยไม่เรียกร้องสิทธิพิเศษ

ฉลองการถวายพระกุมารในพระวิหาร ย้ำเตือน
ความซื่อสัตย์มั่นคงในข้อผูกมัด คำสัญญา
ที่ผู้ปฎิญาณ ได้มอบให้กับพระเจ้า

หมายเหตุ..
ภาวนาเป็นพิเศษ สำหรับพระสงฆ์
นักบวช และผู้ถวายตัวทุกคน

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2019

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

ฉลองการถวายพระกุมารในพระวิหาร

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“บัดนี้ พระองค์ทรงปล่อยผู้รับใช้ของพระองค์ไปเป็นสุขตามพระดำรัสของพระองค์...” (ลก 2:22-32)

คือความสุขที่เพียงพอแล้วแก่การรอคอย

บัดนี้ ข้าพเจ้า ตายได้แล้ว

เพราะข้าพเจ้าได้เห็นพระคริสตเจ้าแล้ว

ท่ามกลางโลกของความมืด 

ความสุขที่สุด คือการได้พบแสงสว่าง

เมื่อพระคริสตเจ้าทรงเป็นความสว่าง

ที่พระจิตเจ้าทรงนำฉันมาพบพระองค์แล้ว

ฉันได้รับแสงสว่างจากพระองค์แล้ว

ฉันพร้อมหรือเปล่า

ที่จะเป็นแสงสว่างให้กับทุกคนที่รอคอย

ท่านซิเมโอน พบพระกุมารเจ้า

แล้วท่านมีความสุขที่สุด

ใครๆ ที่พบฉันที่เป็นคนของพระคริสตเจ้า

เขาพบความสุขบ้างหรือเปล่า???

________________

เมื่อสี่สิบวันก่อน เราฉลองวันสมโภชพระคริสตสมภพด้วยความชื่นชมยินดี และวันนี้ เป็นวันที่พระศาสนจักรให้เราฉลองการที่พระนางมารีย์และนักบุญโยเซฟ ได้นำพระกุมารเยซูไปถวายในพระวิหารที่กรุงเยรูซาแลม ซึ่งหมายถึงการที่พระจิตเจ้า ได้ทรงนำพระองค์ให้เสด็จไปพบที่มีความเชื่อในพระองค์ และประทานความสว่างให้บรรดาผู้ที่เชื่อในพระองค์นั้น ได้เห็นและรู้จักพระคริสตเจ้า ผู้ทรงเป็นบ่อเกิดและต้นกำเนิดแห่งความสว่าง และให้ทุกคนที่เชื่อในพระองค์ ได้ต้อนรับองค์ความสว่างที่รอคอยนี้ และเจริญชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับองค์ความสว่าง เพื่อจะสามารถบรรลุถึงความสว่างนิรันดรแห่งพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้าในที่สุด

เมื่อท่านซิเมโอนพบพระกุมาร ซึ่งเป็นผลงานขององค์พระจิตเจ้า แม้ว่าการถวายพระกุมารแด่พระเจ้าในพระวิหารจะเป็นการปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของพระเจ้าในพันธสัญญาเดิม แต่แท้จริงแล้ว พระจิตเจ้าเอง ที่นำประชากรของพระองค์ เพื่อให้มาพบกับองค์ความสว่างในพระวิหารของพระเจ้า ท่านซิเมโอน เมื่อได้พบกับพระกุมารเยซูในพระวิหาร ท่านดีใจที่สุด อาศัยการดลใจของพระจิตเจ้า อาศัยพระจิตเจ้าที่ประทับอยู่เหนือท่าน ท่านก็ทราบทันทีว่า ผู้นี้คือพระคริสตเจ้า องค์ความสว่างที่พระเจ้าทรงประทานให้ ท่านดีใจที่สุด จนท่านกล่าวออกมาว่า “บัดนี้ พระองค์ทรงปล่อยผู้รับใช้ของพระองค์ไปเป็นสุขตามพระดำรัสของพระองค์...” (ลก 2:22-32) นั่นคือชีวิตทั้งหมดที่เป็นการรอคอยองค์แห่งความรอดพ้นนั้น บัดนี้ พูดง่ายๆ คือ ท่านบอกว่า ท่านตายได้แล้ว... หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่า ท่านรู้สึกว่า ท่านมีความสุขที่สุดแล้ว ชีวิตนี้ ท่านพอแล้ว เพียงได้พบพระคริสตเจ้า องค์ความสว่างที่ท่านรอคอย บัดนี้ ท่านไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ท่านพอแล้ว ท่านพร้อมที่จะตายแล้วล่ะ

พี่น้องที่รักครับ เมื่อครั้งผมเป็นเด็กๆ ที่บ้านของผมไฟฟ้าดับบ่อยๆ ครับ เมื่อเราอยู่ในความมืด เรารู้สึกอึดอัด และเราต้องการแสงสว่าง เมื่อใดที่เราเดินไปคลำหาไม้ขีด และสามารถจุดเทียนได้ เป็นเทียนที่คุณย่าทำไว้ และเราทำเทียนใช้เองเสมอในบ้านของเรา เมื่อจุดเทียนได้แล้ว ผมจำได้ว่า ผมมีความสุขที่สุดกับเทียนที่ทำเองนั้น มันดับยาก เพราะมีใส้ที่มั่นคง เป็นใส้พิเศษครับ มันดับยาก และส่องสว่างให้กับทุกคน... ผมจำได้ว่า เวลานั้น เมื่อไฟฟ้าเวลากลางคืน แต่ละบ้านก็จุดเทียน และหลังจากนั้น เสียงที่ตามมาก็คือ เสียงปิดประตูบ้านครับ แต่ละบ้านเริ่มปิดบ้าน เสียงโทรทัศน์ไม่มีอีกแล้ว และทุกคนเริ่มเข้านอน  และสักพักเทียนในบ้านนั้นๆ ก็ดับลง... แต่สิ่งที่ผมคิดถึงในวันนี้ครับ นั่นคือบ้านของผมเป็นบ้านที่ยังเปิดอยู่ เพราะที่บ้านผมเป็นร้านขายของชำ หลายคนเดินมาซื้อเทียนที่บ้านผม และไม่เพียงเท่านั้น เขาไม่ได้กลับบ้านพร้อมเทียนที่ซื้อเท่านั้นครับ แต่เขาจุดไฟจากบ้านเรา และเดินกลับบ้านไปด้วย ทุกคนที่มาซื้อเทียนที่บ้านของเรา ก่อนกลับก็เดินไปต่อเทียนจากแก้วเทียนของเราที่เราทำกันเองนั้น และเดินกลับบ้าน หลายคนอยากได้เทียนของเราบ้าง ซึ่งผมจำได้ว่า ในวันต่อมา ผมก็พยายามทำครับ และแบ่งปันกับเพื่อนบ้าน เมื่อไฟฟ้าดับครั้งต่อไป หลายบ้านก็มีเทียนที่ผมทำให้ครับ

พี่น้องที่รักครับ วันนี้ ในวันฉลองนี้ พระศาสนจักรมอบวันนี้ให้เป็นวันฉลองชีวิตผู้ถวายตนด้วยครับ วันนี้เป็นวันนักบวชสากล ดูเหมือนทำให้ผมไตร่ตรองเป็นพิเศษถึงชีวิตนักบวชของผม ที่เมื่อวานนี้ ผมจบการสอนคำสอนอบรมคู่แต่งงาน ที่สอดคล้องกับชีวิตของนักบวชเรื่อง ความหวังที่เรามุ่งหน้าไปสู่ครอบครัวแห่งสวรรค์ และชีวิตนักบวชของเรานั้นต้องเป็นประจักษ์พยานของครอบครัวแห่งสวรรค์นี้เอง และชีวิตคริสตชนเองด้วย ครอบครัวคริสตชนเองด้วย ก็ต้องเป็นประจักษ์พยานให้โลกนี้ ถึงความหวังที่เรามุ่งหน้าไปสู่ นั่นคือ “ครอบครัวแห่งสวรรค์” ด้วยชีวิตที่เราแต่ละคนต้องเป็นแสงสว่างของพระคริสตเจ้า ที่พระองค์ทรงจุดเราไว้ในวันที่เรารับศีลล้างบาป

การไตร่ตรองเช้านี้ ผมจึงไม่ไปไหนไกลล่ะครับ แต่สำหรับผมเอง ผมคิดว่า วันนี้เป็นวันที่ผม ในชีวิตนักบวช ผมควรไตร่ตรองเรื่องนี้จริงๆ เมื่อท่านซิเมโอนพบพระคริสตเจ้าองค์ความสว่าง แล้วท่านมีความสุขที่สุด ถึงกับบอกว่า ท่านตายได้แล้วล่ะ... เมื่อความมืดมาถึง และเราพบแสงสว่างได้แล้ว เรารู้สึกมีความสุข เรารู้สึกปลอดภัยกว่าเดิม เรามั่นใจมากกว่าเดิม โอ้ นี่คือแสงสว่างที่เราต้องการเสมอมิใช่หรือ... พระคริสตเจ้าทรงเป็นแสงสว่างและศักดิ์ศรีแห่งชาติอิสราแอลฉันใด... การฉลองวันนี้ ทำให้ผมและพี่น้องผู้ถวายตน ได้ไตร่ตรองถึงชีวิตของพวกเราเองท่ามกลางโลกวันนี้จริงๆ ครับ ว่าเราเป็นแสงสว่างให้แก่กันและกันมากน้อยเพียงใด เราเป็นความสุขให้แก่กันและกันบนหนทางที่เราจารึกในโลกนี้สู่ครอบครัวแห่งสวรรค์มากน้อยเพียงใด... พี่น้องคริสตชนด้วยครับ พี่น้องเป็นลูกของพระเจ้า พี่น้องได้รับการจุดแสงสว่างนั้นจากแสงสว่างขององค์พระคริสตเจ้าในวันรับศีลล้างบาป พี่น้องเป็นลูกของพระเจ้าครับ และเป็นไม่ได้น้อยกว่าพวกเรานักบวช หรือพระสงฆ์เลย แต่ทุกคนเป็นลูกของพระเจ้าเท่ากันครับ สิ่งที่ผมได้ไตร่ตรองในเช้าวันนี้ และได้แบ่งปันกับพี่น้องนี้ มีสิ่งเดียวคือ... เราแต่ละคน เป็นแสงสว่างของพระคริสตเจ้าที่พระองค์จุดเราไว้ท่ามกลางโลก วันนี้ โลกเห็นแสงสว่างของเราหรือเปล่า โลกมีความสุขดังที่ท่านซิเมโอนมีความสุขที่ได้พบแสงสว่างแห่งชีวิตของเราหรือเปล่า... หรือว่า ... แสงสว่างนั้นดับลงเสียแล้ว...

ข้าแต่พระเจ้า บรรยากาศในวันเหล่านี้ ในการสอนคำสอนอบรมคู่แต่งงาน อบรมคริสตชนใหม่ กับบรรยากาศของการฉลององค์ความสว่าง คือองค์พระคริสตเจ้าในเช้าวันนี้ ทำให้ลูกตระหนักมากขึ้นจริงๆ ถึงชีวิตที่ต้องเป็นแสงสว่าง เป็นประจักษ์พยานถึงความดีและความจริงของพระองค์ท่ามกลางโลกวันนี้ ข้าแต่พระเจ้า ปราศจากพระองค์ แสงสว่างของลูกอาจจะไม่มีพลังเพียงพอ ท่ามกลางมรสุม ลมแรง ของโลกนี้... ข้าแต่พระเจ้า เสริมพลังของลูกเถิด เพื่อไฟแห่งความรักของลูกต่อพระองค์ และต่อเพื่อนพี่น้อง จะได้สามารถลุกโชติช่วง เป็นแสงสว่างแห่งความสุขและความยินดีแก่ทุกคนตลอดไป... นั่นคือลูกต้องรับรู้ว่า เมื่อพบองค์ความสว่างแล้ว ลูกต้องเป็น ต้องเป็นความสว่างนั้นสำหรับผู้อื่นด้วย

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 19 การฉลองพระกุมารในพระวิหาร
บทอ่าน ฮบ 2:14-18 / ลก 2:22-32
ท่านรู้จักความโปรดปรานของพระเป็นเจ้าหรือไม่? หลังจากที่พระเยซูเจ้าได้ประสูติมา พระแม่มารีอาได้ปฏิบัติตามกฏหมายของการชำระมลทิน หลังการเกิดของเด็ก แต่เนื่องจากพระแม่ยากจน จึงไม่สามารถถวายลูกแกะเป็นเครื่องถวายได้ จึงได้ให้นกพิราบสองตัว ในฐานะเป็นคนยากจน พิธีกรรมพร้อมกับการเข้าพิธีสุหนัต และการไถ่คืนลูกชายหัวปี ชี้ให้เห็นว่าเด็กๆคือพระพรจากพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าได้ประสูติในถ้ำเลี้ยงสัตว์ ที่ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ ในฐานะเป็นบิดามารดาของพระเยซูเจ้า พระแม่มารีอาและนักบุญยอแซฟ ได้เลี้ยงดูพระกุมารด้วยปรีชาญาณของพระเป็นเจ้า ในทางกลับกัน พระองค์ได้นบนอบต่อท่านทั้งสอง และได้เจริญวัยทั้งด้านร่างกายและปรีชาญาณ ความโปรดปรานของพระเป็นเจ้า จึงมีต่อคนที่ฟังพระวาจาของพระองค์ ด้วยความไว้วางใจและความนบนอบ ท่านเองเคยรู้สึกยินดีต่อการนบนอบต่อพระเป็นเจ้าหรือไม่? ท่านพยายามแสวงหาความเชื่อ และถ่ายทอดเพื่อช่วยเหลือเยาวชน ให้เติบโตและมีความรับผิดชอบหรือไม่
พระแม่มารีอาได้รับทั้งมงกุฎแห่งความชื่นชมยินดี และได้รับไม้กางเขนแห่งความทุกข์โศก ซีเมออนได้อวยพรพระแม่มารีอาและนักบุญยอแซฟ และได้ทำนายว่า พระแม่มารีอาจะมีส่วนในอนาคตและความทุกข์ทรมาน ที่พระแม่จะได้รับเพื่อพระองค์ มีความโต้แย้งสำหรับทุกคนที่ได้รับพระพรจากพระเป็นเจ้า พระแม่มารีอาได้รับพระพร ในฐานะเป็นมารดาของพระบุตรของพระเป็นเจ้า แต่พระพรนั้นจะเปรียบเหมือนดาบ ที่จะแทงเข้าไปในใจของพระแม่ ขณะที่พระบุตรจะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน แต่พระแม่ก็จะได้รับมงกุฏแห่งความชื่นชมยินดีและไม้กางเขนแห่งความทุกข์ แต่ความชื่นชมยินดีของพระแม่จะไม่ลดน้อยลงพระความทุกข์ เพราะพลังของความเชื่อ ความหวัง ที่พระแม่มีต่อคำสัญญาของพระเป็นเจ้า อย่างที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “จะไม่มีใครสามารถเอาความชื่นชมยินดีไปจากท่านได้” (ยน16:22) ข้าแต่พระเยซูเจ้า พระองค์ คือ ความหวังสำหรับขีวิตของลูก โปรดให้ลูกได้มอบความไว้วางใจในพระองค์เสมอไป.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/H8JeLhXKqCs

view